Share

2

last update publish date: 2026-08-08 22:26:15

เขาคือ 'หลินเฟิงเจี๋ย'

ท่านอาเล็กแห่งตระกูลหลิน ผู้เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเหนือ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขา สายตาคมทอดผ่านช่องหน้าต่าง ไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้กำลังกอดหลานชายของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มุมปากของบุรุษผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใด ค่อย ๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย

"แม่นมเจียงอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วท่ามกลางสายฝน

"ปากกล้า ใจก็กล้าไม่น้อย" แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง พลันฉายประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรก

เสียงฝนที่เคยกระหน่ำเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนพรำบางเบา ทว่าความอบอุ่นภายในห้องพักเล็ก ๆ ของเรือนหลังกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด

เจียงสวินประคองหลินเสี่ยวอวี๋ออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนพาเด็กน้อยมานั่งบนเตียงเก่า ๆ นางหยิบผ้าสะอาดมาชุบน้ำ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าให้อย่างเบามือ

เสี่ยวอวี๋ตัวเล็กเสียจนน่าใจหาย แก้มที่ควรจะนุ่มนิ่มอวบอิ่มตามวัยกลับซูบตอบเพราะขาดสารอาหาร ดวงตากลมโตที่หม่นหมองยังคงมองนางอย่างหวาดระแวง ทว่ามือเล็ก ๆ กลับกำสาบเสื้อของเจียงสวินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ นางจะหายไปเสียตรงนั้น

"คุณชายน้อย หิวหรือยังเจ้าคะ" เจียงสวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เสี่ยวอวี๋พยักหน้าช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ ทว่าเพียงครู่เดียวก็รีบส่ายหน้าจนผมยุ่ง

"สะ... เสี่ยวอวี๋ไม่หิวขอรับ เสี่ยวอวี๋ทนได้ หากหิวแล้วแม่นมต้องไปสู้กับพี่ซุ่ยเซียงอีก เสี่ยวอวี๋ไม่กินก็ได้ขอรับ" คำพูดไร้เดียงสาของเด็กวัยเพียงสี่ขวบทำให้เจียงสวินจุกแน่นอยู่กลางอก น้ำตาแทบไหลรินออกมาแต่ก็พยายามหักห้ามเอาไว้

เด็กคนนี้ถูกคนรอบข้างกดขี่และทำร้ายมานานเพียงใดกัน ถึงได้เรียนรู้ที่จะคิดว่าความต้องการพื้นฐานของตนเองเป็นภาระของผู้อื่น

"ไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ตรงนี้ คุณชายน้อยจะไม่ได้กินของเน่าเสียพวกนั้นอีกต่อไป" นางลูบศีรษะเล็กเบา ๆ พลางยิ้มให้

"รอข้าอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ ต่อให้ต้องไปพลิกครัวตระกูลหลิน ข้าก็จะหาอาหารดี ๆ มาให้คุณชายกินให้ได้" เสี่ยวอวี๋มองนางตาแป๋ว ก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากด้านนอก ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ

ซุ่ยเซียงเดินหน้าบึ้งเข้ามา แก้มข้างหนึ่งยังมีรอยแดงจาง ๆ จากฝ่ามือเมื่อครู่ นางถือถาดอาหารมาด้วย ก่อนกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง

เคล้ง!

"อนุเตียวเมตตาพวกเจ้า ไม่ถือสาเรื่องที่เจ้าตบข้า" ซุ่ยเซียงเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอาฆาต

"นี่สำรับใหม่ อนุสั่งให้ครัวทำมาให้คุณชายน้อยโดยเฉพาะ รีบกินเสียสิ"

เจียงสวินเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนเดินเข้าไปตรวจสำรับบนโต๊ะ คราวนี้ดูเผิน ๆ ดีกว่าครั้งแรกมาก มีทั้งข้าวสวยและน้ำแกงตุ๋นกระดูกหมู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นจากชาม หากเป็นคนทั่วไปคงคิดว่าครัวตั้งใจทำมาใหม่จริง ๆ

ทว่าเจียงสวินกลับไม่ไว้ใจ นางหยิบช้อนขึ้นมา ค่อย ๆ คนลงไปถึงก้นชาม เพียงครู่เดียว แววตาก็เย็นเยียบลง

ใต้ชามน้ำแกงที่ดูน่ากิน มีทั้งเศษกรวดและทรายละเอียดจมปะปนอยู่จนก้นชามขุ่นดำ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคีบเนื้อหมูขึ้นมาดมใกล้ ๆ ยังมีกลิ่นบูดจาง ๆ ปะปนอยู่

ชัดเจนว่าพวกมันจงใจนำเนื้อที่เริ่มเสียมาปรุง แล้วใส่กรวดทรายลงไปเพื่อกลั่นแกล้ง

เด็กวัยสี่ขวบกินอาหารเช่นนี้เข้าไป ต่อให้ไม่เจ็บป่วยหนัก อย่างน้อยก็ต้องปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสียอย่างแน่นอน อีกทั้งกรวดทรายยังทำร้ายฟันให้หักโดยง่าย

"เป็นอย่างไร เลิศหรูพอสำหรับคุณชายสายหลักของเจ้าหรือยัง" ซุ่ยเซียงยิ้มกริ่มอย่างถือดี คิดว่าคราวนี้ตนเป็นฝ่ายชนะ

"ถ้าไม่กินรอบนี้ คืนนี้ก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกแล้วนะ"

เจียงสวินไม่ตอบ นางเพียงยื่นมือไปยกชามแกงใบนั้นขึ้นมาด้วยสองมือ

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซุ่ยเซียงก็นึกว่านางยอมจำนน จึงยิ่งยิ้มเยาะ

"หึ! ก็นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน สุดท้ายก็..."

หมับ!

คำพูดขาดหายไปในลำคอ เมื่อเจียงสวินวางชามลงชั่วขณะ ก่อนคว้าคอเสื้อของซุ่ยเซียงอย่างรวดเร็ว

"อ๊ะ! เจ้าจะทำอะไร " นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เจียงสวินคว้าชามแกงขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง ก่อนออกแรงลากคนตรงหน้าไปยังประตู

"จะ... เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ"

"อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าข้าจะแน่ได้สักแค่ไหน" เจียงสวินแค่นหัวเราะ

"ข้าจะพาเจ้าไปดูให้เต็มสองตาเดี๋ยวนี้"

"ปล่อยข้านะ ข้าจะร้องเรียนอนุเตียว ข้าจะให้นางลงโทษเจ้า"

"ดีเลย" เจียงสวินกระตุกคอเสื้ออีกฝ่ายแรงขึ้น

"เพราะข้าก็กำลังจะไปหานายของเจ้าอยู่พอดี"

ซุ่ยเซียงดิ้นรนสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกลากไปข้างหน้า ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เจียงสวินไม่คิดจะปรานีแม้แต่น้อย

ก้าวพ้นประตูเรือนหลัง นางก็มุ่งตรงไปยังเรือนกลางอันเป็นที่พักของอนุเตียวทันที

ละอองฝนเย็นเฉียบกระทบใบหน้าของทั้งสอง ทว่าไฟโทสะในดวงตาของเจียงสวินกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย

บ่าวรับใช้ตามทางต่างพากันหยุดมองอย่างแตกตื่น

ใครจะไปคาดคิดว่าแม่นมเจียงผู้เคยก้มหน้าก้มตา ไม่กล้ามีปากเสียงกับใคร วันนี้จะกล้าลากสาวใช้คนสนิทของอนุเตียวผ่านกลางจวนราวกับลากกระสอบข้าว

เมื่อมาถึงเรือนกลาง เจียงสวินไม่เสียเวลารอให้ใครเข้าไปรายงาน

"เปิดประตู!"

ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ

"ไม่เปิดใช่ไหม ได้!"

ปัง!

เจียงสวินยกเท้าถีบบานประตูจนเปิดผาง

ภายในเรือนกลาง อนุเตียวกำลังนั่งจิบชา พลางเลือกเครื่องประดับจากกล่องไม้แกะสลักอย่างสบายอารมณ์

เมื่อเห็นเจียงสวินลากซุ่ยเซียงเข้ามา สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที

"แม่นมเจียง เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถึงได้กล้าบุกรุกเรือนของข้าเช่นนี้" อนุเตียวตวาด ก่อนชี้นิ้วสั่งบ่าวรอบตัว

"พวกเจ้า ลากตัวนางออกไปตบปากเดี๋ยวนี้"

บ่าวสองคนกำลังจะก้าวเข้ามา เจียงสวินตวัดสายตามองทันที

"ใครกล้าก้าวเข้ามาก็ลองดู" เสียงตวาดดังก้องไปทั่วเรือนจนทุกคนชะงัก

นางผลักซุ่ยเซียงออกไปด้านข้าง ก่อนวางชามแกงลงบนโต๊ะรับรองกลางเรือนเสียงดัง

ปึง!

"อนุเตียว สำรับนี้ท่านเป็นคนสั่งให้ส่งไปให้คุณชายน้อยใช่หรือไม่" อนุเตียวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเชิดหน้าตอบ

"แล้วอย่างไร นั่นเป็นของบำรุงที่ข้าตั้งใจสั่งให้ครัวทำ!"

"ตั้งใจหรือ" เจียงสวินหัวเราะเสียงเย็น นางหยิบช้อนขึ้นมา ตักลงไปถึงก้นชาม ก่อนชูขึ้นให้บ่าวทุกคนในเรือนได้เห็น บนช้อนมีทั้งเศษกรวด เม็ดทราย และคราบดำติดขึ้นมาอย่างชัดเจน

"แกงตุ๋นใส่กรวดใส่ทราย ใช้เนื้อที่เริ่มบูด นี่หรือคือของบำรุงที่ท่านตั้งใจให้คุณชายน้อยกิน"

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบเรือนทันที เจียงสวินวางช้อนลง ก่อนจ้องอนุเตียวตรง ๆ

"ท่านตั้งใจบำรุงคุณชาย หรือตั้งใจทำให้สายเลือดของตระกูลหลินเจ็บป่วยกันแน่"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   4

    "เด็กคนนี้ก็เป็นเพียงมารหัวขน มารดาของมันตายไปแล้ว มีอาหารให้กินก็นับว่าเป็นเมตตาของตระกูลหลินมากพอแล้ว"ทันทีที่ได้ยินคำว่ามารหัวขน มือเล็กที่กำชายเสื้อเจียงสวินอยู่พลันสั่นขึ้นมาเจียงสวินสัมผัสได้ทันที แววตาของนางเย็นยะเยือกลงในทันที"พูดให้ดีนะเจ้าคะ""ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน" ฮูหยินใหญ่หลินแค่นหัวเราะ ก่อนปรายตามองเสี่ยวอวี๋อย่างรังเกียจเดียดฉันท์“เจ้ามันก็แค่แม่นมชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับข้า”“ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเจ้าค่ะ”“นี่เจ้า!”“ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ”" วันนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องของเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินฝ่ายใน สินเดิมของมารดาเด็กคนนี้ย่อมต้องอยู่ในความดูแลของข้า วันนี้ข้าจะให้คนย้ายหีบสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่เรือนใหญ่ เด็กตัวแค่นี้จะรักษาของมีค่าพวกนั้นไว้ได้อย่างไร"เจียงสวินหรี่ตาลงทันทีที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เอาเรื่องที่นางบุกเรือนกลางมาเป็นข้ออ้าง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือสินเดิมของมารดาเสี่ยวอวี๋ คิดจะฉวยโอกาสที่เด็กไร้บิดามารดาคุ้มครอง มาปล้นสมบัติของเด็กอายุสี่ขวบถึงในเรือน"ไม่ได้" คำสั้น ๆ ทำให้ฮูหยินใหญ่หลินชะงัก"เจ้าว่

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   3

    "เจ้า... เจ้ากล่าวหาข้า" ใบหน้าของอนุเตียวเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดในทันที"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าของพวกนั้นมาอยู่ในชามได้อย่างไร อาจเป็นเพราะคนครัวทำงานสะเพร่าก็ได้""สะเพร่าหรือ"ปัง!เจียงสวินตบฝ่ามือลงบนโต๊ะจนถ้วยชากระเด้ง บ่าวรับใช้รอบข้างสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน"เนื้อบูดหนึ่งอย่าง กรวดทรายอีกหนึ่งอย่าง ทั้งหมดบังเอิญมาอยู่ในชามเดียวกัน แถมยังเป็นชามที่ส่งไปให้เด็กอายุสี่ขวบโดยเฉพาะ ท่านคิดว่าข้าโง่หรือคิดว่าคนทั้งจวนโง่กันแน่""เจ้า!""ซุ่ยเซียงบอกเองว่าเป็นคำสั่งของท่าน" เจียงสวินชี้ไปยังชามตรงหน้า"หากท่านบริสุทธิ์ใจจริง เช่นนั้นก็ง่ายมาก" นางเลื่อนชามไปตรงหน้าอนุเตียว"กินสิเจ้าคะ""อะไรนะ""ข้าบอกให้ท่านกิน" เจียงสวินยิ้มเย็น"ในเมื่อท่านบอกว่านี่คือของบำรุงที่ตั้งใจให้คุณชายน้อย เหตุใดท่านจึงไม่ลองกินให้พวกเราดูสักคำเล่า""เจ้าเป็นเพียงแม่นม กล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า""ถ้าไม่กล้ากิน ก็เลิกพูดเสียทีว่าของพวกนี้กินได้"เจียงสวินสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว"วันนี้หากเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าจะถือชามแกงใบนี้พร้อมลากซุ่ยเซียงไปพบท่านโหว ให้ท่านโหวตัดสินด้วยตั

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   2

    เขาคือ 'หลินเฟิงเจี๋ย'ท่านอาเล็กแห่งตระกูลหลิน ผู้เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเหนือตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขา สายตาคมทอดผ่านช่องหน้าต่าง ไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้กำลังกอดหลานชายของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มุมปากของบุรุษผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใด ค่อย ๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย"แม่นมเจียงอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วท่ามกลางสายฝน"ปากกล้า ใจก็กล้าไม่น้อย" แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง พลันฉายประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรกเสียงฝนที่เคยกระหน่ำเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนพรำบางเบา ทว่าความอบอุ่นภายในห้องพักเล็ก ๆ ของเรือนหลังกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดเจียงสวินประคองหลินเสี่ยวอวี๋ออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนพาเด็กน้อยมานั่งบนเตียงเก่า ๆ นางหยิบผ้าสะอาดมาชุบน้ำ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าให้อย่างเบามือเสี่ยวอวี๋ตัวเล็กเสียจนน่าใจหาย แก้มที่ควรจะนุ่มนิ่มอวบอิ่มตามวัยกลับซูบตอบเพราะขาดสารอาหาร ดวงตากลมโตที่หม่นหมองยังคงมองนางอย่างหวาดระแวง ทว่ามือเล็ก ๆ กลับกำสาบเสื้อของเจียงสวินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ นางจะห

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   1

    เสียงสายฝนโปรยกระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้อง ดังไปทั่วเรือนหลังอันทรุดโทรมของตระกูลหลิน บรรยากาศชื้นเย็นและเงียบเหงาชวนอึดอัด แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ'เจียงสวิน' ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกเจ็บหนึบที่ท้ายทอย ราวกับเพิ่งถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรง นางยกมือขึ้นแตะศีรษะโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความทรงจำที่ปั่นป่วน เสียงแหลมบาดแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน"ตื่นแล้วหรือ นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก!"เจียงสวินยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนเงยหน้ามองสตรีที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าหญิงผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดบ่าวรับใช้เนื้อผ้าดี สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูแคลน ดวงตาที่จ้องมายังนางราวกับกำลังมองสิ่งสกปรกและเพียงสบตากัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับสายน้ำหลากนางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณเรื่องหนึ่ง กลายเป็น 'แม่นมเจียง' สตรีกำพร้าไร้ที่พึ่ง ผู้ถูกว่าจ้างให้ดูแล 'หลินเสี่ยวอวี๋' คุณชายน้อยวัยเพียงสี่ขวบแห่งตระกูลหลินเด็กน้อยผู้แสนอาภัพ ในเนื้อเรื่องเดิม เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นตัวร้ายผู้เหี้ยมโหด เลือดเย็น และฆ่าคนโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพราะตลอดชีวิตในวัยเยาว์ถูก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status