LOGINบทที่ 3 [พี่ข้างบ้าน...56]
ฮ่า ชัยชนะมันช่างหอมหวาน!
หลังจากบดสะโพกเอาคืนพี่ข้างบ้านได้สำเร็จ เหล้าทุกแก้วต่อจากนั้นก็เหมือนจะหวานอร่อยเป็นพิเศษสำหรับนัน ถึงเวลาร่ำลากับบอลลี่ เขาก็พักที่ม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อแล้วดื่มน้ำให้พอสร่างเมา อ้อ เพื่อความปลอดภัยบอลลี่ก็นั่งรอเป็นเพื่อนเขาด้วย พูดก็พูดเถอะ ได้คืนวงการหนึ่งวันก็จำได้ว่าตัวเองเสน่ห์แรงพอตัว ขนาดวันนี้เน้นดื่มขำ ๆ กับเพื่อนยังมีคนเข้ามาขอเบอร์ตั้งหลายคน
แต่นันไม่เอาหรอก จะเคืองพี่ข้างบ้านที่มาปั่นหัวกันแค่ไหน กวาดตามองหาทั้งบาร์ นันก็ยังไม่เจอใครถูกใจตัวเองมากเท่าอีกฝ่ายเลย
“แกสร่างยังนัน รถที่ฉันเรียกจะมาละ”
“อือ แกกลับดี ๆ นะ”
บอลลี่ส่งยิ้มให้เขา ลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วก็เดินไปรอรถที่ริมฟุตบาท ด้วยความเป็นห่วงของเพื่อนสาว พอขึ้นรถไปแล้วบอลลี่ยังเลื่อนกระจกรถลงแล้วกำชับว่า ถ้าได้ยินเสียงใครเรียกระหว่างทางกลับบ้านอย่าไปทักเป็นอันขาด โบกมือลาเพื่อนรักเสร็จสีหน้ายิ้ม ๆ ของนันก็จางลง คนตัวเล็กยกขวดน้ำเย็น ๆ ขึ้นมาแนบแก้มให้ตาสว่าง ทว่าจากคำเตือนด้วยความหวังดีของบอลลี่ ความเย็นมันก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไร
เฮ้อ พอโดนคนใกล้ตัวทักบ่อย ๆ ก็ชักไม่สบายใจขึ้นมาแล้วสิ...
นึกถึงทางกลับบ้านของตัวเองมันก็เปลี่ยวมากเสียด้วย ไม่ใช่แค่ผีหรอกที่เขาต้องกลัว สำหรับนันยังไง ๆ คนก็น่ากลัวกว่าผี คิดดูสิ ผีเนี่ยถ้ามาขวางหน้ารถก็ขับทะลุผ่านได้ แต่ถ้าเป็นคนชนไปปั๊บงานหยาบเลยนะ แล้วสองข้างทางเข้าบ้านเขาก็ดันเป็นพกหญ้ารก ๆ อีก เกิดมีหมาแมววิ่งตัดหน้ารถล่ะ
อืม คิดแบบนี้แล้วสิ่งที่น่ากลัวกว่าผีมีเยอะเลยไม่ใช่หรือ สบายใจละ กลับบ้านดีกว่า!
เดินกลับไปที่รถของตัวเองแล้วสตาร์ตเครื่องมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางนันเห็นว่ายังไงก็ไม่มีใครขับตามหลังจึงขับช้า ๆ และเปิดไฟดูทางข้างหน้าตลอด เป็นการกลับบ้านหลังสังสรรค์กับเพื่อนที่ลุ้นระทึกที่สุดในชีวิต แต่นันก็ยังมอโลกในแง่ดีว่าผ่านบ่อย ๆ เดี๋ยวตัวเองก็คงชิน
ปึก!
ลงจากรถไปเลื่อนประตูบ้าน หางตาเหมือนจะเห็นเงาดำ ๆ แวบผ่าน นันสะดุ้งรีบหันไปมองโดยสัญชาตญาณ ที่ว่าคำพูดของคนใกล้ตัวมันมีอิทธิพลก็ไม่ผิดเลย อยู่ ๆ วันนี้ละแวกบ้านใหม่ที่ตัวเองเคยมองว่าเงียบสงบดี มันก็กลายเป็นเงียบจนเข้าขั้นวังเวง นันรีบเลื่อนประตูเอารถเข้าไปจอดด้านในแล้วปิดประตูรั้ว เช็กถึงสองรอบว่าตัวเองปิดบ้านเรียบร้อยดีถึงหันหน้าเตรียมเข้าบ้าน...
กำลังจะอุ่นใจอยู่แล้วแต่ก็ดันมีลมเย็น ๆ พัดมาทางข้างหลังชวนให้ขนลุก
วูบ...
“นะ หนาวแฮะ”
ถ้าเพียงนันเงยหน้ามองไปที่ชั้นสองของบ้านข้าง ๆ สักหน่อย เจ้าตัวคงได้เห็นว่ามีเงาตะคุ่ม ๆ แอบมองตนเองผ่านหน้าต่างอยู่...
...
เช้าวันต่อมา
เมื่อวานโดนบอลลี่พูดกรอกหูจนแอบกังวลใจ แต่เอาเข้าจริงกลับเข้าบ้านแล้วนันก็ไม่เห็นเจออะไรแปลก ๆ เลยสักนิด
“อือ...”
คนหน้าหวานลุกขึ้นมาจากเตียงในสภาพผมยุ่งเหมือนรังนก เมื่อคืนกลับมาถึงด้วยความขี้เกียจ ล้างเครื่องสำอางแบบขอไปทีแล้วนันก็ทิ้งตัวลงนอนทันที เช้านี้ตื่นมาจึงยังอยู่ในชุดเที่ยวที่หลุดลุ่ยจนโป๊ยิ่งกว่าเดิม
บิดขี้เกียจอยู่สองสามที นันถึงตาสว่างลงจากที่นอนไปเปิดม่าน เขาตั้งใจจะเปิดให้แดดส่องเข้ามาในห้อง จะได้รู้สึกสดชื่นพร้อมรับวันใหม่ ทว่านันมารู้ตัวว่าลืมบางอย่างไปก็ตอนที่เผลอสบตากับคนข้างบ้าน
โอ้...
พอดีว่าห้องนอนของบ้านทั้งสองหลังมันตรงกัน เปิดม่านปุ๊บนันจึงได้ปะหน้ากับหนุ่มข้างบ้านโดยบังเอิญ แวบแรกเห็นว่าชายหนุ่มถอดเสื้อโดยหันหลังให้หน้าต่าง เจอแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเกย์น้อยก็เกือบจะน้ำลายหก ทว่าพอสังเกตเห็นรอยเล็บเป็นทางยาวบนตัวอีกฝ่าย สีหน้าสดใสของคนตัวเล็กก็ขุ่นขึ้นมาทันที
มีรอยเล็บแบบนั้นแปลว่าเมื่อคืนแอบแซ่บกับหนึ่งในสองหนุ่มที่นั่งด้วยกันไม่ใช่หรือ
อิจฉา เอ๊ย น่าหงุดหงิดจริง ๆ!
นันรีบปิดม่านแบบไม่สบอารมณ์แล้วก็สะสางธุระส่วนตัวไปตามเรื่อง จัดการนู่นนี่นั่นเสร็จลงมาเตรียมออกไปทำงาน พี่ข้างบ้านที่จะออกมารดน้ำต้นไม้ เห็นหน้าเขาปุ๊บก็ชะงัก ก้มหน้าก้มตาดูกระอักกระอ่วน หึ สมควรจะกระอักกระอ่วนแล้ว วิธีการปั่นหัวของตัวเองไม่ได้ผล ทั้งยังโดนเอาคืนจนเป้านูนกลางบาร์ ตอนนั้นทำเป็นไม่อายได้ แต่ได้เวลาทบทวนตัวเองตอนนี้น่าจะเก๊กไม่ออกแล้วล่ะสิ!
“เมื่อคืนพี่กันหลับสบายดีไหมครับ”
สีหน้าของนันเต็มไปด้วยความรู้สึกชนะ ยิ่งเห็นว่าพี่ข้างบ้านก้มหน้า และใบหูก็เปลี่ยนเป็นสีแดง อารมณ์ที่ขุ่นมัวก็เหมือนจะดีขึ้นมาหน่อย ๆ อาการแบบนี้สิที่เขาอยากเห็น ดันมาแกล้งปั่นหัวเขาก่อน พอตัวเองโดนบ้างก็ไปไม่เป็น นันขยับเข้าไปใกล้กำแพงที่ใช้ร่วมกัน ช่างทำขนมแกล้งทำท่าส่งมินิฮาร์ตให้ชายหนุ่ม ซึ่งดูเหมือนพี่ข้างบ้านจะงุนงงกับภาษามือที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงชะงักไปชั่วครู่
“นันไปทำงานแล้วน้า~”
ได้เอาคืนรอยยิ้มของคนน่ารักยิ่งเจิดจ้าขึ้นเป็นสามเท่า ไม่สนใจชายหนุ่มแล้ว หยอกเสร็จก็ออกรถไปทำงาน ส่วนหนุ่มข้างบ้านพอยกมือขึ้นมาทำตามที่นันทำให้ดูเมื่อครู่ ครั้นตระหนักได้ว่ามันหมายถึงอะไร เจ้าตัวก็ถึงกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าเลยทีเดียว
“น้องเขาน่ารักดี...อย่าไปยุ่งเลยนะ”
เสียงที่พรกรันย์ได้ยินอยู่คนเดียวตอบขึ้นมา ซึ่งดูจากสีหน้ากลุ้มใจของชายหนุ่ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงนั้นตอบว่าอะไร มันสายไปแล้วจริง ๆ พอตนเห็นว่าเพื่อนบ้านใหม่น่ารักน่าเอ็นดู บางสิ่งที่อยู่ด้วยกันมันก็ยิ่งปรารถนาอีกฝ่ายจนไม่สามารถปรามได้อีก
ถูก...หมายหัวขนาดนี้ ไม่รู้ว่านันจะรับมือไหวหรือไม่!
...
กลางดึกวันเดียวกัน
งานวันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษทั้งยังไม่ใช่ช่วงเทศกาลที่ต้องเตรียมเมนูพิเศษออกขาย เก็บร้านเสร็จนันจึงตรงดิ่งกลับมาพักผ่อนที่บ้าน อย่างไรเสียเมื่อวานก็เที่ยวไปแล้ว เพื่อสุขภาพมันก็ต้องพักกันบ้าง
นันสวมชุดนอนเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงตัวจิ๋วสีชมพูแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ดูเวลาจากมือถือ นี่มันเพิ่งจะทุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง นอนแบบอิ่ม ๆ สักคืนไม่น่าจะเป็นอะไร
“เล่นเกมหน่อยแล้วกัน”
แม้ว่าตามนิสัยการเล่นเกมจะไม่ได้อยู่ในความสนใจของนันสักเท่าไร แต่เพื่อน ๆ บางคนในกลุ่มก็ชอบ ดังนั้นนันจึงมีเกมติดเครื่องอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ เลือกมาสักเกมแล้วก็เล่นฆ่าเวลาไปเรื่อย เริ่มเบื่อก็สลับไปสวมหูฟัง เปิดคลิปเสียงแม่น้ำลำธารกล่อมตัวเองเสริมความผ่อนคลาย
ฟังไปฟังมาเริ่มเคลิ้ม นันก็ตบมือให้ไฟในห้องปิดลง ร่างเล็กดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงไหล่ ไม่นานนักความง่วงก็ค่อย ๆ เข้ามาครอบครองสติอีกครั้ง...
ทั้งห้องมืดสลัว เหลือแต่หน้าต่างเป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียว ดวงตากลมโตที่เริ่มฉายแววง่วงงุนมองไปที่หน้าต่าง ดูเหมือนคนข้างบ้านจะยังไม่นอน ก่อนจะหลับตาลง แวบหนึ่ง...แวบหนึ่งจริง ๆ ที่นันรู้สึกเหมือนเห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่หลังม่าน
เงามันดูใกล้เหมือนยืนอยู่หน้าหน้าต่างบ้านเราเลย แต่บ้านนี้ไม่มีระเบียงนี่...
...
..
.
หลับไปได้สักพักน่าจะไม่ถึงชั่วโมง สติของนันก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงแปลก ๆ
ความรู้สึกแรกก็เป็นความกลัวเพราะนึกถึงเรื่องที่บอลลี่เล่าให้ฟัง ริมฝีปากนุ่มเม้มเข้าหากัน หัวคิ้วขมวดแน่น แวบหนึ่งนันคิดว่าถ้าหลับตาท่องบทสวดในใจเดี๋ยวเสียงโหยหวนแปลก ๆ ก็คงหายไปเอง ทว่าร่างบางท่องจนจบบทก็ยังได้ยินเสียงอยู่เหมือนเดิม
เชื่ย เชี่ย เชี่ย!
นันยกมือขึ้นมาปิดหู ซึ่งในตอนนี้เองที่เจ้ากระแตตาหวานรู้ตัวว่าตนเองสวมหูฟังนอน รู้แล้วมันก็โล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง คนไม่สมัครพรีเมียมก็ชอบโดนโฆษณาแปลก ๆ รบกวนแบบนี้แหละ เขาหัวเราะเจื่อน ๆ ให้กับความสะเพร่าของตัวเอง ที่แท้ก็ลืมถอดหูฟังก่อนนอน เขานี่ก็คิดมากไปเรื่อยจริง ๆ
คนตัวเล็กจัดการดึงหูฟังออก คิดจะเอื้อมไปคว้ามือถือมาดูด้วยว่ามันมีโฆษณาอะไรเข้ามาแทรก ถึงได้ได้ยินเสียงโหยหวนทำเอาใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม มือสวยยกมือถือของตัวเองขึ้นมาดูหน้าจอ แต่แล้ว...
ช็อกหนึ่ง...มือถือแบตหมด จอดำมืด
ช็อกสอง...ถอดหูฟังแล้วได้ยินเสียงโหยหวนดังชัดกว่าเดิมไปอี๊ก!
เอาช็อกสามด้วยดีไหม นันที่ตอนนี้อ้าปากพะงาบ ๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลายขยับเข้าไปใกล้หน้าต่างจากนั้นก็เอานิ้วแหวกม่านมองไปที่บ้านข้าง ๆ
“อ๊ะ! พี่กัน...ผมเสียว..ฮึก!”
O-M-G!
ถ้าแอบดูคนเล่นเสียวทำให้เป็นตากุ้งยิง ตอนนี้นันคงตาบอดไปแล้ว คุณพี่ข้างบ้านน่ะสิ พาคนมากินที่บ้านไม่พอ ห้องทางนั้นปิดไฟ แต่สายตานันปรับเข้ากับความมืดได้ก็เลยเห็นรายละเอียดไม่น้อย ชายหนุ่มสอดแขนแกร่งอุ้มคู่นอนขึ้นให้หลังแน่นกับกระจกหน้าต่าง มือฟอนเฟ้นบีบก้นกลมไปพลาง ซุกไซร้ซอกคอขาวทิ้งรอยกัดไปพลาง
อิจฉา เอ๊ย บัดสีบัดเถลิงที่สุด!
ใบหน้าของนันแดงก่ำแบบห้ามไม่อยู่ เผลอกัดริมฝีปากโดยที่ตาค้างไม่อาจละจากภาพที่เห็น ตอนที่ร่างเล็กนั้นถูกกระแทกแรง ๆ จนครางไม่เป็นภาษา เพราะมองผ่าน ๆ อีกฝ่ายตัดผมสั้นคล้ายเขา ทั้งยังตัวเล็กและขาวเหมือนกัน เผลอครู่เดียวความรู้สึกร่วมมันก็เอ่อล้น ร่างกายของนันเหมือนจะกระตุกตาม ลมหายใจค่อย ๆ กระชั้นถี่
บะ บ้าไปแล้วหรือ เราไม่ควรแอบดูคนข้างบ้านทำแบบนี้นะ!
เทวดาตัวน้อยบนไหล่ของนันพยายามดึงผมร่างหลักให้เลิกมองภาพชวนหวิว กระนั้นมีเทวดาตัวน้อย ตัวมารเองก็มีเช่นกัน เจ้ามารน้อยที่ดูเหมือนนันที่สวมชุดเซ็กซี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันได้กระโดดถีบเทวาจิ๋วแล้วช่วยดันใบหน้าของนันให้เข้าใกล้หน้าต่างกว่าเดิม
คิดว่าเทวดาตัวน้อยของนันเข้มแข็งนักหรือ นู่น โดนเตะทีเดียวก็กระเด็นไปติดฝาบ้านประหนึ่งแมลงวัน ไหลลงไปนอนแผละเป็นศพคาพื้นเป็นที่เรียบร้อย ถ้ามันเป็นความจริงไม่ใช่การเปรียบเปรย ลองซูมดูศพ ต้องเห็นเจ้าเทวดาทิ้งไดอิ้งเมสเสจไว้ว่า ‘หยุดเxนได้แล้ว’ แน่นอน
“อ๊า! พี่กัน!”
เสียงของหนุ่มน้อยคนนั้นเหมือนดังมาจากจิตใต้สำนึกของนันไม่มีผิด ถูกอุ้มไว้ให้ร่างกายแนบชิด สัมผัสกับร่างชื้นเหงื่อโดยตรง ทั้งยังถูกจิกผมบังคับให้หันไปแลกลิ้น รุนแรงเหลือเกิน นันเม้มปาก กว่าที่จะรู้ตัวว่าตนเองแอบดูในสิ่งที่ไม่ควร มือก็เผลอขยับเลื่อนลงไปในกางเกงของตัวเอง
จังหวะลมหายใจของนันหนักขึ้นไม่ต่างจากคนข้างบ้าน นิ้วทั้งห้านวดคลึงแกนกายแบบเร็ว ๆ พอรู้สึกถึงน้ำอยากที่ซึมออกมาจากส่วนหัว เรียวขาเนียนก็เบียดเข้าหากันพร้อมกับเร่งความเร็วมือ
อีกนิด...
“อ๊ะ!”
ทั้งที่อีกนิดเดียวนันก็เกือบจะเสร็จแล้วแท้ ๆ ทว่าพอย้ายสายตาจากคนที่ถูกกระทำไปที่ร่างสูง ชื่นชมร่างกายกำยำและเปี่ยมด้วยพละกำลังได้เพียงชั่วครู่ ดวงตากลมโตพลันเผลอสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีนิลกาฬคู่นั้น
มันช่างเป็นประกายวาววับเหมือนดวงตาของสัตว์ป่า
ร่างเล็กชะงักด้วยความตระหนก พี่ข้างบ้านกำลังยิ้มอยู่งั้นหรือ ใบหน้าหวานกลายเป็นสีแดงก่ำยิ่งกว่าเก่า ดูจากการแสยะยิ้มมองมาที่เขาตาพราว อีกฝ่ายไม่ใช่ว่าเพิ่งจับได้ว่าแอบมองอยู่แน่นอน นันรีบหยุดทุกอย่างแล้วปิดม่านตามเดิม
“แฮ่ก...”
อกกระเพื่อมขึ้นลงตามการหายใจถี่ ๆ หัวใจเต้นรัวเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอน นันไม่เคยรู้สึกสับสนหนักขนาดนี้มาก่อน จริงอยู่ที่เนื้อแท้เขาเป็นคนหื่น แต่ที่ผ่านมาอะไรที่ควรไม่ควรนันก็แยกแยะได้ ไอ้การแอบดูใครบางคนแล้วช่วยตัวเองไปด้วยนี่มัน...
ละ แล้วยิ้มให้เราแบบนั้นหมายความว่ายังไง พี่กันคงไม่ได้ตั้งใจทำให้เราเห็นใช่รึเปล่า?
“บ้าไปแล้วนัน คิดมาก พี่เขาคงไม่เอาคืนแบบนี้มั้ง คงแค่...บังเอิญเลยยิ้มเย้ยใส่ขำ ๆ แหละ...”
แต่ขำ ๆ ของพี่ข้างบ้านนี่เดือดจังเลย เอาจนคู่ครางดังมาถึงบ้านเขาได้ แถมน้ำเสียงยังฟังดูมีความสุขสุด ๆ ที่ถูกชายหนุ่มกระแทกย้ำ ๆ นันด่าตัวเองซ้ำไปอีกรอบแล้วแอบแง้มม่านดูอีกที พอเห็นว่าตอนนี้พี่ชายข้างบ้านเองก็ปิดม่านไปแล้ว นันถึงถอยกลับมาถอนหายใจ
เสียดาย เอ๊ย ค่อยโล่งใจหน่อย...บ้าเอ๊ย จิตใจเราทำไมมันสกปรกแบบนี้นะ!
“...”
เสียงกิจกรรมวาบหวิวเงียบไปแล้ว เหลือแต่เสียงหัวใจของนันที่เต้นรัว ๆ เหมือนจะหลุดจากอกเสียให้ได้ เอาเป็นว่าใครเห็นภาพแบบนั้นมันก็ต้องมีอาการตื่นเต้นตกใจเหมือนเขาอยู่แล้วล่ะ พยายามปรับลมหายใจให้ตัวเองกลับมามีสติอย่างที่ควร นันพยายามแล้ว ทว่ายิ่งพยายามเท่าไรเหมือนภาพที่มันติดตาจะยิ่งฉายชัดในหัว
เจ้าของใบหน้าน่ารักเบะปากก้มมองท่อนล่างของตัวเองที่ไม่สงบลงแม้แต่นอน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเสียการควบคุมขนาดนี้เลยนะ!
“เชี่ยเอ๊ย!”
ยกมือขึ้นมาทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ร่างบางก็ก้มไปหยิบกล่องบางอย่างออกมาจากใต้เตียง ปลดตัวล็อกแล้วเปิดออก ข้างในก็คือสารพัดของเล่นผู้ใหญ่ นันคว้าดิลโด้สีชมพูขนาด 52 ขึ้นมากำด้วยสองมือ
“วันนี้รบกวนด้วยนะครับพี่โรบิน”
หายเข้าไปในห้องน้ำพักหนึ่ง ออกมาอีกทีนันก็ปูผ้ายางสีดำบนเตียง นำหมอนมาวางรองสะโพกให้ได้ตำแหน่งสบาย ๆ ทำแท้งเรียบร้อย เจลพร้อม พี่โรบินก็อาบน้ำแล้ว...ไม่ต้องสืบก็รู้ว่านันกำลังจะทำอะไรกับตัวเอง
“อือ...”
นันกางขาของตัวเองออกแล้วบีบเจลหล่อลื่นลงบนแกนกาย คราวนี้ค่อย ๆ รูดมันขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ขณะที่ในหัวไม่สามารถหยุดจินตนาการถึงคนข้างบ้านได้ นิ้วเรียวก็เบิกทางรูจีบของตัวเอง ขยับเข้า ๆ ออก ๆ จนเจลไร้สีชุ่มขาอ่อนด้านใน
การที่เห็นภาพลามกของคนข้างบ้านแล้วทนไม่ไหวแบบนี้ ถ้าหายหื่นเมื่อไรนันคงด่าตัวเองเป็นร้อยประโยคแน่นอน กระนั้นเรื่องของอนาคตก็ปล่อยให้ตัวเองในอนาคตรับมือไปเถอะ ช่างทำขนมหวานช่วยตัวเองต่อไปจนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะทำอะไรแบบนี้!
“ฮื่อ...อ๊ะ...”
ร่างบางเม้มปากแหงนหน้าขึ้นในตอนที่เริ่มสอดดิลโด้เข้าสู่ช่องทางด้านหลัง กิจกรรมที่ห่างหายไปนานพานให้รู้สึกเหมือนครั้งแรก อะไร ๆ มันก็แน่นไปหมด พอสอดของเล่นเข้ามาเกือบหมด ขนาดขยับด้วยตัวเองนันก็ยังรู้สึกทั้งจุกทั้งเสียว
นี่แค่ 52 นันยังจิกปลายเท้าและกำผ้าปูที่นอนแทบขาด เขาเสียวจนเกือบจะครางเสียงดัง เห็นแวบ ๆ เหมือนพี่ข้างบ้านจะ 56...ให้ตายเถอะ ลองคิดว่าชายหนุ่มล็อกสะโพกของตัวเองไว้แล้วกระแทกหนัก ๆ นันก็ตัวเกร็ง ปลดปล่อยออกมาจนเลอะหน้าท้องตัวเอง หนุ่มหน้าหวานทิ้งตัวนอนหอบ ส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้บ้านข้าง ๆ
เกลียดมาก ถ้าจะตรงสเปกยันหรรมแบบนี้ทำไมต้องแกล้งปั่นหัวเขาด้วยนะ!
ไอ้พี่กัน ไอ้คนชั่ว ฝากไว้ก่อนเถอะ!
บทส่งท้ายแกรก!พอยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถแท็กซี่แล้ว หญิงวัยกลางคนหน้าตาอ่อนโยนก็ปลดตัวล็อกของกระเป๋า ดึงที่จับขึ้น เธอกับสามีไปทำธุระที่ต่างประเทศเกือบหนึ่งปี บุกป่าฝ่าดงในพื้นที่อับสัญญาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ระหว่างนั้นเหมือนมีคนคอยสาปแช่งพวกเธออยู่ไม่มีผิด เดี๋ยวซองกันน้ำรั่วตอนเดินฝ่าแม่น้ำทำให้มือถือพัง เดี๋ยวโน้ตบุ๊กฝุ่นเข้าจนติด ๆ ดับ ๆนี่ยังไม่รวมความซวยจากการติดโรคจนต้องถูกกักตัวในหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง โดนนักต้มตุ๋นหลอกจนเกือบต้องนอนข้างถนน ล่าสุดฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างจนสามารถเชิญหมอผีชื่อดังมาได้ ก่อนกลับประเทศยังเกือบตกเครื่องเพราะจำเที่ยวบินผิดอีก!“เฮ้อ…/เฮ้อ…”คู่สามีภรรยาวิญกุล ที่อยู่ในชุดนักเดินทางโทรม ๆ เงยหน้ามองป้ายชื่อซอยข้างตลาดแล้วเกิดอาการตื้นตัน หลั่งน้ำตาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งอาการของทั้งคู่ หมอผีผิวสีชาวต่างชาติที่ตามมาด้วยก็เฝ้าดูด้วยความเห็นใจ“ในที่สุดเราก็ได้กลับบ้านสักทีนะพ่อ…” นวลหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดน้ำตา ส่งยิ้มให้ประดิษฐ์ผู้เป็นสามี“นั่นสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้ารันจะเป็นยังไงบ้าง”พูดถึงลูกชาย ‘เพียงคนเดียว’ ทั้งคู่ก็หุบยิ้มพากันถอนหายใจ
บทที่ 34 [วาสนาผู้ใด๋น้อ]“แหม ขึ้นรถมาก็ก้มหน้าดูมือถือไม่พูดกับพี่สาวตัวเองเลยเนาะ กลัวคนไม่รู้หรือว่าได้ผู้ชายแล้วลืมพี่ลืมน้องน่ะ” สิตาว่าพลางหักพวงมาลัยรถเลี้ยวออกถนนใหญ่ เธอมองค้อนน้องชายจนเจ้าตัวแอบหน้าแดง คว่ำมือถือที่เพิ่งได้คืนลงบนตักไหน ๆ ตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องปิดบังกันแล้ว สู้เขาบอกพี่สาวไปตรง ๆ ดีหรือไม่ว่าน้องเขยคุณพี่ แอบมา ‘ทักทาย’ ตนด้วยความคิดถึงก่อนรถคุณพี่จะเข้ามาจอดที่ลานหน้าตำหนักเสียอีก คิดไปคิดมาเล่าละเอียดเดี๋ยวพี่สาวจะกังวลอีก เม้มปากครุ่นคิดอยู่สักพักนันก็ตัดสินใจตอบแบบอ้อม ๆ เสียงแผ่ว“ก่อนขึ้นรถนันก็กอดพี่ไปแล้วไง อีกอย่างนันมีสังหรณ์ว่าตอนนี้พี่รันน่าจะ…”“น่าจะอะไร” แค่พูดว่าสังหรณ์ใจเฉย ๆ ยังถามเสียงเข้มปานนี้ ตกลงว่าหนึ่งเดือนที่เขาโดนกักตัว พี่ตากับคุณแฟนทั้งสองไม่ได้ลองพูดคุยกันเลยหรือ“พี่ตาก็ นันแค่เป็นห่วงพวกพี่เขาเฉย ๆ เอง~”นึกว่าแกล้งทำเป็นไม่จริงจังแล้วพี่สาวจะยอมเล่นตามน้ำไปด้วย แต่ผิดคาด หลังเจ้ากระแตพูดจบ พี่สาวกลับมีท่าทีอ้ำอึ้ง มุมปากยกขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่สายตาแอบเลิ่กลั่กอยู่หน่อยหนึ่ง เอาล่ะ ไอ้นันใจคอไม่ดีจริง ๆ แล้ว อย่าบอกนะว่าพี
บทที่ 33 [เพื่อ ค ร อ บ ค รั ว]ใบหน้าของนันซุกอยู่กับอกพี่สาวจนแทบหายใจไม่ออก ใครจะได้คาดคิดว่าทันทีที่สิตาตื่นขึ้นมา หญิงสาวจะเด้งตัวลุกและพุ่งมากอดนันอย่างรวดเร็วปานนี้ แทบไม่ต้องถามว่าสิตาอยู่ในอารมณ์ไหน มีผีที่หน้าเหมือนแฟนหนุ่มของน้องน้อยอยู่ในบ้านเชียวนะ สิตาไม่สามารถใจเย็นกับเรื่องนี้ได้หรอก!“พี่...พี่ตา ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ที่พี่เห็นนั่นแฟนนันเอง!” นันดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของพี่สาวได้สำเร็จ ใบหน้าหวานแอบแดงนิด ๆ จากการถูกกอดรัด มองไปทางแฟนหนุ่มทั้งสอง พี่รันหน้าซีดหนักทั้งยังดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่กัน ให้ตายเถอะ รายหลังเพิ่งจะส่งซิกให้เขาเอาแก้วทุบหัวพี่สาวตัวเองหรือเปล่าตลกบริโภคไม่รู้เวลาจริง ๆ ตาคนนี้ อยากโดนน้ำมนต์ฉีดใส่หรือ!“ฉันไม่ได้หมายถึงคุณรัน มันมีคนที่หน้าเหมือนคุณรันอยู่ข้าง ๆ แกเว้ย!”“ก็นั่นแหละ คนนั้นก็แฟนนันเหมือนกัน!”“...ฮะ?” สิตาถึงกับสะบัดหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ก็เข้าใจได้ นันเองก็มีสีหน้าตกใจไม่ต่างกันเท่าไร เมื่อครู่เขาลนลานเพราะพี่สาวทำท่าจะลากเขาออกจากบ้าน ด้วยความที่คิดอะไรไม่ทันจึงโพล่งคำพูดโดยไม่ผ่านการคิดให้ดีสิ่งที่พูดออกม
บทที่ 32 [เกือบแล้ว...เกือบจะดีแล้ว]เค้กที่เพิ่งอบเสร็จหมาด ๆ ถูกนำขึ้นมาวางบนแทนหมุน นันโปะครีมนมสดสีขาวลงไป ตกแต่งหน้าเค้กอย่างพิถีพิถัน รองพื้นด้วยครีมนมสดสีขาวแต่งกลิ่นวานิลลา ใช้ถุงบีบครีมบรรจงสร้างดอกกุหลาบสีชมพู ทำแต่ละดอกอย่างตั้งใจให้ออกมาสวยงาม ในส่วนของน้ำตาลปั้น นันทำออกมาเป็นรูปตุ๊กตุ่นเจ้าบ่าวสามตัว สองตัวสวมชุดทักซิโดสีดำ อีกตัวสวมชุดทักซิโดสีขาวคนที่เพิ่งจะหายดีเป็นปลิดทิ้งมองผลงานที่เสร็จแล้วด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข จริตออกขนาดว่ามองจากปากซอยก็รู้ว่าเป็นแม่บ้านข้าวใหม่ปลามัน (ทึกทักเอาเองล้วน ๆ )นี่คือเค้กแต่งงานของเขา ไม่สิ...ของ ‘พวกเขา’ ต่างหาก“เมื่อวานยังบ่นปวดเอวอยู่เลย ยืนแต่งหน้าเค้กตั้งนานเราไม่เมื่อยบ้างเหรอ?”“เฮ้ย มึงก็ถามแปลกนะ มึงกับกูเผลอแบ่งพลังให้น้องไปตั้งขนาดนั้น ดูหน้าซะก่อน ใสกว่านี้ก็แก้วแล้วมั้ง”พี่กันนี่ก็ พอไม่มีแรงถึงขั้นสลับร่างไม่ได้ก็งอแงใหญ่เชียวนะนันหัวเราะเบา ๆ ขณะเงยหน้าขึ้นมองไปทางชายหนุ่มทั้งสอง เรื่องเมื่อวาน...คงต้องเรียกมันว่าอุบัติเหตุที่บังเอิญให้ผลลัพธ์เหนือความคาดหมาย อาการกระเหี้ยนกระหือรือที่เกิดจากสถานะผิดปกติของนัน เมื่อได
บทที่ 31 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (2)]โดนส่งคลิปมายั่วใครทนได้ก็ทนไป กันที่มีความต้านทานต่อการถูกยั่วยวนต่ำกว่าระดับน้ำในขันตูดรั่วไม่สามารถทนได้ จากที่เห็นในคลิป นอกจากสายตาของเจ้ากระแตจะดูเชิญชวนอย่างร้ายกาจ สภาพยังไม่ต่างจากในหนังโป๊ที่กระตุ้นความต้องการได้อย่างดี กันกัดฟันขณะหุนหันออกมาจากร้านแล้ววาดขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ ก่อนหน้านู้นเคยเห็นกล่องของเล่นผู้ใหญ่ของนันแล้วหนหนึ่ง เขานึกว่าที่อยู่ในกล่องคือทั้งหมดแล้ว น่าตกใจจริง ๆ ที่นันยังมีของเล่นที่เขาไม่เคยเห็นอยู่อีกมิหนำซ้ำ...นึกถึงคลิปที่ทำเอาเลือดลมลงไปเลี้ยงเอ็นร้อน จากมุมนันคงเอากระจกมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงไม่ผิดแน่ เจ้ากระแตขี้ยั่วนี่นะ ตั้งใจเอามือถือปิดส่วนนั้นไม่ให้เห็นช่องทางด้านหลัง พอกดอัดคลิป หลังจุ๊บของเล่นแท่งยาวสีดำเงาให้เขาสูดหายใจหนัก ๆ เจ้าตัวก็ตั้งใจปล่อยน้ำเชื้อปลอมที่กักเอาไว้ในรูรักออกมาถ้าเขาไม่ขาดสติตอนเจอหน้าเจ้าตัว กันอยากถามแฟนตัวเล็กนักว่าเชี่ยวชาญขนาดนี้แอบเปิดOnly fanมาก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่...เดือนละเท่าไรก็บอกมา พร้อมเป็นสมาชิกรายเดือนแบบตลอดชีพ!...ก็แย่แล้ว หากเจ้ากระแตขายคอนเทนต์แบบนั้นจริงกันหวงจนอกแ
บทที่ 30 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (1)]เมื่อคืนฝนตกหนัก บรรยากาศก็แอบวังเวงเหมือนจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทว่ามีแฟนหนุ่มดูแลเป็นอย่างดี นันจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ และไข้ที่ขึ้นสูงก็ลดลงแทบหายเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง เดิมทีอาการดีขึ้นแบบนี้แล้ว ร่างบางตั้งใจว่าหลังนอนกลิ้งจนสบายใจจะลุกมาทำงานบ้าน ถึงอย่างไรพวกลูกน้องก็ทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด รายละเอียดอะไรที่พรกรันย์อาจคิดไม่ถึง นันจดให้ชายหนุ่มไปหมดแล้ว หรือต่อให้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจ ด้วยนิสัยรับปากอะไรก็พยายามทำให้เต็มที่ของชายหนุ่ม อีกฝ่ายคงไม่ลังเลที่จะโทรมาถาม!กระนั้นหลังจากคุณแฟนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปไม่กี่นาที เจ้าปลาดาวที่นอนแผ่อยู่บนเตียงก็เริ่มขยับยุกยิก นันพลิกตัวไปทางซ้ายทีขวาที กลิ้งไปกอดหมอนข้างเหมือนค่างเกาะต้นไม้ แวบหนึ่งได้เอาหน้าซบกับหมอนนุ่ม ๆ มันก็สบายจนร่างกายเริ่มผ่อนคลายอีกครั้ง เพียงแต่ไม่ถึงอึดใจเรียวขาขาวกลับขยับถูไถหมอนข้าง...เจ้ากระแตตาหวานยังคงหลับตาแต่คิ้วขมวดแทบผูกเป็นโบ เหมือนจะมีความร้อนรุ่มแผ่กระจายจากท้องน้อยไปทั่วร่าง อาการเช่นนี้นันค่อนข้างคุ้นเคย ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ตัวเ







