แชร์

ตอนที่1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก! 1/3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-13 15:13:47

ตอนที่ 1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก!

…วังหลวง…

ใกล้ค่ำแล้วฮ่องเต้ ‘จ้าวจวินข่าย’ นั้นเสร็จจากการปรึกษาราชกิจกับชินอ๋องผู้เป็นน้องชายเรียบร้อยทั้งสองต่างก็คิดว่าจะไปกินมื้อค่ำกับพระมารดาเช่นไทเฮา พอเก็บงานบนโต๊ะเรียบร้อยฮ่องเต้ก็เดินนำหน้าผู้เป็นน้องชายตรงไปยังตำหนักไทเฮา หากแต่พอมาถึงตำหนักชิวอิ๋งกลับพบว่าป่านนี้แล้วยังไร้เงาของเสด็จแม่ของพวกตน ทั้งสองต่างก็มองหน้าด้วยอาการที่เท่าทันกันอย่างที่เรียกว่าเพียงมองตาก็ทราบความใน

“เสด็จแม่หนีออกจากวัง!”

เพียงเท่านั้นความวุ่นวายก็พลันบังเกิด เหล่าองครักษ์ และทหารรักษาพระองค์ถูกเรียกรวมพลโดยด่วน จ้าวจวินข่ายนั้นไม่อาจจะไปเอาผิดเหล่าทหารและคนในวังหลวงได้ เพราะหากทำเช่นนั้นเขาคงได้ประหารกันจนหมดวังหลวงเป็นแน่เพราะไทเฮานั้นขยันแอบย่องหนีออกจากวังจนเขากับจ้าวจวินหลางปวดเศียรเวียนเกล้ากันอย่างที่สุดแล้ว แต่จะทำเช่นไรได้ด้วยเพราะไทเฮานั้นเศร้าโศกมานับจากอดีตฮ่องเต้จากไป

พวกเขาสองพี่น้องยังจดจำได้แม่นยำว่าช่วงนั้นไทเฮาถึงขนาดจะฝังตนเองไปพร้อมกับพระศพของอดีตฮ่องเต้ แม้นพวกเขาเองจะกำลังวุ่นวายกับการขึ้นครองราชย์ ซ้ำยังต้องคอยกำจัดและล้มล้างฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ยังคงคอยสลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปดูแลพระมารดาอย่างใกล้ชิดมิอาจปล่อยให้อยู่เพียงลำพังได้ ด้วยเพราะกลัวว่าไทเฮาจะปลิดชีพตนเองตามอดีตฮ่องเต้ไป กว่าจะผ่านช่วงเวลาเช่นนั้นพวกเขาทั้งสองพี่น้องก็ลำบากไม่น้อย จนผ่านมาถึงสองปีให้หลังนี้ที่ไทเฮาทรงดื้อและทรงมักโปรดลอบหนีออกจากวังหลวงอยู่บ่อยครั้ง

ทว่าพระองค์นั้นก็มีเพียงหากไม่ไปสุสานหลวงก็ไปยังอารามต่าง ๆ เพราะมักจะไปรำลึกถึงความหลังระหว่างทั้งสองที่พบรักกันในเทศกาลลอยโคมไฟยังอารามแห่งหนึ่งในเป่ยหนิง บ้านเดิมของไทเฮา ซึ่งคราวนี้ที่สุสานหลวงไม่พบก็คงเป็นอารามใดสักแห่งในโยวโจวนี้เป็นแน่ แต่ในเมืองหลวงนี้พระอารามมีนับสิบก็มิอาจทราบได้ว่าทรงแอบหนีไปยังอารามใดกันแน่ คงมีเพียงกองสอดแนมอิงซื่อของฮ่องเต้เท่านั้นที่จะทราบได้ว่องไวที่สุด

“พบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หนึ่งในคนของ ‘อิงซื่อ’ เร่งรุดมาคุกเข่ารายงานว่าบัดนี้ไทเฮานั้นทรงหลบลี้แอบหนีไปยังอารามไห่เหมี่ยวแล้วยังเกิดเรื่องใหญ่อีกด้วย แต่บัดนี้อาศัยอยู่บนอารามของเหล่าซือไท่ ทว่าขันทีติดตามพระองค์มิอาจรอดชีวิตทำเอาจ้าวจวินข่ายและจ้าวจวินหลางนั้นยิ่งเป็นกังวลหนักกว่าเดิม ด้วยเพราะอารามไห่เหมี่ยวนั้นอยู่ห่างไกลมากทีเดียว

“ไห่เหมี่ยวเชียวหรือ ครานี้เสด็จแม่ไปไกลทีเดียว ฝ่าบาททรงพักผ่อนเถิด กระหม่อมจะไปรับพระนางกลับมาเอง”

จ้าวจวินหลางกล่าวแก่ฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายเพียงเท่านั้นก็เรียกกองทหารม้าที่ตนเองควบคุมอยู่เพื่อตรงไปยังอารามไห่เหมี่ยวทันที ถึงจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดแต่พอนึกไปถึงในสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็กเล่นซุกซนแอบลักลอบหนีไปท่องเที่ยวจนพระบิดาพระมารดาร้อนใจ สองพี่น้องผู้สูงศักดิ์ก็มิอาจโกรธเคืองพระมารดาได้ลง เพราะอดีตพระนางก็เหน็ดเหนื่อยกับพวกเขามาไม่น้อยนั่นเอง

“เช่นนั้นเจ้าก็จัดการให้เรียบร้อย คนใดต้องให้รางวัล คนใดต้องลงโทษ”

จ้าวจวินข่ายเอ่ยสั่งความแก่น้องชายไปอย่างจัดเจนเ พราะคนของอิงซื่อรายงานได้ละเอียดลอออย่างยิ่ง ความโกรธย่อมมากแต่เขาเป็นถึงฮ่องเต้เหตุผลย่อมมี เข้าใจว่าพระมารดาของเขานั้นคงจะปลอมตัวไป แต่ปลอมอย่างไรด้วยเครื่องประดับบางชิ้นกับสง่าราศีก็มิอาจปิดบังไม่ได้อยู่ดี

“ฝ่าบาททรงคาดว่ายังจะเหลืออันใดให้กระหม่อมไปให้โทษอีก คนเช่นไทเฮาหลิวรุ่ยเซียงมิใช่สตรีธรรมดานะกระหม่อม”

จ้าวจวินข่ายถึงกับหัวเราะหึ ๆ ออกมาเลยทีเดียวเพราะทราบดีว่ามารดาของตนเองเป็นคนเช่นไร กว่าจะมาเป็น ‘ที่หนึ่ง’ ของวังหลัง หากอำมหิตไม่พอย่อมยากจะขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งฮองเฮาจนมาเป็นไทเฮาไปได้

ทางด้านสองพี่น้องที่ต่างก็ช่วยกันอาบน้ำ ขัดถูเนื้อตัว และสระผมเพื่อชำระล้างกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกไปจนหมดแล้ว ก็เร่งเข้าไปแต่งกายจากนั้นก็ช่วยกันเช็ดเส้นผมให้กันและกันจนแห้งสนิทดี

“เดี๋ยวพี่ไปดูมันเผาก่อนนะว่ากินได้หรือยัง”

หวังลี่จูลุกขึ้นไปดูเตาเผาที่มีเอาไว้ภายในห้องนอนทุกห้องพักบนหุบเขาแห่งนี้ เพราะอากาศบนเขาไห่เหมี่ยวแห่งนี้นั้นหนาวตลอดทั้งปี จะฤดูใดหนาว ใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ ไปจนถึงฤดูฝนล้วนมีอากาศหนาวเย็นจนต้องมีเตาเผาเอาไว้ภายในห้องนอน ซึ่งชาวยุคโบราณนี้เขาฉลาดไม่เบามีการต่อปล่องควันให้ออกไปด้านนอก

เช่นเดียวกับน้ำสำหรับใช้สอยก็มีลำไม้ไผ่ต่อทอดยาวมาจากแหล่งน้ำตกอีกที ส่วนน้ำดื่มจะใช้การต้มคาดว่าพวกเขาคงต้องการฆ่าเชื้อต่าง ๆ ไปในตัวนั่นเอง บนภูเขาการขุดเจาะบ่อน้ำใช้กินดื่มมันมิใช่ง่ายดายเช่นที่พื้นราบยังด้านล่าง ก่อนออกไปอาบน้ำสองพี่น้องก็ได้นำมันเทศที่ได้มาจากไร่ที่พวกนางนั้นได้นำเอา ‘ปุ๋ย’ ธรรมชาติไปขายให้มาซุกเอาไว้ในขี้เถ้าเผาเอาไว้ก่อน เพราะมื้อค่ำจะไม่มีอาหารอันใดเหลือเอาไว้ให้กินแล้ว ด้วยหลวงจีนกับแม่ชีนั้นฉันอาหารเพียงสองมื้อเท่านั้น ในยามค่ำพวกนางสองพี่น้องต้องหาของกินขึ้นมาเอง

…ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…

สองพี่กำลังเตรียมจะกินมันเผาร่วมกันกลับมีเสียงเคาะประตูก็ให้แปลกใจว่าค่ำแล้วเหตุใดยังมีแม่ชีมาเคาะห้องนอนของพวกตนอีก ด้วยปกตินั้นตกค่ำเหล่าแม่ชีกับหลวงจีนล้วนไปเข้าหอพระสวดมนต์กันหมดแล้วแต่เหตุใดค่ำคืนนี้กลับมีคนมาเคาะเรือนนอนของพวกนางทั้งสองคนพี่น้องเช่นนี้ได้

“ขออภัยนะเจ้าคะ นั่นคือผู้ใดกัน?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 3/3

    “หากไม่สะดวกใจจะตอบก็เพียงพยักหน้าหรือส่ายศีรษะก็พอลี่เจิน” เพราะนางดูลำบากใจอาจจะขัดเขินเขาจึงหาทางออกให้อีกฝ่าย ซึ่งคราวนี้จ้าวจวินข่ายนั้นคาดเดามิผิดไปเพราะหวังลี่เจินหนึ่งเขินอาย และสองกำลังสับสน กับสามนางตกใจที่ไม่ทันตั้งสติกลับถูกบุรุษสารภาพความในใจ นางไม่เป็นลมไปก็ดีเท่าใดแล้ว“ดะ...ได้เพคะ...อีกสามปีหม่อมฉันจะให้คำตอบแก่ฝ่าบาท แต่เวลาสามปีนี้หม่อมฉันจะขอ ‘ปลูกผักขายอยู่ท้ายจวนท่านอ๋อง’ รอให้ฝ่าบาทได้พิสูจน์ความจริงใจนะเพคะ”ในเมื่อเขากล้าจะสารภาพนางเองจะไม่ยอมเสียหน้าทำตนเป็นคนไร้คุณธรรมและใจคับแคบไม่เปิดใจ จึงรับปากออกไป นางเขินอายนั่นช่างมัน แต่เรื่องใดที่ตัดสินใจนางจะไม่ปิดปากจึงตอบไปชัดเจน“ข้าจะไม่ย่อท้อกับโอกาสที่เจ้ามอบให้”อ้อมแขนกำยำกอดรัดกายอรชรแน่นขึ้นอีกสองส่วน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หวังลี่จูถอนหายใจด้วยความโล่งใจอย่างน้อยสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดก็ไม่เสียเปล่าแล้ว“สบายใจแล้วก็กลับไปนอนกันเถิด”จ้าวจวินหลางที่ตามใจภรรยายอมให้นางแอบตามมาดูผลงาน ครั้นเห็นภาพนั้นเช่นกันจึงเอ่ยชวนอีกฝ่ายกลับไปใช้ช่วงเวลาส่วนตัวด้วยกันสักครา เพราะทราบดีบัดนี้หวังลี่จูปลอดโปร่งโล่งใจแล้ว“ข

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 2/3

    ‘ข้าซาบซึ้งกับความรักและอีกหลายสิ่งในชีวิตก็เพราะเสด็จแม่และพี่ใหญ่ เช่นนี้จึงไม่เคยหลงเหลือความโกรธเคืองหรือน้อยใจอีกแล้ว’นั่นคือสิ่งที่จ้าวจวินหลางเอ่ยกับเขาเมื่อถามกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างพี่น้องว่าอีกฝ่ายโกรธเคืองเขาหรือไม่ที่ทำเช่นนั้นลงไป เวลาและความทุกข์ช่างทำให้คนเราเติบโตได้จริงดังที่พระมารดาเคยกล่าวไว้จริงแท้ฝ่ายหวังลี่เจินถึงกับเสียกิริยาเพราะมิคาดว่าคนเช่นบุรุษตรงหน้าจะเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาจนนางไปต่อไม่ถูกเช่นนี้จะร้ายกาจเข้าใส่เช่นที่ผ่านมานางย่อมมิกล้า แต่จะให้นางคิดดีทำดีกับอีกฝ่ายนั้นกลับลังเล จะทำอันใดก็ไม่ถูกแล้วจริง ๆ ในยามนี้ เรียกว่ายืนเป็นบื้อเป็นใบ้ไปครู่คงถูกต้องที่สุด“ฝ่าบาทมีสิ่งใดจะกล่าวกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”พอตั้งสติได้หวังลี่เจินจึงได้เอ่ยถามออกไป เขามาดีนางจะร้ายกาจคืนกลับไปย่อมมิได้ สาวน้อยจึงต้องกล่าววาจานุ่มนวลและมีเหตุผลคืนกลับไป เช่นไรหวังลี่จูก็อบรมเด็กสาวมาดีถึงจะชิงชังหรือโกรธเคือง แต่ถ้าอีกฝ่ายมาดีด้วยนางย่อมต้องดีตอบสนองคืนกลับไปเช่นกัน“ไปคุยกันตรงนั้นเถิด” จ้าวจวินข่ายชี้มือไปทางศาลาทรงแปดเหลี่ยมริมบึงบัวในอุทยานหลวงแล้วออกเดินนำหน้าไปก่อน ซึ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 1/3

    ตอนที่ 55สายลมยามค่ำพัดรวยรินหลังจากร่วมกินข้าวกับพี่สาวกับพี่เขยและพูดคุยจนเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวช่วยเหลือตนเองเรียบร้อย หวังลี่เจินก็ขอเดินกลับตำหนักของตนเองแทนการนั่งรถม้า เพราะอยากคิดทบทวนถึงสิ่งที่พี่สาวแนะนำกับนางมา‘วันนี้เจ้ายังเยาว์ยิ่งนัก จงอย่าเพิ่งตัดสินใจอันใดเลยให้เวลากับตนเองอีกหน่อยเถิดนะเจินเจิน’หวังลี่เจินคิดไปถึงประโยคสุดท้ายพี่สาวที่เอ่ยตักเตือนเมื่อตนเองกล่าวไปว่าคงยากที่จะทำใจร่วมชีวิตกับบุรุษเจ้าเล่ห์ดังจิ้งจอกเก้าหางที่ส่งพี่สาวของตนเองไปลงสนามที่โอกาสรอดชีวิตมีเพียงสามในสิบส่วนไปได้ แต่พี่สาวของนางกลับกล่าวให้นาง ‘ให้โอกาสตนเองได้เลือก’ในวันที่เติบโตกว่านี้‘แต่เขาไม่สมควรได้รับโอกาสนั้นสักเพียงนิดเดียวนะพี่สาว’ นางจำได้ว่าตนเองแย้งไปเช่นนั้น แต่คนซึ่งเติบโตมาก่อนนางกลับแย้มยิ้มใจเย็นแล้วค่อย ๆ อธิบายจนนางพูดอันใดไปออกอีก‘พี่สาวมิเคยกล่าวว่าให้เจ้าไปให้โอกาสผู้อื่นแม้เพียงครึ่งคำ แต่ที่บอกนั้นล้วนให้เจ้าให้โอกาสตนเองต่างหากเด็กโง่’ นึกมาถึงประโยคนั้นหวังลี่เจินจึงค่อยได้คิดว่าทั้งสิ้นพี่สาวไม่เคยคิดน้อยเลยสักครั้งสำหรับอนาคตของนาง ตรงกันข้ามหวังลี่จูคิดและวา

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 3/3

    จ้าวจวินหลางจับมือเรียวที่กำลังใช้ผ้าขัดผิวตรงแขนแกร่งของตนเองให้หยุดทุกสิ่งเพื่อจะได้ฟังเขาให้ชัดเจน อยากกล่าวเพียงครานี้หนึ่งครั้งจบสิ้นไร้ข้อกังขาต่อเรื่องหลวนจิ้งอวี่อีก“กับหลวนจิ้งอวี่มันคือ ‘แผน’ เท่านั้น หาได้มีเรื่องหัวใจมาผูกพัน แต่สำหรับเจ้า…ทั้งหัวใจทั้งชีวิตข้าที่เหลือจนสิ้นใจขอมอบให้หวังลี่จูเท่านั้น”ขณะที่เขากล่าววาจานั้น จ้าวจวินหลางก็ขยับให้มือเรียวไปทาบอยู่ในจุดที่ภายในมีหัวใจเต้นจังหวะมั่นคงพร้อมมืออีกข้างจับปลายคางเรียวให้อยู่ในระดับที่จะมองประสานสายตากับเขาได้พอดี…ตึก ๆ…หัวใจของหวังลี่จูเต้นระรัวเพราะความจริงจังนั้นนางสัมผัสมันได้ทั้งจากแววตาและน้ำเสียง“เช่นที่ข้าเคยบอกแก่เจ้าไปแล้ว สำหรับนางคือ ‘หน้าที่’ แต่กับเจ้านั้น ‘หัวใจ’ ถึงข้ามิใช่บุรุษที่ดีแต่อันใด หน้าที่กับหัวใจข้าแยกออกจากกันชัดเจน และจะไม่มีวันโกหกเด็ดขาด”จ้าวจวินหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น แต่ก็ยังคงกล่าวออกมาด้วยความเนิบช้าไร้กิริยาล้อเล่นผิดไปจากปกตินิสัยของเขาไปจนสิ้น ท่านอ๋องหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสกุลหลวนกับความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง เขาเล่าช้า ๆ เล่าอย่างละเอียดจนหวังลี่จูที่ไม่ใ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 2/3

    หวังลี่จูเปิดรอยยิ้มละมุนละไมแสนจะจริงใจให้กับผู้เป็นพี่ชายของพระสวามีก่อจะเอ่ยตอบออกไปถึงสาเหตุที่ตนเองเปลี่ยนไปจากอดีตราวกับนางเป็นผู้ใดอีกคนเช่นนี้“นั่นก็เพราะ ‘เวลา’ ในอดีตที่ฝ่าบาทมอบให้จึงทำให้หม่อมฉันเติบโตขึ้น มองเห็นความจริงมากขึ้น ดังนั้นความสุขที่แท้จริงย่อมเป็นสิ่งที่เจินเจินเลือกเอง นางเลือกเส้นทางชีวิตเองนั่นจึงเป็นความสุขอันแท้จริงเพคะ”เพราะถ้าหากนางตัดสินใจแทนหวังลี่เจินก็คงไม่ต่างจากหลิวไทเฮาหรือฮ่องเต้ที่ถึงไม่ได้บีบบังคับแต่เรียกได้ว่า ‘ยัดเยียด’ คงจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นนางจึงขอเวลาให้น้องสาวนั้นเติบโตและเลือกเส้นทางชีวิตคู่ด้วยตนเองนั่นจึงหมายถึงว่านางรักน้องสาวจากใจจริง คนเราเติบโตขึ้นทุกวันหากนางไปคิดหรือตัดสินใจแทนน้องนั่นจึงเรียกว่ารักอย่างผิดเส้นทางถึงตนเองมิใช่บิดาและมารดา แต่ก็เป็นพี่สาวที่รักน้องสาว อดีตนางอาจเคยหลงผิดยึดติดไปบ้างเพราะอายุยังน้อย แต่พอได้เติบโตมองเห็นโลกกว้างมากกว่าในอดีตจึงเริ่มคิดได้ บัดนี้จึงไม่คิดตัดสินว่าหลิวไทเฮานั้นผิดแล้วตัวของนางถูก แต่กลับมองว่าถ้าจะผิดนางที่คิดแทนหวังลี่เจินเองย่อมผิดเช่นกัน…คนเราไม่จำเป็นต้องมีสีขาวหรือดำสนิท

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 1/3

    ตอนที่54และในรุ่งอรุณมาเยือนทั้งเป่ยหนิงอ๋องและเป่ยหนิงหวางเฟยล้วนต่างถูกปลุกให้ตื่นด้วย ‘คำสั่ง’ โดยตรงจากฮ่องเต้ให้ไปเข้าประชุมปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่หวังลี่จูได้ให้คำแนะนำกับฮ่องเต้โดยตรงไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าจ้าวจวินข่ายย่อมทบทวนจนแน่ใจแล้วว่า ‘แผน’ ที่น้องสะใภ้ชี้แนะนั้นให้ประโยชน์กับแผ่นดินโยวโจวมากกว่าเสียพอคิดตกเช่นนั้นคนที่ไม่ชอบรีรอจนเสียการใหญ่จึงเรียกขุนนางที่เกี่ยวข้องและวางใจได้เข้าประชุมเร่งด่วนตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่กระจ่างดีเช่นนี้“น้องสะใภ้ สวามีของเจ้าเขานอนตกหมอนหรือเหตุใด แม้แต่ข้าที่เป็นพี่ชายทั้งยังเป็นฮ่องเต้อีกด้วยจึงบังอาจทำหน้าทะมึนใส่มิไว้หน้าเช่นนี้?”จ้าวจวินข่ายฉวยโอกาสที่น้องชายนั้นกำลังหันไปพูดคุยกับอัครมหาเสนาบดีกู้เร่งสอบถามน้องสะใภ้อย่างระแวงเจ้าน้องชายตัวแสบ ว่ามันจะถือเอาความแค้นที่ตนเองคุยกันด้วยภาษาลับของอิงซื่อมาเล่นงานตนเองเพิ่มอีกกระทง ทั้งที่ความผิดเก่ายังไม่ทันได้ชดเชยเอาได้“เอ่อ…”หวังลี่จูจะกล้าตอบได้เช่นไรว่าสาเหตุที่สุนัขป่าโกรธฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายนั้นเป็นด้วยเรื่องแสนน่าอับอายที่เขากำลังจะจับนางกินกลืนลงท้องเป็นของว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status