Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

Share

ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

last update Last Updated: 2026-01-19 15:50:30

ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง

แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า

ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม

ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา

เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ

เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา

ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ

องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง

“ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ”

ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา

แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล

“นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง

“นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิอาจละสายตาจากแววพระเนตรนั้น

รัชทายาททอดพระเนตรไปยังเงาจันทร์บนผิวน้ำอีกครา พระโอษฐ์ขยับพึมพำเบา ๆ

“พรุ่งนี้… ข้าต้องเดินทางไปหัวเมืองทางใต้”

น้ำเสียงของพระองค์ราวลอยไปกับสายลม แม้พระพักตร์ยังคงสงบ แต่ประกายในดวงตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

“พระองค์จะเสด็จไปหานางเดี๋ยวนี้เลยดีหรือไม่พะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

โม่จิ่งเหิงเหลียวมามองเขา ดวงตาคู่นั้นวาบขึ้นด้วยแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนมุมพระโอษฐ์จะคลี่ยิ้มบางประหนึ่งล้อเลียน

“เจ้าดูจะคลั่งรักยิ่งกว่าข้าเสียอีกนะ”

หลิวจิ้งเหยียนรีบค้อมกายลงลึก สองมือประสานแน่น “หม่อมฉันเพียงไม่อยากเห็นพระองค์ต้องทุกข์พระทัยเพราะสตรีผู้หนึ่ง พะย่ะค่ะ”

รัชทายาทนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วแย้มพระโอษฐ์ขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบราวแสงจันทร์บนผิวน้ำ

“เช่นนั้น… เจ้าพาข้าไป”

หลิวจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้นมององค์รัชทายาทตรง ๆ เป็นครั้งแรกในราตรีนั้น แววตาที่มองพระองค์ในยามนี้ เต็มไปด้วยความเคารพปนความสะเทือนใจ

“เจ้ามองข้าเช่นนั้นทำไม” โม่จิ่งเหิงตรัสถามเสียงเรียบ แววตาแฝงรอยขบขันอ่อน ๆ

“หม่อมฉันมิกล้า เพียงแต่… ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงเป็นเช่นนี้มาก่อน” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”

เสียงพระสรวลของรัชทายาทดังสะท้อนในความเงียบของราตรี ราวกับเสียงนั้นสามารถปลุกคลื่นน้ำให้ไหวสะท้อนจันทร์ได้อีกครา

“ไม่เคยเห็นก็จงเห็นเสียเถิด”

ตรัสจบ พระองค์พลันก้าวออกจากศาลา อาภรณ์ปลิวสะบัดตามแรงลม ทรงมุ่งหน้าไปยังคอกม้าทันที

ดวงจันทร์บนฟ้ายังคงทอแสงงามเฉกเช่นเดิม

หากบัดนี้ เงาร่างใต้แสงนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันยากจะหยั่งถึง...

สายลมหนาวพัดแรงขึ้นทุกขณะ ใบไม้ปลิวว่อนดุจหิมะโปรยบาง ละอองแสงจันทร์ทอผ่านยอดไม้ลงมาส่องทางแคบสายหนึ่งซึ่งทอดเข้าสู่หุบเขาเงียบงัน

ม้าศึกสีดำแกร่ง แรงก้าวเร่งเร็ว

ฝีเท้าม้าเหยียบย่ำบนพื้นหิมะส่งเสียงดัง กรุบกรับ องค์รัชทายาทโม่จิ่งเหิงประทับอยู่บนหลังม้า ทรงอาภรณ์คลุมสีครามเข้ม ผ้าคลุมสะบัดพลิ้วตามแรงลม ใบหน้านิ่งเยียบ

หากแววตาใต้คิ้วเข้มกลับลุกโชนราวเปลวเพลิงแห่งรัตติกาล

เบื้องหลังคือหลิวจิ้งเหยียน ควบม้าตามห่าง ๆ ด้วยใจร้อนรน พอเห็นเรือนไม้สลัวในเงาป่าก็เร่งเท้าม้าเข้ามาใกล้

“พระองค์... ถึงแล้วพะย่ะค่ะ”

โม่จิ่งเหิงดึงบังเหียนม้าหยุด สายพระเนตรทอดมองเรือนไม้ที่แสงตะเกียงเลือนรางลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กออกมา เสียงลมหวีดหวิวลอดชายคา ท่ามกลางความเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง

“นางอยู่ในนั้นหรือ” พระสุรเสียงของพระองค์แผ่วต่ำ หากแฝงด้วยอำนาจที่ไม่ต้องเปล่งออก

“พะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบเสียงเบา รู้สึกถึงแรงอารมณ์ที่ปะทุอยู่ใต้พระวรกายเย็นสงบ

รัชทายาทมิกล่าวสิ่งใดอีก เพียงลงจากหลังม้าอย่างช้า ๆ ฝีเท้าเหยียบย่ำบนหิมะเบา ทรงก้าวไปยังเรือนนั้นโดยปราศจากความลังเล

รั้วไม้สูงไม่ถึงศีรษะ

โม่จิงเหิงไม่คิดเคาะเรียก

ย่อตัวลงแล้วกระโดดลอยตัวพุ่งไป

หลิวจิ้งเหยียนจูงม้าสองตัวไว้ไม่ขยับตาม

เซี่ยหลัวเยี่ยนยังยืนเหม่อมองท้องฟ้า

ใจคิดเลื่อนลอยถึงบิดาที่อยู่ห่างไกล

สองไหล่ห่อเข้าสองแขนกอดตัวเอง

สูดลมหนาวเพื่อผ่อนคลายห้วงความคิดที่หนักอึ้ง

กลิ่นกายจาง ๆ ที่เคยหลอกหลอนในห้วงความคิดยามค่ำคืน

เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงความคุ้นเคย

เป็นเพียงสิ่งที่ไม่ควรหวนหา

แต่ในยามที่ยืนใกล้เพียงนี้ เขากลับรู้ดีว่าเขาโกหกตัวเองมาตลอด

เซี่ยหลัวเยี่ยนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติก่อนสติจะตามทัน

ไออุ่น…ไม่ควรมีอยู่บนระเบียงที่ลมหนาวพัดแรงเช่นนี้

นางหันกายฉับไว

และโลกทั้งใบก็ชะงักงันลงในชั่วพริบตา ดวงตาสวยซึ้งเปิดกว้างขึ้น

ด้วยความตกใจ

อกแกร่ง

อ้อมแขนแน่น

แรงกอดที่มิได้ตั้งใจ แต่กลับไม่ยอมคลาย

เป็นเขา…

หัวใจของนางเต้นแรงจนน่ารำคาญ

ทั้งที่ควรเกลียด

ทั้งที่ควรผลักไส

ทั้งที่ชายผู้นี้คือคนที่ทำให้บิดานางต้องถูกเนรเทศจากแผ่นดิน ทั้งยังพรากศักดิ์ศรีและพรหมจรรย์ไปจากนาง

ทำไม…นางถึงยังจำอ้อมแขนนี้ได้ดีนัก

โม่จิ่งเหิงก้มมองนางที่ดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขน

กำปั้นเล็กทุบลงบนอกเขา ไม่หนักพอจะเจ็บ แต่หนักพอจะทำให้ใจเขาสั่น

ปล่อยนางสิ!

เสียงหนึ่งในใจเอ่ยเตือน

เจ้าไม่มีสิทธิ์

แต่แขนของเขากลับแน่นขึ้น

เพราะเขารู้…หากปล่อยในยามนี้

เขาอาจไม่มีข้ออ้างใดให้กลับมายืนใกล้นางอีก

“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก”

เสียงของเขาต่ำและนิ่ง “หมากตัวน้อยของข้า”

คำพูดนั้นควรเป็นเพียงการยั่วยุ

ควรเป็นเพียงกลอุบายของผู้คุมเกม

แต่ลึกลงไป เขากลับหวังว่านางจะไม่ไปไหนจริง ๆ

คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจเซี่ยหลัวเยี่ยน

นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาวาววับด้วยโทสะ…และสิ่งอื่นที่นางไม่อยากยอมรับ

“ข้าไม่คิดหนี” นางกล่าวเสียงแข็งกร้าว “และไม่เคยกลัวท่าน”

โกหก

นางรู้ดี หัวใจของตนกำลังสั่นเพราะอะไร

“ข้าเพียงมาตั้งหลัก”

คำว่า แก้แค้น ถูกกลืนกลับลงคอ

เพราะในเสี้ยววินาทีนั้น นางกลับไม่แน่ใจว่าหากพูดออกไป

เขาจะเจ็บ…หรือข้าจะเจ็บยิ่งกว่า

มือของโม่จิ่งเหิงยกขึ้นแตะใบหน้างาม

สัมผัสนั้นเบาเกินกว่าจะเรียกว่าครอบครอง

แต่หนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธความรู้สึก

นี่ไม่ควรเกิด

เขาบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาเป็นผู้วางหมาก ไม่ใช่ผู้ตกเป็นหมาก

เขาเป็นคนที่ควบคุมทุกสิ่ง

ยกเว้นหัวใจตนเอง

สายตาคมมองริมฝีปากเรื่อที่เผยอเล็กน้อย

ความคิดมากมายพลันสลายลง

ความปราถนาท่วมท้นขึ้นมาแทน

ริมฝีปากบดขยี้ลงอย่างโหยหา

เขารู้ได้ในทันทีว่า…เขาแพ้แล้ว

เซี่ยหลัวเยี่ยนเบิกตากว้าง

โทสะ แค้นเคือง และความคิดถึงที่ไม่สมควร

ปะทะกันในหัวใจอย่างรุนแรง

นางควรผลักเขา

ควรเกลียด

ควรจดจำว่าเขาคือศัตรู

แต่หัวใจกลับกระซิบชื่อเขา

อย่างน่าอับอาย

หิมะยังคงโปรย

ลมหนาวยังคงโหดร้าย

และคนสองคนที่ดื้อด้านที่สุดในแผ่นดิน

ยังคงยืนกั๊กความรู้สึก

คนหนึ่งคิดว่า ข้ายังควบคุมได้

อีกคนคิดว่า ข้าจะใช้ความแค้นกลบมันให้หมด

ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครทำได้ทั้งนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status