Share

4

last update Tanggal publikasi: 2026-08-08 22:27:49

"เด็กคนนี้ก็เป็นเพียงมารหัวขน มารดาของมันตายไปแล้ว มีอาหารให้กินก็นับว่าเป็นเมตตาของตระกูลหลินมากพอแล้ว"

ทันทีที่ได้ยินคำว่ามารหัวขน มือเล็กที่กำชายเสื้อเจียงสวินอยู่พลันสั่นขึ้นมา

เจียงสวินสัมผัสได้ทันที แววตาของนางเย็นยะเยือกลงในทันที

"พูดให้ดีนะเจ้าคะ"

"ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน" ฮูหยินใหญ่หลินแค่นหัวเราะ ก่อนปรายตามองเสี่ยวอวี๋อย่างรังเกียจเดียดฉันท์

“เจ้ามันก็แค่แม่นมชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับข้า”

“ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเจ้าค่ะ”

“นี่เจ้า!”

“ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ”

" วันนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องของเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินฝ่ายใน สินเดิมของมารดาเด็กคนนี้ย่อมต้องอยู่ในความดูแลของข้า วันนี้ข้าจะให้คนย้ายหีบสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่เรือนใหญ่ เด็กตัวแค่นี้จะรักษาของมีค่าพวกนั้นไว้ได้อย่างไร"

เจียงสวินหรี่ตาลงทันที

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เอาเรื่องที่นางบุกเรือนกลางมาเป็นข้ออ้าง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือสินเดิมของมารดาเสี่ยวอวี๋ คิดจะฉวยโอกาสที่เด็กไร้บิดามารดาคุ้มครอง มาปล้นสมบัติของเด็กอายุสี่ขวบถึงในเรือน

"ไม่ได้" คำสั้น ๆ ทำให้ฮูหยินใหญ่หลินชะงัก

"เจ้าว่าอะไรนะ"

"ข้าบอกว่าไม่ได้" เจียงสวินเดินไปยืนขวางหน้าประตูห้องเก็บของอย่างไม่ลังเล

"สินเดิมของมารดาคุณชายน้อยเป็นทรัพย์ที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ทายาทโดยชอบธรรม ต่อให้คุณชายยังเยาว์วัย ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะถือโอกาสขนไปเป็นของตนได้"

"เจ้าเป็นแค่แม่นม มีสิทธิ์อะไรมาขวางข้า"

"ข้ามีหน้าที่ดูแลคุณชายน้อย สิ่งใดเป็นของเขา ข้าก็ต้องรักษาไว้ให้เขา" เจียงสวินกางแขนขวางประตู

"วันนี้ใครกล้าแตะหีบสมบัติแม้แต่ใบเดียว ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!"

"ดี ในเมื่ออยากเจ็บตัวนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"

ฮูหยินใหญ่หลินสะบัดแขนเสื้อ ก่อนตวาดสั่งเสียงกร้าว

"พวกเจ้า ลากแม่นมปากกล้าผู้นี้ออกไป ตบปากเสีย แล้วขนหีบสมบัติออกมาให้หมด"

"ขอรับ" บ่าวชายร่างกำยำสองคนพุ่งเข้าหาเจียงสวินทันที

ทว่าเจียงสวินไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่จะยืนรอให้ใครเข้ามาจับตัวได้ง่าย ๆ

นางถอยหลบมือของบ่าวคนแรก ก่อนฉวยไม้พลองที่ใช้ขัดประตูขึ้นมา

หวืด!

ไม้พลองฟาดเข้าใส่หว่างขาของบ่าวชายเต็มแรง

"โอ๊ย!" ชายร่างใหญ่หน้าซีดเผือด ทรุดฮวบลงกับพื้น สองมือกุมหว่างขา ร้องครวญครางจนตัวงอ

บ่าวอีกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ และเพียงชั่วขณะนั้นก็เพียงพอแล้ว เจียงสวินหมุนตัว เหวี่ยงไม้พลองฟาดเข้าใส่บริเวณศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรงจนชายผู้นั้นเซถอย ก่อนทรุดลงกับพื้น หมดสภาพจะเข้ามาจับตัวนางได้อีก

"ว้าย!" ฮูหยินใหญ่หลินกรีดร้อง รีบถอยหลังไปหลายก้าว นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าแม่นมที่เคยก้มหน้าก้มตาผู้นี้จะกล้าลงมือกับคนของนางจริง ๆ

เจียงสวินกำไม้พลองแน่น ก่อนเดินตรงเข้าไปหา

"ฮูหยินใหญ่!" น้ำเสียงเย็นเยียบทำให้คนฟังขนลุก

"สินเดิมของคุณชายน้อย หากท่านกล้าแตะแม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะนำบัญชีทรัพย์สินไปยื่นต่อที่ว่าการเมือง ร้องเรียนว่าท่านฉวยโอกาสยักยอกทรัพย์ของหลานชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ"

"เจ้า! เจ้าแม่นมชั้นต่ำ"

"แล้วยังไม่หมด" เจียงสวินก้าวเข้าไปอีก

"ข้าจะประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ด้วยว่า ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลหลินผู้สูงศักดิ์ ถึงกับต้องแย่งชิงสินเดิมจากเด็กกำพร้าวัยสี่ขวบ"

"หุบปาก! หุบปากเดี๋ยวนี้" ฮูหยินใหญ่หลินโกรธจนตัวสั่น เงื้อมือขึ้นหมายจะตบ

แต่เจียงสวินเร็วกว่าหลายเท่า

เพียะ!

ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของฮูหยินใหญ่หลินเต็มแรงจนหน้าหัน เครื่องประดับบนศีรษะหลุดกระจายลงพื้น

ทุกคนในเรือนเงียบกริบ

"ตบนี้ สำหรับความโลภของท่านที่คิดจะโกงเด็กสี่ขวบ!"

ฮูหยินใหญ่หลินยังไม่ทันตั้งตัว

เพียะ!

อีกหนึ่งฝ่ามือก็ตามลงไป

"และตบนี้ สำหรับการคิดลงโทษข้าโดยไม่ถามหาความจริง!"

"เจ้า เจ้า!" ฮูหยินใหญ่หลินยกมือกุมแก้มทั้งสองข้าง ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นและความอับอาย

ตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลหลินมา ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำกับนางเช่นนี้มาก่อน

"เจ้าบ้าไปแล้ว ข้าจะไปฟ้องท่านโหว ข้าจะให้ท่านโหวสั่งประหารเจ้า"

"อยากฟ้องก็ไปฟ้องเลย" เจียงสวินสวนกลับโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา

"แต่ก่อนท่านโหวจะมาถึง หากท่านยังกล้าแตะต้องคุณชายน้อยหรือสินเดิมของเขาอีก ข้าจะตบท่านให้ฟันร่วงหมดปากแน่นอน" พูดจบก็ยกไม้พลองในมือขึ้น วันนี้ตายเป็นตาย ท่าทีนั้นทำให้ทุกคนถอยหนี เพราะรู้ว่าแม่นมคนนี้กำลังเลือดขึ้นหน้า

ฮูหยินใหญ่หลินสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นแววตาของเจียงสวิน นางก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เพียงข่มขู่

แม่นมบ้าผู้นี้กล้าทำจริง!

"พวกเจ้ายืนโง่อะไรกันอยู่ พาข้ากลับเรือนเดี๋ยวนี้" ฮูหยินใหญ่หลินตวาดลั่น ก่อนรีบให้บ่าวที่เหลือเข้ามาประคอง

"แม่นมเจียง เจ้ารอไว้เถอะ เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่"

"ข้าจะรอ" เจียงสวินกระแทกปลายไม้พลองลงพื้น

"แต่อย่าลืมพาคนมาเยอะกว่านี้หน่อยนะเจ้าคะ สองคนไม่พอให้ข้าออกแรงเลย"

"เจ้า!" ฮูหยินใหญ่หลินแทบกระอักเลือด สุดท้ายจึงได้แต่ปล่อยให้บ่าวประคองออกจากเรือนหลังไปอย่างทุลักทุเล

เมื่อคนเหล่านั้นจากไปแล้ว เจียงสวินจึงวางไม้พลองลง ท่าทีดุดันเมื่อครู่หายไปแทบจะในทันที

นางรีบหันกลับไปหาเด็กน้อยที่ยืนตัวแข็งอยู่ด้านหลัง

"คุณชายน้อย ตกใจหรือไม่เจ้าคะ" เสี่ยวอวี๋มองนางตาโต ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพุ่งเข้ามากอดเอวเจียงสวินแน่น

"แม่นม..."

"ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ" เจียงสวินย่อตัวลง กอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน พลางลูบหลังปลอบโยน

"ไม่ต้องกลัว ต่อให้ใครมาอีก ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาเอาของของคุณชายไปเด็ดขาด"

เสี่ยวอวี๋ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของนาง มือเล็ก ๆ กอดคอแม่นมแน่นขึ้นอย่างไว้ใจ

ขณะเดียวกัน เหนือเรือนฝั่งตรงข้ามซึ่งสามารถมองเห็นเรือนหลังได้อย่างชัดเจน

'หลินเฟิงเจี๋ย' ในชุดสีเข้มนั่งอยู่บนสันหลังคาอย่างสงบนิ่ง ขาข้างหนึ่งชันขึ้น ขณะที่สายตาคมทอดมองเหตุการณ์เบื้องล่างมาตั้งแต่ต้นจนจบ

ข้างกายคือ 'หมิงหยวน' องครักษ์เงาคนสนิท

หมิงหยวนมองบ่าวชายสองคนที่ยังถูกหามออกไป ก่อนหันกลับมามองผู้เป็นนาย สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

"นายท่านสาม การเดินทางกลับจากแคว้นเหนือครั้งนี้ ท่านตั้งใจปิดข่าวไม่ให้คนในตระกูลรู้ เพื่อซุ่มดูว่ายามท่านไม่อยู่ คนในจวนปฏิบัติต่อคุณชายน้อยอย่างไร แต่เหตุใดท่านจึงยังไม่เปิดเผยตัวเล่าขอรับ ฮูหยินใหญ่รังแกคุณชายน้อยถึงเพียงนี้แล้ว"

หลินเฟิงเจี๋ยยกน้ำเต้าเล็กในมือขึ้นจิบ ก่อนทอดสายตามองสตรีร่างบางเบื้องล่าง

เมื่อครู่นางยังถือไม้พลองฟาดคนอย่างไม่ไว้หน้า แต่ตอนนี้กลับกำลังย่อตัวกอดปลอบหลานชายของเขาอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นคนละคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   4

    "เด็กคนนี้ก็เป็นเพียงมารหัวขน มารดาของมันตายไปแล้ว มีอาหารให้กินก็นับว่าเป็นเมตตาของตระกูลหลินมากพอแล้ว"ทันทีที่ได้ยินคำว่ามารหัวขน มือเล็กที่กำชายเสื้อเจียงสวินอยู่พลันสั่นขึ้นมาเจียงสวินสัมผัสได้ทันที แววตาของนางเย็นยะเยือกลงในทันที"พูดให้ดีนะเจ้าคะ""ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน" ฮูหยินใหญ่หลินแค่นหัวเราะ ก่อนปรายตามองเสี่ยวอวี๋อย่างรังเกียจเดียดฉันท์“เจ้ามันก็แค่แม่นมชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับข้า”“ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเจ้าค่ะ”“นี่เจ้า!”“ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ”" วันนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องของเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินฝ่ายใน สินเดิมของมารดาเด็กคนนี้ย่อมต้องอยู่ในความดูแลของข้า วันนี้ข้าจะให้คนย้ายหีบสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่เรือนใหญ่ เด็กตัวแค่นี้จะรักษาของมีค่าพวกนั้นไว้ได้อย่างไร"เจียงสวินหรี่ตาลงทันทีที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เอาเรื่องที่นางบุกเรือนกลางมาเป็นข้ออ้าง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือสินเดิมของมารดาเสี่ยวอวี๋ คิดจะฉวยโอกาสที่เด็กไร้บิดามารดาคุ้มครอง มาปล้นสมบัติของเด็กอายุสี่ขวบถึงในเรือน"ไม่ได้" คำสั้น ๆ ทำให้ฮูหยินใหญ่หลินชะงัก"เจ้าว่

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   3

    "เจ้า... เจ้ากล่าวหาข้า" ใบหน้าของอนุเตียวเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดในทันที"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าของพวกนั้นมาอยู่ในชามได้อย่างไร อาจเป็นเพราะคนครัวทำงานสะเพร่าก็ได้""สะเพร่าหรือ"ปัง!เจียงสวินตบฝ่ามือลงบนโต๊ะจนถ้วยชากระเด้ง บ่าวรับใช้รอบข้างสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน"เนื้อบูดหนึ่งอย่าง กรวดทรายอีกหนึ่งอย่าง ทั้งหมดบังเอิญมาอยู่ในชามเดียวกัน แถมยังเป็นชามที่ส่งไปให้เด็กอายุสี่ขวบโดยเฉพาะ ท่านคิดว่าข้าโง่หรือคิดว่าคนทั้งจวนโง่กันแน่""เจ้า!""ซุ่ยเซียงบอกเองว่าเป็นคำสั่งของท่าน" เจียงสวินชี้ไปยังชามตรงหน้า"หากท่านบริสุทธิ์ใจจริง เช่นนั้นก็ง่ายมาก" นางเลื่อนชามไปตรงหน้าอนุเตียว"กินสิเจ้าคะ""อะไรนะ""ข้าบอกให้ท่านกิน" เจียงสวินยิ้มเย็น"ในเมื่อท่านบอกว่านี่คือของบำรุงที่ตั้งใจให้คุณชายน้อย เหตุใดท่านจึงไม่ลองกินให้พวกเราดูสักคำเล่า""เจ้าเป็นเพียงแม่นม กล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า""ถ้าไม่กล้ากิน ก็เลิกพูดเสียทีว่าของพวกนี้กินได้"เจียงสวินสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว"วันนี้หากเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าจะถือชามแกงใบนี้พร้อมลากซุ่ยเซียงไปพบท่านโหว ให้ท่านโหวตัดสินด้วยตั

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   2

    เขาคือ 'หลินเฟิงเจี๋ย'ท่านอาเล็กแห่งตระกูลหลิน ผู้เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเหนือตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขา สายตาคมทอดผ่านช่องหน้าต่าง ไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้กำลังกอดหลานชายของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มุมปากของบุรุษผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใด ค่อย ๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย"แม่นมเจียงอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วท่ามกลางสายฝน"ปากกล้า ใจก็กล้าไม่น้อย" แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง พลันฉายประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรกเสียงฝนที่เคยกระหน่ำเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนพรำบางเบา ทว่าความอบอุ่นภายในห้องพักเล็ก ๆ ของเรือนหลังกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดเจียงสวินประคองหลินเสี่ยวอวี๋ออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนพาเด็กน้อยมานั่งบนเตียงเก่า ๆ นางหยิบผ้าสะอาดมาชุบน้ำ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าให้อย่างเบามือเสี่ยวอวี๋ตัวเล็กเสียจนน่าใจหาย แก้มที่ควรจะนุ่มนิ่มอวบอิ่มตามวัยกลับซูบตอบเพราะขาดสารอาหาร ดวงตากลมโตที่หม่นหมองยังคงมองนางอย่างหวาดระแวง ทว่ามือเล็ก ๆ กลับกำสาบเสื้อของเจียงสวินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ นางจะห

  • ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน   1

    เสียงสายฝนโปรยกระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้อง ดังไปทั่วเรือนหลังอันทรุดโทรมของตระกูลหลิน บรรยากาศชื้นเย็นและเงียบเหงาชวนอึดอัด แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ'เจียงสวิน' ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกเจ็บหนึบที่ท้ายทอย ราวกับเพิ่งถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรง นางยกมือขึ้นแตะศีรษะโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความทรงจำที่ปั่นป่วน เสียงแหลมบาดแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน"ตื่นแล้วหรือ นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก!"เจียงสวินยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนเงยหน้ามองสตรีที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าหญิงผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดบ่าวรับใช้เนื้อผ้าดี สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูแคลน ดวงตาที่จ้องมายังนางราวกับกำลังมองสิ่งสกปรกและเพียงสบตากัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับสายน้ำหลากนางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณเรื่องหนึ่ง กลายเป็น 'แม่นมเจียง' สตรีกำพร้าไร้ที่พึ่ง ผู้ถูกว่าจ้างให้ดูแล 'หลินเสี่ยวอวี๋' คุณชายน้อยวัยเพียงสี่ขวบแห่งตระกูลหลินเด็กน้อยผู้แสนอาภัพ ในเนื้อเรื่องเดิม เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นตัวร้ายผู้เหี้ยมโหด เลือดเย็น และฆ่าคนโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพราะตลอดชีวิตในวัยเยาว์ถูก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status