Share

ตอนที่1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก! 1/3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-13 15:13:47

ตอนที่ 1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก!

…วังหลวง…

ใกล้ค่ำแล้วฮ่องเต้ ‘จ้าวจวินข่าย’ นั้นเสร็จจากการปรึกษาราชกิจกับชินอ๋องผู้เป็นน้องชายเรียบร้อยทั้งสองต่างก็คิดว่าจะไปกินมื้อค่ำกับพระมารดาเช่นไทเฮา พอเก็บงานบนโต๊ะเรียบร้อยฮ่องเต้ก็เดินนำหน้าผู้เป็นน้องชายตรงไปยังตำหนักไทเฮา หากแต่พอมาถึงตำหนักชิวอิ๋งกลับพบว่าป่านนี้แล้วยังไร้เงาของเสด็จแม่ของพวกตน ทั้งสองต่างก็มองหน้าด้วยอาการที่เท่าทันกันอย่างที่เรียกว่าเพียงมองตาก็ทราบความใน

“เสด็จแม่หนีออกจากวัง!”

เพียงเท่านั้นความวุ่นวายก็พลันบังเกิด เหล่าองครักษ์ และทหารรักษาพระองค์ถูกเรียกรวมพลโดยด่วน จ้าวจวินข่ายนั้นไม่อาจจะไปเอาผิดเหล่าทหารและคนในวังหลวงได้ เพราะหากทำเช่นนั้นเขาคงได้ประหารกันจนหมดวังหลวงเป็นแน่เพราะไทเฮานั้นขยันแอบย่องหนีออกจากวังจนเขากับจ้าวจวินหลางปวดเศียรเวียนเกล้ากันอย่างที่สุดแล้ว แต่จะทำเช่นไรได้ด้วยเพราะไทเฮานั้นเศร้าโศกมานับจากอดีตฮ่องเต้จากไป

พวกเขาสองพี่น้องยังจดจำได้แม่นยำว่าช่วงนั้นไทเฮาถึงขนาดจะฝังตนเองไปพร้อมกับพระศพของอดีตฮ่องเต้ แม้นพวกเขาเองจะกำลังวุ่นวายกับการขึ้นครองราชย์ ซ้ำยังต้องคอยกำจัดและล้มล้างฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ยังคงคอยสลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปดูแลพระมารดาอย่างใกล้ชิดมิอาจปล่อยให้อยู่เพียงลำพังได้ ด้วยเพราะกลัวว่าไทเฮาจะปลิดชีพตนเองตามอดีตฮ่องเต้ไป กว่าจะผ่านช่วงเวลาเช่นนั้นพวกเขาทั้งสองพี่น้องก็ลำบากไม่น้อย จนผ่านมาถึงสองปีให้หลังนี้ที่ไทเฮาทรงดื้อและทรงมักโปรดลอบหนีออกจากวังหลวงอยู่บ่อยครั้ง

ทว่าพระองค์นั้นก็มีเพียงหากไม่ไปสุสานหลวงก็ไปยังอารามต่าง ๆ เพราะมักจะไปรำลึกถึงความหลังระหว่างทั้งสองที่พบรักกันในเทศกาลลอยโคมไฟยังอารามแห่งหนึ่งในเป่ยหนิง บ้านเดิมของไทเฮา ซึ่งคราวนี้ที่สุสานหลวงไม่พบก็คงเป็นอารามใดสักแห่งในโยวโจวนี้เป็นแน่ แต่ในเมืองหลวงนี้พระอารามมีนับสิบก็มิอาจทราบได้ว่าทรงแอบหนีไปยังอารามใดกันแน่ คงมีเพียงกองสอดแนมอิงซื่อของฮ่องเต้เท่านั้นที่จะทราบได้ว่องไวที่สุด

“พบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หนึ่งในคนของ ‘อิงซื่อ’ เร่งรุดมาคุกเข่ารายงานว่าบัดนี้ไทเฮานั้นทรงหลบลี้แอบหนีไปยังอารามไห่เหมี่ยวแล้วยังเกิดเรื่องใหญ่อีกด้วย แต่บัดนี้อาศัยอยู่บนอารามของเหล่าซือไท่ ทว่าขันทีติดตามพระองค์มิอาจรอดชีวิตทำเอาจ้าวจวินข่ายและจ้าวจวินหลางนั้นยิ่งเป็นกังวลหนักกว่าเดิม ด้วยเพราะอารามไห่เหมี่ยวนั้นอยู่ห่างไกลมากทีเดียว

“ไห่เหมี่ยวเชียวหรือ ครานี้เสด็จแม่ไปไกลทีเดียว ฝ่าบาททรงพักผ่อนเถิด กระหม่อมจะไปรับพระนางกลับมาเอง”

จ้าวจวินหลางกล่าวแก่ฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายเพียงเท่านั้นก็เรียกกองทหารม้าที่ตนเองควบคุมอยู่เพื่อตรงไปยังอารามไห่เหมี่ยวทันที ถึงจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดแต่พอนึกไปถึงในสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็กเล่นซุกซนแอบลักลอบหนีไปท่องเที่ยวจนพระบิดาพระมารดาร้อนใจ สองพี่น้องผู้สูงศักดิ์ก็มิอาจโกรธเคืองพระมารดาได้ลง เพราะอดีตพระนางก็เหน็ดเหนื่อยกับพวกเขามาไม่น้อยนั่นเอง

“เช่นนั้นเจ้าก็จัดการให้เรียบร้อย คนใดต้องให้รางวัล คนใดต้องลงโทษ”

จ้าวจวินข่ายเอ่ยสั่งความแก่น้องชายไปอย่างจัดเจนเ พราะคนของอิงซื่อรายงานได้ละเอียดลอออย่างยิ่ง ความโกรธย่อมมากแต่เขาเป็นถึงฮ่องเต้เหตุผลย่อมมี เข้าใจว่าพระมารดาของเขานั้นคงจะปลอมตัวไป แต่ปลอมอย่างไรด้วยเครื่องประดับบางชิ้นกับสง่าราศีก็มิอาจปิดบังไม่ได้อยู่ดี

“ฝ่าบาททรงคาดว่ายังจะเหลืออันใดให้กระหม่อมไปให้โทษอีก คนเช่นไทเฮาหลิวรุ่ยเซียงมิใช่สตรีธรรมดานะกระหม่อม”

จ้าวจวินข่ายถึงกับหัวเราะหึ ๆ ออกมาเลยทีเดียวเพราะทราบดีว่ามารดาของตนเองเป็นคนเช่นไร กว่าจะมาเป็น ‘ที่หนึ่ง’ ของวังหลัง หากอำมหิตไม่พอย่อมยากจะขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งฮองเฮาจนมาเป็นไทเฮาไปได้

ทางด้านสองพี่น้องที่ต่างก็ช่วยกันอาบน้ำ ขัดถูเนื้อตัว และสระผมเพื่อชำระล้างกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกไปจนหมดแล้ว ก็เร่งเข้าไปแต่งกายจากนั้นก็ช่วยกันเช็ดเส้นผมให้กันและกันจนแห้งสนิทดี

“เดี๋ยวพี่ไปดูมันเผาก่อนนะว่ากินได้หรือยัง”

หวังลี่จูลุกขึ้นไปดูเตาเผาที่มีเอาไว้ภายในห้องนอนทุกห้องพักบนหุบเขาแห่งนี้ เพราะอากาศบนเขาไห่เหมี่ยวแห่งนี้นั้นหนาวตลอดทั้งปี จะฤดูใดหนาว ใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ ไปจนถึงฤดูฝนล้วนมีอากาศหนาวเย็นจนต้องมีเตาเผาเอาไว้ภายในห้องนอน ซึ่งชาวยุคโบราณนี้เขาฉลาดไม่เบามีการต่อปล่องควันให้ออกไปด้านนอก

เช่นเดียวกับน้ำสำหรับใช้สอยก็มีลำไม้ไผ่ต่อทอดยาวมาจากแหล่งน้ำตกอีกที ส่วนน้ำดื่มจะใช้การต้มคาดว่าพวกเขาคงต้องการฆ่าเชื้อต่าง ๆ ไปในตัวนั่นเอง บนภูเขาการขุดเจาะบ่อน้ำใช้กินดื่มมันมิใช่ง่ายดายเช่นที่พื้นราบยังด้านล่าง ก่อนออกไปอาบน้ำสองพี่น้องก็ได้นำมันเทศที่ได้มาจากไร่ที่พวกนางนั้นได้นำเอา ‘ปุ๋ย’ ธรรมชาติไปขายให้มาซุกเอาไว้ในขี้เถ้าเผาเอาไว้ก่อน เพราะมื้อค่ำจะไม่มีอาหารอันใดเหลือเอาไว้ให้กินแล้ว ด้วยหลวงจีนกับแม่ชีนั้นฉันอาหารเพียงสองมื้อเท่านั้น ในยามค่ำพวกนางสองพี่น้องต้องหาของกินขึ้นมาเอง

…ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…

สองพี่กำลังเตรียมจะกินมันเผาร่วมกันกลับมีเสียงเคาะประตูก็ให้แปลกใจว่าค่ำแล้วเหตุใดยังมีแม่ชีมาเคาะห้องนอนของพวกตนอีก ด้วยปกตินั้นตกค่ำเหล่าแม่ชีกับหลวงจีนล้วนไปเข้าหอพระสวดมนต์กันหมดแล้วแต่เหตุใดค่ำคืนนี้กลับมีคนมาเคาะเรือนนอนของพวกนางทั้งสองคนพี่น้องเช่นนี้ได้

“ขออภัยนะเจ้าคะ นั่นคือผู้ใดกัน?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!!

    ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!! ฝ่ายทางด้านของสองพี่น้องที่กลายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนอายุสิบห้านั้นได้ติดท้ายขบวนขนส่งสิ้นค้าของสำนักคุ้มภาย ‘อวิ๋นฉี’ ซึ่งจะเดินทางผ่านด่านทิศเหนือที่ใกล้ชิดติดกับซีหยวนและเป่ยฮั่น โดยมีแม่น้ำสายใหญ่หวงเหอกั้นขวางแบ่งระหว่างโยวโจว ซีหยวน กับเป่ยฮั่น แล้วมีเผ่าขนาดเล็กอีกหกเผ่าหลบหนีไปไกลกว่าหลายร้อยลี้แล้วไม่ได้ทราบเลยว่าบัดนี้ภายในวังหลวงของโยวโจวนั้นกำลังวุ่นวายกันใหญ่ เพราะหมิงหวังและหมิงเยว่กงจู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยสักนิด“เจ้าพวกบัดซบ สวะสิ้นดี สตรีถึงสองนางหายไปกลับไม่มีผู้ใดพบเห็น นางหาใช่มดหรือแมลงจึงจะมีปีกบินหนีไปได้ ไปเร่งค้นให้ทั่ว!”จ้าวจวินหลางโกรธจนลมออกหูเมื่อทหารม้าเกราะดำร่วมห้าร้อยชีวิตต่างก็ค้นหาไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมของวังหลวงแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของสองกงจู่ไปจนสิ้น หลิวไทเฮาถึงกับเป็นลมไปหลายตลบ เพราะคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีแล้วตนเองนั้นประมาทหัวใจของสองพี่น้องสกุลหวังเกินไปงานแต่งงานใกล้เข้ามาเหลืออีกเพียงไม่ถึงสิบวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมเอาไว้เกือบพร้อมหมดแล้วโดยไม่มีผู้ใดมันจะมาคิดว่าตัวของว่าที่เจ้าสาวนั้นจะ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)

    ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)พออีกสองวันต่อมาหวังลี่เจินนั้นก็เริ่มแอบลักลอบหนีออกจากวังหลวงแล้วไปหาเหล่าสหายทั้งหลายในตลาดให้ช่วยนำตั๋วเงินไปแลกเป็นแผ่นทองคำแทน พร้อมกันนั้นก็เตรียมหาขบวนสินค้าที่พวกนางสองพี่น้องพอจะอาศัยติดตามข้ามไปยังต่างแดนเช่นซีหยวนหรือไม่ก็เป็นเป่ยฮั่น เพราะหวังลี่จูนั้นบอกว่าเป็นเพียงสตรีสองนางหากหลบหนีกันไปเพียงสองคนจะไม่ปลอดภัยจำต้องอาศัยขบวนขนสินค้าข้ามชายแดนกับปลอมตัวจึงพอจะรอดพ้นออกจากโยวโจวได้“เป็นเช่นไรบ้างอาการของข้าน่ะท่านหมอซู” คนข้อเท้าเจ็บพยายามฝึกฝนใช้ไม้เท้าและขยันกินยา ทำทุกสิ่งที่ท่านหมอหลวงแนะนำด้วยความคิดที่ว่าตนเองต้องรีบหายให้เร็วที่สุด งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกนางสองพี่น้องจะต้องหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่งงานอันใดนั้นผู้ใดอยากตบแต่งกัน ชินหวางเฟยผู้ใดต้องการนางล้วนไม่สนใจ นางกับน้องสาวต้องการอิสระเพียงเท่านั้น ยศถาบรรดาศักดิ์อันใดพวกนั้นนางล้วนมิต้องการทั้งสิ้น“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะกงจู่ กระหม่อมเพิ่มตัวยาสมุนไพรให้แก่กงจู่อีกขนานรับรองว่าอีกไม่เกินสิบวันกงจู่ย่อมจะทรงต้องกลับมาเดินได้เป็นปกติเช่นเดิมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงกัง

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)

    ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)“พี่สาว!/ลี่จู!”สตรีสองนางแต่ต่างวัยต่างเร่งพุ่งสวนทางกับจ้าวจวินหลาง โดยไม่มีใครสนใจเขาแต่รีบเข้ามายังด้านในแล้วนั่งขนาบข้างของหวังลี่จูคนละฟาก ข้างด้านซ้ายมือคือหลิวไทเฮา ส่วนด้านขวามือก็คือหวังลี่เจิน ที่พื้นด้านล่างมีเสี่ยวจื่อแล้วเสี่ยวจางนั่งจับจ้องคนบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เลยไปด้านหลังของพวกนางก็ยังมีนางกำนัลและขันทีอีกร่วมยี่สิบชีวิตติดตามหลิวไทเฮาเข้ามาไม่ยอมห่าง“เจินเจิน” แต่ช่างหน้าแปลกยิ่งนักแม้นจะมีผู้คนมากมาก ทว่าหวังลี่จูนั้นกลับรู้สึกเดียวดายอย่างยากจะอธิบายได้ถูก มีเพียงหวังลี่เจินเท่านั้นที่นางมองเห็นเป็น ‘ครอบครัว' เพียงหนึ่งเดียวของตนเอง ส่วนผู้อื่นรอบกายนับร้อยนับพันล้วนเป็นผู้คนแปลกหน้าที่คาดหวังเอาแต่ผลประโยชน์จากพวกนางสองพี่น้องทั้งสิ้น!!!...ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง!...“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” ถึงจะขาดสติไปบ้างแต่ขนมธรรมเนียมประเพณีภายในวังหลวงอันเคร่งครัดนี้หวังลี่จูนั้นจะหลงลืมมิได้เด็ดขาด ถึงนางจะยังบาดเจ็บยากจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แต่ก็ยังโค้งกายในขณะที่ยังนั่งอยู่ ทั้งที่ปวดเท้าไม่พอยังเจ็บหลังและก้นที่ถูกจับโยนลงมาเต็มแรงอีกด้วย“มิต้

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 4/4

    “เจ็บล่ะสิ สมน้ำหน้า อยากซุ่มซ่ามเดินไม่ระวัง คิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ก็เพียงห่านดงตนหนึ่งหาใช่นางหงส์องอาจทำเป็นหลงชาติกำเนิดของตนเอง รู้ว่าเส้นทางมันมืดแถมกระโปรงยังราวรุ่มร่ามไม่เจียมตัวจริง ๆ...โง่เขลาสิ้นดี!!!”...นั่นปะไรนางถูกพูดจาดูถูกอีกแล้ว แต่...มันก็จริง พวกนางสองพี่น้องก็เป็นเพียงห่านดงหลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงนางพญาหงส์และเหยี่ยวเวหา แต่เป็นพวกนางหรือที่อยากจะมาอยู่ยังที่แห่งนี้ ก็เป็นมารดาของเขามิใช่หรือที่ยกเอาคำว่า ‘ทดแทนบุญคุณ' มากักขังพวกนางสองพี่น้องเอาไว้ในสถานที่ชั่วช้าแห่งนี้!!!ยิ่งคิดพลันน้ำอุ่น ๆ มันก็ไหลออกมาจากดวงตาอย่างยากจะหักห้ามได้อีกต่อไป ร่วมสี่เดือนที่พวกนางต้องทุกข์ยากและอดทน ต้องฝืนทำและฝึกฝนในสิ่งที่หลิวไทเฮายัดเยียดมาให้โดยไร้คำถามไถ่ว่าพวกนางสองพี่น้องต้องการหรือไม่ กฎเกณฑ์มากมายถูกจับยัดมาใส่สมอง พวกนางเหนื่อยร่างกายพักผ่อนนอนหลับมันก็จางหาย แต่หลายเดือนผ่านมาเหนื่อยใจมีแต่มากล้นยากจะบรรเทา“มะ...หม่อมฉันสองพี่น้องก็มิเคยต้องการเพคะ...ฮึก...ไม่เคยต้องการเป็นกงจู่...ฮือ...และยิ่งไม่เคยต้องการสามีแบบพวกท่าน!”เหลืออดเหลือทนเข้าหญิงสาวนั้นก็ระเบิดมันออ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 3/4

    “ท่านนี่มัน...” อยากด่าให้สาแก่ใจแต่ก็ไม่กล้า ‘ปากดี' ในถิ่นของเขา นางจำต้องกัดเรียวปากของตนเองจนได้กลิ่นคาวโลหิตลอยฟุ้งพุ่งขึ้นเต็มกระพุ้งแก้มและโพรงปาก หญิงสาวอดทนฝืนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้จนดวงตาเรียวสวยคู่นั้นแดงก่ำเพราะฝืนกลืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก“เปิ่นหวางทำไม?...อยากด่าก็ด่าออกมาเลยอย่ามาเสแสร้งจะดีกว่าคนงาม” จ้าวจวินหลางทรุดลงมานั่นสับส้นเท้าแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มของหวังลี่จูจนนางปากจู๋ จะให้กล่าวกิริยาในยามนี้เป็นดัง ‘พยัคฆ์' กำลังล้อเล่นกับ ‘หนูนา' ตัวน้อยก่อนจะสังหารให้ตายก็มิปาน“มิกล้า...มิกล้า...ลี่จูย่อมมิกล้าแม้แต่จะคิดร้ายต่อชินอ๋อง ดังนั้นจะกล้าด่าทอชินอ๋องไปได้เช่นไรเล่า” หญิงสาวยิ้มแย้มทั้งที่เจ็บปวดที่ข้อเท้าแทบขาดใจ นางอดทนจนหน้าแดงตาแดง เห็นแล้วจ้าวจวินหลางนั้นก็ถึงกับปวดดวงใจอย่างไร้สาเหตุ“ไหนให้ข้าดูหน่อย!” ตะคอกข่มขวัญนางเอาไว้ก่อนทั้งที่ภายในใจของเขานั้นเริ่มสั่นไหวไปหมดกับดวงตาแดงชอกช้ำและใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าหวังลี้จูนั้นเจ็บปวดมากจริง ๆ แต่ที่ตนเองโยนกายอรชรนั้นลงโครมใหญ่ ก็เพราะกลัวเสียหน้า เกิดมาแม้แต่มารดาของเขาเองยังไม่เคยอุ้ม

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 2/4

    'เอาวะยอมวิงวอนอ้อนขอร้องเขาสักหน่อยมันจะเสียศักดิ์ศรีสักเท่าใดกันเชียว ดีกว่าต้องคลานสี่เท้ากลับตำหนักซุ่นอวินให้อับอายนางกำนัลและขันทีกับเหล่าองครักษ์ทั้งหลาย'หวังลี่จูคิดในใจเสร็จก็ตัดสินใจกัดฟันพุ่งตรงเข้าไปกอดสองขาแกร่งของ ‘ชินอ๋อง' อย่างไม่มีการรักษามารยาทอีกต่อไป ศักดิ์ศรีอันใดนั้นปกติคนเช่นนางไม่มีอยู่แล้ว ขอเพียงเอาชีวิตรอดทำเวลาเร่งกลับไปหาน้องสาวให้จงได้ ต่อให้นางกราบอีกฝ่ายเป็น ‘ท่านอาจารย์' หวังลี่จูก็ไม่มีวันถือสามันให้หนักเด็ดขาด!“น้า...ชินอ๋องทรงเมตตาลูกนก ลูกห่านตาดำ ๆ ผู้นี้ด้วยเถอะเพคะ ชินอ๋องคนดี...ชินอ๋องผู้ประเสริฐที่สุดในใต้หล้า”นางกำนัลสองพี่น้องเช่นเสี่ยวจื่อกับเสี่ยวจางถึงกับมองแล้วอึ้งยืนตกตะลึงอ้าปากค้างพะงาบกลืนลมลงท้องอย่างน่าสงสาร โดยซ่งจินองครักษ์คนสนิทที่ติดตามใกล้ชิดมาด้วยเองยังถึงกับแอบหันหน้าหนีไม่กล้าจะมองกับกิริยาลูกสุนัขตัวน้อยเลียแข้งเลียขาเจ้านายของมัน หวังวิงวอนอ้อนขอให้จ้าวจวินหลางนั้นโอบอุ้มตัวของมันขึ้นมาจากพื้นสักคราว ผู้ใดพบเห็นใจแข็งเกินหนึ่งเค่อนับว่าเป็นยอดบุรุษ!“ไม่!...ปล่อยขาของเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้ ตนเองเดินไม่ระวัง ทั้งโง่เง่า ทั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status