ANMELDENบทที่ 1 [พี่ข้างบ้าน]
วันแรกที่ตื่นขึ้นมารับอรุณในบ้านใหม่ เรื่องที่ต้องจัดการก็มีเยอะเสียจนนันไม่มีโอกาสจะได้คิดเรื่องเพื่อนบ้านอีก
ทั้งต้องขนของที่เหลือลงจากรถแล้วก็จัดบ้านจัดช่อง เนื่องจากนึกขึ้นได้ว่าที่ทางเข้าซอยถัดไปหน่อยมีตลาดสดขนาดใหญ่อยู่ ตามที่พี่สาวขอ (แกมบังคับ) เรื่องต้องไหว้เจ้าที่ มันก็พอดีเลยไม่ใช่หรือ ของไหว้ทั้งหลายหาได้ที่ตลาดสด อีกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองอดตาย นันก็ควรซื้อของกินมาติดตู้เย็นเอาไว้บ้าง ตัดสินใจปุ๊บนันก็ออกไปที่ตลาดแต่เช้า คิดว่าไหน ๆ ตัวเองก็จะมาอยู่แถวนี้ อีกหน่อยคงได้แวะมาที่ตลาดนี้บ่อย ๆ แน่นอน นันจึงถือโอกาสทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดไปในตัว
พูดเองมันก็ยังไง ๆ อยู่นะ แต่เพราะนันจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี พอบวกกับชอบแต่งตัวเข้าไปอีก พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากจึงให้ความสนใจนันมิใช่น้อย ถูกต้อนรับด้วยรอยยิ้มมากเป็นพิเศษ กับบางร้านที่เจ้าของใจดีหน่อยก็แถมนู่นแถมนี่ให้จนเกือบจะถือไม่ไหว
แต่มันก็น่าแปลกอยู่นะ ไม่ว่าจะคุยกันอย่างถูกคอแค่ไหน พอนันแนะนำตัวว่าเป็นคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในซอยข้างตลาด ทุกคนเป็นต้องรีบตัดบทแล้วเพิ่มของแถมให้ทุกที...
ใจดีกันจริง ๆ สงสัยต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ตาซะแล้ว พี่เขาจะได้สบายใจขึ้นมาบ้าง
เจ้ากระแตตาหวานก็ยังคงมองโลกในแง่ดี ไม่ได้นำพาใด ๆ กับความมีพิรุธของผู้คนในตลาด ที่จริงเจ้ากระแตคิดว่ากับคนที่เพิ่งมาใหม่ คนในพื้นที่จะปฏิบัติด้วยประมาณนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรด้วยซ้ำ
นันแบกของแล้วก็เปิดท้ายรถตัวเอง ค่อย ๆ จัดของที่ซื้อมาอย่างระมัดระวังไม่ให้พวกผักและผลไม้ช้ำ ตามประสาคนที่ชอบเตรียมตัวเผื่อเข้าขั้นโดนหาว่าเป็นพวกบ้าหอบฟางบ่อย ๆ รถของนันจึงเป็นรถที่พับเบาะหลังแล้วมีพื้นที่เก็บของเยอะ ขนาดได้ของแถมมาล้นมือ พอจัดวางอย่างเป็นระเบียบแล้วก็ยังมีพื้นที่เหลืออีก แทบจะยัดจักรยานเข้าไปได้อีกคัน
รถไม่สมตัวงั้นหรือ ถึงจะมีกรรมตรงที่ไม่ได้ขายาวเท่าแม่กับพี่สาว แต่เบาะมันก็ปรับได้ไหมล่ะ แค่ปรับนิดหน่อยเท้าก็แตะเบรกได้เหมือนคนทั่วไป ที่สำคัญรถคันนี้ทำให้นันประหยัดค่าขนวัตถุดิบมาแล้วหลายครั้ง ใครจะมองอย่างไรก็ช่างเขาเถอะ!
หืม...
ขณะที่ร่างเล็กกำลังยืนคิดว่าตัวเองยังลืมอะไรอีกหรือไม่ อยู่ ๆ เสียงตะโกนพูดคุยในตลาดก็เหมือนจะเงียบลงแบบผิดปกติ ทีแรกนันคิดไปว่ามีคนมาเก็บค่าแผงเหมือนในละคร แต่เพราะได้ยินเสียงเตะขาตั้งจักรยานดังมาจากด้านหลัง หันไปมองปุ๊บ นันก็เหมือนจะเข้าใจสาเหตุที่ทุกคนเงียบ
ดูหนุ่มหล่อที่เพิ่งจอดจักรยานข้างหลังเขาเสียก่อน ทั้งสูงทั้งหุ่นนายแบบเบอร์นี้ ต่อให้เดินผ่านขบวนแห่นาคก็คงทำให้ทุกคนเงียบกริบได้เหมือนกัน
ไม่ได้อยากจะทำตัวแบบนี้ แต่พอดีสัญชาตญาณมันยากจะห้ามกันได้ หลังมองหน้าเจ้าของผมสั้นเกรียนด้วยความตะลึงไปแล้ว ดวงตากลมโตของนันก็ค่อย ๆ เลื่อนลงด้านล่าง ให้วิเคราะห์จากประสบการณ์คนที่กินเรียบมาแล้วเจ็ดย่านน้ำ ภายใต้เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งนั่นต้องเป็นมัดกล้ามแน่น ๆ น่ากินแน่นอน!
ไม่นะนัน แกเพิ่งอกหัก ปล่อยพี่เขาไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขา!
หยิกนอให้ตัวเองได้สติแล้วนันก็รีบปิดท้ายรถ สตาร์ตเครื่องยนต์บึ่งกลับบ้านไปเก็บของ
“...”
ช่างทำขนมคนซื่อไม่รู้เลยสักนิดว่าหลังตัวเองเคลื่อนรถออกจากตลาดแล้ว ชายหนุ่มหน้านิ่งคนนั้นจะแอบมองส่งจนลับสายตา...
...
บ่ายสอง
“ครับ นันซื้อของเข้าบ้านแล้ว พอดีหลังซอยออกไปมีร้านสะดวกซื้อ นันเลยได้ซื้อพวกน้ำยาล้างจานมาด้วย ขาดแต่พวกจานชามสวย ๆ อ่ะ...อือ ไว้พรุ่งนี้เสร็จงานที่ร้านแล้วนันว่าจะไปดูในห้างก่อนกลับบ้าน”
จบด้วยการพี่สาวสวดไปทีว่าจะไปซื้อจานชามที่ห้างทำไมมันแพง แต่พี่สาวไม่เข้าใจเขา นันพิถีพิถันเรื่องของใช้เกี่ยวกับอาหารมาก ยังไงจานชามมันก็ต้องเอามาเก็บไว้ในครัวใช่ไหม คิดว่าทำไมเขาถึงเสียเงินค่าแต่งครัวไปตั้งเยอะ...ก็ครัวมันคือที่ทำงานของเขาด้วย และเขาไม่ชอบทำงานในที่ที่ไม่คุมโทน!
อ่า ถ้าตอนนี้ไม่มีจานชาม ถ้าอย่างนั้นจะถวายเครื่องเซ่นให้เจ้าที่อย่างไร แน่นอนว่าเรื่องนั้นนันเตรียมพร้อมไว้แล้ว
สำหรับคนที่ไม่ได้เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ การไหว้เจ้าที่คงไม่ได้ทำบ่อย ๆ ดังนั้นนันจึงยอมซื้อของที่พอจะหาได้จากตลาดมาจนครบตามที่พี่สาวสั่ง ถ้วยเล็ก แก้วน้ำรวมไปถึงถาดที่ใช้ใส่ของไหว้เจ้าที่ ซึ่งแน่นอนว่าหลังใช้เสร็จ ชะตากรรมของพวกมันก็คือถูกนันเก็บลืมในห้องเก็บของจนฝุ่นจับ...
“ทำไม่ถูกพี่จะบ่นไหมเนี่ย”
คนตัวเล็กยืนเกาหัวตรงเคาน์เตอร์ครัวแล้วก็นำผลไม้จากถุงไปล้างให้สะอาด เตรียมของไหว้ใส่ถาดพร้อมนันก็ออกไปไหว้ศาลเจ้าที่ที่สวนหน้าบ้าน จุดธูปกี่ดอก ต้องบอกกล่าวอะไรในใจก็ทำไปตามพิธีการ เสร็จสิ้นพิธีก็ตามวิถีของน้องชายผู้ไม่อยากโดนพี่บ่น...นันถ่ายรูปหลักฐานส่งทางไลน์ ผ่านไปพักใหญ่ไม่โดนโทรมาโวยว่าทำอะไรผิดก็กลับเข้าบ้านไปจัดของต่อ
ทั้งวันหมดไปกับการจัดระเบียบ กว่าจะรู้ตัวก็เป็นเวลาเย็นแล้ว มองออกไปทางประตูที่เปิดไว้ระบายอากาศ จากแสงตอนนี้ท้องฟ้าคงกลายเป็นสีม่วงอมส้ม ใช้ภาษาตามพี่สาวคงต้องบอกว่าเป็นเวลา ผีตากผ้าอ้อม ใช่หรือไม่
ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทั้ง ๆ ที่ยังถือไม้กวาดไว้ในมือ
“ฮู่ว ไม่มีช่องให้โทรไปบอกพวกบอลลี่เลยว่าย้ายบ้านแล้ว...”
แก๊งเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยของนัน อันที่จริงพอคบกับวินก็ห่างกันไปมาก แต่ด้วยความที่เพื่อนแท้ตัดกันไม่ขาด ถึงนันจะเลิกเที่ยวแต่ก็ยังติดต่อกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอ และตอนนี้พวกนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่านันเลิกกับวินแล้ว คิดถึงเพื่อน ๆ ขึ้นมา นันก็ถอนหายใจอีก ร้านยาที่แฟนเก่าเขาทำงานอยู่ค่อนข้างใกล้กับที่ทำงานของบอลลี่เสียด้วย ไม่รีบบอกว่าเลิกกันแล้ว ตัวเปิดอย่างบอลลี่อาจจะเข้าไปหาเรื่องจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นมาก็ได้
เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น นันจึงตัดปัญหาด้วยการพิมพ์รายงานสถานการณ์ประหนึ่งเรียงความ เช็กความเรียบร้อยหนึ่งรอบแล้วจึงกดส่งในแชตกลุ่ม โยนลงไปตู้มเดียว ไม่นานก็ขึ้นมาว่าเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มเข้ามาอ่านอย่างรวดเร็ว กระนั้นตัวเลขที่แสดงว่าข้อความถูกอ่านแล้วมันเชื่อไม่ได้หรอก
ดูสิ บอลลี่ เพื่อสนิทที่สุดของเขาตอบมาอย่างไวเชียว ‘ยาวไปไม่อ่านค่ะดีออก รอเลิกงานแล้วจะมาอ่าน อย่าดันแชตกันนะเพิ่ล ๆ ’
นันแอบกลอกตาไปทีหนึ่ง ทำมาเป็นรักงาน รู้หรอกว่าจริง ๆ เดี๋ยวก็แอบอ่านในที่ทำงานนั่นล่ะ ที่ไม่ทักอะไรคงเพราะอ่านไปบรรทัดเดียวก็รู้แล้วว่าเขาเลิกกับแฟน สำหรับกลุ่มเพื่อนแก๊งนางฟ้า ปัญหาเรื่องหัวใจถือเป็นเรื่องใหญ่ ใครตอบแบบผ่าน ๆ ขอไปทีต้องโดนสาปไปเจ็ดรุ่น
เชื่อเขาสิ เดี๋ยวคืนนี้ต้องมีคนส่งคำปลอบใจมาให้เขาเต็มแชต จากนั้นก็จะมีคนปิดท้ายว่าวันหยุดหน้าไปดื่มย้อมใจกันดีกว่า
แต่เดี๋ยวนะ...พรุ่งนี้เช้าพี่ตาบังคับให้ใส่บาตร ถ้าต้องเตรียมของแล้วไปดูร้าน...โอยตาย พี่ตานะพี่ตา อยากให้น้องทำบุญให้ชีวิตดีขึ้นแต่ไป ๆ มา ๆ มันยุ่งยากนะเนี่ย!
เพียงคิดว่าต้องตื่นมาเตรียมกับข้าวไว้ใส่บาตรพระอีก นันก็อยากสลายร่างเป็นผุยผง ใบหน้าน่ารักตอนนี้มู่ทู่อย่างกับอะไรดี
“เฮ้อ...”
ด้วยความเหนื่อยใจแต่ไม่กล้าโทรไปอิดออดใส่พี่สาว ทิ้งไม้กวาดแล้วตีขาไปมาบนโซฟาอยู่สักพัก นันก็ถอนหายใจ เวลาแบบนี้ได้สูดอากาศสักหน่อยน่าจะดีขึ้น คนตัวเล็กลุกจากโซฟา ทีแรกจะตรงไปที่หน้าบ้าน ทว่าเดินไปถึงหน้าประตูก็ได้กลิ่นธูปโชยมาแตะจมูก ร่างบางย่นคิ้วเล็กน้อย
เฮ้อ สูดอากาศหน้าบ้านคงได้แสบจมูกเพราะกลิ่นธูปแน่ ๆ ไปหลังบ้านก็ได้
แล้วนันก็เปลี่ยนทิศทาง เดินไปเปิดประตูหลังบ้าน ออกมาก็ยืนบิดขี้เกียจ เริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วก็ใช้สายตาพิจารณาว่าจะแต่งสวนหลังบ้านอย่างไรดีไปเพลิน ๆ
ในตอนนั้นเองที่นันได้ยินเสียงคนเติมน้ำใส่กะละมังดังมาจากบ้านข้าง ๆ
เรียกว่าจังหวะบุพเพสันนิวาสก็ว่าได้ กำแพงปูนที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้านมันเตี้ย มองเลยไปนันก็เห็นพ่อหนุ่มหล่อน่ากินที่เจอที่ตลาดกำลังนั่งเอาดอกบัวมาแช่น้ำ
เตรียมดอกไม้ไหว้พระหรือ โหย แพ้จังเลยผู้ชายธรรมะธัมโม~
สัญชาตญาณร่ำร้อง ไม่สิ ด้วยความที่อัธยาศัยดี (+แรด) นันรีบพุ่งไปเท้าคางส่งสายตาหวาน ๆ ให้พี่ชายข้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว เห็นดวงตากลมโตที่เป็นประกายนี่หรือไม่ วิบวับกว่านี้ก็คริสทัลสวารอฟสกี้แล้ว!
“สวัสดีครับพี่ ผมเพิ่งย้ายมาน่ะครับ”
“…”
“ผมชื่อนันนะ พี่ชื่ออะไรหรือครับ?”
“…”
ถามอะไรก็ไม่ตอบ ทั้งยังก้มหน้าก้มตารอน้ำเต็มกะละมังท่าเดียว หน้าหวาน ๆ ของนันเจื่อนลงเล็กน้อย หรือว่านี่คุณพี่ข้างบ้านจะไม่ชอบเกย์รึเปล่านะ นั่นสินะ บ้านถูก ทำเลดี ถ้าจะมีเพื่อนบ้านแสนดีด้วยมันคงจะสมบูรณ์แบบเกินไป ดูจากที่พี่ชายข้างบ้านไม่แม้แต่จะมองหน้ากันขนาดนี้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นพวกแอนตี้ชาวรุ้งด้วยก็ได้
สึม ผู้หล่อถูกใจแต่นิสัยไม่น่าไปกันได้ ไปดีกว่า เซ้าซี้ต่อเดี๋ยวโดนสาดน้ำไล่จะแย่เอา
ใบหน้านันแต้มด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ ตั้งใจว่าจะโกยเศษหน้าตัวเองไปประกอบในตัวบ้าน แต่จังหวะที่กำลังจะผละจากกำแพงเพื่อหนีจากสถานการณ์น่าอึดอัด เสียงทุ้ม ๆ ก็ลอยมาตามลม ช่วยทำให้ใจที่ฝ่อไปกลับมาสดใสอีกครั้ง
“กูชื่อกัน”
“พี่กันนี่เอง”
หือ ทำไมถูกเขาเรียกชื่อแล้วต้องสะดุ้งหันมามองหน้าตื่น ๆ ด้วย แต่ว่า...ได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแล้ว ที่คิดว่าตัวเองถูกรังเกียจก็ต้องเปลี่ยนความคิด ดูสิ ที่เม้มปากดูเลิ่กลั่กแบบนั้นมันกำลังเขินไม่ใช่หรือ เมื่อคิดถึงคืนแรกที่ตนเองมาถึงบ้านใหม่ นันก็สรุปในใจว่าพี่ข้างบ้านคงเป็นคนขี้อาย
แหม เกือบเข้าใจพี่เขาผิดแล้วนะเรา!
“พี่กันเตรียมดอกไม้ไหว้พระเองเลยหรือครับ ให้นันช่วยไหม พอดีพี่สาวนันเขาชอบทำบุญนันเลยได้ช่วยพับดอกบัวบ่อย ๆ นันพับสวยมากเลยนะครับ”
“มะ ไม่เป็นไร พะ พี่ทำคนเดียวได้”
แทนตัวเองว่าพี่ด้วย ถึงจะแนะนำตัวแบบห่าม ๆ แต่ความจริงก็คงลนจนพูดผิดเองล่ะมั้ง
นันพอจะรู้ตัวว่ารุกแค่ไหนคือมากไป ในเมื่อพี่ข้างบ้านคนหล่อเขาเขินก้มหน้าก้มตาขนาดนี้ ขืนเขารุกต่อมีหวังถูกมองเป็นคนแปลก ๆ เอาแน่ ไม่รู้ล่ะ บังเอิญย้ายมาเจอเพื่อนบ้านหล่อ ๆ หลังเลิกกับแฟนที่นอกใจไป นันถือว่ามันเป็นบุพเพสันนิวาส บุญที่ขยันทำเริ่มออกดอกออกผล!
ปล่อยมือจากกำแพงแล้วเจ้ากระแตก็ยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่าย
“ไว้นันทำขนมไปให้นะครับ ตอนนี้ไม่กวนพี่ละ”
ไม่ได้สิ มัวแต่บ้าผู้ชายจนลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท นันหันหลังให้กำแพงแล้วถึงนึกขึ้นได้จึงหันไปมองพี่ข้างบ้านอีกรอบ บังเอิญแท้ ๆ อีกฝ่ายก็กำลังเงยหน้ามองมาทางเขาพอดี ได้สบตาแล้วยิ่งเห็นว่าพี่ข้างบ้านดูดีกระแทกใจ พอเขินแล้วก้มหน้าก้มตา หูแดงก่ำขึ้นมานี่นันนึกอยากเข้าไปแกล้งงับสักทีให้หายมันเขี้ยว
น่ารักแบบนี้ขอให้โสดเถอะ สาธุ!
ด้วยความเขิน นันเดินเข้าบ้านไปแล้วครึ่งตัวถึงตะโกนถามไปแบบลุ้น ๆ
“พี่โสดใช่ไหมครับ!”
“อือ โสด”
เจอคำตอบนี้เข้าไปเจ้ากระแตตาหวานก็รีบเข้าบ้านไปกรี๊ดอัดหมอน ดิ้นเป็นแซลมอนขาดน้ำบนโซฟาทันที
...
ส่วนหนุ่มข้างบ้าน...
“อย่าไปยุ่งกับเขา”
พรกรันย์ (พอน-กะ-รัน) พูดตอนที่ก้มไปมองเงาสะท้อนตัวเองในกะละมัง ไม่มีทางที่จะมีเสียงใดตอบกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของพรกรันย์กลับดูเคร่งเครียดขึ้นเป็นลำดับ
“เขาขานรับแล้วหรือ แล้วยังไงล่ะ ห้ามเลย สัญญากันแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับคนข้างบ้าน!”
นัยน์ตาสีนิลกาฬจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ จากลมที่พัดมาจนผิวน้ำสั่นไหว แวบหนึ่งเหมือนใบหน้าในเงาสะท้อนจะคลี่ยิ้มกว้าง...
กูถูกใจ อยากได้ยินเสียงตอนมันครางเรียกชื่อกู!
...
นันตื่นมาตอนเช้ามืดก็ไปทำกับข้าวอย่างสดใส แกงส้มมัดใส่ถุงอย่างดี ข้าวก็หุงเสร็จกำลังร้อน ๆ กะว่าตอนพระท่านเดินมาบิณฑบาต ข้าวก็น่าจะอุ่น ๆ พอดีไม่ลวกมือ
เตรียมทุกอย่างพร้อม นันที่มีใจอยากทำบุญ (และแอ๊วผู้ชายข้างบ้าน) ก็เอาโต๊ะปิกนิกไปกางรอใส่บาตรหน้าบ้าน
แต่...เจ้ากระแตแสนร่าเริงรอจนได้ยินเสียงไก่ขัน ก็ไม่มีวี่แววจะมีพระผ่านมา คนหน้าหวานก้มมองนาฬิกาข้อมือด้วยแววตางุนงง ตอนซื้อบ้านนายหน้าบอกว่าไม่ไกลจากซอยนี้มีวัด เพราะงั้นบ้านเขาจึงเป็นทางบิณฑบาตแน่นอนไม่ใช่หรือ แถมตอนขายยังพูดเสียดิบดีว่าพระท่านจะมาแต่เช้าด้วย
จะสายแล้วนะ หรือพระท่านจะบิณฑบาตอยู่ตลาดด้านหน้า กว่าจะเดินเข้ามาถึงบ้านในซอยเราไม่ไปทำงานสายหรือเนี่ย...
ระหว่างที่ลังเลว่าตัวเองจะทำอย่างไรดี นันก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากบ้านข้าง ๆ หันไปมองด้วยความเร็วเหมือนสัตว์ป่า ก็ได้สบตากับพี่ข้างบ้านที่สะพายถุงผ้าเต็มสองแขน
ยังไม่ทันตักบาตรก็รู้สึกเหมือนได้บุญแล้ว บุญตาน่ะ
“อรุณสวัสดิ์ครับพี่กัน หิ้วถุงอะไรเต็มเลย จะไปไหนหรือครับ?”
คนถูกถามช่างเหมือนกวางป่าที่ตื่นตูม ตัวแข็งทื่อแล้วก็หลุบตามองพื้นด้วยความประหม่า
“พี่จะไป...สะ ใส่บาตรที่ตลาด...”
“อ้าว เวลานี้ยังทันใช่ไหมครับ พอดีผมเพิ่งย้ายมาเลยไม่รู้ว่าพระท่านไม่ผ่านเข้ามาในซอยน่ะครับ”
“...เมื่อก่อนก็มานะ แต่ตั้งแต่พี่มาอยู่ก็ไม่มาแล้ว”
บทเรียนชีวิต 101 ปกติได้ยินแบบนี้คนมีสติน่าจะเอะใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่านันโดนนอบังตาเลยยิ้มซื่อ ๆ กะพริบตาปริบ ๆ ใส่หนุ่มข้างบ้าน อะไรที่มันน่าสงสัยผ่านเข้าหูซ้ายแล้วก็ทะลุออกหูขวาปลิวหายไปกับสายลม ถ้าเกิดเจ้าที่ในศาลหน้าบ้านแสดงตัวตนออกมาได้ เชื่อว่าท่านคงคว่ำถาดของไหว้แล้วยกมือขึ้นมานวดขมับอย่างแน่นอน
เจ้ากระแตตาหวานช่างไม่รู้บ้างเลยว่าคนข้างบ้านพยายามเตือนด้วยความหวังดีแล้ว
“ของเยอะแบบนี้ติดรถไปกับนันไหมครับ ยังไงนันก็กะใส่บาตรแล้วเลยไปทำงานพอดีเลย”
“มะ ไม่เป็นไร พี่มีจักรยาน”
“แต่ของพี่กันเยอะมากน้า ไม่ลำบากแย่หรือ รถนันกว๊างกว้าง เอาจักรยานพี่ใส่ท้ายรถยังได้เลยครับ”
ปิดท้ายด้วยการเอียงคอนิด ๆ ในแบบที่ชายแท้เห็นยังหวั่นไหว นันเชื่อว่าตัวเองก็ทำได้ดีดูจากทั้งหน้าทั้งหูที่แดงเรื่อของชายหนุ่ม ทว่าไม่รู้ว่าอะไรห้ามพี่ชายข้างบ้านอยู่ เจ้าตัวถึงได้รีบขึ้นคร่อมจักรยานแล้วปั่นฉิวผ่านหน้าบ้านนันไป
คนตัวเล็กที่ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นยืนยิ้มค้าง ได้สติอีกทีก็ยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองด้วยความกังวล
“อันนี้เขาเขินหรือรังเกียจเรานะ...”
บ้าที่สุด รู้แบบนี้เมื่อวานน่าจะถามให้ชัวร์ด้วยว่านอกจากโสดแล้วชอบเพศไหน!
บทส่งท้ายแกรก!พอยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถแท็กซี่แล้ว หญิงวัยกลางคนหน้าตาอ่อนโยนก็ปลดตัวล็อกของกระเป๋า ดึงที่จับขึ้น เธอกับสามีไปทำธุระที่ต่างประเทศเกือบหนึ่งปี บุกป่าฝ่าดงในพื้นที่อับสัญญาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ระหว่างนั้นเหมือนมีคนคอยสาปแช่งพวกเธออยู่ไม่มีผิด เดี๋ยวซองกันน้ำรั่วตอนเดินฝ่าแม่น้ำทำให้มือถือพัง เดี๋ยวโน้ตบุ๊กฝุ่นเข้าจนติด ๆ ดับ ๆนี่ยังไม่รวมความซวยจากการติดโรคจนต้องถูกกักตัวในหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง โดนนักต้มตุ๋นหลอกจนเกือบต้องนอนข้างถนน ล่าสุดฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างจนสามารถเชิญหมอผีชื่อดังมาได้ ก่อนกลับประเทศยังเกือบตกเครื่องเพราะจำเที่ยวบินผิดอีก!“เฮ้อ…/เฮ้อ…”คู่สามีภรรยาวิญกุล ที่อยู่ในชุดนักเดินทางโทรม ๆ เงยหน้ามองป้ายชื่อซอยข้างตลาดแล้วเกิดอาการตื้นตัน หลั่งน้ำตาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งอาการของทั้งคู่ หมอผีผิวสีชาวต่างชาติที่ตามมาด้วยก็เฝ้าดูด้วยความเห็นใจ“ในที่สุดเราก็ได้กลับบ้านสักทีนะพ่อ…” นวลหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดน้ำตา ส่งยิ้มให้ประดิษฐ์ผู้เป็นสามี“นั่นสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้ารันจะเป็นยังไงบ้าง”พูดถึงลูกชาย ‘เพียงคนเดียว’ ทั้งคู่ก็หุบยิ้มพากันถอนหายใจ
บทที่ 34 [วาสนาผู้ใด๋น้อ]“แหม ขึ้นรถมาก็ก้มหน้าดูมือถือไม่พูดกับพี่สาวตัวเองเลยเนาะ กลัวคนไม่รู้หรือว่าได้ผู้ชายแล้วลืมพี่ลืมน้องน่ะ” สิตาว่าพลางหักพวงมาลัยรถเลี้ยวออกถนนใหญ่ เธอมองค้อนน้องชายจนเจ้าตัวแอบหน้าแดง คว่ำมือถือที่เพิ่งได้คืนลงบนตักไหน ๆ ตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องปิดบังกันแล้ว สู้เขาบอกพี่สาวไปตรง ๆ ดีหรือไม่ว่าน้องเขยคุณพี่ แอบมา ‘ทักทาย’ ตนด้วยความคิดถึงก่อนรถคุณพี่จะเข้ามาจอดที่ลานหน้าตำหนักเสียอีก คิดไปคิดมาเล่าละเอียดเดี๋ยวพี่สาวจะกังวลอีก เม้มปากครุ่นคิดอยู่สักพักนันก็ตัดสินใจตอบแบบอ้อม ๆ เสียงแผ่ว“ก่อนขึ้นรถนันก็กอดพี่ไปแล้วไง อีกอย่างนันมีสังหรณ์ว่าตอนนี้พี่รันน่าจะ…”“น่าจะอะไร” แค่พูดว่าสังหรณ์ใจเฉย ๆ ยังถามเสียงเข้มปานนี้ ตกลงว่าหนึ่งเดือนที่เขาโดนกักตัว พี่ตากับคุณแฟนทั้งสองไม่ได้ลองพูดคุยกันเลยหรือ“พี่ตาก็ นันแค่เป็นห่วงพวกพี่เขาเฉย ๆ เอง~”นึกว่าแกล้งทำเป็นไม่จริงจังแล้วพี่สาวจะยอมเล่นตามน้ำไปด้วย แต่ผิดคาด หลังเจ้ากระแตพูดจบ พี่สาวกลับมีท่าทีอ้ำอึ้ง มุมปากยกขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่สายตาแอบเลิ่กลั่กอยู่หน่อยหนึ่ง เอาล่ะ ไอ้นันใจคอไม่ดีจริง ๆ แล้ว อย่าบอกนะว่าพี
บทที่ 33 [เพื่อ ค ร อ บ ค รั ว]ใบหน้าของนันซุกอยู่กับอกพี่สาวจนแทบหายใจไม่ออก ใครจะได้คาดคิดว่าทันทีที่สิตาตื่นขึ้นมา หญิงสาวจะเด้งตัวลุกและพุ่งมากอดนันอย่างรวดเร็วปานนี้ แทบไม่ต้องถามว่าสิตาอยู่ในอารมณ์ไหน มีผีที่หน้าเหมือนแฟนหนุ่มของน้องน้อยอยู่ในบ้านเชียวนะ สิตาไม่สามารถใจเย็นกับเรื่องนี้ได้หรอก!“พี่...พี่ตา ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ที่พี่เห็นนั่นแฟนนันเอง!” นันดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของพี่สาวได้สำเร็จ ใบหน้าหวานแอบแดงนิด ๆ จากการถูกกอดรัด มองไปทางแฟนหนุ่มทั้งสอง พี่รันหน้าซีดหนักทั้งยังดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่กัน ให้ตายเถอะ รายหลังเพิ่งจะส่งซิกให้เขาเอาแก้วทุบหัวพี่สาวตัวเองหรือเปล่าตลกบริโภคไม่รู้เวลาจริง ๆ ตาคนนี้ อยากโดนน้ำมนต์ฉีดใส่หรือ!“ฉันไม่ได้หมายถึงคุณรัน มันมีคนที่หน้าเหมือนคุณรันอยู่ข้าง ๆ แกเว้ย!”“ก็นั่นแหละ คนนั้นก็แฟนนันเหมือนกัน!”“...ฮะ?” สิตาถึงกับสะบัดหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ก็เข้าใจได้ นันเองก็มีสีหน้าตกใจไม่ต่างกันเท่าไร เมื่อครู่เขาลนลานเพราะพี่สาวทำท่าจะลากเขาออกจากบ้าน ด้วยความที่คิดอะไรไม่ทันจึงโพล่งคำพูดโดยไม่ผ่านการคิดให้ดีสิ่งที่พูดออกม
บทที่ 32 [เกือบแล้ว...เกือบจะดีแล้ว]เค้กที่เพิ่งอบเสร็จหมาด ๆ ถูกนำขึ้นมาวางบนแทนหมุน นันโปะครีมนมสดสีขาวลงไป ตกแต่งหน้าเค้กอย่างพิถีพิถัน รองพื้นด้วยครีมนมสดสีขาวแต่งกลิ่นวานิลลา ใช้ถุงบีบครีมบรรจงสร้างดอกกุหลาบสีชมพู ทำแต่ละดอกอย่างตั้งใจให้ออกมาสวยงาม ในส่วนของน้ำตาลปั้น นันทำออกมาเป็นรูปตุ๊กตุ่นเจ้าบ่าวสามตัว สองตัวสวมชุดทักซิโดสีดำ อีกตัวสวมชุดทักซิโดสีขาวคนที่เพิ่งจะหายดีเป็นปลิดทิ้งมองผลงานที่เสร็จแล้วด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข จริตออกขนาดว่ามองจากปากซอยก็รู้ว่าเป็นแม่บ้านข้าวใหม่ปลามัน (ทึกทักเอาเองล้วน ๆ )นี่คือเค้กแต่งงานของเขา ไม่สิ...ของ ‘พวกเขา’ ต่างหาก“เมื่อวานยังบ่นปวดเอวอยู่เลย ยืนแต่งหน้าเค้กตั้งนานเราไม่เมื่อยบ้างเหรอ?”“เฮ้ย มึงก็ถามแปลกนะ มึงกับกูเผลอแบ่งพลังให้น้องไปตั้งขนาดนั้น ดูหน้าซะก่อน ใสกว่านี้ก็แก้วแล้วมั้ง”พี่กันนี่ก็ พอไม่มีแรงถึงขั้นสลับร่างไม่ได้ก็งอแงใหญ่เชียวนะนันหัวเราะเบา ๆ ขณะเงยหน้าขึ้นมองไปทางชายหนุ่มทั้งสอง เรื่องเมื่อวาน...คงต้องเรียกมันว่าอุบัติเหตุที่บังเอิญให้ผลลัพธ์เหนือความคาดหมาย อาการกระเหี้ยนกระหือรือที่เกิดจากสถานะผิดปกติของนัน เมื่อได
บทที่ 31 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (2)]โดนส่งคลิปมายั่วใครทนได้ก็ทนไป กันที่มีความต้านทานต่อการถูกยั่วยวนต่ำกว่าระดับน้ำในขันตูดรั่วไม่สามารถทนได้ จากที่เห็นในคลิป นอกจากสายตาของเจ้ากระแตจะดูเชิญชวนอย่างร้ายกาจ สภาพยังไม่ต่างจากในหนังโป๊ที่กระตุ้นความต้องการได้อย่างดี กันกัดฟันขณะหุนหันออกมาจากร้านแล้ววาดขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ ก่อนหน้านู้นเคยเห็นกล่องของเล่นผู้ใหญ่ของนันแล้วหนหนึ่ง เขานึกว่าที่อยู่ในกล่องคือทั้งหมดแล้ว น่าตกใจจริง ๆ ที่นันยังมีของเล่นที่เขาไม่เคยเห็นอยู่อีกมิหนำซ้ำ...นึกถึงคลิปที่ทำเอาเลือดลมลงไปเลี้ยงเอ็นร้อน จากมุมนันคงเอากระจกมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงไม่ผิดแน่ เจ้ากระแตขี้ยั่วนี่นะ ตั้งใจเอามือถือปิดส่วนนั้นไม่ให้เห็นช่องทางด้านหลัง พอกดอัดคลิป หลังจุ๊บของเล่นแท่งยาวสีดำเงาให้เขาสูดหายใจหนัก ๆ เจ้าตัวก็ตั้งใจปล่อยน้ำเชื้อปลอมที่กักเอาไว้ในรูรักออกมาถ้าเขาไม่ขาดสติตอนเจอหน้าเจ้าตัว กันอยากถามแฟนตัวเล็กนักว่าเชี่ยวชาญขนาดนี้แอบเปิดOnly fanมาก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่...เดือนละเท่าไรก็บอกมา พร้อมเป็นสมาชิกรายเดือนแบบตลอดชีพ!...ก็แย่แล้ว หากเจ้ากระแตขายคอนเทนต์แบบนั้นจริงกันหวงจนอกแ
บทที่ 30 [กระแตเป็นสัตว์ดุร้าย (1)]เมื่อคืนฝนตกหนัก บรรยากาศก็แอบวังเวงเหมือนจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทว่ามีแฟนหนุ่มดูแลเป็นอย่างดี นันจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ และไข้ที่ขึ้นสูงก็ลดลงแทบหายเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง เดิมทีอาการดีขึ้นแบบนี้แล้ว ร่างบางตั้งใจว่าหลังนอนกลิ้งจนสบายใจจะลุกมาทำงานบ้าน ถึงอย่างไรพวกลูกน้องก็ทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด รายละเอียดอะไรที่พรกรันย์อาจคิดไม่ถึง นันจดให้ชายหนุ่มไปหมดแล้ว หรือต่อให้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจ ด้วยนิสัยรับปากอะไรก็พยายามทำให้เต็มที่ของชายหนุ่ม อีกฝ่ายคงไม่ลังเลที่จะโทรมาถาม!กระนั้นหลังจากคุณแฟนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปไม่กี่นาที เจ้าปลาดาวที่นอนแผ่อยู่บนเตียงก็เริ่มขยับยุกยิก นันพลิกตัวไปทางซ้ายทีขวาที กลิ้งไปกอดหมอนข้างเหมือนค่างเกาะต้นไม้ แวบหนึ่งได้เอาหน้าซบกับหมอนนุ่ม ๆ มันก็สบายจนร่างกายเริ่มผ่อนคลายอีกครั้ง เพียงแต่ไม่ถึงอึดใจเรียวขาขาวกลับขยับถูไถหมอนข้าง...เจ้ากระแตตาหวานยังคงหลับตาแต่คิ้วขมวดแทบผูกเป็นโบ เหมือนจะมีความร้อนรุ่มแผ่กระจายจากท้องน้อยไปทั่วร่าง อาการเช่นนี้นันค่อนข้างคุ้นเคย ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ตัวเ







