Accueil / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 5 ฮีโร่เล็ก ๆ (2)

Partager

บทที่ 5 ฮีโร่เล็ก ๆ (2)

last update Date de publication: 2025-11-06 18:01:22

เสียงโทรศัพท์ฉันดัง “ติ๊ง” มิ้นท์ทักมา “เสร็จยัง ๆๆๆ มี ‘เทวดาชั้น 18’ ไหม” ฉันยิ้มแล้วถ่ายรูปมุมโต๊ะครึ่งหนึ่งส่งไป พร้อมแคปชัน “กำลังสร้างจักรวาลใหม่” เธอตอบรูปสติกเกอร์กรี๊ดลั่น

กลับมาที่หน้างาน ภีมค่อย ๆ ประกอบคานกลาง เสียบเดือยไม้ ใส่กาวจิ๋วเท่าหยดน้ำ แล้วขันน็อตให้แน่นพอดี จากนั้นคว่ำโต๊ะกลับด้านสองคน เขาถาม “หนักไหม” ฉันตอบ “ไหวค่ะ” รอบนี้เราเป็นทีมจริง ๆ

“ต่อไปติดแผ่นรองกันรอยใต้ขาโต๊ะนะครับ” เขาหยิบสติกเกอร์สีดำกลม ๆ ติดปุ๊บสี่มุม “เวลาขยับจะไม่ทำรอยและไม่ส่งเสียง”

“ละเอียดมาก” ฉันเผลอชมดัง ๆ

“ป้องกันปัญหาทีหลังครับ” เขาบอกสั้น ๆ แบบคนทำของไว้ยาว

โต๊ะตั้งมั่นคงอยู่กลางห้อง ฉันลองวางหนังสือและกระถางเล็ก ๆ ผิวไม้โอ๊คที่มีลายเสี้ยนอ่อน ๆ ทำให้ห้องสว่างขึ้นอย่างประหลาด ภีมหยิบระดับน้ำเล็ก ๆ วางบนท็อป “ดูว่าพื้นเอียงไหม…โอเค เส้นน้ำตรงดี”

“คุณพกระดับน้ำด้วยเหรอคะ” ฉันตาโต

“ครับ…เคยติดชั้นวางแล้วกาแฟไหลเอง ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก” เขาตอบนิ่ง ๆ แต่ฉันหัวเราะเสียงดัง ภาพแก้วกาแฟเลื่อนไหลลงชั้นวางโดยไร้มือจับชัดเจนเกินไป

โมจิเดินโงนเงนเข้ามาสำรวจ แอบขึ้นไปนั่งบนโต๊ะราวกับพิธีเปิดงานแบบเหมียว ๆ ฉันทำตาดุ “ลงค่ะท่านผู้กำกับ โต๊ะนี้สำหรับแก้ว ไม่ใช่สำหรับแมว” โตโตะนอนหมอบใกล้ ๆ ดูกรณีศึกษาเชิงสัตววิทยา ฉันเลยหยิบของเล่นโดนัทผ้าของโตโตะโยนเบา ๆ เป็นการเบนความสนใจ ทั้งสองหันตามของเล่นพร้อมกันเหมือนรับสัญญาณจากกรรมการ ฉันกับภีมหลุดหัวเราะตรงจังหวะเดียว

“ลองทดสอบความมั่นคงไหมครับ” ภีมเสนอ “เดี๋ยวผมขยับขาโต๊ะเบา ๆ” เขาแตะ ลองโยก ไม่ขยับ “ผ่าน”

“ฉันขอทดสอบด้วยวิธีคนธรรมดา” ฉันวางแก้วน้ำหนึ่งใบตรงขอบ แล้วดันโต๊ะเบา ๆ น้ำไม่กระเพื่อม “ผ่านเช่นกัน!”

“งั้นถือว่าเสร็จงาน” เขาเก็บเครื่องมือเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ฉันกวาดโฟมและกล่องกระดาษมัดรวมเป็นกอง เขาบอก “เดี๋ยวผมช่วยเอาลงไปทิ้งข้างล่าง รีไซเคิลได้”

“เกรงใจอีกแล้ว…” ฉันพูด แต่ก็ส่งปลายเชือกให้ เขายิ้ม “เราแชร์ถุงขยะได้ ชั้น 18 ระบบร่วมมือ” คำว่า ระบบร่วมมือ ทำให้ฉันยิ้มตาม ฟังเหมือนนโยบายคอนโดที่ควรเขียนแปะไว้หน้าลิฟต์

เราขนกล่องลงลิฟต์ไปชั้นล่าง รปภ.ทัก “โห มีช่างมือทองช่วยอีกแล้ว” ภีมยิ้มรับแบบคนไม่ถือตัว “แค่ไขควงครับพี่” ฉันยืนข้าง ๆ อย่างภูมิใจแทนเหมือนประกาศเกียรติคุณ “ฮีโร่เล็ก ๆ ของชั้น 18 ค่ะ” รปภ.หัวเราะเบา ๆ

ขึ้นมาถึงห้องอีกครั้ง ฉันวางถาดคุกกี้เนยที่ยังเหลือจากเมื่อวานบนโต๊ะใหม่ เทน้ำผลไม้สองแก้ว “ฉลองโต๊ะค่ะ” ฉันยื่นแก้วให้เขา เราชนแก้วเบา ๆ กริ๊ง เสียงใสเหมือนได้รับตราประทับบ้านครบเซ็ต

“สวยดีนะครับ เหมาะกับพรมลายนี้” เขาเหลือบมองแล้วกล่าวเหมือนบันทึกภาพไว้

“ดีใจจังค่ะ” ฉันนั่งลง ปลายนิ้วลูบผิวไม้เรียบ ๆ “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงยังยืนสู้กับลูกบิดประตูอยู่”

“ยอมให้คนอื่นช่วยบ้างก็เป็นทักษะหนึ่งนะ” เขาว่า “ไม่เสียศักดิ์ศรีหรอก”

ฉันยิ้มบาง ๆ “งั้นถือว่าฉันสอบผ่านวิชา ‘ยอมให้ช่วย 101’”

เขาหัวเราะในลำคอ ดวงตานิ่ง ๆ แต่มีประกายอบอุ่นแบบที่ฉันจำได้แม่นตั้งแต่วันเครื่องซักผ้าพ่นน้ำ จากนั้นเรานั่งคุยเรื่องสัพเพเหระ เขาเล่าว่าพรุ่งนี้ลองคั่วเมล็ดน่านล็อตใหม่ กลิ่นออกดอกไม้หน่อย ๆ ฉันเล่าว่างานลูกค้าอยากได้สตอรี่โทนอุ่น จึงอยากขอถ่ายรูปมุมโต๊ะใหม่ลงเพจบริษัท (โดยไม่บอกว่าข้างห้องประกอบให้)

“ถ่ายได้เลยครับ แต่อย่าลืมที่รองแก้ว” เขากล่าวสั้น ๆ แต่สายตาขำ ๆ

“ค่ะ ท่านหัวหน้าช่าง” ฉันแซว แล้วคว้าโทรศัพท์มาจัดพร็อพ วางหนังสือสองเล่ม ซ้อนแก้วน้ำผลไม้บนที่รองแก้วไม้ไผ่ และคุกกี้สามชิ้นให้ดูเหมือนฉากโฆษณา “โอเค…สแนป!” แชะเดียวได้ภาพที่อยากได้ ฉันมองจอแล้วยิ้ม โต๊ะใหม่ทำให้ห้องดูเป็นคนมีชีวิตจริง ๆ แบบที่ตั้งใจ

ขณะนั้นเอง โมจิก้าวขึ้นมานั่งตรงปลายโต๊ะอย่างจงใจ อีกฝั่ง โตโตะยกอุ้งเท้าหน้าแตะขอบพรมแล้วนั่งหลังตรง ฉันหันไปหัวเราะ “กรรมการพร้อมแล้วจ้า” ภีมพยักหน้า “เหมือนรอบชิงชนะเลิศรายการ ‘เฟอร์นิเจอร์แห่งปี’”

“กติกาคือ ถ้าพอใจ หางส่ายหนึ่งครั้ง ถ้าไม่ ทำเสียงฟู่” ฉันประกาศ โตโตะหางส่ายหนึ่งครั้งอย่างตื่นเต้น ส่วนโมจิ…กระพริบตาช้า ๆ สองทีแล้วนั่งนิ่งเหมือนเซน “ผ่าน!” ฉันยกมือชูนิ้วโป้งให้ทั้งคู่

หลังพักหอบหัวเราะ เราช่วยกันเก็บเศษพลาสติกจิ๋ว ๆ อีกรอบ ภีมแปะโน้ตเล็ก ๆ ที่ขอบชั้นวางรองเท้าให้ฉัน กระดาษกาวเขียนลายมือเรียบ “อย่าลืมที่รองแก้ว” ฉันหัวเราะ “แหมะ ฝากคำเตือนถึงอนาคตของฉันด้วยนะคะ”

“ป้องกันเหตุซ้ำครับ” เขาเก็บกล่องเครื่องมือ “ผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวลงไปร้านสักหน่อย พนักงานแจ้งว่ามีลูกค้าจองเมล็ด ‘เริ่มใหม่’”

“ได้เลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ…สำหรับทุกอย่าง” ฉันพูดช้า ๆ รู้สึกคำว่า ทุกอย่าง วันนี้ครอบคลุมตั้งแต่ประคองข้อศอกจนถึงติดแผ่นรองขาโต๊ะ

เขาพยักหน้า “มีอะไรเรียกได้เสมอ” แล้วเอ่ยกับผู้ช่วยทั้งสอง “โตโตะ กลับบ้าน” โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ลุกขึ้นอย่างเชื่อฟัง ส่วนโมจิหาวหวอดก่อนจะเดินไปนอนข้างหน้าต่างแบบไม่สนโลก หน่วยรักษาความสงบชั้น 18 ยังคงทำหน้าที่ตรวจการด้วยตาปรือ ๆ ต่อไป

ประตู 18B ปิดลงอย่างเงียบ ห้องฉันกลับมามีเพียงฉันกับโต๊ะใหม่และความอุ่นเล็ก ๆ ที่ค้างอยู่ ฉันเดินไปหยิบสมุดโน้ต เปิดหน้าใหม่ เขียนหัวข้อ “สิ่งดี ๆ ของวันนี้”

กล่องหนักมาก แต่หัวใจเบากว่าเดิม

มีคนช่วยโดยไม่ต้องขอ และทำให้การขอความช่วยกลายเป็นเรื่องธรรมดา

โต๊ะใหม่ผ่านการอนุมัติจากกรรมการแมว หมา

ฉันวางปากกา หันไปมองโต๊ะอีกครั้ง พลางลองวางแก้วน้ำลง น้ำไม่สั่น ความมั่นคงที่จับต้องได้ทำให้ใจนิ่งตาม ฉันนั่งลงบนพรม วางคางกับขอบโซฟา มองเฉียงไปยังประตูห้อง 18B และยิ้มกับตัวเอง

เสียงแจ้งเตือน “ติ๊ง” จากไลน์ดังขึ้น ข้อความของภีม

“ถ้าพรุ่งนี้อยากจะถ่ายรูปโต๊ะตอนเช้า แสงดีที่สุดประมาณ 8:15 แดดยังนิ่ม ๆ ครับ”

ต่อด้วยอีกข้อความสั้น “มีแซนด์วิชไข่ว่างหนึ่งชุด” และอีโมจิโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ยักคิ้ว

ฉันพิมพ์ตอบ “รับข้อเสนอทั้งแสงและแซนด์วิชค่ะ :)” แล้ววางโทรศัพท์ ขยับไปเก็บเบาะรองนั่งสองอันมาวางใต้โต๊ะให้พร้อมสำหรับพรุ่งนี้

โมจิคลานมานอนข้าง ๆ โต๊ะใหม่ เอาคางพาดขอบพรม ตาปรืออย่างพอใจ โตโตะ แม้จะกลับห้องไปแล้ว แต่ฉันเห็นเงาหางส่ายผ่านช่องใต้ประตูสั้น ๆ เหมือนทัก “กู๊ดไนต์”

ฉันหัวเราะในคอเบา ๆ ภาพสุดท้ายของค่ำวันนี้คือฮีโร่เล็ก ๆ สองตัวที่นอนเฝ้าผลงานของฮีโร่อีกคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวคงไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ด้วยซ้ำ แต่สำหรับฉัน การอุ้มกล่อง การประคองข้อศอก การติดแผ่นรองขาโต๊ะ การบอกเวลาแสงเช้าดีที่สุด…ทั้งหมดนั่นรวมกันเป็นคำว่า “ฮีโร่เล็ก ๆ” แบบที่ทำให้ชีวิตใหม่บนชั้น 18 มีน้ำเสียงอบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

คืนนี้ฉันปิดไฟช้ากว่าปกติเล็กน้อย ตั้งใจมองเงาโต๊ะใหม่ที่ทาบลงบนพื้นไม้ แล้วค่อย ๆ ซุกตัวลงบนเตียงลม โมจิมานอนข้าง ๆ ไม่ขึ้นมาทับอก คงให้รางวัลฉันฐานะผู้ผ่านภารกิจยกของหนัก ฉันหลับตาพร้อมความคิดเรียบง่ายว่า พรุ่งนี้ตอน 8:15 ฉันจะมีแสงสวย ๆ ตกบนโต๊ะโอ๊ค มีแซนด์วิชไข่หนึ่งชิ้น และกาแฟจากคนที่ชอบพูดคำสั้น ๆ แต่ทำให้วันยาวไกล

และใช่ ฉันตั้งปลุกสองเรือนเหมือนเดิม เพราะฮีโร่เล็ก ๆ นั้น ไม่ได้โผล่มาทุกวัน แต่เราสามารถ “นัดพบ” กันได้เสมอที่ระเบียงชั้น 18

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองทุกครั้ง เม

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 7 วันหยุดของชั้น 18 (2)

    ท่ามกลางความอ่อนโยน เสียงหนึ่งเกิดขึ้น เสียงแก้วกระทบพื้น “กริ๊ง!” เด็กผู้หญิงตัวเล็กทำแก้วชิมโกโก้หล่น มือเธอสั่นและตาเริ่มมีน้ำ ภีมเดินไปเร็วพอ ๆ กับที่โตโตะเดินวนเวียนเป็นห่วง เขาคุกเข่าลง เก็บเศษแก้วอย่างระมัดระวัง “โชคดีที่เป็นแก้วใบทดลองนะครับ ใบจริงยังอยู่” เขาชูแก้วอีกใบแล้วหลิ่วตาให้เด็กน้

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 6 แซนด์วิชไข่ยามเช้า (2)

    เรากลับมาที่จานของตัวเอง ฉันกินคำที่สอง สาม แล้วหยุดตั้งใจชิมแบบคนจริงจัง “ฉันว่าถ้าราดน้ำผึ้งตรงขอบขนมปังบาง ๆ จะเพิ่มเลเยอร์หวานปลาย ๆ นะคะ แต่ต้องเบาสุด ๆ ไม่งั้นกลบรสไข่”ภีมมองขวดน้ำผึ้งที่ฉันเอามา เขาพยักหน้า “ลองครับ แต่แค่ขอบ”ฉันหยดน้ำผึ้งปลายช้อนตามขอบ แสงแดดสะท้อนหยดน้ำผึ้งเป็นสีทองเล็ก

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (2)

    “ทีนี้คนเขียนต้องการน้ำไหมคะ” มิ้นท์โบกแก้ว “หรืออยากได้กาแฟยามค่ำ เอ๊ะ ถามเจ้าของร้านกาแฟเลยไหมคะว่ามีเมนู Night Mode”“ผมทำดริปรสอ่อน ๆ ได้ครับ ถ้าไม่ทำให้คืนนอนไม่หลับ” ภีมตอบฉันรีบส่ายหน้า “คืนนี้ขอพักกาแฟก่อนค่ะ เดี๋ยวใจเต้นแรงเกินเหตุ” ประโยคหลุดโดยไม่ตั้งใจทำให้แก้มฉันร้อนวาบ ฉันเลยหัวเราะก

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 3 เข้าใจผิดรอบสอง (2)

    ฉันเก็บของเข้าที่ทีละอย่าง เปิดลิสต์ในมือถือ “โต๊ะพับเล็ก, กระทะเหล็ก, ที่ทุบกระเทียม” อ่านแล้วก็รู้สึกว่า ถ้าความรักต้องการเครื่องมือ ฉันคงมีพร้อมของครัวมากกว่าของหัวใจ…แต่เอาเถอะ อย่างน้อยท้องอิ่มก่อน ความกล้าค่อยตามมาระหว่างจัดของ โทรศัพท์ดัง มิ้นท์โทรมา “สรุป เล่าเดี๋ยวนี้ เพื่อนบ้านข้างห้องเจ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status