Home / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 9 แสงไฟยามค่ำ (1)

Share

บทที่ 9 แสงไฟยามค่ำ (1)

last update Last Updated: 2025-11-07 10:07:52

          หลัง “ภารกิจจ่ายตลาด” เมื่อวาน ฉันใช้เวลาทั้งบ่ายลองทำพาสต้าแบบที่ภีมเขียนโพสต์อิทให้

          กระเทียมซอยกับพริกแห้งครึ่งเม็ดถูกทอดเบา ๆ ในน้ำมันมะกอกจนหอม จากนั้นก็คลุกเส้นกับน้ำเส้นนิดหน่อย ง่ายกว่าที่คิดและอร่อยกว่าที่คาด

          พอตกค่ำฉันก็เก็บล้างอย่างใจเย็น วางที่รองแก้วลายแมว–หมาที่เขาแอบซื้อให้ไว้บนโต๊ะโอ๊คใหม่เป็นของตกแต่งถาวร เห็นทีไรก็ยิ้มทุกที เหมือนมันบอกอยู่เงียบ ๆ ว่า “ชั้น 18 มีสองบ้าน แต่กำลังกลายเป็นบ้านเดียวกันทีละนิด”

          โมจินอนเหยียดยาวอยู่บนพนักโซฟา แผ่นท้องสีครีมขึ้นลงตามลมหายใจช้า ๆ ฉันหมุนขวดแก้วดอกยิปโซให้เงาดอกไม้รับกับแสงนอกหน้าต่าง

          ฉันกำลังจะอาบน้ำพอเอื้อมมือจะไปปิดไฟตรงครัว ทันใดนั้นเสียง “พรึ่บ” ดังพร้อมความมืดโถมทับทั้งห้องจนชะงัก

          “เฮ้ย!” เสียงของฉันหลุดออกมาเบากว่าที่คิด ความมืดสนิททำให้ห้องกว้างกลายเป็นกล่องใบเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นมุม ม่านที่ปลิวเมื่อครู่หยุดนิ่ง โมจิสะดุ้งเฮือก ตาเป็นลูกแก้วเรืองแสงวาบในเงามืด “เหมียวว!” มันร้องยาวสั่น ๆ ก่อนพุ่งลงจากพนักโซฟาไปซ่อนใต้โต๊ะ ฉันมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าตัวเอง เอื้อมมือควานมือถือบนโต๊ะ

          เสียงใจเต้นแรง

          พอจับได้ก็เปิดไฟฉายจากหน้าจอทันที

          ท้องฟ้าด้านนอกระเบียงเป็นเส้นสีส้มเส้นยาว แต่ภายในห้องไม่มีแม้แสงกะพริบของเครื่องไฟฟ้าใด ๆ

          ฉันสูดหายใจเพื่อเรียกสติ ความมืดเงียบลงด้วยเสียงเคาะประตูสองครั้งเบา ๆ “คุณโอเคไหมครับ”

          หัวใจฉันผ่อนคลายลงแบบไม่ต้องเห็นหน้า ฉันเดินไปเปิดประตูแสงจากไฟฉายเล็กในมือเขาส่องวาบจนเห็นรอยยิ้มคุ้นเคยของภีมชัดเจนขึ้น โตโตะยืนข้างขาเขาอย่างนอบน้อม หางส่ายช้า ๆ เหมือนอ่านบรรยากาศว่าคืนนี้ต้องไม่ซนมาก

          “ไฟดับทั้งตึกหรือคะ” ฉันถาม

          “ครับ เพิ่งอ่านประกาศซ่อมบำรุงตรงล็อบบี้เมื่อกี้ เขาบอกอาจใช้เวลาสักพัก” เขายกถุงผ้าใบเล็กขึ้น “ผมเอาไฟฉาย เทียน และกาแฟดริปเย็นมาฝาก เผื่อคืนนี้ยาว”

          ฉันหัวเราะทั้งยังตื่นเต้น “ใครเขาเตรียมกาแฟตอนไฟดับกันคะ”

          “บาริสต้า และคนข้างห้องที่ไม่อยากให้คุณเบื่อครับ” เขาตอบหน้าตาเรียบเฉยแบบกวน ๆ จนฉันยิ้มกว้างขึ้น

          “เชิญเข้ามาเลยค่ะ เดี๋ยวฉันหาที่วางเทียนก่อน” ฉันถอยให้เขาเข้ามา โตโตะก้าวตามช้า ๆ อย่างว่าง่าย

          ภีมวางไฟฉายอันหนึ่งให้ฉัน อีกอันเขาหันหัวไฟส่องเพดานเพื่อให้แสงสะท้อนกระจายทั่วห้องแบบนุ่ม ๆ จากนั้นหยิบชุดเทียนแท่งเล็ก ๆ กลิ่นมะลิออกมาสี่แท่ง เขาจัดลงในขวดแก้วและจานรองเซรามิกที่ฉันรีบหาให้

          “ใช้จานนี้ได้ค่ะ ระวังน้ำตาเทียนหยดนะ” ฉันพูดพร้อมขยับที่รองแก้วลายคอร์กี้ให้พ้นทาง ภีมชะงักมองแล้วยิ้ม “ได้ใช้จริงแล้ว”

          “ค่ะ ตั้งชื่อไว้ว่า ‘สำหรับแขกประจำ’” ฉันเผลอหลุดพูด ก่อนจะรู้สึกว่าหน้าตัวเองอุ่นขึ้นด้วยเทียนหรือด้วยคำพูดก็ไม่รู้

          ไฟจากเทียนสี่แท่งค่อย ๆ กัดกินความมืด เงาไหวบนผนังเต้นตามลมเบา ๆ จากระเบียง ผิวไม้โอ๊คบนโต๊ะขับลายเสี้ยนให้คมขึ้นในแสงส้มอุ่น บรรยากาศเงียบลงอย่างน่าประหลาด เหมือนห้องตั้งใจหายใจเบา ๆ ให้ฉันกับเขาได้ยินกันชัดขึ้น

          โมจิค่อย ๆ โผล่หัวจากใต้โต๊ะ กลิ่นมะลิทำให้มันเงยจมูกดมสั้น ๆ ก่อนจะเดินแบบนางพญาแล้วกระโดดขึ้นตักฉัน นอนขดเป็นวงกลม มือฉันลูบขนนุ่ม ๆ อย่างเผลอตัว “ไม่ต้องกลัวนะคุณนาย”

          ภีมวางขวดกาแฟดริปเย็นกับแก้วสองใบลงบนโต๊ะ เทกาแฟสีเข้มจนเกือบดำครึ่งแก้วให้ฉัน อีกครึ่งแก้วของเขามีน้ำแข็งสองก้อน เขายื่นแก้วมา “ลองหน่อยไหมครับ อาจขมนิดแต่ไม่ดุ”

          ฉันจิบเล็ก ๆ กลิ่นหอมแบบดอกไม้แฝงคาราเมลอ่อน ๆ ลื่นลงคอ ความเย็นทำให้ลมหายใจเรียบขึ้น “อืม…ขมนุ่มอย่างที่ว่าจริง ๆ” ฉันยิ้ม “ขอบคุณนะคะ สำหรับทั้งเทียนและกาแฟ”

          “ดีแล้วครับที่พอช่วยได้” เขาพูดเรียบง่าย แต่สายตาเหมือนถามว่า ตกใจมากไหม ฉันพยักหน้าสั้น ๆ ส่งสัญญาณว่า โอเคแล้ว เราสองคนนั่งคนละฝั่งโต๊ะ

          แสงเทียนคั่นกลางระหว่างกัน โมจิเปลี่ยนจากเสียงขู่แผ่ว ๆ เป็นเสียงคร่อกฟี้เบา ๆ จนฉันหัวเราะ “นี่ถ้าไม่บอกว่าไฟดับ ฉันคงคิดว่าคุณตั้งใจจัดฉากคาเฟ่เทียนหอมเวอร์ชันเคลื่อนที่”

          “ถ้าตั้งใจจริง ๆ คงมีเค้กมาด้วย” เขาตอบ ก่อนเงยหน้ามองไฟฉุกเฉินทางเดินที่ลอดใต้ประตูเข้ามา “แต่คืนนี้เราได้โบนัสเพิ่มคือสุนัขยาม” โตโตะได้ยินชื่อตัวเองก็ขยับหางปุ๊บปั๊บ เหมือนพูดว่า ผมพร้อมครับ

          เริ่มจากเรื่องเบา ๆ ฉันเล่าเรื่องพาสต้าเมื่อวาน โชว์รูปในมือถือให้เขาดู ภีมดูรูปแบบสนใจจริง ๆ ไม่ใช่ตามมารยาท “ดูดีมากครับ เส้นเงากำลังสวย น้ำเส้นจับดี ถ้าอยากให้หอมขึ้น ลองใส่เปลือกเลมอนขูดปลายนิดเดียว”

          “โอ้…มีขั้นสูงกว่าด้วย” ฉันหัวเราะ “ถ้าเกิดไหม้อย่าเพิ่งหนีนะคะ”

          “ผมจะเอาถังดับเพลิงขึ้นมา” เขาตอบแบบจริงจังเกินจำเป็นจนฉันขำหนักกว่าเดิม

          บทสนทนาไหลไปสู่เรื่องงาน ฉันเล่าถึงการประชุมเช้ากับลูกค้าที่อยากให้โทนอุ่นแต่ยังลังเลสีโลโก้ ภีมฟังแล้วสรุปสั้น ๆ ได้ใจความ “บางทีเขากลัวภาพใหม่ไม่ใช่ตัวเอง แต่ก็อยากเปลี่ยน” ฉันพยักหน้า “ใช่เลย คุณเคยทำครีเอทีฟไหมคะ”

          “ผมแค่ชงกาแฟแล้วฟังคนเล่าเรื่องทุกวันครับ เลยเดาได้บ้าง” เขายักไหล่เล็ก ๆ “ร้านกาแฟเป็นที่ที่คนพกความรู้สึกมาด้วยตลอดเวลา แค่เราจำเป็นต้องทำให้โต๊ะตรงหน้าเขานั่งสบายพอที่เขาจะวางมันลงได้สักพัก”

          “โต๊ะของคุณทำแบบนั้นได้” ฉันพูดโดยไม่ลังเล “รวมถึงโต๊ะในห้องฉันด้วยเพราะคุณประกอบให้” คำพูดนั้นทำให้เขาเงียบไปชั่วครู่ ตาเขาไหววาบเหมือนเปลวเทียน

          จากนั้นบทสนทนาก็ลึกขึ้นทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว เหมือนน้ำค่อย ๆ อุ่นขึ้นจนกลายเป็นร้อนอ่อน ๆ ที่ชวนให้บอกความจริงง่ายขึ้น

          “ฉันย้ายมาเริ่มใหม่จริง ๆ ค่ะ” ฉันเท้าคางกับหลังมือ มองเงาแสงเทียนที่เต้นบนผนัง “ก่อนหน้านี้เหมือนทำงานไปเรื่อย ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าฉันอยู่ได้ แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง…ฉันไม่แน่ใจว่ากำลังพิสูจน์ให้ใครดู พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด เขาก็อยากให้มีชีวิตมั่นคง ฉันเองก็อยาก แต่ลึก ๆ ก็กลัวว่าถ้าหยุดวิ่งเมื่อไหร่ จะได้ยินเสียงในหัวถามซ้ำ ๆ ว่า ‘แล้วแท้จริงเธออยากอยู่แบบไหนกันแน่’”

          ภีมฟังเงียบ ๆ ไม่ขัดจังหวะ ไม่รีบปลอบ เขาวางแก้วลงช้า ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนวางมือบนไหล่เราโดยไม่แตะต้อง

          “ผมคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้นทีเดียวทั้งหมด ถ้าแค่วันนี้คุณอยากตื่นขึ้นมา มีแซนด์วิชไข่หนึ่งชิ้น กาแฟอุ่น ๆ หนึ่งแก้ว และมีใครสักคนนั่งอยู่ใกล้ ๆ เท่านี้ก็เป็นคำตอบหนึ่งได้แล้ว พรุ่งนี้ถ้าคำตอบเปลี่ยน ก็ไม่เป็นไร”

          ฉันยิ้ม จู่ ๆ ก็อยากร้องไห้เล็ก ๆ แบบคนที่ถูกกอดด้วยประโยคธรรมดา ๆ “คุณจำรายละเอียดเล็ก ๆ เกี่ยวกับฉันได้เสมอเลยนะคะ แซนด์วิชไข่ ลาเต้อุ่น ที่รองแก้ว… และที่ฉันแพ้คาเฟอีนแรง”

          “ก็…” เขาหยุดนิดหนึ่ง เหมือนเลือกคำ “ผมตั้งใจฟัง”

          ความเงียบอุ่น ๆ แทรกอยู่ระหว่างเรา เทียนสี่แท่งยังไหม้ต่อไปอย่างใจเย็น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษที่ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองท

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status