ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี

ตัวร้ายอย่างข้าต่อไปนี้จะเป็นคนดี

last updateLast Updated : 2025-09-14
By:  รอรีวันCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 ratings. 3 reviews
74Chapters
7.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ช่วงนี้นางฝันร้ายอยู่ทุกคืนวัน ในฝันนางถูกบุรุษผู้หนึ่งบั่นคอจนตาย เลือดไหลนองไปทั่วทั้งลานหิน ฟู่ลี่อิ๋ง คุณหนูผู้ถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเยาว์เลยสาบานต่อหน้าฟ้าดิน นางจะไม่เป็นสตรีชั่วช้าอีกต่อไปแล้ว

View More

Chapter 1

บทนำ

Chapitre 1 – Le mauvais endroit, au mauvais moment

J'ai toujours détesté qu'on me dise quoi faire.

Selon mes parents, j'étais une fille insolente, irresponsable et incapable de réfléchir aux conséquences de mes actes. Selon moi, j'étais simplement une jeune femme qui refusait qu'on décide de sa vie à sa place.

Les disputes étaient devenues notre quotidien.

— « Lucie, tu ne peux pas rentrer à trois heures du matin tous les week-ends ! »

— « Pourquoi ? Parce que je suis une fille ? »

— « Parce que tu vis sous notre toit ! »

Cette phrase... Je ne pouvais plus l'entendre.

Alors un matin, après une dispute de trop, j'ai fait ma valise.

— « Si c'est votre toit qui vous dérange autant, je vais partir. Comme ça, vous serez tranquilles. »

Ma mère avait cru que je bluffais.

Mon père aussi.

Ils avaient continué leur petit-déjeuner sans même lever les yeux.

Une heure plus tard, je quittais la maison avec deux valises et toutes mes économies.

J'avais dix-neuf ans.

Et une confiance beaucoup trop grande en moi.

Au bout de quelques jours, j'avais trouvé un petit appartement dans un immeuble ancien, situé dans un quartier populaire.

Ce n'était pas le grand luxe.

Les murs étaient un peu fissurés.

L'ascenseur tombait souvent en panne.

Les voisins faisaient du bruit jusque tard dans la nuit.

Mais cet endroit avait une qualité que la maison de mes parents n'aurait jamais.

J'étais libre.

Personne ne me disait quand rentrer.

Personne ne contrôlait mes fréquentations.

Personne ne fouillait dans mes affaires.

Je pouvais vivre comme je le voulais.

Je travaillais dans un café pour payer mon loyer et mes factures. Ce n'était pas le métier de mes rêves, mais il me permettait de garder mon indépendance.

Et malgré les difficultés...

J'étais heureuse.

Enfin... jusqu'à aujourd'hui.

Cette journée avait pourtant commencé comme les autres.

Après mon service, j'étais rentrée épuisée.

J'avais pris une douche brûlante, commandé une pizza et regardé une série jusqu'à ce que la nuit tombe.

Vers vingt-deux heures, en voyant le sac-poubelle près de la porte, je poussai un soupir.

— Sérieusement...

Je n'avais aucune envie de descendre.

Mais si je le laissais là, l'appartement sentirait mauvais dès le lendemain.

J'enfilai un sweat à capuche, glissai mes clés dans ma poche et descendis les escaliers.

Comme d'habitude, l'ascenseur était hors service.

Arrivée au rez-de-chaussée, je sortis dans la rue.

Le quartier était étrangement calme.

Le vent faisait voler quelques papiers sur le trottoir.

Je marchai jusqu'aux grandes poubelles installées au coin de l'immeuble.

En jetant mon sac, j'entendis soudain des voix provenant d'une ruelle voisine.

Au début, je n'y prêtai pas attention.

Puis une dispute éclata.

Des cris.

Des insultes.

Par simple curiosité, je tournai légèrement la tête.

Je n'aurais jamais dû.

Dans la pénombre de la ruelle, plusieurs hommes entouraient un autre homme.

L'un d'eux tenait une arme.

Je fronçai les sourcils.

Je pensais assister à un simple braquage.

Le pauvre devait sûrement refuser de donner son portefeuille.

Mon premier réflexe fut de partir discrètement.

Je n'avais aucune envie d'être mêlée à cette histoire.

Mais avant même d'avoir fait trois pas...

Trois détonations déchirèrent le silence.

Pan !

Pan !

Pan !

Mon cœur s'arrêta.

L'homme s'effondra lourdement sur le sol.

Je restai figée.

Ils... ils venaient de le tuer.

Ce n'était pas un vol.

C'était un meurtre.

Je sentis mon estomac se retourner.

Ma respiration devint incontrôlable.

Sans réfléchir davantage, je me remis à marcher, de plus en plus vite.

« Ne cours pas, Lucie. »

C'était la seule pensée qui me traversait l'esprit.

Si je courais, ils comprendraient que j'avais tout vu.

Alors j'avançais aussi normalement que possible, même si mes jambes tremblaient.

Je tournais au coin de la rue.

Encore quelques mètres...

Mon immeuble n'était plus très loin.

Tout allait bien.

Ils ne m'avaient sûrement pas remarquée.

Je soufflai discrètement.

Puis...

J'eus cette étrange sensation.

Comme si quelqu'un marchait derrière moi.

Des pas.

Lents.

Réguliers.

Je continuai d'avancer sans me retourner.

Peut-être que je devenais paranoïaque.

Après tout, je venais d'assister à un meurtre.

Mon imagination pouvait très bien me jouer des tours.

Pourtant...

Les pas continuaient.

Ils étaient de plus en plus proches.

Mon cœur cognait si fort que j'avais l'impression qu'il allait sortir de ma poitrine.

Je jetai un rapide coup d'œil dans la vitrine d'un magasin fermé.

Une silhouette apparaissait derrière moi.

Grande.

Immobile.

Beaucoup trop proche.

Une sueur glacée parcourut mon dos.

Je m'arrêtai.

Les pas cessèrent.

Le silence devint presque assourdissant.

Pendant quelques secondes, personne ne bougea.

Je pris une profonde inspiration.

Puis je me retournai d'un seul coup.

Mon souffle se coupa.

Un homme vêtu de noir se tenait à moins d'un mètre de moi.

Son visage était froid.

Impassible.

Dans sa main...

Un pistolet.

Le canon vint se poser lentement contre mon front.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Applejack
Applejack
จบได้ห้วนม่กค่ะ
2025-11-22 15:46:42
1
0
Kanokwan tukky
Kanokwan tukky
เมื่อไหร่จะอัพเพิ่มคะ นี่เป็นเดือนละ
2025-10-16 12:33:35
0
0
Kanokwan tukky
Kanokwan tukky
สนุกค่ะ ชอบ
2025-09-13 00:02:49
0
0
74 Chapters
บทนำ
ทั่วทั้งจวนโหวมืดสนิท ไม่ว่าจะมองไปทิศทางไหน ก็ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง ภายในใจของฟู่ลี่อิ๋งรู้สึกปวดหนึบ นางพยายามสอดส่ายสายตามองไปโดยรอบ เพื่อเสาะหาผู้อื่น“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอยู่ไหนเจ้าคะ” เสียงหวานใสตะโกนก้องกังวานไปทั่วทั้งจวนไม่มีผู้ใดตอบรับ คล้ายกับว่าเวลานี้ ในจวนโหวเวลานี้มีแค่เพียงนางผู้เดียวเท่านั้นร่างเล็กบอบบางที่สวมเพียงอาภรณ์บางเบาเริ่มรู้สึกหนาวสั่น สองเท้าเปลือยเปล่าวิ่งเสาะหาผู้คนอื่น ๆ ที่คาดว่าจะอยู่ แต่กระนั้นก็มิได้พบเห็นผู้ใดอื่นอีก เหลือแค่เพียงนางผู้เดียวเท่านั้น“เสี่ยวเยว่ เสี่ยวถิง พวกเจ้าอยู่ไหนกัน” นางตะโกนร้องเรียกชื่อสาวใช้คู่กายทั้งสองนางฟู่ลี่อิ๋งวิ่งมาจนกระทั่งถึงลานบ้านและพบบุรุษผู้หนึ่ง ที่ไม่เห็นว่าหน้าตาเป็นเช่นไร ยื่นกอดก่ายประคองร่างเล็กแบบบางของนางตัวดีฟู่เหยาเหยา สตรีที่ฟู่ลี่อิ๋งเกลียดที่สุดเอาไว้แนบแน่น“คุณชาย เป็นนางเจ้าค่ะ เป็นนางผู้นั้นที่รังแกข้ามาตลอด” สตรีร่างแบบบางพูดไปร้องห่มร้องไห้ไปพร้อมกับชี้หน้าปรามาสไปที่ฟู่ลี่อิ๋ง ยามที่นางร้องไห้ดูบอบบางน่าทะนุถนอม ไม่ว่าบุรุษใดที่ได้พบเห็นก็พร้อมจะเข้าไปปลอบประโลมเอาอกเอาใจ“เจ้าพูดว่าอย
Read more
1 คุณหนูใหญ่
ฝันเดิม ๆ เหตุการณ์เดิม ๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ทุกคืนวัน ฟู่ลี่อิ๋งต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกในทุกค่ำคืนจนร่างกายที่เคยแข็งแรงเริ่มล้มป่วยเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ยังอุตส่าห์ดีใจที่ไม่ได้สะดุ้งตื่นกลางดึก คิดว่าคำคืนนี้คงจะได้นอนหลับพักผ่อนแบบสบาย ๆ แต่กลายเป็นว่า นางฝันอีกทีในช่วงใกล้รุ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนปวดหนึบ มือเล็กแบบบางยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าและลำคอเมื่อพบว่าร่างกายและศีรษะยังอยู่ครบไม่ได้ขาดจากกันฟู่ลี่อิ๋งถึงเบาใจเมื่อได้ยินกระดิ่งสัญญาณว่านายหญิงของเรือนตื่นนอนแล้ว สาวใช้สองนางจึงเข้ามาทำหน้าที่ ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างระมัดระวัง สาวใช้สองนางเดินเข้ามาภายในห้องอย่างเงียบ ๆ และระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งไม่ให้ตัวเองกระทำการสิ่งใดให้เกิดเสียง เพราะหวั่นเกรงว่าสตรีที่อยู่บนเตียงจะโกรธเกรี้ยวเมื่อใกล้ถึงเตียงกลับพบว่าสตรีตัวเล็กนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง นางตื่นนอนอยู่นานแล้ว ใบหน้าสวยหวานซบกับหัวเข่า เสี่ยวเยว่ เสี่ยวถิง ได้แต่มองหน้ากันไปมามิกล้าเอ่ยปาก รอจนกระทั่งฟ้าเริ่มสว่าง คุณหนูผู้เป็นเจ้าของเรือนถึงก้าวขาลงจากเตียง“ข้าจะไปศาลเจ้าท้ายตลาด” ฟู่ลี่อิ๋งเอ่ยเสียงเรียบ“แต่...” เส
Read more
2 เด็กชายมอมแมม
เดี๋ยวเดินเดี๋ยวหยุด จนพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัวฟู่ลี่อิ๋งก็ยังมิถึงจุดหมายปลายทาง บ่าวสองคนที่เดินตามหลัง ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า โชคดีที่บนถนนเต็มไปด้วยผู้คนวุ่นวาย คุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวจึงดูเหมือนจะไม่ได้ยิน สิ่งที่พวกนางสองคนก่นด่า“ดูสิ ปกตินางเคยเดินที่ไหนกัน” เสี่ยวเยว่กอดอกบ่นอยู่เบื้องหลัง นางต้องเสียไปเวลาตลอดช่วงเช้า เพื่อเอามาใช้กับการเดินตามหลังสตรีร้ายกาจต้อย ๆ“เจ้าอย่าพูดไปสิ เกิดนางได้ยินขึ้นมาเดี๋ยวก็หันมาลงไม้ลงมือกับเราพอดี” เสี่ยวถิงบอกให้สหายอย่างส่งเสียงดังไปมากกว่านี้“นางไม่ได้ยินหรอก หากนางได้ยินก็คงหันมาตบตีพวกเราสองคนไปแล้ว” เสี่ยวเยว่เอ่ย“หรือที่จริงนางได้ยิน แต่เหนื่อยเกินกว่าจะหันมาตบตีพวกเราสองคนกลางตลาด” เสี่ยวถิงเสริม“ไม่ใช่ว่าหลังจากกลับไปแล้ว พวกเราสองคนโดนเฆี่ยนหลังลายหรอกนะ”จู่ ๆ ทั้งสองคนก็คิดอะไรดี ๆ ได้ในเมื่อนี่เป็นโอกาสทอง ก็ขอใช้เวลานี้ให้คุ้มค่า สาวใช้สองนางกระซิบกระซาบกันเบา ๆ ไม่ให้ผู้ใดได้ยิน ก่อนจะค่อย ๆ ลดความเร็วในการเดินของพวกตนให้ช้าลงจนกระทั่งหยุดเดินและปล่อยให้คุณหนูตัวแสบเดินลิ่วไปอยู่ผู้เดียวกระทั่งแผ่นหลังแบบบางของฟู่ลี่อิ๋งแสนร้า
Read more
3 ไม่มีเงิน
เมื่อเสี่ยวเอ้อยกกะละมังกับผ้าชุบน้ำมาให้ หญิงสาวก็เปลี่ยนไปนั่งที่ฝั่งเดียวกันกับเด็กชาย นางรอให้เขากินดื่มให้เสร็จ จากนั้นก็เริ่มจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับเขาเว่ยเจี้ยนไคเมื่อเห็นว่าพี่สาวใจดีกับตนมาก ก็เริ่มร้องไห้น้ำตาไหล แต่ก็พยายามสุดชีวิตที่จะกลั้นเอาไว้ เพราะท่านพ่อเคยบอกว่า ‘เป็นลูกผู้ชายอย่าให้สตรีเห็นน้ำตา’ เขายังจำคำนั้นได้ดี“เจ้าเป็นอะไร เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”“ข้าน้อยเปล่าขอรับ” เจ้าเด็กน้อยเม้มปากให้เต็มที่เพราะเกรงว่าตัวเองจะส่งเสียงร้องไห้ออกมาแล้วรบกวนพี่สาวคนงาม“อยากร้องไห้งั้นหรือ หากอยากร้องก็ร้องไปเถอะ ข้าไม่เห็นหรอก” นางเห็นท่าทางเช่นนี้ของเด็กชายแล้วก็นึกขัน“ข้าเปล่าสักหน่อย ท่านพ่อบอกว่าเป็นลูกผู้ชายห้ามร้องไห้ให้ใครเห็น”แต่กระนั้นน้ำเสียงของเว่ยเจี้ยนไคก็เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นไปเสียแล้ว เขานั่งเงียบ ๆ ไม่ปริปากสิ่งใดต่อ เพราะเกรงว่าจะทำให้พี่สาวตรงหน้าเสียใจไปกับเขาฟู่ลี่อิ๋งยิ้มอย่างเอ็นดู ระหว่างนั้นก็เช็ดหน้าเช็ดตาให้เด็กน้อยอย่างใจดีผิวของเจ้าเด็กน้อยนวลผ่องขาวละเอียด ใบหน้าก็น่ารักน่าเอ็นดู เห็นทีที่เขาบอกว่าพลัดหลงกับครอบครัวน่าจะเป็นเรื่องจริง
Read more
4 เว่ยอ๋อง
ฟู่ลี่อิ๋งไม่ได้คาดหวังให้เด็กชายกลับมาช่วย แค่เขาเอาตัวเองให้รอดจากคนพวกนี้ไปได้ นางก็พึงพอใจมากแล้ว เด็กตัวแค่นั้นจะเอาอะไรมาช่วยนางกัน ดิ้นรนสู้แรงบุรุษตัวใหญ่กว่านาหลายเท่าอยู่พักใหญ่ ฟู่ลี่อิ๋งก็หมดแรง ยอมให้คนพวกนี้จับนางมัดแขนมัดขาโยนเข้าไปในห้องเก็บของเหม็น ๆ อย่างว่าง่ายทั้งมือทั้งเท้าถูกคนพวกนั้นจับมัดจนแน่น พวกนั้นคงกลัวว่านางจะหนีไปได้ ร่างเล็กได้ยินพวกมันพูดคุยกันทุกประโยค นางเวียนหัวตาลายเพราะกลิ่นในห้อง หิวก็หิวตั้งแต่เช้าก็ไม่ได้กินข้าวสักคำ ถ้ารู้ว่าจะถูกจับตัวโยนเป็นหมูเป็นหมา คงยอมกินอาหารพวกนั้นอย่างน้อยก็ให้ตัวเองได้อิ่มท้อง มีเรี่ยวแรงเอาไว้คิดหลบหนีโชคดีหนึ่งสิ่งที่อย่างน้อย ๆ ในเวลานี้พวกมันก็จะยังไม่ทำอะไรนาง ให้นางเจ็บตัวน้อยที่สุดเพื่อที่จะได้เอาไปขายให้ได้ราคาดี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หากนางโดนคนในหอนางโลมย่ำยีสู้ให้นางฆ่าตัวตายเสียยังจะดีกว่า ในเวลานี้นางได้แค่หวังให้ท่านพ่อ ท่านพี่ นึกเป็นห่วงนาง คุณหนูใหญ่จวนโหวออกจากบ้านมานานขนาดนี้พวกเขาควรเป็นกังวลกันบ้างสิ--------------------------ตั้งแต่วันที่รู้ว่าขบวนเดินทางของบุตรชายเพียงคนเดียวถูกคนลอบโจมตี เ
Read more
5 พี่สาว
นอกจากสตรีที่บุตรชายเอ่ยถึงแล้ว เขายังพบว่าร้านอาหารแห่งนี้กักขังสตรีเอาไว้หลายนาง สอบสวนคร่าว ๆ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกหลอกมาไม่ก็ถูกลักพาตัวมาจากครอบครัว เพื่อเตรียมตัวส่งขายให้กับนายหน้าค้าประเวณี งดงามมากหน่อยก็ส่งไปเป็นอนุภรรยาของขุนนางกังฉินแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่พบสตรีที่เว่ยเจี้ยนไคเอ่ยถึง“ลูกไค เจ้าจำหน้านางได้จริง ๆ ใช่ไหม” ผู้เป็นบิดาถามบุตรชายอีกครั้ง“จำได้ขอรับ นางเป็นสตรีที่งดงามมาก ๆ ข้าไม่เคยเห็นสตรีที่ไหนงดงามเท่านาง แม้กระทั่งพระสนมในวังของเสด็จปู่ก็ยังไม่งดงามเท่ากับนาง” เด็กชายพูดความจริง สนมเอกของเสด็จปู่ที่ว่างดงามยังไม่สามารถเทียบเท่ากับพี่สาวคนสวยที่ช่วยเหลือเขาในวันนี้จะงดงามสักแค่ไหนกัน สตรีในวังล้วนแต่งดงาม ดูท่าเจ้าลูกคนนี้ออกจะพูดเกินจริงไปเสียหน่อยกระมัง คงเห็นว่านางเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำก็คิดทึกทักเอาเองว่านางงดงาม ผู้เป็นบิดาคิดในใจ“ก็ได้ ๆ” เขาหมุนตัวกลับไปออกคำสั่งกับคนของตนให้รีบเร่งตามหาสตรีที่บุตรชายเอ่ยถึงตอนแรกก็ว่าจะนั่งจิบชาเฝ้ารอให้ลู่เจียงและคนของตนออกไปตามหา แต่เพราะถูกบุตรชายบังคับให้เขาเป็นผู้ร่วมตามหาด้วย คนตัวสูงจึงจำใจต้องหอบหิ้วบุตรชายอ
Read more
6 คุณหนูจวนฟู่โหว
เพราะที่เมืองเสิ่นหนานมีคฤหาสน์อยู่หนึ่งหลัง เขาเคยมาซื้อทิ้งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว นาน ๆ ครั้งผ่านมาที่นี่จึงจะแวะมาพักสักวันสองวันเพื่อให้หายเหนื่อยก่อนเดินทางต่อ เว่ยเจิ้งหยางจึงพานางไปพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น ซ้ำยังถูกบุตรชายออกคำสั่งให้เขาเป็นผู้ดูแลใกล้ชิดชายหนุ่มสำรวจร่างกายเพื่อให้แน่ชัดว่านางเป็นบุตรสาวบ้านไหน โดยปกติพวกคุณหนูผู้ดีมักจะมีป้ายหยกหรือพู่ห้อยประดับตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล ค้นหาอยู่ครู่หนึ่งก็พบป้ายหยกที่มีสัญลักษณ์ของจวนฟู่โหว ได้ยินว่าที่ฟู่โหวมีบุตรหลานมากมายที่โดดเด่นโดยเฉพาะบุตรสาวคนโตและคนรอง พวกนางใบหน้างดงามล่มเมืองไม่เป็นรองผู้ใดแต่ชื่อเสียงของคนพี่นั้นไม่ค่อยดีนัก ได้ยินว่าถึงจะงดงามกว่าผู้เป็นน้องสาวก็จริงแต่กลับมีนิสัยร้ายกาจ เป็นที่โจษจันกันไปทั่วทั้งเมือง ส่วนคนน้องถึงจะเป็นลูกของอนุภรรยาและงดงามไม่เท่ากลับมีจิตใจอ่อนโยนและมีน้ำใจ จากที่บุตรชายของเขาเล่างั้นนางก็คงเป็นคุณหนูคนรองของจวน“ลู่เจียง เจ้านำสัญลักษณ์นี่ไปที่จวนฟู่โหว และบอกพวกเขาที ว่าคุณหนูของพวกเขาอยู่ที่นี่ ทางนั้นจะได้คลายกังวล” บุตรสาวหายไปเป็นวันขนาดนี้ทางนั้นคงร้อนใจออกตามหาเป็นแน่ เข
Read more
7 ชื้อมาแพง
ผู้เป็นเจ้าของจวนส่งสายตาเชิงตำหนิไปให้บุตรสาวคนรองหนึ่งที ฟู่เหยาเหยาเห็นบิดาดุ นางก็ทำหน้าสลดนิ่งเงียบ หันไปขออภัยแขกของบิดาจากนั้นก็หมุนกายออกไปจากเรือนต้อนรับในทันทีเมื่อได้กลับมาอยู่กันตามลำพังอีกครั้ง ฟู่ซิ่งจึงเริ่มสนทนากับลู่เจียงต่อ“สตรีเมื่อครู่คือบุตรสาวคนรองของข้า ตอนที่นางเดินเข้ามาตราหยกประจำกายยังคงเหน็บเอาไว้ที่เอว ผู้ที่เกิดเรื่องในเวลานี้ย่อมไม่ใช่เหยาเหยา” เห็นว่าบุตรสาวคนรองปลอดภัยเขาก็คลายกังวล“งั้นก็แสดงว่าเป็น บุตรสาวคนโตของท่าน...” ลู่เจียงรู้สึกประหลาดใจ เพราะได้ยินชื่อเสียงในด้านไม่ดีของนางมาบ้างไม่มากก็น้อย นางไม่น่าจะเป็นคนดีเช่นนั้นกลับกันเมื่อฟู่ซิ่งรู้ว่าเป็นบุตรสาวคนโต ก็ยิ่งร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่ว่านางไปก่อเรื่องอะไรหรอกใช่ไหม“อิ๋งอิ๋งไปก่อเรื่องอะไรให้ท่านอ๋องไม่สบายใจหรือไม่” เขาทั้งเป็นห่วง ทั้งกังวลเนื่องด้วยรู้นิสัยของบุตรสาวดีกว่าใคร“ไม่ ๆ ท่านโหวอย่าเพิ่งคิดในแง่ร้าย คุณหนูไม่ได้ไปก่อเรื่องไม่ดี นางทำสิ่งที่ดีต่างหาก” จากนั้นลู่เจียงจึงเริ่มเล่าความเป็นไปความเป็นมาที่เกิดขึ้นให้กับผู้เป็นเจ้าของเรือนฟังทันที “เรื่องมีอยู่ว่า นางได้ช่
Read more
8 รับผิดชอบพี่สาว
ท่านพ่อ!!ฟู่ลี่อิ๋งคิดว่าตัวเองได้ยินสิ่งที่เด็กชายพูดไม่ผิด ไคไคน้อยเรียกบุรุษหน้าด้านคนนี้ว่าท่านพ่อ“ไคไค เจ้าเรียกคนคนนี้ว่าท่านพ่อเหรอ” นางถามเด็กชายในขณะที่มมือของนางก็ยังลูบหลังปลอบใจเด็กชายตัวน้อย“ขอรับพี่สาว บุรุษที่หล่อ ๆ ตรงหน้าท่านผู้นี้เป็นบิดาข้าเอง” เขาผละออกมาจากอกของพี่สาวและผายมือแนะนำตัวบิดาของตนให้กับนางรู้จักฟู่ลี่อิ๋งมุมปากกระตุก แสดงว่าเมื่อครู่บุรุษกะล่อนผู้นี้หลอกลวงนางงั้นสิ นางส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายให้แก่เขา แต่กลับถูกบุรุษเจ้าเล่ห์ส่งยิ้มยียวนกลับมา ประสบการณ์ชีวิตของนางยังน้อยนัก โดนเขาหลอกนิดหน่อยก็หลงเชื่อเอาเสียง่าย ๆ“ลูกไค ดูเหมือนพี่สาวแสนสวยของเจ้าจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่พ่อไปช่วยนางออกมา” เว่ยเจิ้งหยางพูดทำนองน้อยใจเว่ยเจี้ยนไคหันกลับไปมองหน้าของบิดา“แล้วท่านได้แกล้งอะไรนางหรือเปล่า นางจึงไม่พอใจท่าน”สิ่งที่บุตรชายถามกลับเล่นเอาใบหน้าของบุรุษทรงอำนาจเหลือสามนิ้วเจ้าลูกตัวแสบฉลาดเฉลียวเกินไปแล้ว“คิกคิก” ฟู่ลี่อิ๋งกลั้นขำเอาไว้แทบไม่ได้ ที่แท้จุดอ่อนของคนผู้นี้ก็คือไคไคน้อยของนางนี่เอง“ไคไค ข้าโดนบิดาเจ้ากลั่นแกล้ง” นางตีหน้าเศร้าเล่าความจริง“แกล้
Read more
9 พูดไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ
เมื่อพาบุตรสาวออกมาพ้นจากจวนพักร้อนของเว่ยอ๋องได้ ฟู่ซิ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาผลักดันให้นางเข้าไปนั่งด้านในรถม้าก่อนจะเริ่มสอบถามชำระความ“ได้ยินพวกบ่าวบอกว่าเจ้าจะไปศาลเจ้า เหตุใดตกเย็นจึงมาตกอยู่กับเว่ยอ๋องได้” เขาถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากของนาง“ถ้าลูกพูดไป ท่านพ่อจะเชื่อหรือไม่เจ้าคะ” นางถามให้แน่ใจเสียก่อนว่าบิดาจะเชื่อฟังคำของนางหรือไม่“เกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว ก็ต้องเชื่อสิ”“ก็ได้เจ้าค่ะ งั้นลูกจะเล่าทั้งหมด” นางก้มหน้าบีบมือและเริ่มเล่า “ข้าฝันร้าย ฝันว่าตัวเองตายคาคมดาบของบุรุษผู้หนึ่ง ฝันซ้ำ ๆ เหตุการณ์เดิมติดต่อกันมานานหลายเดือน ได้ยินพวกบ่าวเล่าว่าที่ศาลเจ้ามีหมอดูชื่อดังลูกเลยอยากให้เขาทำนายฝันให้”“ฝันร้าย? ตายคาคมดาบ”“เจ้าค่ะ ฝันร้าย ที่ลูกร่างกายอ่อนในช่วงหลังก็เพราะว่าต้องตื่นมากลางดึก พอไม่ได้นอนนาน ๆ เข้าร่างกายก็เหนื่อยล้า”“อืม แล้วทำไมถึงไม่ใช้รถม้า”“ลูกเห็นว่า นางตัวดีก็กำลังจะออกไปตลาดด้วยเช่นกัน ก็เลยเสียสละรถม้าที่เหลืออยู่คันเดียวในจวนให้นาง และตัดสินใจเดินไป” นางตัวดีที่ฟู่ลี่อิ๋งเอ่ยถึงก็คือฟู่เหยาเหยา“อย่างเจ้านะหรือจะเสียสละเป็
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status