Home / LGBTQ+ / ข้างบ้าน…ดุนะ / บทที่ 2 [ถิ่นนี้มีเรื่องเล่า]

Share

บทที่ 2 [ถิ่นนี้มีเรื่องเล่า]

Author: Navvip
last update publish date: 2026-09-06 17:06:39

บทที่ 2 [ถิ่นนี้มีเรื่องเล่า]

สุดท้ายด้วยความนอยที่ผู้ชายปั่นจักรยานหนีก็ทำให้นันไม่ได้ไปใส่บาตร ไม่สิ โทษพี่ชายข้างบ้านก็ไม่ถูกนัก คนมันใจไม่ผ่องใสทำบุญก็คงคิดแต่อะไรไม่ดี ต่างจากพี่สาวที่ขอบบังคับให้ทำบุญแบบไม่มีข้อแม้ ทางแม่ของนันจะบอกเสมอว่าถ้าจิตใจไม่พร้อม ฝืนทำบุญไปจะได้ผลเสียมากกว่าผลดี

อันที่จริงฝืนทำอะไรตอนไม่พร้อมมันก็ให้ผลไม่ดีทั้งนั้นล่ะ...

อ่า ส่วนของกินที่ทำไว้ใส่บาตรจะเก็บไว้กินเองหรือไม่ เพราะทำแกงส้มมาถุงใหญ่ และโดยส่วนตัวนันก็ไม่ได้ชอบอาหารรสจัดนัก กับข้าวที่ทำมาจึงกลายเป็นลาภปากพวกพนักงานในร้านแทน มาถึงร้านเบเกอรี่ของตัวเอง เปิดประตูเข้าไปแก๊งลูกจ้างสี่ห้าคนก็ออกมาต้อนรับ

หนึ่งในนั้นที่เป็นสาวน้อยผมบ๊อบหน้าตาน่ารัก พอเห็นเขาถือถุงกับข้าวมาด้วยก็ตาวาวเป็นพิเศษ

“หอมแบบนี้คุณนันทำเองใช่ไหมคะเนี่ย~”

ธิดา ลูกจ้างสาวที่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่นันไว้ใจที่สุดช้อนตามองเขา ไม่ต้องอ้อนกันก็ได้ นันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นถุงแกงส้มกับข้าวสวยให้อีกฝ่ายไป

“ปากหวานเชียวนะ นี่แอบทำขนมปังไหม้รึเปล่าน่ะเรา”

“โห เจ้านายดุใครจะกล้าทำพลาดคะ”

“เว่อร์แล้ว”

ในโหมดทำงานกับโหมดปกติ ใครเห็นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านันเปลี่ยนเป็นคนละคน ซึ่งมันก็ควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ ตอนที่ทักทายลูกจ้างรวมถึงบอกให้ทุกคนเอาแกงส้มไปแบ่งกัน นันจะดูใจดีและอ่อนโยน ทว่าพอล้างมือสวมผ้ากันเปื้อนเดินไปดูในครัวด้านหลัง ตั้งแต่ตรวจขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จหมาดๆ จนถึงตอนเช็กความสะอาด แววตาของนันดูเฉียบคมขึ้นชนิดมองไกลๆ ยังรู้สึกเกร็ง

การที่มีสองด้านที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แรกๆ ก็ทำให้คนที่มาสมัครงานเหวออยู่เหมือนกัน แต่หลายๆ คนหลังปรับตัวได้แล้ว สิ่งที่ได้ก็คือประสบการณ์การทำงานที่ดี นันตรวจไปเรื่อยๆ หลังแน่ใจว่าวันนี้ก็ไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าตัวก็หันไปคลี่ยิ้มให้บรรดาลูกจ้างที่กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

“น้องฟองเพิ่งมาใหม่แต่รับผิดชอบเรื่องแต่งหน้าขนมได้ดีเลยนะ ไม่มีพลาดทำเสียเลยแบบนี้เก่งกว่าพี่ตอนเพิ่งเริ่มเปิดร้านอีก”

ลูกจ้างที่ถูกชมแทบจะม้วนเป็นเกลียวด้วยความเขิน

“เพราะคุณนันเขียนขั้นตอนได้ละเอียดและเข้าใจง่ายด้วยแหละครับ...”

ยากที่ถูกชมแล้วจะไม่รู้สึกดี นันยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยแล้วก็หันไปมองหน้าธิดา โดยไม่ต้องพูดมาก สาวน้อยผมบ๊อบก็ทำท่าตะเบ๊ะ จากนั้นตักแบ่งแกงส้มให้ฟองมากเป็นพิเศษ

“มาๆ ทำงานเก่งต้องได้รางวัลนะ แกเพิ่งมายังไม่รู้ แต่กับข้าวฝีมือคุณนันอร่อยกว่าของร้านดังๆ แถวนี้อีกนะ”

“หูย เจ้านายเราทั้งสวยทั้งทำกับข้าวอร่อยเลยนะครับเนี่ย~”

เจ้าพวกนี้นี่...ไม่อยู่แล้ว ขืนอยู่ต่อได้เหลิงจนขึ้นเงินเดือนให้ทุกคนแบบไม่คิดแน่

เพื่อไม่ให้นักบัญชีประจำร้านโผล่มาบีบคอ นันจึงรีบเดินเลี่ยงพวกลูกน้องออกมานอกครัว ป้าย ‘เปิด’ ที่แขวนไว้ที่ประตูกระจกถูกหันออก ร้านเบเกอรี่ Me Bun เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อย!

นันเฝ้าแคชเชียร์บวกกับช่วยรับออเดอร์จนเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนไว้อีกที เข็มมันก็ตีบอกเวลาบ่ายโมงตรงเข้าไปแล้ว ทุกทีเวลานี้ลูกค้าจะน้อยลง จากนั้นจะมีคนมาเป็นกลุ่มใหญ่อีกทีก็ตอนเด็กๆ เลิกเรียน...วันนี้ก็ไม่ต่างไปจากปกติ จำนวนลูกค้าน้อยลงทำให้มีเวลาว่าง นันสลับตัวให้ลูกน้องมาเฝ้าแคชเชียร์ต่อ ส่วนตัวเองมองไปทางประตูร้าน

อย่างกับกะเวลาไว้เป็นอย่างดี เพื่อนสาวประเภทสองที่บอกว่าจะแวะมาหาตอนบ่าย ถึงเวลาก็โผล่มาพร้อมถุงข้าวหน้าเป็ดจากร้านฝั่งตรงข้าม

“กะเทยมาท้าทายเบาหวานแล้วค่า พส.” พูดแล้วสะบัดผมลอนนิดๆ พร้อมส่งสายตาให้ลูกจ้างที่มาประจำที่แทนนัน “น้องคะ พี่ขอชานมหวานๆ แก้วหนึ่งด้วย เอาแบบหวานกว่าตาน้องเลยนะคะ”

บอลลี่ สาวประเภทสองที่ตัวอวบๆ ดูน่ารักและร่าเริงเดินสับอย่างมั่นใจมาหานันแล้วขยิบตาให้น้องฟอง ประโยคสุดท้ายพูดกับใครคงไม่ต้องถามแล้ว นันหัวเราะร่วนแล้วเดินออกจากเคาน์เตอร์ไปตีไหล่เพื่อนเบาๆ

“ใครอนุญาตให้จีบเด็กในร้านเรา เดี๋ยวเถอะ”

“แซวขำๆ มะ ตัวและวิญญาณของฉันเป็นของพี่เกเบรียลย่ะ”

หมายถึงไอดอลที่กำลังดังๆ อยู่ช่วงนี้ใช่ไหม นันยิ้มหัวขึ้นไปอีก ซีซั่นที่แล้วเป็นเจคอป ก่อนหน้านั้นเป็นจอห์นนี่ เพื่อนรักของเขาเปลี่ยนดาราที่ชอบบ่อยกว่าเปลี่ยนรองเท้าเสียอีก ใช่ว่าจะไม่ดีหรอกนะ เพราะเบื่อง่ายแบบนี้ บอลลี่เลยช่วยกระจายรายได้ให้ดาราหนุ่มๆ ได้อย่างทั่วถึง...ช่างเถอะ ยิ่งพูดเหมือนยิ่งพยายามเข้าข้างเพื่อน นันเข้าไปรับถุงข้าวหน้าเป็ดมาจากอีกฝ่าย หันไปขอให้ลูกน้องเอาจานกับช้อนส้อมมาให้เรียบร้อย นันถึงพาเพื่อนไปนั่งตรงที่นั่งประจำติดหน้าต่าง

“งานแกก็น่าจะยุ่งยังอุตส่าห์มาหา...ขอบใจนะ”

บอลลี่แกล้งทำหน้าแหยงๆ เหมือนกลัวที่เขาขอบคุณ ต้องโดนเบะปากใส่เพื่อนถึงหัวเราะเบาๆ แล้วเผยสีหน้าที่แท้จริง แววตาของบอลลี่หม่นลง มองทางเขาด้วยความเห็นใจและเป็นห่วง เมื่อวานนี้บอลลี่ก็เป็นคนแรกที่โทรมาหาเขาเพื่อคุยเรื่องนี้ด้วย

“ฉันจะปล่อยแกช้ำรักคนเดียวได้ไงวะ แล้วนี่โอเคขึ้นยัง?”

นันยิ้มบาง ทีแรกมันไม่มีอะไรที่โอเคยเลยสักนิดเดียว ถึงจะเป็นความรักที่ตัวเองฝืนเปลี่ยนอะไรๆ ไปหลายอย่างจนได้มา แต่เวลาที่คบกันมันก็ตั้งสามปี สามปีเชียวนะ ตลอดระยะเวลานั้นมันมีช่วงที่มีความสุขปนอยู่มากมาย พอมารู้ว่าแฟนนอกใจ นันก็เสียใจจนเกือบจะทำอะไรไม่ถูก

“จริงๆ ก็เกือบเขวไปเหมือนกัน แต่พอได้คุยกับพี่ตาก็รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว อย่างน้อยเราก็ยังมีครอบครัวกับเพื่อนที่ดีอยู่ใช่ไหมล่ะ อีกอย่างพี่วิน...”

“ไอ้เชี่ยวิน”

นันชะงักไปเล็กน้อย เพื่อนของเขาแค้นแทนถึงขั้นยอมให้เรียกแฟนเก่าดีๆ ไม่ได้เลยสินะ เอาเถอะ ความโกรธของบอลลี่เป็นกระจกสะท้อนถึงความห่วงใย นันแก้คำพูดใหม่ตามเพื่อนแล้วค่อยพูดต่อ

“เออ ไอ้เชี่ย...พี่วินน่ะ ที่จริงก่อนจะจับได้เราก็รู้สึกมาสักพักแล้วว่าพี่เขาไม่เหมือนเดิม” นันถอนหายใจออกมาเบาๆ “พูดแบบตรงๆ เลยนะ ที่เขาไม่รั้งเราไว้สักคำยังน่าใจหายกว่าอีก คิดดูว่ากว่าจะได้คบกันเราเปลี่ยนตัวเองไปตั้งขนาดไหน ใจคอไม่ชอบอะไร ไม่มาคุยกันก่อนว่าปรับได้ไหมมันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ...”

บอลลี่แทบจะกลอกตาเป็นวงกลมใส่นันเลยทีเดียว

“ตั้งสติค่ะ ถ้าใจมันอยู่ที่เรามันไม่เลี่ยหู้ไปคบคนอื่นลับหลังหรอก หมดรักแล้วก็ควรเลิกกันแบบแมนๆ ปะวะ”

หันไปรับเครื่องดื่มที่เด็กในร้านเอามาให้ จิบไปหนึ่งอึกบอลลี่ก็พูดต่อเสียงขุ่น

“อีกอย่างฉันพูดจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ถ้าคนมันรักกันจริงมันไม่ขอให้แกเปลี่ยนจากค้างคาวเป็นแม่ชีแต่แรกมะ ดูตัวเองตอนนี้มีอะไรเหมือนเดิมบ้าง”

นันก้มมองตัวเองตามที่บอลลี่จีบนิ้วชี้ตั้งแต่หัวจดเท้า เขาก็แค่สวมเสื้อแขนยาวเรียบๆ กับกางเกงยีนสีเข้มทั่วๆ ไป...ก็ได้ เถียงเพื่อนสาวไปก็เท่านั้น อันที่จริงถึงที่แต่งอยู่ตอนนี้ก็ยังดูดีพอประมาณ ทว่าเทียบกับตัวเขาก่อนจะมีแฟนไม่ได้เลย นันเคยเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน เรื่องการแต่งตัวก็...เอาเป็นว่าโดนแม่กับพี่สาวบ่นประจำว่าชอบเอาเสื้อหมามาใส่

สภาพปัจจุบันโดนเพื่อนเรียกเป็นแม่ชีก็สมควรแล้ว

“ตะ แต่จริงๆ เราเลือกเอง พี่เขาไม่เคยขอให้เปลี่ยนนะ...”

ขอแก้ตัวนิดหนึ่งแล้วกัน อุ้ย เพื่อนสาวตาเขียวปั๊ดเลยอ่า

“แก ไอ้วินมันต้องหูหนวกตาบอดเท่านั้นล่ะถึงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนแกตัวแม่ตัวมารดาขนาดไหน ที่มันไม่เคยบอกให้แกเป็นตัวเองก็ชัดแล้วไหมว่ามันเห็นแก่ได้”

จะเถียงว่าแล้วทำไมเพื่อนไม่เตือนก็ไม่ได้ นันตักข้าวหน้าเป็ดขึ้นมากินแล้วก็เคี้ยวอย่างเชื่องช้า เพื่อนเตือนเขาแล้ว ผลัดกันมาเตือนแบบกระตือรือร้นสุดๆ แต่เป็นนันเองที่หลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัว ซึ้งแล้วว่าอย่างน้อยไม่เชื่อหมอดูก็น่าจะเชื่อเพื่อนกับพี่สาวไว้บ้าง!

คุยกับเพื่อนที่พูดตรงๆ นี่ก็ดีเหมือนกันนะ ข้ออ้างที่เคยติดอยู่ในใจเพราะเสียดายโดนปัดทิ้งหมดเลย...ค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย

จบเซคชั่นสาปส่งแฟนเก่าให้ตาสว่าง ต่อจากนั้นก็เป็นการคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ซึ่งเรื่องที่นันอยากอัปเดตให้เพื่อนฟังมากที่สุดก็คือเรื่องบ้านใหม่ เจาะจงลงไปอีกหน่อย...นันก็แค่อยากกรี๊ดความดีงามของพี่ชายข้างบ้านให้เพื่อนฟัง

กระนั้นยังไม่ทันเล่าอะไรเท่าไร บอลลี่กลับสะดุดกับเรื่องบ้านใหม่ของเขาจนต้องยกมือขึ้นมาปราม

“แกบอกว่าย้ายไปไหนนะ...บ้านในซอยสี่ ที่มีบ้านแค่สี่หลัง ข้างหน้ามีตลาดสด ด้านหลังเป็นย่านผับบาร์?”

นันพยักหน้าแบบงงๆ เขายังไม่เคยเล่าให้เพื่อนฟังอย่างละเอียดเลยว่าบ้านที่ย้ายเข้าไปอยู่ตั้งอยู่ที่ไหน ทว่าดูเหมือนบอลลี่จะรู้จักที่แห่งนั้นเป็นอย่างดี

“ก็ใช่นะ ทำไมเหรอ”

“ขออีกนิด อย่าบอกนะเป็นซอยที่ไม่ห่างจากวัดแต่พระไม่ผ่านไปบิณฑบาตด้วย?”

“นี่พี่ตาแอบโทรไปบอกแกปะเนี่ย เป๊ะเลย”

ไม่คิดว่าพอเขาว่าแบบนั้นบอลลี่จะทำหน้าเหมือนจะเป็นลม ดูๆ แล้วพานให้นึกถึงพี่สาวขึ้นมาทัน อ่า จะว่าไปบอลลี่กับพี่ตาก็เป็นคอเดียวกันในเรื่องความเชื่อนี่นะ นันเริ่มจะเดาได้ว่าเพื่อนรักตั้งใจจะพูดอะไร ดังนั้นจึงชิงพูดดักคอก่อน

“ถ้าจะบอกว่าบ้านใหม่เรามันมีผีก็ไม่ต้องนะ เราเช็กประวัติก่อนซื้อแล้ว บ้านเราปลอดภัย!”

“แล้วข้างบ้าน?”

“...”

เพราะนันเงียบ เสียงที่ตามมาจึงเป็นเสียงบอลลี่ยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเอง

“ไอ้นั๊น!”

แม่คนที่สามองค์ประทับร่างซะละ

“ฉันเพิ่งเปิดเรื่องผีฟังไปเมื่อคืนเองมั้ง ที่บอกมามันตรงเป๊ะทุกอย่างเลย แกย้ายไปอยู่ข้างๆ บ้านที่โคตรเฮี้ยนเลยรู้รึเปล่า!”

“บ้า เรื่องผีที่แกฟังมันก็เรื่องแต่งรึเปล่า เรานอนมาสองคืนยังไม่เห็นเจออะไรแปลกๆ เลย”

แล้วบอลลี่ก็ส่ายหัวรัวๆ

ชีเล่าว่าตามที่ได้ยินมา ในซอยที่เขาอยู่ตอนนี้มีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ผีเฮี้ยนเอามากๆ พระจะผ่านยังร้อนๆ หนาวๆ ยิ่งเป็นวันโกนวันพระใหญ่ยิ่งดุ ว่ากันว่าบางครั้งก็ได้ยินเสียงครวญครางน่าขนลุกดังมาจากในบ้าน...

“พอเลย ถ้ามีบ้านแบบนั้นจริงก็คงเป็นบ้านร้างฝั่งตรงข้ามแหละ สมมติมีผีจริงเราไม่ได้ไปยุ่งเขาจะมาหาเรื่องเราทำไมอ่ะ”

“แล้วถ้าเป็นบ้านข้างๆ แกขึ้นมาแกไม่กลัวเหรอนัน!”

นันส่ายหน้า ข้างบ้านเขาก็อย่างที่เล่าไป คนตาหวานแอบกัดหลอดเขินๆ จนเพื่อนสนิทตากระตุกใส่

“บอกแล้วว่าข้างบ้านเรามีพี่สุดหล่ออยู่”

“คนแน่นะ”

“คนสิ ผีที่ไหนออกไปตลาดกลางวันแสกๆ แล้วเตรียมดอกไม้ไหว้พระได้ด้วย”

“แล้วแกรู้ไหมว่ามันเคยมีผีโทรไปเล่าเรื่องตัวเองที่วิทยุคลื่นหนึ่งด้วย...”

“บอลลี่”

จัดการดุเพื่อนด้วยน้ำเสียงกับสายตาไปที บอลลี่ก็ยอมหยุดพูด อีกฝ่ายยักไหล่เป็นเชิงว่าเขาไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างนั้นก็ตบท้ายว่าไม่เชื่อแต่ระวังไว้บ้างก็ดี ของแบบนี้คนดวงตกมักเจอ...ถามจริงเถอะ อีกฝ่ายคิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูด พี่สาวไม่ได้บอกเขาจนปากเปื่อยแล้วหรือ

นันทนฟังกระทั่งเริ่มท้อว่ารอบตัวตนเองจะมีคนงมงายมากไปหรือไม่ ซึ่งเพื่อจบบทสนทนาที่ยาวนานเป็นอสงไขยนี้ เขาก็เลือกเปลี่ยนเรื่องด้วยอีกหนึ่งสิ่งที่บอลลี่สนใจไม่แพ้ไสยศาสตร์

เจ้าของร้านเบเกอรีหน้าหวาน...ชวนเพื่อนไปเที่ยว

“มีบาร์ดีๆ ท้ายซอยน่าไปนั่งมากเลย ไปมะ เราเลี้ยง ถือว่าฉลองขึ้นบ้านใหม่”

ตอนได้ยินว่าบาร์ตั้งอยู่ท้ายซอยในเรื่องเล่าสยองขวัญ บอลลี่ก็ทำหน้าเจื่อนๆ อยู่หรอก ทว่าพอคำว่า ‘เราเลี้ยง’ หลุดจากปากนันไปปุ๊บ เพื่อนสาวสองก็ตาวาวยิ่งกว่าดิสโกบอล นี่ไม่ใช่ว่าดีใจที่นันเลี้ยงอย่างเดียวแน่นอน

“คืนวงการแบบนี้เอาให้หัวทิ่มเลยไหมคะเพื่อน”

“กล้าค้างบ้านเราก็เอาดิ”

“...”

โห่ บอลลี่ไม่สู้เลยอ่า

ทุ่มครึ่ง

ถามว่าต้องจัดจานชามที่ซื้อมาเข้าบ้านแล้วออกไปเที่ยวต่อไม่เหนื่อยหรือ หึ อายุยังไม่ถึงสามสิบ กินอะไรดีๆ และออกกำลัง (ยกกระสอบแป้งสาลี) เป็นประจำ กะอีแค่จัดของใส่ชั้นวางแล้วออกมาเที่ยวต่อเขาไม่หอบหรอก

ฟึ่บ

จัดเสื้อผ้าตัวเองเรียบร้อย นันก็มองกระจกแบบเห็นเต็มตัวและยิ้มด้วยความพึงพอใจ ไม่ได้เที่ยวมานานเหมือนหมีตื่นจากการจำศีล ทีแรกยังกังวลอยู่ว่าตัวเองไม่ได้แต่งตัวแบบที่ชอบมานานแล้ว แต่งทีจะรู้สึกขัดๆ ขาดความมั่นใจหรือไม่ ทว่าตอนนี้มองตัวเองแล้วนันก็พบว่ายังรู้สึกดีเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด

ผมสีน้ำตาลของเขาถูกยีเล็กน้อยให้ดูเซ็กซี่ ส่วนเสื้อก็เป็นเชิ้ตขาวแขนยาวหลวมๆ เปิดไหล่ข้างหนึ่งแล้วพยุงทรงด้วยเชือกสีขาวเส้นเล็กๆ นันปัดปลายเชือกไปด้านหลังเพื่อให้ต้นคอของตัวเองดูเย้ายวน มือลูบที่กระดูกไหปลาร้าผ่านรอยสัก ‘All Day All Night’ แล้วลงไปที่สะโพกกลม กางเกงยีนขาสั้นที่เคยสวมสมัยก่อนตอนนี้ก็ยังพอดีตัว เรียวขาขาวๆ ที่หลายคนบอกว่าเป็นจุดขาย นันก็สวมสายรัดน่องไว้ที่ขาข้างหนึ่ง

มันเป็นสายรัดน่องแฟชั่นที่มีจี้รูปดอกไม้สีม่วงห้อยเอาไว้ ใส่ไว้แบบนี้ตอนเต้นคงยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนให้มองมา

ได้แต่งเต็มแบบที่ไม่ได้แต่งมานานแล้วรู้สึกดีจัง...ถ้าพี่กันเห็นจะไม่เขินจนระเบิดเลยไหมนะ

มีเรื่องหนุ่มข้างบ้านลอยเข้ามาในหัว อารมณ์ดีๆ ของนันก็หม่นลงทันที เรื่องเมื่อเช้ายังทำให้หน้าชาไม่หาย อาการของพี่ชายข้างบ้าน แรกๆ มองว่าเขินก็พอได้ แต่ไอ้ที่ปั่นจักรยานหนีแบบไม่เหลียวหลังมามอง...ต่อให้ไม่ได้มั่นหน้าว่าคนทั้งโลกจะต้องมาชอบตัวเอง ทว่าเจ็บคือเจ็บ ผิดหวังคือผิดหวัง

ท่าทางพี่ชายข้างบ้านจะแค่ขี้เขินแต่ไม่ได้ชอบผู้ชาย

“เอาเถอะ คนหล่อไม่ได้มีคนเดียวบนโลกเนาะ”

เรียกความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการยิ้มหน้ากระจกแล้วนันก็ลงไปชั้นล่าง คืนนี้ก็แค่ไปดื่มขำๆ กับเพื่อนแล้วกลับบ้าน อย่างไรเสียก็ไม่ได้คิดจะเมาถึงขั้นต้องไปแย่งที่หมานอน ดังนั้นนันจะเอารถตัวเองไปนี่ล่ะ

ครืดดด!

เปิดรั้วเตรียมเอารถออกเรียบร้อย แต่จนแล้วจนรอดก็อดมองไปบ้านข้างๆ ไม่ได้ อีกฝ่ายปิดไฟเหมือนจะเข้านอนไปแล้ว น่าเสียดายที่แต่งตัวขนาดนี้แต่คงไม่ได้เห็นปฏิกิริยาของพี่ข้างบ้าน...

หมกมุ่นนะเรา พี่เขาไม่ได้ชอบผู้ชายก็อย่าไปคิดถึงมากเลย!

...

..

.

ไม่ได้ชอบผู้ชาย...

ไม่ชอบกับผีสิ!

ออกมาดื่มกับบอลลี่ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรียกว่าเหล้ายังไม่ทันซึมเข้ากระแสเลือด นันก็รู้สึกเหมือนเห็นคนคุ้นหน้าที่หางตา พอหันไปมองให้แน่ใจเท่านั้นล่ะ...ชัดเลย ชัดว่าเป็นพี่ชายข้างบ้านคนนั้นนั่นเอง!

อีกฝ่ายแต่งตัวสบายๆ ด้วยเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนขาดๆ บนโซฟาที่นั่งอยู่ทั้งสองข้างมีหนุ่มหน้าสวยขนาบข้าง ย้ำอีกครั้งว่ามีหนุ่มหน้าสวยขนาบข้าง แทบจะจับนั่งเกยตักแบบนั้นจะบอกว่าไม่ชอบผู้ชายไม่ได้แล้วนะ นันกำแก้วเหล้าในมือแน่น ตอนกลางวันทำท่าทีรังเกียจเขาขนาดนั้นแท้ๆ

สรุปไม่ได้ไม่ชอบผู้ชายแต่แค่ไม่ชอบหน้าเราหรอกเหรอ!

“นัน แกเป็นอะไรป่าว แกจ้องจนพี่โต๊ะนั้นเขารู้ตัวแล้วนะ...จะห่อกลับบ้าน?”

ห่อเห่ออะไร ใครจะไปห่อผู้ชายนิสัยไม่ดีแบบนั้นกลับบ้าน กลางวันทำมาเป็นเขินๆ เหมือนให้ความหวัง ทำเขารู้สึกหน้าแตกแล้วกลางคืนก็ออกมาควงหนุ่มๆ ที่แทบไม่ต่างจากเขาเนี่ยนะ สาปเท่านั้น นันกระดกเหล้าเข้าปากพร้อมส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้ชายหนุ่ม

ก็เหมือนที่บอลลี่บอก เขาจ้องจนอีกฝ่ายรู้ตัวแล้ว ทว่ารู้ตัวแล้วพี่ท่านกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ทั้งยังยกแก้วขึ้นเหมือนจะชนกับเขาอีก ดูรอยยิ้มร้ายๆ นั่นเสียก่อน ตกลงที่ธรรมะธัมโมนั่นก็สร้างภาพด้วยหรือ เห็นเขาเข้าหามากหน่อย นึกจะปั่นหัวก็ปั่นเลยว่างั้น

“เราโดนท้าทายว่ะบอลลี่”

“อย่าบอกนะ...”

เออ คนแบบนันหยอกได้แต่ห้ามหยาม คิดว่าหล่อแล้วจะปั่นหัวกันอย่างไรก็ได้หรือ ด้วยความโกรธกับความเมาจากแอลกอฮอล์ที่ซัดไปรวดเดียว อะไรที่ปกติจะคิดดีๆ ก่อนค่อยทำ ตอนนี้นันเลือกทำทันทีแบบไม่ฟังเสียงห้ามของบอลลี่ ร่างบางเดินไปที่โต๊ะนั้นแล้วแสร้งเอียงคอมองคนหน้าหล่อ

“ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ”

ไม่ยอมตอบในทันที อีกฝ่ายมองหนุ่มน้อยที่นั่งขนาบข้างตนเองก่อนเลิกคิ้วให้เขาราวกับจะถามว่า ‘ที่เต็มแล้วจะนั่งตรงไหนล่ะ’ ที่เต็มที่ไหนกัน เสียงเพลงในบาร์กำลังเร้าอารมณ์เข้ากับสถานการณ์พอดี นันขยับเข้าไปนั่งคร่อมตักพี่ชายข้างบ้านแล้วกดสายตามองอีกฝ่าย กับคนแบบนี้แทบไม่ต้องใช้ชั้นเชิงอะไรมาก ยังไงก็มองเขามาตั้งแต่อยู่ที่โต๊ะแล้วนี่ เห็นเขาเดินมาหาก็ยิ้มจนเห็นเขี้ยวนิดๆ แล้ว...เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวได้เสียใจที่มาปั่นหัวเขาแน่!

เหมือนจะซื่อๆ แต่ก็ไม่ แน่นอนว่าไม่ได้นั่งเฉย จังหวะเพลงกำลังสนุก นันก็จัดการใช้สองแขนโอบรอบคอชายหนุ่ม ตามด้วยบดตักยั่วๆ ทั้งที่หน้าเปื้อนยิ้ม

ไหน มันไม่ชอบเราตรงไหนฮะ!

“หน้าซื่อๆ แต่แรดนะเรา”

หึ กัดปากตาวาวขนาดนี้ อยากกลืนน้ำลายตัวเองเลยดิ!

“ไม่ชอบเด็กแรดๆ เหรอครับ” นันโน้มหน้าเข้าไปใช้จมูกปัดผ่านแก้มอีกฝ่าย จงใจเป่าลมหายใจเบาๆ ใส่หูร่างสูง “...ไม่ชอบแต่ของพี่ แข็ง ดุนสะโพกนันใหญ่เลยนะ”

นันรู้ว่าหลังท้าทายไปแล้ว มือหนาจะยกขึ้นมาเพื่อจะดึงตนเองไปจูบ ดังนั้นก่อนจะถูกล็อกตัวให้หนีไม่ได้ คนตัวเล็กจึงชิงลุกหนี แสร้งทำหน้าอายๆ เอ่ยขอโทษตัดบทฉับ

“อุ้ย นันนี่เมาแล้วเผลอแหย่คนเรื่อยเลย ขอโทษที่มารบกวนเวลาสนุกๆ ของพี่นะครับ”

เจ้าคนตาหวานที่ไม่รู้เลยว่าความแสบของตัวเองไปกระตุ้นอะไรเข้า พอกลับมาที่โต๊ะแล้วก็ยิ้มร่ากับเพื่อน ตลอดคืนแทบไม่หันไปสนใจคนที่ตัวเอง แหย่ เล่นอีกเป็นครั้งที่สอง

ไม่ มันไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ ขณะที่จับเด็กข้างๆ มานั่งตักแทนให้บางส่วนหายเหงา สายตาวาวโรจน์กลับยิ่งจับจ้องนันไม่วางด้วยซ้ำ

ยั่วกูดีนักนะ คว้าทันกูจะเxดให้ร้องเลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายแกรก!พอยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถแท็กซี่แล้ว หญิงวัยกลางคนหน้าตาอ่อนโยนก็ปลดตัวล็อกของกระเป๋า ดึงที่จับขึ้น เธอกับสามีไปทำธุระที่ต่างประเทศเกือบหนึ่งปี บุกป่าฝ่าดงในพื้นที่อับสัญญาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ระหว่างนั้นเหมือนมีคนคอยสาปแช่งพวกเธออยู่ไม่มีผิด เดี๋ยวซองกันน้ำรั่วตอนเดินฝ่าแม่น้ำทำให้มือถือพัง เดี๋ยวโน้ตบุ๊กฝุ่นเข้าจนติด ๆ ดับ ๆนี่ยังไม่รวมความซวยจากการติดโรคจนต้องถูกกักตัวในหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง โดนนักต้มตุ๋นหลอกจนเกือบต้องนอนข้างถนน ล่าสุดฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างจนสามารถเชิญหมอผีชื่อดังมาได้ ก่อนกลับประเทศยังเกือบตกเครื่องเพราะจำเที่ยวบินผิดอีก!“เฮ้อ…/เฮ้อ…”คู่สามีภรรยาวิญกุล ที่อยู่ในชุดนักเดินทางโทรม ๆ เงยหน้ามองป้ายชื่อซอยข้างตลาดแล้วเกิดอาการตื้นตัน หลั่งน้ำตาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งอาการของทั้งคู่ หมอผีผิวสีชาวต่างชาติที่ตามมาด้วยก็เฝ้าดูด้วยความเห็นใจ“ในที่สุดเราก็ได้กลับบ้านสักทีนะพ่อ…” นวลหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดน้ำตา ส่งยิ้มให้ประดิษฐ์ผู้เป็นสามี“นั่นสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้ารันจะเป็นยังไงบ้าง”พูดถึงลูกชาย ‘เพียงคนเดียว’ ทั้งคู่ก็หุบยิ้มพากันถอนหายใจ

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทที่ 34 [วาสนาผู้ใด๋น้อ]

    บทที่ 34 [วาสนาผู้ใด๋น้อ]“แหม ขึ้นรถมาก็ก้มหน้าดูมือถือไม่พูดกับพี่สาวตัวเองเลยเนาะ กลัวคนไม่รู้หรือว่าได้ผู้ชายแล้วลืมพี่ลืมน้องน่ะ” สิตาว่าพลางหักพวงมาลัยรถเลี้ยวออกถนนใหญ่ เธอมองค้อนน้องชายจนเจ้าตัวแอบหน้าแดง คว่ำมือถือที่เพิ่งได้คืนลงบนตักไหน ๆ ตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องปิดบังกันแล้ว สู้เขาบอกพี่สาวไปตรง ๆ ดีหรือไม่ว่าน้องเขยคุณพี่ แอบมา ‘ทักทาย’ ตนด้วยความคิดถึงก่อนรถคุณพี่จะเข้ามาจอดที่ลานหน้าตำหนักเสียอีก คิดไปคิดมาเล่าละเอียดเดี๋ยวพี่สาวจะกังวลอีก เม้มปากครุ่นคิดอยู่สักพักนันก็ตัดสินใจตอบแบบอ้อม ๆ เสียงแผ่ว“ก่อนขึ้นรถนันก็กอดพี่ไปแล้วไง อีกอย่างนันมีสังหรณ์ว่าตอนนี้พี่รันน่าจะ…”“น่าจะอะไร” แค่พูดว่าสังหรณ์ใจเฉย ๆ ยังถามเสียงเข้มปานนี้ ตกลงว่าหนึ่งเดือนที่เขาโดนกักตัว พี่ตากับคุณแฟนทั้งสองไม่ได้ลองพูดคุยกันเลยหรือ“พี่ตาก็ นันแค่เป็นห่วงพวกพี่เขาเฉย ๆ เอง~”นึกว่าแกล้งทำเป็นไม่จริงจังแล้วพี่สาวจะยอมเล่นตามน้ำไปด้วย แต่ผิดคาด หลังเจ้ากระแตพูดจบ พี่สาวกลับมีท่าทีอ้ำอึ้ง มุมปากยกขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่สายตาแอบเลิ่กลั่กอยู่หน่อยหนึ่ง เอาล่ะ ไอ้นันใจคอไม่ดีจริง ๆ แล้ว อย่าบอกนะว่าพี

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทที่ 33 [เพื่อ ค ร อ บ ค รั ว]

    บทที่ 33 [เพื่อ ค ร อ บ ค รั ว]ใบหน้าของนันซุกอยู่กับอกพี่สาวจนแทบหายใจไม่ออก ใครจะได้คาดคิดว่าทันทีที่สิตาตื่นขึ้นมา หญิงสาวจะเด้งตัวลุกและพุ่งมากอดนันอย่างรวดเร็วปานนี้ แทบไม่ต้องถามว่าสิตาอยู่ในอารมณ์ไหน มีผีที่หน้าเหมือนแฟนหนุ่มของน้องน้อยอยู่ในบ้านเชียวนะ สิตาไม่สามารถใจเย็นกับเรื่องนี้ได้หรอก!“พี่...พี่ตา ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ที่พี่เห็นนั่นแฟนนันเอง!” นันดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของพี่สาวได้สำเร็จ ใบหน้าหวานแอบแดงนิด ๆ จากการถูกกอดรัด มองไปทางแฟนหนุ่มทั้งสอง พี่รันหน้าซีดหนักทั้งยังดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่กัน ให้ตายเถอะ รายหลังเพิ่งจะส่งซิกให้เขาเอาแก้วทุบหัวพี่สาวตัวเองหรือเปล่าตลกบริโภคไม่รู้เวลาจริง ๆ ตาคนนี้ อยากโดนน้ำมนต์ฉีดใส่หรือ!“ฉันไม่ได้หมายถึงคุณรัน มันมีคนที่หน้าเหมือนคุณรันอยู่ข้าง ๆ แกเว้ย!”“ก็นั่นแหละ คนนั้นก็แฟนนันเหมือนกัน!”“...ฮะ?” สิตาถึงกับสะบัดหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ก็เข้าใจได้ นันเองก็มีสีหน้าตกใจไม่ต่างกันเท่าไร เมื่อครู่เขาลนลานเพราะพี่สาวทำท่าจะลากเขาออกจากบ้าน ด้วยความที่คิดอะไรไม่ทันจึงโพล่งคำพูดโดยไม่ผ่านการคิดให้ดีสิ่งที่พูดออกม

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทที่ 32 [เกือบแล้ว...เกือบจะดีแล้ว]

    บทที่ 32 [เกือบแล้ว...เกือบจะดีแล้ว]เค้กที่เพิ่งอบเสร็จหมาด ๆ ถูกนำขึ้นมาวางบนแทนหมุน นันโปะครีมนมสดสีขาวลงไป ตกแต่งหน้าเค้กอย่างพิถีพิถัน รองพื้นด้วยครีมนมสดสีขาวแต่งกลิ่นวานิลลา ใช้ถุงบีบครีมบรรจงสร้างดอกกุหลาบสีชมพู ทำแต่ละดอกอย่างตั้งใจให้ออกมาสวยงาม ในส่วนของน้ำตาลปั้น นันทำออกมาเป็นรูปตุ๊กตุ่นเจ้าบ่าวสามตัว สองตัวสวมชุดทักซิโดสีดำ อีกตัวสวมชุดทักซิโดสีขาวคนที่เพิ่งจะหายดีเป็นปลิดทิ้งมองผลงานที่เสร็จแล้วด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข จริตออกขนาดว่ามองจากปากซอยก็รู้ว่าเป็นแม่บ้านข้าวใหม่ปลามัน (ทึกทักเอาเองล้วน ๆ )นี่คือเค้กแต่งงานของเขา ไม่สิ...ของ ‘พวกเขา’ ต่างหาก“เมื่อวานยังบ่นปวดเอวอยู่เลย ยืนแต่งหน้าเค้กตั้งนานเราไม่เมื่อยบ้างเหรอ?”“เฮ้ย มึงก็ถามแปลกนะ มึงกับกูเผลอแบ่งพลังให้น้องไปตั้งขนาดนั้น ดูหน้าซะก่อน ใสกว่านี้ก็แก้วแล้วมั้ง”พี่กันนี่ก็ พอไม่มีแรงถึงขั้นสลับร่างไม่ได้ก็งอแงใหญ่เชียวนะนันหัวเราะเบา ๆ ขณะเงยหน้าขึ้นมองไปทางชายหนุ่มทั้งสอง เรื่องเมื่อวาน...คงต้องเรียกมันว่าอุบัติเหตุที่บังเอิญให้ผลลัพธ์เหนือความคาดหมาย อาการกระเหี้ยนกระหือรือที่เกิดจากสถานะผิดปกติของนัน เมื่อได

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทที่ 31 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (2)]

    บทที่ 31 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (2)]โดนส่งคลิปมายั่วใครทนได้ก็ทนไป กันที่มีความต้านทานต่อการถูกยั่วยวนต่ำกว่าระดับน้ำในขันตูดรั่วไม่สามารถทนได้ จากที่เห็นในคลิป นอกจากสายตาของเจ้ากระแตจะดูเชิญชวนอย่างร้ายกาจ สภาพยังไม่ต่างจากในหนังโป๊ที่กระตุ้นความต้องการได้อย่างดี กันกัดฟันขณะหุนหันออกมาจากร้านแล้ววาดขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ ก่อนหน้านู้นเคยเห็นกล่องของเล่นผู้ใหญ่ของนันแล้วหนหนึ่ง เขานึกว่าที่อยู่ในกล่องคือทั้งหมดแล้ว น่าตกใจจริง ๆ ที่นันยังมีของเล่นที่เขาไม่เคยเห็นอยู่อีกมิหนำซ้ำ...นึกถึงคลิปที่ทำเอาเลือดลมลงไปเลี้ยงเอ็นร้อน จากมุมนันคงเอากระจกมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงไม่ผิดแน่ เจ้ากระแตขี้ยั่วนี่นะ ตั้งใจเอามือถือปิดส่วนนั้นไม่ให้เห็นช่องทางด้านหลัง พอกดอัดคลิป หลังจุ๊บของเล่นแท่งยาวสีดำเงาให้เขาสูดหายใจหนัก ๆ เจ้าตัวก็ตั้งใจปล่อยน้ำเชื้อปลอมที่กักเอาไว้ในรูรักออกมาถ้าเขาไม่ขาดสติตอนเจอหน้าเจ้าตัว กันอยากถามแฟนตัวเล็กนักว่าเชี่ยวชาญขนาดนี้แอบเปิดOnly fanมาก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่...เดือนละเท่าไรก็บอกมา พร้อมเป็นสมาชิกรายเดือนแบบตลอดชีพ!...ก็แย่แล้ว หากเจ้ากระแตขายคอนเทนต์แบบนั้นจริงกันหวงจนอกแ

  • ข้างบ้าน…ดุนะ   บทที่ 30 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (1)]

    บทที่ 30 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (1)]เมื่อคืนฝนตกหนัก บรรยากาศก็แอบวังเวงเหมือนจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทว่ามีแฟนหนุ่มดูแลเป็นอย่างดี นันจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ และไข้ที่ขึ้นสูงก็ลดลงแทบหายเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง เดิมทีอาการดีขึ้นแบบนี้แล้ว ร่างบางตั้งใจว่าหลังนอนกลิ้งจนสบายใจจะลุกมาทำงานบ้าน ถึงอย่างไรพวกลูกน้องก็ทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด รายละเอียดอะไรที่พรกรันย์อาจคิดไม่ถึง นันจดให้ชายหนุ่มไปหมดแล้ว หรือต่อให้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจ ด้วยนิสัยรับปากอะไรก็พยายามทำให้เต็มที่ของชายหนุ่ม อีกฝ่ายคงไม่ลังเลที่จะโทรมาถาม!กระนั้นหลังจากคุณแฟนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปไม่กี่นาที เจ้าปลาดาวที่นอนแผ่อยู่บนเตียงก็เริ่มขยับยุกยิก นันพลิกตัวไปทางซ้ายทีขวาที กลิ้งไปกอดหมอนข้างเหมือนค่างเกาะต้นไม้ แวบหนึ่งได้เอาหน้าซบกับหมอนนุ่ม ๆ มันก็สบายจนร่างกายเริ่มผ่อนคลายอีกครั้ง เพียงแต่ไม่ถึงอึดใจเรียวขาขาวกลับขยับถูไถหมอนข้าง...เจ้ากระแตตาหวานยังคงหลับตาแต่คิ้วขมวดแทบผูกเป็นโบ เหมือนจะมีความร้อนรุ่มแผ่กระจายจากท้องน้อยไปทั่วร่าง อาการเช่นนี้นันค่อนข้างคุ้นเคย ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ตัวเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status