แชร์

บทที่ 39 ถอนพิษ

ผู้เขียน: ธชิรินญ์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-19 10:15:41

เว่ยชางหลางยังคงหันหลังให้นางอยู่เช่นนั้น...

ร่างสูงใหญ่ตวัดเสื้อคลุมขนสุ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 43 ทิศทางลม

    ขณะที่มองไปที่ภัตตาคารหอเฟิ่งหวงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...สายตาของซูอี้จินไม่ได้จับจ้องไปยังประตูทางเข้าที่ชั้นล่าง แต่กลับมองขึ้นไปยังชั้นสอง...ชั้นสำหรับรับรองแขกที่สำคัญที่สุดเท่านั้น ซึ่งหน้าต่างถูกปิดไว้ด้วยม่านมู่ลี่ไม้ไผ่อย่างมิดชิด บ่งบอกถึงความเป็นส่วนตัวสูงสุด“ท่านเห็นหรือไม่ เถ้าแก่หลิว” นางกล่าวเสียงเย็น“ปลาตัวใหญ่ที่แท้จริง ไม่ได้ว่ายปะปนอยู่กับปลาซิวปลาสร้อยที่ชั้นล่างหรอกนะ”เถ้าแก่หลิวเบิกตากว้าง เขามองตามสายตาของนางไปยังชั้นสองของหอเฟิ่งหวง ที่นั่นคือสถานที่ซึ่งมีเพียงเชื้อพระวงศ์ ขุนนางขั้นหนึ่ง หรือคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้ย่างกรายเข้าไป“ท่านกำลังหมายถึง...แขกพิเศษเหล่านั้นหรือขอรับ”“คนเหล่านั้นน่ะหรือจะยอมเดินลงมาเข้าตรอกแคบๆ สกปรกของเรา” ซูอี้จินกล่าวต่อราวกับอ่านใจเขาออก“ไม่เลย...พวกเขาไม่ลดตัวลงมาทำเช่นนั้นแน่”ความสิ้นหวังฉายชัดขึ้นในดวงตาของเถ้าแก่หลิวอีกครั้ง“แล้ว...แล้วเช่นนั้นแผนการทั้งหมดที่ทำมาก็สูญเปล่าสิขอรับ”“

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 42 ปลาตัวใหญ่

    “กลิ่นหอมราวกับอยู่ในหุบเขาไร้ทุกข์ ข้าไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาก่อนเลย!”ชาวบ้านเริ่มมุงดูอยู่บริเวณปากตรอก พวกเขาชี้ชวนกันให้มองหากลุ่มหมอกจางๆที่ลอยออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง แต่ความลึกลับของตรอกยังคงเป็นปราการที่ไม่มีใครกล้าข้ามผ่านไป บางคนพยายามชะโงกหน้าเข้าไปมอง แต่ก็เห็นเพียงความมืดสลัวอยู่ลึกเข้าไป“คุณหนูขอรับ พวกเขาสนใจ แต่ไม่มีใครเข้ามาเลยสักคน!”เถ้าแก่หลิววิ่งขึ้นลงบันไดจนเหงื่อท่วมตัว เขาร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้“เราใช้ของดีที่สุดไปแล้วสองอย่าง แต่ยังขายอะไรไม่ได้เลยนะขอรับ!”“ข้ารู้”ซูอี้จินยังคงสงบนิ่ง นางกำลังตรวจสอบบัญชีวัตถุดิบอย่างใจเย็น ไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา"ปลาที่กำลังตื่นน้ำย่อมไม่ฮุบเหยื่อโดยง่าย หากอยากได้ปลาใหญ่...เราก็ต้องรู้จักใจเย็นรอให้มันตายใจเสียก่อน"“ปลาใหญ่หรือขอรับ?” เถ้าแก่หลิวงุนงงกับคำเปรียบเทียบของนางซูอี้จินเงยหน้าขึ้นสบตาเถ้าแก่หลิว แววตาของนางลุ่มลึกจนคนมองอดทึ่งในวิสัยทัศน์ของสตรีตรง

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 41 ร้านเครื่องหอมเทียนเซียง

    รุ่งอรุณของวันใหม่…ซูอี้จินยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณปากตรอกจิ้งสุ่ย แขนเสื้อกว้างสะบัดเบาๆ ตามลมยามเช้า ดวงตาของนางกวาดมองพื้นหินที่บัดนี้สะอาดเอี่ยมอ่องไร้ซึ่งฝุ่นผงและเศษขยะ มีเพียงรอยชื้นจางๆ จากการขัดล้างอย่างดีเมื่อคืนก่อนร้านรวงรอบข้างยังคงปิดบานประตูเงียบสนิท แต่ร้านเครื่องหอม ‘เทียนเซียง’ ของนางพร้อมแล้วสำหรับการเปิดกิจการวันแรกทว่าบรรยากาศกลับเงียบเชียบผิดวิสัยของการเปิดร้านใหม่โดยสิ้นเชิง ไม่มีซุ้มประตูประดับประดาด้วยดอกไม้ ไม่มีผ้าแพรสีแดงมงคล และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีเสียงอึกทึกของประทัดแม้แต่ดอกเดียวเถ้าแก่หลิว ชายวัยกลางคนที่นางไว้ใจให้เป็นผู้ดูแลร้าน เดินวนไปวนมาอยู่ด้านหลังนางด้วยความกระสับกระส่าย มืออวบหนาทั้งสองข้างกุมกันแน่นอยู่ด้านหลังจนข้อนิ้วขาวซีด“คุณหนูขอรับ...แน่ใจหรือขอรับว่าเราจะไม่จุดประทัดจริงๆ”เขาเอ่ยถามเป็นครั้งที่สามของเช้านี้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล“ธรรมเนียมปฏิบัติของการเปิดร้านใหม่ ค

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 40 บุรุษไร้ยางอาย

    ซูอี้จินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามาในอกจนจุกแน่นไปหมด ทั้งความอับอาย ความโกรธเคือง และความสับสนที่ไม่อาจอธิบายได้ แต่สุดท้าย ความดื้อรั้นทำให้นางไม่อาจยอมเงียบไปเฉยๆ“ท่านอ๋อง ข้าไม่ได้พูดเล่น” นางเค้นเสียงลอดไรฟัน“หากท่านกล้าล่วงเกินข้าอีก ข้าจะเผาจวนของท่านทิ้งจริงๆ”เว่ยชางหลางชะงักฝีเท้า แทนที่จะเดินจากไป ร่างสูงใหญ่กลับหมุนตัวและก้าวเท้าเข้ามาหานางในความมืดอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวแผงอกกว้างก็ต้อนนางจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตู กักขังซูอี้จินไว้ในวงแขนทั้งสองข้างเขาก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดหน้าผากมน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่างเจือแววหยัน“ไหนเจ้าสัญญาว่าจะเป็นเตาผิงมนุษย์ ให้ข้าอย่างไรเล่า? เพิ่งจะลงมือรักษาเพียงครั้งแรก... เจ้าก็คิดจะผิดสัญญาแล้วหรือ?”“ข้าสัญญาว่าจะรักษาพิษให้ท่าน มิได้ให้ท่านมาฉวยโอกาสเช่นนี้!” นางเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะเต้นระรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยินปลายนิ้วของเขาเลื่อนขึ้นมาจัดคอเสื้อคลุมให้เข้าที่ ทว่าข้อนิ้วกลับจงใจลากไล้แ

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 39 ถอนพิษ

    เว่ยชางหลางยังคงหันหลังให้นางอยู่เช่นนั้น...ร่างสูงใหญ่ตวัดเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีดำสนิทขึ้นสวมด้วยท่วงท่าดุดัน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหา สาบเสื้อที่หลวมโพรกเปิดอ้าออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามราวกับรูปสลักชั้นยอด ผิวเนื้อสีทองแดงที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมานั้น ดูทรงพลังเสียจนคนที่ลอบมองอยู่ถึงกับต้องรีบหลบสายตา“ขอบใจ”เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นแหบพร่าเล็กน้อย เย็นชาและห่างเหิน เป็นน้ำเสียงของอ๋องที่ทุกคนต่างคุ้นเคย ไม่เหลือร่องรอยของบุรุษที่เคยอ่อนแอและอ้อนวอนอยู่ข้างหูนางเมื่อครู่แม้แต่น้อยซูอี้จินแค่นเสียงหยันในลำคอ แววตาที่สบกับเขามีเพียงความเย็นชาไม่แพ้กัน"ท่านอ๋องมิต้องลำบากเอ่ยคำขอบใจ ที่ข้ายอมรักษาพิษให้ หาใช่เพราะความเต็มใจไม่แต่เป็นเพราะถูกอ๋องผู้สูงศักดิ์เช่นท่านบีบบังคับต่างหาก"เว่ยชางหลางไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองกับคำประชดประชันนั้น นัยน์ตาคมปลาบเพียงหลุบมองนางอย่างเฉยชา ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่แทบมองไม่เห็น"ในเมื่อรู้ตัวว่าถูกบังคับ เช่นนั้นก็ดี"น้ำเ

  • ข้าจะร้ายให้สุดทาง   บทที่ 38 กระชับอ้อมกอด

    การกระทำของเขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง...ราวกับคำขู่ของนางสามารถทะลุผ่านม่านหมอกแห่งสัญชาตญาณเข้าไปถึงจิตสำนึกส่วนลึกที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แล้วเขาก็แค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นแหบแห้งและแผ่วเบา แต่ก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและเย้ยหยันอย่างที่บุรุษเช่นเขาพึงมี เขายอมอยู่นิ่ง ไม่ได้ใช้ริมฝีปากล่วงเกินนางอีก แต่วงแขนที่รัดเอวกลับแน่นขึ้นอีกเล็กน้อยเป็นการตอบโต้ที่ชัดเจน“เจ้าคิดว่า… ข้าจะพิศวาสสตรีดุร้ายเช่นเจ้ารึ?” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจับใจความได้คำพูดดูถูกเหยียดหยามนั้นทำให้ความร้อนแล่นปราดขึ้นสู่ใบหน้าของซูอี้จินอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเพราะความโกรธล้วนๆ นางกัดฟันกรอด ไม่ตอบโต้อะไรอีก แต่เร่งพลังปราณในมือให้รุนแรงขึ้นเป็นการระบายอารมณ์ ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เขาชะงักและครางออกมาเบาๆการถ่ายเทปราณดำเนินมาถึงจุดวิกฤต คลื่นพลังหยินและหยางที่แตกต่างกันสุดขั้วปะทะกันอย่างรุนแรงอยู่ตรงกลางระหว่างร่างของคนทั้งสอง อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นระล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status