Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

Share

ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

last update Huling Na-update: 2026-01-22 02:42:04

ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน

เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ

เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม

ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว

ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง

จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง

เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง

จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้

“พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ”

เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก

โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง

“เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้”

คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง

หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว

“พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม่อมฉันด้วย”

หญิงสาวหรี่ตา ยกยิ้มเอ่ย ท้าทายด้วยคำประชด

“หรือเป็นเพราะพระองค์เกิดหลงรักหม่อมฉันเขาแล้ว”

แววตาของเขากระตุกวาบ แต่เพียงชั่วอึดใจรอยยิ้มหยันกลับมาปรากฎเด่นชัด

“อย่าสำคัญตัวเองผิด ที่ข้าตามหาเจ้า...ก็เพราะงานของเจ้านั้นยังไม่สำเร็จต่างหาก”

ถ้อยคำนั้นเย็นชาจนความอบอุ่นในใจนางพลันดับสิ้น

ตอกย้ำแผลในใจที่ไม่มีวันหาย

หลัวเยี่ยนเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดที่เก็บซ่อนไว้คล้ายระเบิดขึ้นมาเงียบ ๆ ในอก

เขา...พูดราวกับนางเป็นเพียงเบี้ยในกระดานของเขา

นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกลืนความปวดร้าวลงไป ฝืนสีหน้าให้นิ่งและเย็นชา

“หม่อมฉันมิได้เห็นว่าตนเองจะยังมีประโยชน์ใดต่อพระองค์อีก ในเมื่อพระองค์ทรงยึดทรัพย์

และยังเนรเทศบิดาไปไกลถึงเป่ยเซี่ยน รวมถึงหม่อมฉันเองก็ไม่เหลืออะไรแม้แต่ศักดิ์ศรี เช่นนี้แล้วหม่อมฉันว่าทางใครทางมันจะดีกว่าเพคะ”

เสียงของนางเรียบเย็น แต่ดวงตาแดงเรื่อ เผยความคับแค้นที่ปกปิดไว้ไม่มิด

โม่จิ่งเหิงจ้องมองนางนิ่ง แววตาลึกล้ำเหมือนทะเลที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ

“เจ้าไม่อยากแก้แค้นผู้ที่ทำร้ายบิดาเจ้าหรือ?”

ถ้อยคำนั้นเสมือนคมมีดที่แทงตรงเข้าหัวใจ

หลัวเยี่ยนชะงัก ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ ปรากฎรอยยิ้มเหยียดหยัน

“ถ้าจะแก้แค้น หม่อมฉันคิดหาวิธีเองได้เพคะ ไม่อยากติดหนี้บุญคุณผู้ใด”

โม่จิ่งเหิงหัวเราะในลำคอเบา ๆ แววตาเฉียบดุราวพยัคฆ์

“ลำพังเจ้าเพียงคนเดียวจะไปสู้กับอัครเสนาบดีได้อย่างไร หรือแม้แต่อาของเจ้าที่เป็นเสนาบดีกรมคลัง เจ้าจะรับมือเช่นไร?”

เสียงของเขาเยือกเย็น แต่แฝงความห่วงใยบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็มิอาจเข้าใจ

เขาไม่รู้ว่าทำไม ทุกครั้งที่เห็นหญิงสาวผู้นี้ดื้อรั้น ใจเขากลับกระตุกทุกครา

หลัวเยี่ยนหันหน้าหนีจ้องไปยังแสงจันทร์

“หม่อมฉันย่อมมีหนทางของตนเอง พระองค์มิต้องทรงกังวลแทน”

ทว่าภายในใจนางกลับปั่นป่วน ความใกล้ชิดของเขา ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากปลายนิ้วนั้น...ทำให้นางหวั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่

“อ้อ... หรือเจ้ากำลังคิดว่าจะไปหาตาของเจ้า?”

เสียงของเขาเนิบช้าแต่แฝงเลศนัย

“ข้าได้ข่าวว่าคุณหนูรองก็เป็นหลานตาคนเดียวกัน มิใช่หรือ? แม่ของนางก็เป็นน้องของมารดาเจ้าด้วยนี่?”

หลัวเยี่ยนเบิกตากว้าง “พระองค์...ทรงรู้ได้อย่างไร?”

โม่จิ่งเหิงยกยิ้มมุมปาก “เจ้าคิดว่ามีสิ่งใดที่ข้าตามสืบไม่ได้”

เขาเอื้อมมือจับปลายคางนวล ริมฝีปากเฉียดใกล้จนลมหายใจแทบประสาน

“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ทางที่ดี...ร่วมมือกับข้าเสียดีกว่าจะสู้เพียงลำพัง”

หัวใจหลัวเยี่ยนเต้นแรง นางไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คือความกลัว หรือหัวใจที่หวั่นไหว

นางหลุบตาลงช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ

“ได้เพคะ... หม่อมฉันจะร่วมมือกับพระองค์ แต่จะทำในแบบของหม่อมฉันเอง”

โม่จิ่งเหิงยิ้มเย้ย

“ได้...แต่จำไว้ ข้าไม่ช่วย และหากเจ้าพลาด ข้าย่อมต้องกำจัดเจ้าเพื่อไม่ให้แผนพัง แต่ที่ข้าสัญญาไว้ ว่าจะดูแลบิดาเจ้า...ข้าจะรักษาคำพูด”

หลัวเยี่ยนยกยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและชิงชัง

‘ใช้ข้า แล้วไม่คิดปกป้อง ข้าจะต้องจัดการกับท่านในสักวัน’

แม้ใจคิดหากสีหน้ากลับนิ่ง

“เพียงดูแลบิดาของหม่อมฉันให้ดีก็พอเพคะ เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่ง หม่อมฉันไม่เคยหวังสิ่งใดจากพระองค์อยู่แล้ว”

นางจ้องสบตาเขาแน่วแน่

“และนับจากนี้... ขอพระองค์อย่าได้เข้าใกล้หม่อมฉันอีก มิฉะนั้นทุกอย่างก็จบสิ้น”

โม่จิ่งเหิง มองดวงหน้านวล สบสายตาสวยซึ้งนั้น ด้วยความเย็นชาพอกับน้ำเสียงที่เปล่งออกไป

“เจ้าไม่มีสิทธิ์กำหนด มีแต่ข้าเท่านั้น”

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือฟาดดังสนั่นกลางรัตติกาล

“พระองค์ดูถูกหม่อมฉันมากเกินไป! ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็มีศักดิ์ศรี อย่าได้มาหยามกัน!”

นางเอ่ยทั้งน้ำตา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและเสียใจ

เขาไม่ตอบ เพียงจ้องนางนิ่ง สายตาเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง แต่ลึกลงไปในห้วงนั้น...กลับมีบางสิ่งสั่นไหวที่แม้ตนเองก็ไม่เข้าใจ

ไม่ทันให้ตั้งตัว โม่จิ่งเหิงยกตัวนางลอยขึ้นบนบ่า

ประตูถูกถีบเปิดออกด้วยความโกรธ

ก่อนร่างบางจะถูกโยนลงไปบนเตียง

“โม่จิ่งเหิง ปล่อยข้านะ ท่านหยุดนะ”

หญิงสาวส่งเสียงเกรี้ยวกราดแม้แต่ศัพท์นามที่เรียก นางก็ไม่คิดจะให้เกียรติเขาแล้ว

ใบหน้าคมดุดันสายตา เย็นชา มองนางที่ดิ้นอยู่ภายใต้ร่างเขา

“เจ้านับวันยิ่งกล้าขึ้น ถึงกับเรียกชื่อข้าตรงๆ”เขาเอ่ยเสียงเรียบราวไร้ความโกรธ

หากผิดกับสีหน้าและแววตา ราวพยัคย์ขย้ำเหยื่อ

“ไม่เพียงแต่จะเรียกแค่ชื่อ ยังด่าท่านได้ด้วย ถ้าท่านยังข่มเหงข้า”นางกล่าววาจาไม่ลดละ

พอกับการดิ้นรนให้หลุดพ้นจากตัวเขา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status