Partager

last update Date de publication: 2026-01-01 00:45:33

ท่านพ่อของข้านามว่าติงหลี่ ทำงานอยู่กรมยุติธรรม เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยคอยช่วยงานเสนาบดีกรมยุติธรรม

ที่ท่านพ่อได้รับความสนใจจากองค์ชายสี่เพราะว่าเสนาบดีกรมยุติธรรมผู้เป็นตาชมชอบในการทำงาน

ตอนนี้องค์ชายสี่ได้มาทำงานในกรมนี้แล้ว ผู้ช่วยขององค์ชายสี่ก็คือท่านพ่อ

องค์ชายสี่เห็นท่านพ่อช่วยสอนงานด้วยความจริงใจไม่ประจบสอพลอจึงได้เสนอตำแหน่งสนมให้ข้า

แน่นอนว่าท่านพ่อของข้าไม่อยากให้ข้าต้องเป็นอนุใคร แม้คนนั้นจะมีฐานะเป็นถึงองค์ชายก็ตาม

แต่เพราะหลีซือคนเดิมมีใจให้องค์ชายสี่ ขอร้องบิดาอยากเข้าจวนองค์ชายสี่

จนสุดท้ายก็มาถึงกำหนดวันถวายตัวคืออีกเจ็ดวันต่อจากนี้

นี่คือเรื่องราวที่ข้าได้เห็นผ่านความทรงจำล่าสุด!

“นิ่งไปเลย ของหมั้นไม่ถูกใจหรือซือเอ๋อร์”

ข้าเงยหน้าขึ้นมองท่านพ่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามกันในห้องรับแขก

เหลียงกงกงไม่ได้อยู่นาน สนทนากับท่านพ่อที่มาช้ากว่าข้าเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็ขอตัวกลับจวน เหลือเพียงหีบทั้งหลายที่เปิดฝาเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

“ถูกใจเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ข้านึกถึงท่าทางของหลีซือคนเดิมแล้วฉีกยิ้มกว้างให้เหมือนกับร่างเดิมที่สุด

แต่ข้าคงทำได้แย่มากกระมัง เพราะท่านพ่อมีสีหน้าคล้ายกำลังอมยาขม ข้าจึงรีบหุบยิ้มในทันที

“ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน แต่รู้สึกแปลกมาก ซือเอ๋อร์ผิดสำแดงอันใดหรือไม่ หรือว่ายาที่พ่อนำมาจากจวนองค์ชายสี่มีอะไรผิดปรกติ”

อ้อ ที่แท้ก็นำยามาจากจวนองค์ชายสี่!

“ใครให้ยามาหรือเจ้าคะท่านพ่อ”

ข้าไม่คิดจะทวงความยุติธรรมให้แก่หลีซือคนเดิม แค่อยากรู้เท่านั้นว่าใครเป็นศัตรู

พอเข้าไปอยู่ในจวนองค์ชายสี่เผื่อจะตายเร็วขึ้น!

“เหลียงกงกงนำมาให้ องค์ชายสี่รับสั่งด้วยองค์เอง”

หมายความว่าใครก็ได้ที่เป็นคนของจวนองค์ชายสี่สินะ เช่นนั้นตัดเหลียงกงกงกับองค์ชายสี่ไปได้แล้วสองคน

“ได้รับความใส่ใจจากองค์ชายสี่เช่นนี้ ซือเอ๋อร์ดีใจยิ่งเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ข้าแสร้งทำเป็นเขินอายแล้วก้มหน้าลงต่ำ เพราะเช่นนี้เองท่านพ่อจึงกลับมามีสีหน้าปรกติอีกครั้ง

“พ่อก็ดีใจที่พระองค์ใส่ใจเจ้า”

ข้าสบตาท่านพ่อ เมื่อเห็นแววตาของชายวัยกลางคนมีแต่ความรักความหวังดีอยู่ในนั้น ในใจพลันรู้สึกอบอุ่น

เป็นความรักความอบอุ่นที่ข้าไม่เคยได้รับมาก่อน!

ข้าคือหนึ่งในเทพที่ถือกำเนิดมาจากพลังของเทพบรรพกาล ไม่มีบิดามารดาให้กำเนิดเช่นมนุษย์

ข้าไม่มีครอบครัว อยู่ตัวคนเดียวมานานนับหมื่นปีแล้ว พอได้มาทำงานในตำหนักเทพแห่งดวงชะตาก็นับท่านเทพเป็นญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

ทำงานด้วยกันมาสามร้อยปีสวรรค์แล้ว!

“ท่านพ่อเจ้าคะ…”

ชั่วขณะหนึ่งข้ามีความคิดไม่อยากออกเรือน อยากถามท่านพ่อว่า

‘ข้าไม่แต่งเข้าจวนองค์ชายสี่ได้หรือไม่’

“ว่าอย่างไร”

ท่านพ่อคงเห็นข้าเงียบไปไม่พูดต่อจึงได้เอ่ยถาม สุดท้ายข้าก็เปลี่ยนใจไม่พูดต่อ

“ท่านพ่อคงเหงาแน่เลย อีกไม่กี่วันข้าก็จะออกเรือนแล้ว ให้ข้าหาสตรีสักคนมาดูแลท่านพ่อดีหรือไม่เจ้าคะ”

ข้าเปลี่ยนใจไม่พูดเรื่องออกเรือนเพราะไม่ช้าไม่เร็ว มนุษย์ที่อายุช่วงนี้ก็ต้องแต่งงานอยู่ดี

คงมีเพียงหาสตรีดี ๆ สักคนมาดูแลท่านพ่อในเวลาที่ข้าถูกเนรเทศไปแล้ว

ไม่ก็ตามน้องชายที่ไปฝึกวรยุทธ์กับสำนักยุทธ์ชื่อดังกลับมาดูแลท่านพ่อ

“พ่อแก่แล้ว ไม่ได้คิดเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว”

ท่าทางของท่านพ่อชัดว่าไม่สนใจเรื่องนี้จริง ๆ ข้าจึงปล่อยผ่านไปโดยหันไปสนใจพวกเครื่องประดับ

“ท่านพ่อให้คนเก็บของหมั้นเข้าคลังเถอะเจ้าค่ะ ให้สินเดิมข้าพอเป็นพิธีก็ได้เจ้าค่ะ”

อิงจากระยะเวลาในนิยายแล้วสนมจะถูกเนรเทศหนึ่งเดือนให้หลังจากเข้าจวนไปแล้ว

ก็หวังว่าตอนที่ถูกเนรเทศ จวนองค์ชายสี่จะมอบของมีค่าให้บ้าง

แต่หากองค์ชายสี่ไม่ให้อะไรมาเลย ข้าก็คงพร่ำภาวนาขอให้เจ้านายช่วยเหลือแล้ว

ทางด้านองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา....

ข้านั่งทำงานอยู่ในห้องหนังสือ ในขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงเหลียงกงกงดังขึ้นหน้าห้อง

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ บ่าวเองพ่ะย่ะค่ะ”

“เข้ามา”

ข้าเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตายังคงจดจ่ออยู่ที่งานตรงหน้าไม่เสียสมาธิ รู้ได้ในทันทีว่าเหลียงกงกงจะเข้ามารายงานเรื่องใด

“เรียบร้อยดีหรือไม่”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย แต่บ่าวมีความรู้สึกว่าคุณหนูติงมีท่าทางแปลกไป”

ติงหลีซือในภาพจำของข้าคือสตรีที่ฉอเลาะ มีความสดใสสมวัย ข้าไม่ได้รังเกียจนางหากจะต้องรับมาเป็นสนม แต่ก็ไม่ได้รักใคร่หลงใหลนางมากถึงเพียงนั้น

ไม่สิ! มิใช่นางเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะพระชายาเอกของข้าหรือว่าชายารองล้วนเป็นสตรีที่ข้าแต่งเข้ามาเพื่อเรื่องการเมืองทั้งสิ้น

เป็นหน้าที่ที่ข้าไม่อาจไม่ทำตาม!

“แปลกอย่างไร”

ข้าแสดงท่าทีสนใจเล็กน้อย นางคือสตรีที่ข้าจะใช้อุ่นเตียงในอนาคต อย่างไรก็ต้องให้ความสนใจบ้าง

“จากประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงมานาน บ่าวรู้สึกว่าจริตสตรีนางหายไปพ่ะย่ะค่ะ”

เหลียงกงกงดูสตรีได้เก่งมาก คนที่สอนมารยาสตรีให้ข้าก็คือเขา

เติบโตจนอายุ 25 หนาวข้าล้วนดูมารยาหญิงออก แต่ภาพลักษณ์ของข้าคือชายหนุ่มรักหยกถนอมบุปผา ดังนั้นหากไม่มากจนเกินไปข้าก็จะไหลไปตามน้ำ

แสร้งว่าดูไม่ออก!

“ติงหลีซือเป็นสตรีที่มีมารยาหญิงพอควร เกิดอันใดขึ้นกับนางกัน”

หรือว่าไม่อยากแต่งเข้าจวนข้าแล้ว แต่ก็ไม่น่าใช่ ที่ผ่านมานางมองข้าด้วยแววตาแห่งความรักเสมอ ไม่น่าจะเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืนกระมัง

“ตอนนี้นางกำลังทำอันใดอยู่”

เหลียงกงกงที่เข้าใจเจตนาจึงโค้งกายให้ข้าหนึ่งครั้ง หายไปประมาณสองเค่อก็กลับเข้ามารายงานอีกครั้ง

“ทูลองค์ชาย สายรายงานมาว่าคุณหนูติงนั่งรถม้าออกไปนอกจวนพ่ะย่ะค่ะ สถานที่แรกที่รถม้าจอดคือร้านหนังสือ”

ติงหลีซือเข้าร้านหนังสือด้วย!

“ปรกตินางเข้าแต่ร้านอาภรณ์และเครื่องประทินผิว หรือว่าของหมั้นหมายที่เปิ่นหวางจัดไปให้จะไม่ถูกใจนาง”

เรื่องนี้กวนใจข้าไม่น้อย บุรุษที่มุ่งหวังในอำนาจมักจะวางเรื่องสตรีไว้ด้านหลัง อำนาจไว้ด้านหน้า

แต่สำหรับข้าที่มีความทะเยอะทะยานอยู่บ้างกลับให้ความสนใจในเรื่องการครองใจ

ใช้ผลประโยชน์จากครอบครัวของพวกนางแต่ก็ต้องให้ความใส่ใจกับพวกนางด้วย มิเช่นนั้นย่อมเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

อีกอย่างเลยก็คือข้าชอบรักษาคนที่มองข้าด้วยแววตาแห่งความรักและภักดี ข้าไม่คิดสูญเสียคนประเภทนี้ออกไปจากชีวิต

“ไปดูนางหน่อย”

คิดได้เช่นนั้นข้าก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้มังกร เดินนำ เหลียงกงกงออกนอกห้องหนังสือ

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็เห็นองครักษ์คนสนิททั้งสองหานเย่และเน่ยผานกำลังเดินเข้ามาหา

“องค์ชายเสด็จที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไปร้านหนังสือ หานเย่ไปกับเปิ่นหวาง เน่ยผานเฝ้าห้องหนังสือไว้”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”

เหลียงกงกงมีหน้าที่ดูความเรียบร้อยของจวน ดังนั้นข้าจึงให้องครักษ์คนสนิทเฝ้าห้องหนังสือเอาไว้

ข้าเดินด้วยท่วงท่าปรกติไปยังทางเดิน ในจังหวะนั้นเห็นพระชายาเอกกำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนดอกไม้จึงได้แวะถามแสดงความใส่ใจเสียหน่อย

“พระชายา”

พระชายาเอกนามว่าหู๋เนี่ยนเซวี๋ย เป็นบุตรสาวของเสนาบดีกรมพระคลัง

นางคือสตรีที่ข้าแต่งเข้ามาเพราะสมรสพระราชทานจากเสด็จพ่อ

ข้าย่อมไม่อาจปฏิเสธได้นอกจากรับนางเข้ามา ให้ความใส่ใจทุกอย่าง เรื่องไปค้างแรมมีบ้าง แต่ไม่ให้โอกาสในการตั้งครรภ์มังกร

ยามนี้ไท่จื่อ [1] ยังไม่มีทายาท เสด็จพ่อไม่หวังให้องค์ชายจวนใดมีทายาทจากพระชายาเอกหรือพระชายารองที่มาจากตระกูลขุนนางชั้นผู้ใหญ่

องค์ชายที่เกิดจากสนมชั้นซูเฟยเช่นข้า เห็นทีจะเป็นเพียงไม้ประทับให้ไท่จื่อที่ประสูติโดยฮองเฮา

ดังนั้นเมื่อใดที่ข้ารู้สึกอยากปลดปล่อยตามประสาชายหนุ่มก็จะเรียกใช้อนุภรรยาที่มักจะมอบยาห้ามครรภ์อันมีผลต่อการให้กำเนิดทายาทในอนาคต

เพราะการมอบยาห้ามครรภ์มีผลต่อการให้กำเนิดทายาท ข้าจึงไม่ได้ค้างแรมกับสตรีตระกูลใหญ่ทั้งสองบ่อยนัก

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ข้าให้ความสนใจติงหลีซือ

“ถวายพระพรเพคะ”

หู๋เนี่ยนเซวี๋ยทำความเคารพข้าด้วยความนอบน้อม

ข้ายื่นมือไปประคองนางด้วยท่าทางทะนุมถนอมจนนางใบหน้าแดงเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

ข้าถามสารทุกข์สุกดิบนางไม่กี่ประโยค นางก็เอ่ยถามสิ่งที่อยากทราบตั้งแต่เห็นข้าเดินออกมาจากห้องหนังสือ

เพราะปรกติแล้วหากไม่มีธุระใดข้าจะไม่ย่างกรายออกมาด้านนอกเลย

“องค์ชายจะเสด็จที่ใดหรือเพคะ”

“ไปหาติงหลีซือ”

เพียงข้าพูดนามว่าที่สนมคนใหม่ออกไปเท่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้างดงามก็ค่อย ๆ หายไปจากใบหน้า

แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นนางก็กลับมายิ้มเต็มใบหน้าเช่นเดิม

“หม่อมฉันให้คนจัดเตรียมเรือนของคุณหนูติงเอาไว้แล้ว ทุกอย่างสะอาดพร้อมเข้าอยู่เพคะ”

พระชายาเอกคนนี้นับว่ารู้ความ นางสามารถจัดการทุกอย่างได้ดี เป็นคนรู้ความมากกว่าพระชายารองที่เป็นสตรีค่อนข้างเอาแต่ใจและเจ้าอารมณ์

“ลำบากพระชายาแล้ว”

ข้ามอบรอยยิ้มอ่อนโยนที่ฝึกมาตั้งแต่เด็กให้นาง ยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ แสดงความเอ็นดูนางเต็มขั้น

เพียงเท่านั้นใบหน้างามก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ ความไม่พอใจเล็ก ๆ ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้หายไปจนสิ้น

ท่าไม้ตายของข้ายังคงใช้ได้ผลเสมอ!

“แล้วเปิ่นหวางจะซื้อหนังสือมากฝากพระชายา”

(จบองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา)

.

.


[1] ไท่จื่อ หมายถึง องค์รัชทายาท

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๙(จบ)

    ๑๙ติงหลีซือกำลังนอนอยู่บนเตียงในช่วงบ่ายคล้อย ตอนนี้นางแพ้ท้องหนักมาก อ่อนเพลียจนต้องนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่อาจทำสิ่งใด“หมดสภาพเลย”ในขณะนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นภายในห้องบรรทม ดวงตาคู่งามลืมขึ้นมองต้นเสียงก็เป็นเทพแห่งดวงชะตาเจ้านายของนางจริงดั่งที่คิด“ท่านเทพ! มาได้อย่างไรเจ้าคะ”“มาดูคนแพ้ท้อง”ติงหลีซือลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าอิดโรย ท่าทางไร้เรี่ยวแรงจนเทพแห่งดวงชะตาต้องเข้ามาพยุงขึ้นนั่ง“ท่านเทพ ไหนเจ้าคะการเนรเทศ เหตุใดข้าถึงได้มานอนแพ้ท้องอยู่แบบนี้”“เจ้านี่แปลก! ไม่ต้องเนรเทศให้ลำบากก็ดีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงเรียกร้องการเนรเทศนัก”ติงหลีซือเถียงไม่ออก ทำเพียงถอนหายใจเทพแห่งดวงชะตาเห็นแบบนั้นก็เสกผลไม่รสเปรี้ยวมาให้นางหนึ่งถาด“ทานผลไม้เหล่านี้เสีย แล้วเจ้าจะไม่แพ้ท้องอีก”ติงหลีซือดวงตาลุกวาว ยื่นมือไปรับถาดมาวางไว้บนเตียง ผลไม้มีหลากหลายชนิดแต่นางเลือกทานเฉ่าเหมย [1] เป็นอันดับแรกเพราะชอบในรูปร่างของมัน“งื้อ~สะใจเจ้าค่ะ”รสเปรี้ยวผสมหวานทำให้นางหลับตาพริ้ม อร่อยจนตัวสั่น เทพแห่งดวงชะตาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะ“หากเจ้าชอบข้าจะขอนำเข้าพืชชนิดนี้จากเทพต่างทวีป นี่คือผลไม้จาก

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๘

    ๑๘ตอนนี้ข้ากำลังนอนด้วยดวงตาเหม่อลอยอยู่บนเตียง คำที่หมอหลวงกล่าวเมื่อครู่ทำข้าพูดไม่ออก อยากรู้หรือไม่ว่าหมอหลวงกล่าวว่าอย่างไรเขาบอกว่า…“กระหม่อมยินดีกับกับไท่จื่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ ติง เหลียงตี้ทรงพระครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากล่าวประโยคนี้ครั้งแรกที่บอกผลหลังจากหมอหลวงตรวจอาการก็ได้บอกผลการตรวจแก่ฮองเฮาแล้วไท่จื่อคงได้ยินข่าวว่าตำหนักฮองเฮาเชิญหมอหลวง เขาจึงมาที่ตำหนักฮองเฮาด้วยชุดที่ใช้ประชุมเช้า ท่าทางร้อนใจเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้ยินข่าวว่าข้าตั้งครรภ์มังกร จากที่แสดงอาการกังวลใจก็เปลี่ยนเป็นดีใจในทันทีฟอด~ร่างสูงเข้ามาหาข้าพร้อมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากต่อหน้าฮองเฮา ไท่จื่อเฟย หมอหลวงนางกำนัลและขันที“ไท่จื่อ!”ฮองเฮาเรียกพระโอรสเสียงเขียว ทว่าไท่จื่อไม่สะทกสะท้าน หันมายิ้มแฉ่งใส่พระมารดา“เสด็จแม่ เฉินเอ๋อร์จะมีบุตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ทุกคนในห้องบรรทมตะลึงไปเลยเมื่อได้ยินคำแทนตัวที่ไท่จื่อใช้เรียกตัวเองเฉินเอ๋อร์เช่นนั้นหรือ…น่ารักแท้!ข้าหันไปสำรวจสีหน้าฮองเฮาก็เห็นว่าพระนางตัวแข็งทื่อ ดวงตาจับจ้องเพียงใบหน้าอาบรอยยิ้มของพระโอรส ไม่นานใบหน้างดงามสมวัยก็ฉายรอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๗

    ๑๗สองเดือนผ่านไปคำกล่าวที่ว่า ‘พระสนมคนโปรด’ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ไท่จื่ออู๋เฉินปี้โปรดปรานติงเหลียงตี้ถึงขนาดมาค้างด้วยที่ตำหนักทุกคืนสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะตั้งแต่แต่งไท่จื่อเฟยมา ไท่จื่อก็ยังเสด็จมาหาเฉพาะวันที่ฮองเฮากำหนดไว้ให้เท่านั้น แต่มาเพียงค่อนคืนก็กลับไปค้างกับติงเหลียงตี้จนกระทั่งถึงเช้าข่าวสารนี้รู้ถึงพระกรรณฮองเฮาแล้ว พระนางได้รับสั่งให้สะใภ้เอกหรืออีกฐานะหนึ่งคือหลานสาวพาตัวติง เหลียงตี้เข้าเฝ้าในวันนี้จ้าวฮองเฮาใคร่รู้นักว่าสตรีประเภทใดที่มัดใจพระโอรสของนางได้แต่งตั้งเป็นสนมขั้นสูงก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดถึงได้เสด็จไปหาทุกเช้าค่ำ!ทางด้านจ้าวฮองเฮา….ช่วงนี้สิ่งที่กวนใจข้ามากที่สุดไม่พ้นเป็นเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับพระโอรสที่ว่าหลงใหลได้ปลื้มพระสนมจนไม่เหลียวแลชายาเอกสิ่งนี้เป็นการกระตุ้นความทรงจำเก่าสมัยเป็นไท่จื่อเฟยวังบูรพายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าข้าเกลียดที่สุดเมื่อได้ยินบ้านไหนสามีหลงใหลภรรยารองมากที่สุด ก็ไม่คิดว่าพระโอสองค์เดียวของข้าจะเป็นไปกับเขาด้วย“ฮองเฮาเพคะ ไท่จื่อเฟยและติงเหลียงตี้เสด็จมาแล้วเพคะ”“เชิญเข้ามาได้”นางกำนัลโค้งตัวลงทำความเ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๖

    ๑๖เพราะทราบว่าเขาจะไปลงโทษมี่อิง ใจข้าก็เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ จนไม่มีสมาธิอ่านนิยายต่อ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องบรรทมรอฟังข่าวจากนางกำนัลที่ข้าส่งไปสืบข่าว“พระสนมเพคะ อย่าทรงกังวลใจไปเลยเพคะ มี่อิงนางสมควรได้รับแล้ว”“ก็ข้าไม่สบายใจ”ตอนอยู่บนสวรรค์ข้าไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกแปลกไปไม่น้อย“เรื่องตั้งใจทำชาร้อนหกใส่ระหว่างบ่าวด้วยกันเองยังนับว่าใจร้ายมากแล้ว แต่นี่นางประสงค์ร้ายในตัวพระสนมที่เป็นชนชั้นเจ้านาย ทั้งยังเป็นคนโปรดของไท่จื่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็สมควรโดนทำโทษแล้วเพคะ”ข้าเผลอมองหน้าซิงซิงนิ่ง ไม่คิดว่าภาพลักษณ์ที่ดูสดใสจะไม่ใสซื่อเป็นข้าประเมินนางต่ำไปสินะ!“เช่นนั้นระหว่างนี้ข้าจะทำอะไรรอดีล่ะ ไม่มีสมาธิอ่านตำราแล้ว”“หม่อมฉันสอนปักผ้าดีหรือไม่เพคะ เวลาที่พระสนมปักผ้าทีไรจะมีสมาธิทุกครั้งเพราะกลัวเข็มแทงมือ”ข้าไม่เคยปักผ้ามาก่อนเลย น่าสนใจ!“ก็ได้ เอาลายง่าย ๆ นะ ข้าอยากปักผ้าเช็ดหน้าให้ตัวเอง เอาเป็นปักชื่อข้าก็แล้วกัน”ซิงซิงยิ้มกว้างรีบไปเตรียมอุปกรณ์ในทันทีเพราะเช่นนี้ข้าถึงเบนสมาธิมาจากเรื่องมี่อิงได้ เพราะในหัวกำลังคิดว่าเขียนอักษรด้วยลายมือ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๕

    ๑๕ตุบ!“หม่อมฉันขออภัยเพคะพระสนม”มี่อิงคุกเข่าฟุบหน้าลงกับพื้นทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดของไท่จื่อเฟยข้าก้มมองนางแต่ไม่รับการขอโทษนี้ หันไปมองนางกำนัลคนอื่นเพื่อจะขอน้ำชา“ขอน้ำชาอันใหม่ให้ข้าที”นางกำนัลที่ถูกออกคำสั่งหันไปมองหน้าไท่จื่อเฟยก็ได้รับการพยักหน้ารับเบา ๆตอนที่นางกำนัลยื่นน้ำชาให้ข้ามีความระมัดระวังเป็นอย่างมากข้าที่ไม่มีใจอยากเล่นบทนี้อยู่แล้วก็ตั้งใจรับ เดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าไท่จื่อเฟยโดยไม่สนใจการมี่อิง“น้ำชาเพคะไท่จื่อเฟย”ไท่จื่อเฟยยื่นมือมารับน้ำชาจากมือข้าในทันที จิบชาเล็กน้อยพอเป็นพิธีก็เป็นอันเสร็จพิธียื่นน้ำชา“ไม่ต้องมาคารวะเช้าทุกวันจนเป็นกิจวัตร หากเปิ่นกงอยากเจอเจ้าจะให้คนมาเชิญเอง”เอ่ยสั้น ๆ ก็หันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลที่ยื่นน้ำชามาให้ข้า“ไปหยิบยามาทาให้พระสนม โดนน้ำร้อนลวกมากหรือไม่ ไหนให้เปิ่นกงดู”ข้าลุกขึ้นยืนแล้วดึงชายกระโปรงขึ้น พบว่าเป็นรอยแดงตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมายังหน้าขา เพียงเท่านี้ดวงตาคู่งามก็ตวัดไปมองมี่อิงอย่างดุร้ายมี่อิงรีบก้มหน้าลงต่ำไม่สบตาเจ้านาย ไท่จื่อเฟยก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคาดโทษเอาไว้“เปิ่นกงขออภัยแทนมี่อิงด้วย ต่อ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๔

    ๑๔ข้าตื่นเพราะนางกำนัลเข้ามาปลุกจึงเดาว่าใกล้ยามซื่อแล้วเมื่อข้าอนุญาตให้พวกนางเข้ามานางกำนัลทั้งสี่ก็ช่วยปรนนิบัติข้าทุกอย่างตั้งแต่การอาบน้ำไปจนกระทั่งการแต่งตัวเพราะชินกับการมีคนช่วยแล้ว ข้าจึงนั่งนิ่ง ๆ อำนวยความสะดวกให้พวกนางได้ทำงานทุกอย่างในขณะที่นางกำนัลกำลังช่วยทำผมให้อยู่นั้น ข้าก็เห็นใบหน้าคุ้นตาผ่านกระจกทองเหลือง“ซิงซิง!”“ถวายพระพรพระสนมเพคะ”ข้าไม่ได้หันหน้าไปมองซิงซิงเพราะนางกำนัลกำลังเกล้าผมขึ้นแล้วใช้ปิ่นปัก ดังนั้นจึงประสานสายตากับสาวใช้คนสนิทผ่านกระจกแทน“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”“ไท่จื่อรับสั่งให้องครักษ์มารับตัวหม่อมฉันที่จวนตระกูลติงเพคะ นายท่านฝากความคิดถึงมาถึงพระสนมด้วยนะเพคะ”นับว่าเขาใส่ใจข้าดี!“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“นายท่านดูเศร้าซึมไม่น้อยเพคะ ดีว่าคุณชายเล็กกลับมาแล้ว นายท่านจึงไม่ได้รู้สึกเหงามากจนเกินไป”“ติงอวี่มาแล้วหรือ!”น้องชายคนเดียวของติงหลีซืออยู่สำนักยุทธ์ไม่กลับจวนมาหลายปี เขากลับมาตอนนี้นับว่าตรงตามความประสงค์ของข้า“เพคะ คุณชายกล่าวว่ามาครั้งนี้จะอยู่กับนายท่านไม่ไปไหนเลยเพคะ”ข้อดีของการเป็นบุตรชายคือแต่งภรรยาเข้าจวน ไม่เหมือนสตรีอย

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑๐

    ๑๐เช้าวันต่อมาข้าถูกปลุกโดยซิงซิงสาวใช้คนสนิทของข้า ท่าทางของนางตื่นเต้นมากเมื่อเห็นนางกำนัลเกือบสิบคนเดินยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องนอนเล็ก ในมือถือถาดที่ด้านบนวางชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับหลายชิ้นนางกำนัลเหล่านี้ล้วนมาจากวังบูรพา ถูกไท่จื่อส่งมาเพื่อแต่งตัวเจ้าสาว!“เอาเลย! อยากทำอะไรกับข้าก็เชิญเล

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๕

    ๕ข้านิ่งไปทันทีเมื่ออยู่ ๆ ในหัวก็เห็นภาพบางอย่างขึ้น เป็นภาพอดีตของหลีซือคนเดิมที่…กรี๊ด! นี่มันอะไรกัน เหตุใดในนิยายไม่ได้บอกเอาไว้ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็น เหตุใดเพิ่งมาเห็นในยามนี้“เปิ่นไท่จื่อไม่สบายใจที่ทำให้คุณหนูติงตกใจ ไม่สู้ให้เปิ่นไท่จื่อเลี้ยงน้ำชาคุณหนูติง”ประโยคนี้คล้ายจะเป็นคำ

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๔

    ๔ทางด้านองค์ชายสี่อู๋เยี่ยนหยา…“องค์ชายทรงพระสรวลใส่หม่อมฉันหรือเพคะ”ท่าทางของนางตอนถามประโยคนี้จริงจังมาก นางจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าต่างไปจากคนเดิมที่เหลียงกงกงกล่าวว่านางเปลี่ยนไปนั้น...ข้าเริ่มจะเชื่อแล้ว!ว่าแต่…อะไรทำให้นางเปลี่ยนไปกัน“เปิ่นหวางหัวเราะเจ้าเพราะรู้สึกเอ็นดู เมื

  • ข้าจะทำตามบทแล้วจบที่เนรเทศ   ๑

    ๑ข้าถือกำเนิดแล้วในร่างติงหลีซือ คุณหนูใหญ่ของตระกูลติงซึ่งเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายสี่มารดาที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้ว บิดาไม่ได้แต่งภรรยาใหม่เข้ามาเป็นบิดาที่มอบความรักให้แก่บุตรสาวและบุตรชายมากคนหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่ข้ากับหลีซือคนนี้มีชื่อเป็นอักษรตัวเดียวกันต่างกันตรงที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status