Share

บทนำ 3/3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 19:42:43

เดินมาได้เพียงครึ่งทางก็บังเกิดเสียงของสตรีกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ถึงไม่อยากจะไปยุ่งแต่ความที่พวกนางเองก็เป็นสตรีย่อมทนเห็นหรือปล่อยผ่านไม่เข้าไปช่วยเหลือที่มาของต้นเสียงมิได้

“หุบปากไปเลยนะนางแก่ ปลดของมีค่าของพวกเจ้าออกมาให้หมด!”

เสียงโหดเหี้ยมทำให้สองพี่น้องแซ่หวังหันมองหน้ากันก่อนจะส่งสัญญาณมือว่าให้แยกกันโดยต่างคนต่างอ้อมไปคนละด้านโดยไม่ยอมวางหาบถังใส่ของเสียที่เหล่าคนรวยขับถ่ายทิ้งเอาไว้ เพราะต่างคิดตรงกันว่าหากจวนตัวมันก็พอจะเป็นอาวุธเป็นตัวช่วยให้แก่พวกนางได้นั่นเอง

ภาพที่สองพี่น้องแซ่หวังแลเห็นเป็นภาพของบุรุษท่าทางคล้ายสตรีถูกสังหารไปแล้ว บัดนี้มีเพียงสตรีสาวสองนางกับสตรีสูงวัยอีกสองนางที่กำลังกระเสือกกระสนหลบหนีเจ้าสองโจรร้ายอ้วนหนึ่งผอมแห้งหนึ่งที่ในมือของพวกมันคนหนึ่งถือขวานขาววาววับ อีกคนมีดาบเล่มโตคมกริบ หวังลี่จูแลเห็นเงาของน้องสาวเคลื่อนไหวจึงส่งสัญญาณมือให้อีกฝ่ายเคาะถังระรัว ซึ่งนางนั้นก็วางถังสองใบทิ้งไปก่อน จากนั้นก็กำไม้คานหาบถังอุจจาระเอาไว้ในมือจนแน่น

พอหวังลี่เจินเคาะถังระรัวเจ้าสองโจรอ้วนผอมก็ต่างตกใจหันไปทางด้านที่บังเกิดเสียงดังจนลืมระวังด้านหลัง จากที่คิดใช้ไม้คานหาบถังหวังลี่จูนั้นดันเหลือบสายตาไปพบเข้ากับก้อนหินขนาดเหมาะมือ จึงไม่รอช้าวิ่งตรงดิ่งพุ่งกายไปฟาดก้อนหินลงบนท้ายทอยของเจ้าโจรตัวอวบอ้วนก่อน

...ผลัวะ!...โครม!...ผลัวะ!...โครม!...

ไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งหญิงสาวกับหนึ่งเด็กสาวจะสามารถ ‘จัดการ’ กับเจ้าสองโจรอ้วนผอมจนสำเร็จได้โดยง่ายเช่นนี้ แต่พวกนางก็ทำได้แล้ว ซึ่งสตรีสูงวัยในอาภรณ์เรียบง่ายแต่ดูมีสง่าราศีเกินกว่าจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไปได้

...ขวับ!...ฉับ!...ขวับ!...ฉับ!...

มิคาดนางจะหยิบเอาดาบเล่มโตของเจ้าโจรตัวผอมตรงเข้าไปตัดศีรษะของเจ้าโจรชั่วชะตาขาดจนขาดกระเด็นเห็นโลหิตพุ่งราวกับน้ำพุก็มิปาน

“ขอบใจพวกเจ้าสองพี่น้องอย่างยิ่ง หาไม่ข้าคงจบชีวิตลงไปแล้วก็เป็นไปได้” สตรีสูงวัยอายุคงราวห้าสิบเห็นจะได้โยนดาบเล่มนั้นทิ้งไป แล้วหันมาทางด้านของเด็กสาวกับหญิงสาวสองคนที่มอมแมมไม่พอยังมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ จนนางกำนัลทั้งสามคนต่างยกมือขึ้นปิดจมูกกันวุ่นวายเลยทีเดียว

“ท่านป้าไม่คิดว่าพวกเราจะเป็นพวกเดียวกับเจ้าโจรชั่วสองคนนั้นบ้างหรือ?”

เป็นหวังลี่จูเอ่ยถามออกไปอย่างระมัดระวัง เพราะสตรีสูงวัยธรรมดานางหนึ่งย่อมไม่อำมหิตขนาดหยิบดาบมาตัดคอเจ้าสองโจรอ้วนผอมด้วยกิริยาเด็ดขาดไม่มีวี่แววลังเล ทว่าสตรีสูงวัยตรงหน้าที่ตัวนางเรียกว่า ‘ท่านป้า’ ฟันฉับโดยไม่กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ

...นางต้องมิใช่สตรีชาวบ้านธรรมดาเป็นแน่...

หลิวรุ่ยเซียงแย้มยิ้มไร้วี่แววอำมหิตเช่นเมื่อครู่ไปจนสิ้น นางอายุหกสิบแล้วเป็นฮองเฮามาถึงยี่สิบเอ็ดปีแล้วยังเป็นไทเฮาอีกร่วมห้าปีสายตาคนจริงใจหรือหลุกหลิกนางล้วนมองออกทั้งหมด สองสตรีตัวน้อยสกปรกมอมแมมแถมยังมีกลิ่นเหม็นอุจจาระจนขมคอถึงเพียงนี้นางย่อมมิใช่คนชั่ว ตรงกันข้ามแววตาเด็กสาวคนน้องนั้นแตกตื่นตกใจจริง ส่วนแววตาของคนเป็นพี่สาวถึงจะหวั่นไหวอยู่บ้างแต่นางพยายามข่มความหวาดกลัวเอาไว้ หากให้นางเทียบเคียงกิริยาเหล่านี้นางคงนิยามได้เพียง ‘นางกวางดาว’ กำลังหวาดระแวงภัยทั้งแทนตนเองและระวังแทนน้องสาวของนาง ด้วยเพราะเรือนกายที่โตกว่าคนน้องเล็กน้อยจึงดันเอาอีกฝ่ายไปหลบอยู่ด้านหลังของตนเองดังมารดากำลังปกป้องลูกกวางดาวตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้น

“พวกเจ้าสวมอาภรณ์ของซือไท่ ข้าจึงคาดเดาเอาว่าเจ้านั้นคงเป็นคนของอารามไห่เหมี่ยวมากกว่าถูกหรือไม่?”

...ไม่ธรรมดาจริงเสียด้วย นี่นางสอดเท้าเข้าไปวุ่นวายกับสตรีสูงศักดิ์เข้าแล้วเป็นแน่!...

“เอ่อ...เดินย้อนขึ้นเขาไปพักบนอารามข้าคิดว่าพวกท่านป้าย่อมปลอดภัยกว่าที่จะเสี่ยงเดินลงเขาไปแจ้งทางการในเวลาใกล้ค่ำเช่นนี้”

หวังลี่จูฉลาดพอที่จะไม่สอบถามอีกฝ่ายอีก นางคิดว่ายิ่งสูงศักดิ์นางกับน้องสาวอยู่ให้ห่างไกลเอาไว้ย่อมปลอดภัยกว่า จะยุคใดสมัยไหนต้องรู้จักอยู่ให้เป็นรู้ความให้น้อยที่สุดเอาไว้นั่นจึงปลอดภัยมากกว่า นางจึงคิดว่าพาสตรีทั้งสี่ชีวิตไปส่งให้กับหัวหน้าซือไท่ย่อมดีที่สุด

“คงต้องเป็นเช่นนั้น อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามดวงอาทิตย์คงลาลับทิวเขาแล้วเป็นแน่ ลงเขาไปย่อมยากลำบากกว่า เหนียงจือ ซางอี้ หลุนเจียวดึงศพของพวกเขาหลบไปข้างทางก่อน แล้วเราจึงย้อนกลับขึ้นเขาไปพร้อมกับแม่หนูน้อยสองคนนี้ย่อมปลอดภัยกว่า”

ศพที่อรชรราวสตรีถูกลากไปหลบไม่ให้อุจาดนัยน์ตา ส่วนศพของเจ้าจอมโจรอ้วนผอมถูกปล่อยให้นอนศีรษะไปทางร่างไปอีกทางไร้การใส่ใจ เห็นเช่นนั้นทั้งหวังลี่จูและหวังลี่เจินจึงกลับไปนำเอาหาบถังคู่ชีพแล้วเดินตรงขึ้นเขานำหน้าปล่อยให้อีกสองสาวกับสองสตรีสูงวัยเดินตามขึ้นมาด้วย ต่างคนต่างไม่พูดสิ่งใดต่อกันแม้เพียงครึ่งคำ

“ท่านป้า เชิญด้านนี้เจ้าค่ะ หัวหน้าซือไท่เหยียนนางพักอยู่ยังเรือนหลังนี้”

พอมาถึงฟากฝั่งอารามของนางชีหรือซือไท่ที่แบ่งแยกออกมาจากฟากฝั่งของไต้ซืออย่างชัดเจนด้วยเขาคนละครึ่งซีก หวังลี่จูจึงคิดพาทั้งสี่คนไปพบกับท่านหัวหน้าซือไท่ คราวนี้นางจึงหมดหน้าที่ แล้วจากนั้นพวกนางจะได้ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายสระผมให้แก่กันจนกว่าจะสะอาดเสียที เพราะพรุ่งนี้นางยังรับงานตัดผักจากสวนของสกุลเหลียวที่อยู่ตรงเชิงเขาอีก หากตัวเหม็นศีรษะมีแต่กลิ่นอึกลิ่นฉี่คงถูกขับไล่ออกจากสวนผักพลาดงานและเงินเสียเป็นแน่

...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“เหยียนซือไท่ นี่ข้าลี่จูเองเจ้าค่ะ”

ครู่หนึ่งก็มีซือไท่ที่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงวัยคงราวสิบขวบปีมาเปิดประตูให้ หวังลี่จูหันไปบอกแก่หวังลี่เจินให้นำข้าวของไปเก็บแล้วตัวของนางก็เดินตัวลีบเล็กเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ทางลงเขาให้แก่ท่านหัวหน้าซือไท่ทราบเรียบร้อย นางจึงขอตัวไม่ยอมอยู่รับรู้ว่า ‘ท่านป้า’ คนดังกล่าวนั้นจะเป็นฮูหยินจากสกุลใด สำคัญหรือไม่ ก็อย่างที่นางคิดตั้งแต่คราวแรก

...รู้ให้น้อยเข้าไว้ชีวิตจะปลอดภัยนั่นเอง....

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!!

    ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!! ฝ่ายทางด้านของสองพี่น้องที่กลายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนอายุสิบห้านั้นได้ติดท้ายขบวนขนส่งสิ้นค้าของสำนักคุ้มภาย ‘อวิ๋นฉี’ ซึ่งจะเดินทางผ่านด่านทิศเหนือที่ใกล้ชิดติดกับซีหยวนและเป่ยฮั่น โดยมีแม่น้ำสายใหญ่หวงเหอกั้นขวางแบ่งระหว่างโยวโจว ซีหยวน กับเป่ยฮั่น แล้วมีเผ่าขนาดเล็กอีกหกเผ่าหลบหนีไปไกลกว่าหลายร้อยลี้แล้วไม่ได้ทราบเลยว่าบัดนี้ภายในวังหลวงของโยวโจวนั้นกำลังวุ่นวายกันใหญ่ เพราะหมิงหวังและหมิงเยว่กงจู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยสักนิด“เจ้าพวกบัดซบ สวะสิ้นดี สตรีถึงสองนางหายไปกลับไม่มีผู้ใดพบเห็น นางหาใช่มดหรือแมลงจึงจะมีปีกบินหนีไปได้ ไปเร่งค้นให้ทั่ว!”จ้าวจวินหลางโกรธจนลมออกหูเมื่อทหารม้าเกราะดำร่วมห้าร้อยชีวิตต่างก็ค้นหาไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมของวังหลวงแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของสองกงจู่ไปจนสิ้น หลิวไทเฮาถึงกับเป็นลมไปหลายตลบ เพราะคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีแล้วตนเองนั้นประมาทหัวใจของสองพี่น้องสกุลหวังเกินไปงานแต่งงานใกล้เข้ามาเหลืออีกเพียงไม่ถึงสิบวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมเอาไว้เกือบพร้อมหมดแล้วโดยไม่มีผู้ใดมันจะมาคิดว่าตัวของว่าที่เจ้าสาวนั้นจะ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)

    ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)พออีกสองวันต่อมาหวังลี่เจินนั้นก็เริ่มแอบลักลอบหนีออกจากวังหลวงแล้วไปหาเหล่าสหายทั้งหลายในตลาดให้ช่วยนำตั๋วเงินไปแลกเป็นแผ่นทองคำแทน พร้อมกันนั้นก็เตรียมหาขบวนสินค้าที่พวกนางสองพี่น้องพอจะอาศัยติดตามข้ามไปยังต่างแดนเช่นซีหยวนหรือไม่ก็เป็นเป่ยฮั่น เพราะหวังลี่จูนั้นบอกว่าเป็นเพียงสตรีสองนางหากหลบหนีกันไปเพียงสองคนจะไม่ปลอดภัยจำต้องอาศัยขบวนขนสินค้าข้ามชายแดนกับปลอมตัวจึงพอจะรอดพ้นออกจากโยวโจวได้“เป็นเช่นไรบ้างอาการของข้าน่ะท่านหมอซู” คนข้อเท้าเจ็บพยายามฝึกฝนใช้ไม้เท้าและขยันกินยา ทำทุกสิ่งที่ท่านหมอหลวงแนะนำด้วยความคิดที่ว่าตนเองต้องรีบหายให้เร็วที่สุด งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกนางสองพี่น้องจะต้องหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่งงานอันใดนั้นผู้ใดอยากตบแต่งกัน ชินหวางเฟยผู้ใดต้องการนางล้วนไม่สนใจ นางกับน้องสาวต้องการอิสระเพียงเท่านั้น ยศถาบรรดาศักดิ์อันใดพวกนั้นนางล้วนมิต้องการทั้งสิ้น“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะกงจู่ กระหม่อมเพิ่มตัวยาสมุนไพรให้แก่กงจู่อีกขนานรับรองว่าอีกไม่เกินสิบวันกงจู่ย่อมจะทรงต้องกลับมาเดินได้เป็นปกติเช่นเดิมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงกัง

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)

    ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)“พี่สาว!/ลี่จู!”สตรีสองนางแต่ต่างวัยต่างเร่งพุ่งสวนทางกับจ้าวจวินหลาง โดยไม่มีใครสนใจเขาแต่รีบเข้ามายังด้านในแล้วนั่งขนาบข้างของหวังลี่จูคนละฟาก ข้างด้านซ้ายมือคือหลิวไทเฮา ส่วนด้านขวามือก็คือหวังลี่เจิน ที่พื้นด้านล่างมีเสี่ยวจื่อแล้วเสี่ยวจางนั่งจับจ้องคนบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เลยไปด้านหลังของพวกนางก็ยังมีนางกำนัลและขันทีอีกร่วมยี่สิบชีวิตติดตามหลิวไทเฮาเข้ามาไม่ยอมห่าง“เจินเจิน” แต่ช่างหน้าแปลกยิ่งนักแม้นจะมีผู้คนมากมาก ทว่าหวังลี่จูนั้นกลับรู้สึกเดียวดายอย่างยากจะอธิบายได้ถูก มีเพียงหวังลี่เจินเท่านั้นที่นางมองเห็นเป็น ‘ครอบครัว' เพียงหนึ่งเดียวของตนเอง ส่วนผู้อื่นรอบกายนับร้อยนับพันล้วนเป็นผู้คนแปลกหน้าที่คาดหวังเอาแต่ผลประโยชน์จากพวกนางสองพี่น้องทั้งสิ้น!!!...ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง!...“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” ถึงจะขาดสติไปบ้างแต่ขนมธรรมเนียมประเพณีภายในวังหลวงอันเคร่งครัดนี้หวังลี่จูนั้นจะหลงลืมมิได้เด็ดขาด ถึงนางจะยังบาดเจ็บยากจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แต่ก็ยังโค้งกายในขณะที่ยังนั่งอยู่ ทั้งที่ปวดเท้าไม่พอยังเจ็บหลังและก้นที่ถูกจับโยนลงมาเต็มแรงอีกด้วย“มิต้

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 4/4

    “เจ็บล่ะสิ สมน้ำหน้า อยากซุ่มซ่ามเดินไม่ระวัง คิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ก็เพียงห่านดงตนหนึ่งหาใช่นางหงส์องอาจทำเป็นหลงชาติกำเนิดของตนเอง รู้ว่าเส้นทางมันมืดแถมกระโปรงยังราวรุ่มร่ามไม่เจียมตัวจริง ๆ...โง่เขลาสิ้นดี!!!”...นั่นปะไรนางถูกพูดจาดูถูกอีกแล้ว แต่...มันก็จริง พวกนางสองพี่น้องก็เป็นเพียงห่านดงหลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงนางพญาหงส์และเหยี่ยวเวหา แต่เป็นพวกนางหรือที่อยากจะมาอยู่ยังที่แห่งนี้ ก็เป็นมารดาของเขามิใช่หรือที่ยกเอาคำว่า ‘ทดแทนบุญคุณ' มากักขังพวกนางสองพี่น้องเอาไว้ในสถานที่ชั่วช้าแห่งนี้!!!ยิ่งคิดพลันน้ำอุ่น ๆ มันก็ไหลออกมาจากดวงตาอย่างยากจะหักห้ามได้อีกต่อไป ร่วมสี่เดือนที่พวกนางต้องทุกข์ยากและอดทน ต้องฝืนทำและฝึกฝนในสิ่งที่หลิวไทเฮายัดเยียดมาให้โดยไร้คำถามไถ่ว่าพวกนางสองพี่น้องต้องการหรือไม่ กฎเกณฑ์มากมายถูกจับยัดมาใส่สมอง พวกนางเหนื่อยร่างกายพักผ่อนนอนหลับมันก็จางหาย แต่หลายเดือนผ่านมาเหนื่อยใจมีแต่มากล้นยากจะบรรเทา“มะ...หม่อมฉันสองพี่น้องก็มิเคยต้องการเพคะ...ฮึก...ไม่เคยต้องการเป็นกงจู่...ฮือ...และยิ่งไม่เคยต้องการสามีแบบพวกท่าน!”เหลืออดเหลือทนเข้าหญิงสาวนั้นก็ระเบิดมันออ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 3/4

    “ท่านนี่มัน...” อยากด่าให้สาแก่ใจแต่ก็ไม่กล้า ‘ปากดี' ในถิ่นของเขา นางจำต้องกัดเรียวปากของตนเองจนได้กลิ่นคาวโลหิตลอยฟุ้งพุ่งขึ้นเต็มกระพุ้งแก้มและโพรงปาก หญิงสาวอดทนฝืนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้จนดวงตาเรียวสวยคู่นั้นแดงก่ำเพราะฝืนกลืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก“เปิ่นหวางทำไม?...อยากด่าก็ด่าออกมาเลยอย่ามาเสแสร้งจะดีกว่าคนงาม” จ้าวจวินหลางทรุดลงมานั่นสับส้นเท้าแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มของหวังลี่จูจนนางปากจู๋ จะให้กล่าวกิริยาในยามนี้เป็นดัง ‘พยัคฆ์' กำลังล้อเล่นกับ ‘หนูนา' ตัวน้อยก่อนจะสังหารให้ตายก็มิปาน“มิกล้า...มิกล้า...ลี่จูย่อมมิกล้าแม้แต่จะคิดร้ายต่อชินอ๋อง ดังนั้นจะกล้าด่าทอชินอ๋องไปได้เช่นไรเล่า” หญิงสาวยิ้มแย้มทั้งที่เจ็บปวดที่ข้อเท้าแทบขาดใจ นางอดทนจนหน้าแดงตาแดง เห็นแล้วจ้าวจวินหลางนั้นก็ถึงกับปวดดวงใจอย่างไร้สาเหตุ“ไหนให้ข้าดูหน่อย!” ตะคอกข่มขวัญนางเอาไว้ก่อนทั้งที่ภายในใจของเขานั้นเริ่มสั่นไหวไปหมดกับดวงตาแดงชอกช้ำและใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าหวังลี้จูนั้นเจ็บปวดมากจริง ๆ แต่ที่ตนเองโยนกายอรชรนั้นลงโครมใหญ่ ก็เพราะกลัวเสียหน้า เกิดมาแม้แต่มารดาของเขาเองยังไม่เคยอุ้ม

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 2/4

    'เอาวะยอมวิงวอนอ้อนขอร้องเขาสักหน่อยมันจะเสียศักดิ์ศรีสักเท่าใดกันเชียว ดีกว่าต้องคลานสี่เท้ากลับตำหนักซุ่นอวินให้อับอายนางกำนัลและขันทีกับเหล่าองครักษ์ทั้งหลาย'หวังลี่จูคิดในใจเสร็จก็ตัดสินใจกัดฟันพุ่งตรงเข้าไปกอดสองขาแกร่งของ ‘ชินอ๋อง' อย่างไม่มีการรักษามารยาทอีกต่อไป ศักดิ์ศรีอันใดนั้นปกติคนเช่นนางไม่มีอยู่แล้ว ขอเพียงเอาชีวิตรอดทำเวลาเร่งกลับไปหาน้องสาวให้จงได้ ต่อให้นางกราบอีกฝ่ายเป็น ‘ท่านอาจารย์' หวังลี่จูก็ไม่มีวันถือสามันให้หนักเด็ดขาด!“น้า...ชินอ๋องทรงเมตตาลูกนก ลูกห่านตาดำ ๆ ผู้นี้ด้วยเถอะเพคะ ชินอ๋องคนดี...ชินอ๋องผู้ประเสริฐที่สุดในใต้หล้า”นางกำนัลสองพี่น้องเช่นเสี่ยวจื่อกับเสี่ยวจางถึงกับมองแล้วอึ้งยืนตกตะลึงอ้าปากค้างพะงาบกลืนลมลงท้องอย่างน่าสงสาร โดยซ่งจินองครักษ์คนสนิทที่ติดตามใกล้ชิดมาด้วยเองยังถึงกับแอบหันหน้าหนีไม่กล้าจะมองกับกิริยาลูกสุนัขตัวน้อยเลียแข้งเลียขาเจ้านายของมัน หวังวิงวอนอ้อนขอให้จ้าวจวินหลางนั้นโอบอุ้มตัวของมันขึ้นมาจากพื้นสักคราว ผู้ใดพบเห็นใจแข็งเกินหนึ่งเค่อนับว่าเป็นยอดบุรุษ!“ไม่!...ปล่อยขาของเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้ ตนเองเดินไม่ระวัง ทั้งโง่เง่า ทั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status