Share

บทที่ 6

“คุณหนู คุณชายรองเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าให้มาตามพวกท่านไปกินอาหารเช้าเจ้าค่ะ” เสี่ยวทู่ตัวน้อยตะโกนพร้อมกับเคาะประตูอยู่ด้านนอกหลังจากเวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งชั่วยาม

ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สองพี่น้องสนทนากันอย่างสันติ “รู้แล้ว เดี๋ยวข้ากับน้องสามตามไป” ไป๋เสวี่ยตอบกลับพลางลุกจากม้านั่งและด้วยความหวังดีนางจึงตั้งใจจะเข้าไปช่วยพยุงน้องชายให้ลุกขึ้นยืน

ทว่า ฟึบ! ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงหลังจากที่น้องชายรวบชายชุดคลุมตัวยาวเข้าหาตัวโดยที่ไม่ทันระวัง

“น้องเล็ก! แม้ว่าเจ้าเพิ่งจะอายุหกรอบทว่ายังไงก็นับว่ารู้ความแล้วเหตุใดถึงไม่ใส่กางเกงให้เรียบร้อย”

“กางเกงอันใดของท่าน” ไป๋เทียนย้อนด้วยสีหน้าฉงนพลางวางเท้าลงบนพื้น

สำหรับไป๋เสวี่ยนั้นนางคล้ายโดนค้อนทุบหัว ปากของนางนั้นเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบราวกับปลากำลังขาดอากาศหายใจ

ไป๋เทียนหาได้สนใจคนเป็นพี่หลังจากเขาสวมรองเท้าที่ถักขึ้นมาอย่างหยาบจากฟางข้าวแห้งเขาก็จัดเสื้อคลุมตัวยาวของตนให้เข้าที่เพื่อความเป็นระเบียบ

ไป๋เสวี่ยมองน้องชายด้วยสายตาขึ้นลงอย่างพินิจพิเคราะห์ ก็เห็นว่าพ้นชายเสื้อยาวลงมาก็มีขากางเกงสีซีดนางจึงขมวดคิ้วมุ่น เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ ข้าเห็นก้นของเจ้าเด็กคนนี้ชัด ๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีกางเกงแล้วล่ะ เจ้าตัวขบคิด

“ท่านเป็นอะไรหรือว่าหิวจนความคิดเลอะเลือน” วาจาเผ็ดร้อนของคนเป็นน้องหาได้ทำให้ไป๋เสวี่ยโกรธเคืองแต่อย่างใด

พอสองพี่น้องพ้นประตูห้องนอนออกมาได้ไป๋เสวี่ยก็มองเห็นเสื้อผ้าที่กำลังแขวนอยู่กลางลานโล่ง

พลันดวงตาของนางก็สบเข้ากับของสิ่งหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกางเกงทว่ามันมีเพียงแค่ช่วงท่อนขากับปลายเชือกที่ทำจากผ้าผูกเอาไว้กับราวไม้ไผ่ที่มีหลากหลายขนาด

“ท่านมองอะไร?” คนเป็นน้องถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นพี่สาวมองไปทางราวตากผ้าอย่างนิ่งงัน

“เจ้าใส่แบบนี้เหรอ”

“หืม?” ไป๋เทียนแสดงสีหน้างุนงง

“ข้าหมายถึงว่าเจ้าใส่แบบนี้ไว้ด้านในก่อนจะสวมเสื้อทับใช่หรือไม่” ไป๋เสวี่ยเดินมาจับชายกางเกงเปิดเป้าที่กวัดแกว่งตามแรงลมถามขึ้นใหม่

“ใช่ แต่ก่อนท่านก็ใส่แบบนี้นะทว่าท่านไม่ชอบก็เลยให้ท่านแม่เย็บขึ้นมาให้ใหม่ซึ่งท่านไม่รู้หรอกว่ามันเปลืองผ้ามากขนาดไหน” เขาตอบพร้อมกับพ่นลมออกมาทางจมูกอย่างอัดอั้น

“กางเกงก็ต้องเย็บปิดทั้งหมดสิ ไม่อย่างนั้นจะมีประโยชน์อะไร เจ้าอย่าบอกนะว่าทุกคนในบ้านก็ใส่กันแบบนี้” ไป๋เสวี่ยโต้ขึ้นอย่างตกใจ

“ท่านจะตกใจอะไร ไม่เพียงแต่บ้านของพวกเราเท่านั้นหรอกเพราะแม้แต่ชาวบ้านรวมถึงขุนนางก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ข้าว่าท่านคงป่วยจนหัวได้รับความกระทบกระเทือนเป็นแน่ พี่เสี่ยวทู่ท่านรีบไปพาพี่รองเข้ามาเถอะหากตากลมเย็นเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาอีกจะลำบาก”

แม้ว่าไป๋เสวี่ยจะเคยรู้มาบ้างว่าสมัยโบราณทั้งหญิงชายนิยมใส่กางเกงเปิดเป้าแต่จะให้เธอใส่แบบนี้ด้วยเห็นทีว่าคงจะไม่ไหว

ภายในห้องกินข้าวในตอนนี้บรรดาสมาชิกในครอบครัวต่างพากันนั่งลงเรียบร้อยยกเว้นเพียงบ่าวตัวน้อยเสี่ยวทู่ที่ยืนหลบมุมอย่างนิ่งเงียบ

“พี่ใหญ่ ท่านไม่รู้สึกเย็นวาบหรือว่าแปลกประหลาดบ้างเหรอ” คำถามไม่มีปี่มีขลุ่ยของน้องสาวที่นั่งข้างกันทำให้ไป๋ตงเงยหน้ามองนางด้วยแววตาสนเท่ห์

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ท่านกินต่อเถอะ”

สายตาของเด็กหญิงมองอาหารบนโต๊ะลอบถอนหายใจยิ่งเมื่อนางเห็นสภาพของคนในครอบครัวอย่างชัดเจนเจ้าตัวก็ยิ่งรู้สึกหม่นเศร้า

โจ๊กข้าวฟ่างที่มีเมล็ดข้าวอยู่เพียงหยิบมือซึ่งส่วนใหญ่มีแต่น้ำกับผักดองที่วางอยู่ในถ้วยก็ให้รู้สึกว่าชีวิตในชาตินี้ช่างน่าเวทนามากกว่าในชีวิตก่อนหน้าเสียเหลือเกิน

ทว่ายามเมื่อนางได้เห็นใบหน้าของปู่เจ้าตัวกลับอิ่มเอมใจ “ท่านปู่ สักวันข้าจะทำให้ครอบครัวของพวกเรากินอาหารดี ๆ ที่แม้แต่ในวังก็เทียบไม่ได้” คำพูดของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

ไป๋เทียนเผลอปล่อยถ้วยหม้อดินของตนออกจากมือด้วยความตกใจเช่นเดียวกับไป๋ตงและผู้ใหญ่อีกสามชีวิตที่เหลือ

“เป่าเปา คำพูดเมื่อสักครู่นี้เจ้าอย่าได้เที่ยวพูดออกไปอย่างเด็ดขาด หาไม่คนจะคิดว่าเจ้าไม่เคารพเบื้องสูง” ไป๋ซวนกล่าวกำชับเสียงเครียด

“ฟังที่พ่อเจ้าพูดนะหลานรัก แต่ทว่าปู่ก็เชื่อมั่นว่าเจ้านั้นทำได้” ด้วยชายชราเกรงว่าหลานสาวจะน้อยใจเจ้าตัวจึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้

“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ข้าฟังท่านพ่อ แต่เรื่องใดที่ออกจากปากของข้าแล้วไม่มีทางที่เสี่ยวเป่าคนนี้จะทำไม่ได้” คำพูดของเด็กหญิงยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยความหนักแน่นเช่นเดิม

“พี่รอง ท่านพูดอย่างกับว่าท่านเคยเห็นอาหารของท่านอ๋อง ข้าไม่ได้ไม่เชื่อท่านหรอกนะ เพียงแต่อาหารเหล่านั้นข้าเคยได้ยินมาว่าช่างเลิศรสมีพ่อครัวเอกเป็นคนปรุงมีห้องเครื่องใหญ่โตหลากหลายวัตถุดิบ” เสียงของไป๋เทียนเริ่มเบาสีหน้าเริ่มสลดเมื่อเขารู้ตัวว่าคำพูดตนอาจจะทำให้คนเป็นพี่เสียใจ

“เคย เจ้าจำเรื่องที่ข้าเล่าให้ฟังก่อนหน้าไม่ได้หรือ ข้าไม่เพียงแต่เคยเห็นนะ บางอย่างข้าก็ยังเคยได้ลิ้มลองมาแล้วด้วย” คำพูดโอ้อวดเช่นนี้หากเป็นคนนอกมาฟังคงคิดว่าเป็นเพียงผายลมที่เด็กตัวเหม็นพ่นออกมา

แต่ในเมื่อที่แห่งนี้ไม่มีคนนอกดังนั้นทุกสายตาจึงได้มองนางด้วยความความทึ่ง “พี่รอง แล้วของเหล่านั้นเอามาที่นี่ด้วยไม่ได้หรือ” ท่าทีของน้องชายเริ่มจะเชื่อเธอมากขึ้นจึงได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงแห่งความหวัง

ไป๋เสวี่ยส่ายศีรษะไปมา “แต่ทุกคนไม่ต้องผิดหวัง สักวันสิ่งที่ข้าเคยลิ้มรสทุกคนเองก็ย่อมต้องได้กินเหมือนกัน” จบประโยคของนางท้องเจ้ากรรมกลับส่งเสียงร้องออกมาประจานเจ้าของเสียอย่างนั้น

“ดี ๆ เจ้าพูดได้ดี ฮ่าฮ่า แต่ปู่ว่าตอนนี้เจ้าคงจะต้องกินโจ๊กข้าวฟ่างกับผักดองเพื่อเอาแรงเสียก่อน”

ใบหน้าของไป๋เสวี่ยแดงก่ำด้วยความอายกระนั้นนางก็ตอบรับคำพูดของชายชราอย่างเชื่อฟัง

สิ้นสุดมื้ออาหารอันอบอุ่นไป๋ซวนก็ไปทำงานของตนยังที่ว่าการอำเภอซึ่งห่างจากบ้านเพียงหนึ่งลี้

“พี่ใหญ่ท่านกำลังจะไปไหนหรือเจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถามขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นพี่สะพายตะกร้าหวายขึ้นหลัง

“ไปเก็บฟืน เจ้าสามยังไม่หายดีพี่ก็เลยอาสารับหน้าที่นี้แทน”

“พี่ใหญ่ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องทำงานเพิ่ม” ไป๋เทียนตัวน้อยสีหน้าสลดหลังได้ยินคำตอบของคนเป็นพี่

“ขอโทษทำไม ข้าหาได้โกรธเจ้า อีกอย่างเจ้าตัวเล็กถึงเพียงนั้นยังรู้จักช่วยงานไม่เอาแต่วิ่งเล่นเรื่องนี้เจ้าก็ดีมากแล้ว” ไป๋ตงพูดพลางยกมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักวางลงบนหัวเล็ก ๆ ของเขา

ไป๋เทียนช้อนตามองพี่ชายคนโตด้วยดวงตาแดงก่ำเขารู้ดีว่าพี่ใหญ่รักพวกตนมากเพียงใด

อีกทั้งยังทำงานหนักอีกด้วยทั้งนี้เป็นเพราะตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างพี่ชายก็หาได้อยู่นิ่งกว่าเขาจะกลับเข้าเรือนก็หลังจากดวงตะวันลาลับเหลี่ยมเขา

“พี่น้องปรองดองรักกันนับว่าเป็นเรื่องดี เสี่ยวตงเจ้ารีบเดินขึ้นเขาเถอะหากบ่ายกว่านี้จะลำบาก” เสียงของชายชราทำให้สามพี่น้องหันไปมองทางเขาพร้อมกัน

“ขอรับ” อี้ตงกำลังจะหมุนกายเดินจากไปมือขาวละเอียดของคนเป็นน้องสาวก็รั้งชายเสื้อของเขาเอาไว้

“พี่ใหญ่ข้าไปด้วย” ดวงตาใสกระจ่างของน้องน้อยไม่อาจทำให้เด็กชายวัยสิบสามปฏิเสธเจ้าตัวจึงผงกหัวเป็นการตกลง

ไป๋เทียนรู้สึกไม่วางใจเกรงว่าพี่ชายจะบาดเจ็บเช่นเดียวกับตนแต่จะให้เขาโพล่งออกไปก็กลัวว่าจะทำร้ายความรู้สึกของพี่สาวที่ทำตัวดีขึ้น

คนตัวเล็กจึงได้เดินกระเผลกด้วยไม้ค้ำอันเดิมที่ได้มาตั้งแต่เมื่อวาน

“พี่ใหญ่ ท่านเอาหูมานี่” เขาทำท่าท่างมีลับลมคมใน

ไป๋ตงโน้มตัวลงมาแต่โดยดี “พี่อย่าได้บาดเจ็บเช่นข้านะ” เจ้าตัวพูดไปก็ปรายตามองไปทางไป๋เสวี่ยที่กำลังแสร้งชมนกชมไม้

“ขอบใจที่เจ้าเป็นห่วงข้า แต่ทำไมต้องพูดเสียงเบาเช่นนี้ด้วย” ไป๋ตงยืดตัวเต็มความสูงของตนพูดอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องชายคนเล็กสื่อเลยสักนิด

คล้อยหลังสองพี่น้องกับสัตว์ตัวเล็กสีทองเดินจากไป ปู่กับหลานชายก็พากันเดินเข้าบ้าน สำหรับเสี่ยวทู่ตัวน้อยในยามนี้นางก็ไปช่วยเหมยกุ้ยทำงานบ้าน ปักชุนเสื้อผ้าเท่าที่แรงของตนจะทำไหว

สองข้างทางแม้ว่าจะมีบ้านเรือนบ้างทว่าเมืองนี้ราวกับเป็นเมืองร้างทุกสิ่งทุกอย่างดูแห้งแล้งจนไป๋เสวี่ยไม่อาจทนเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป

“พี่ใหญ่ที่นี่ทำไมถึงได้ดูยากจนนัก” คำถามนี้ทำให้ไป๋ตงสะดุดแทบจะคว่ำหน้าลงกับพื้นดิน

“น้องสาวหากว่าเจ้าบอกว่าคนในอำเภอยากจน พี่ว่าถ้าเจ้าไปเห็นชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนาเจ้าจะไม่คิดว่าพวกเขาเป็นยาจกหรอกหรือ”

ไป๋เสวี่ยไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ของตนกล่าวจึงได้เปิดปากของตนถามต่อไปอีก “ยังไงหรือเจ้าคะ”

“เฮ้อ! เอาไว้ข้าจะพาเจ้าไปเห็นเองจะดีกว่า ส่วนคำถามแรกของเจ้าที่สภาพเมืองของเราเป็นอย่างตอนนี้ทั้งหมดล้วนเกิดจากสงครามทั้งสิ้น หลังจบสงครามยังไม่ทันที่ชาวบ้านจะฟื้นตัวดีก็มีหนังสือแจ้งเรียกเก็บภาษีเพิ่มทำให้ตอนนี้ท่านพ่อกำลังปวดเศียรเวียนเกล้าเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เจ้าคิดดูขนาดบ้านเรามีท่านพ่อเป็นขุนนางแม้ว่าจะเป็นเพียงนายอำเภอตัวเล็ก ๆ ก็เถอะ แต่ยังไงก็ยังได้เบี้ยหวัดอีกทั้งยังได้รับธัญพืช ทว่าสำหรับชาวบ้านนั้นย่อมต่างออกไปพวกเขาล้วนแล้วแต่อาศัยกำลังของตนทั้งสิ้น

อีกทั้งยังต้องพึ่งโชคชะตาอย่างเช่นชาวไร่ชาวนาก็ต้องดูว่าปีนี้น้ำจะมากหรือน้อย ส่วนพ่อค้าที่เคยมีก็เหมือนกันเส้นทางการเดินผ่านนั้นย่อมเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งจากโจรป่าดินโคลนถล่มเจ้าเองก็รู้ว่าเมืองของเรานั้นห่างไกลมากเพียงใด”

ไป๋เสวี่ยกำลังย่อยข้อมูลที่ตนได้รับมาไปพลางสองเท้าก็เดินตามคนเป็นพี่ไปพร้อมกัน

“อี้ตง เจ้ากำลังจะไปไหนหรือ” เสียงเด็กชายวัยไม่ห่างจากเจ้าของชื่อทำให้สองพี่น้องไป๋หยุดฝีเท้าของตน

“ข้ากำลังจะไปเก็บฟืน เจ้าเล่าจือชิวกำลังจะไปไหน”

ไป๋เสวี่ยลอบพินิจมองคนที่กำลังสนทนากับพี่ชายของตนอย่างละเอียด จื่อชิวคล้ายกับรับรู้ถึงสายตาที่กำลังมองมาทางตนเขาจึงได้มองตอบกลับไป

ดวงตาใสกระจ่างมีแววร่าเริงสดใสคู่นั้นผิดแผกจากเดิมจนเขาเผลอมองสบอยู่ชั่วครู่ “อี้ต๋งข้าไปก่อนนะ”

ไม่รอให้สหายตอบรับเด็กชายก็จ้ำพรวดไปคนละทางกับสองพี่น้องราวกับมีสัตว์ร้ายไล่ล่าอยู่ด้านหลัง

เจ้าว่าเขากลัวบารมีข้าหรือไม่ ผีซิวในรูปลักษณ์ของลูกสิงโตขนทองสื่อสารขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง

ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ไป๋เสวี่ยผสมโรง

ข้าก็ว่าเช่นนั้น เดินทางกันต่อเถอะวันนี้บิดาอารมณ์ดี ข้าจะล่าเนื้อมาให้บ้านเจ้าได้กินเป็นมื้อเย็น ร่างวูบวาบสีทองผ่านหน้าไป๋ตงไปด้วยความเร็วทำให้สายลมปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาเข้าอย่างแรง

“น้องรอง เจ้านั่นจะรีบไปไหน” ไป๋ตงถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ “พี่ใหญ่เจ้านั่นของพี่มีชื่อนะเจ้าคะ ข้าเรียกเขาว่าผีซิว”

“พี่จำไว้แล้ว”

“ต้องจำให้มั่นนะเจ้าคะ เพราะวันนี้ผีซิวบอกว่าบ้านเราจะมีเนื้อกิน หากพี่จำไม่แม่นระวังจะไม่ได้รับการเหลียวแล” คนเป็นน้องแสร้งขู่ก่อนจะรีบเดินไปด้านหน้าทิ้งให้คนเป็นพี่ผู้ได้ยินคำพูดเมื่อสักครู่อ้าปากค้างตาโต

“เนื้อ!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งตีนเขา
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 163

    “ท่านแม่ขอรับ ข้าเจ็บ” เด็กชายผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนผิวขาวฟ้องนางหลังจากโดนบิดาเคี่ยวกรำให้ฝึกยุทธแม้นางจะรู้สึกสงสารทว่าก็เข้าใจในความปรารถนาดีของผู้เป็นสามีที่มีต่อบุตรได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงได้แต่ต้องหลับตาข้างลืมตาข้างเบือนหน้าหนีไปทางอื่นยามที่บุตรชายได้รับการฝึกจากบิดาตน“ท่านแม่! ท่านกำลังคิด

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 162

    เด็กชายหญิงคู่หนึ่งผู้มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมหนาหน้าปลายเท้าของหญิงชราผมเกล้าเป็นมวยอย่างเรียบร้อยเส้นผมของนางแม้จะเป็นสีขาวโพลนกระนั้นก็ยังคงเงางาม ดวงหน้าของนางเองก็ผ่องใสแม้จะมีริ้วรอยตามวัย“ท่านย่าเจ้าคะ/ขอรับ” สองพี่น้องเรียกนางพร้อมกันพลางแหงนหน้ามองหญิงสูงวัยอย

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 161

    หิมะสีขาวของทางเหนือกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักจนบางแห่งเริ่มเห็นน้ำแข็งค้างตามกิ่งไม้หรือตามชายคาไป๋เสวี่ยได้แต่งเข้ามาอยู่สำนักยุทธชิงหลงได้นานกว่าหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่กลับมาจากการเดินทางในท้องทะเลคราวนั้น“เจ้านี่นะออกมาด้านนอกก็ไม่เอาเสื้อคลุมออกมาด้วย” โอวหยางเฉินพูดขึ้นพร้อมกับนำเสื้อคลุมสีขาว

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 160

    “ข้าว่าคนผู้นั้นน่าจะตาฝาด สัตว์ประหลาดอะไรจะมาโผล่กลางท้องทะเล”“ข้าเองก็ไม่รู้แต่หลังจากที่ข้าช่วยเขาขึ้นมาจากท้องน้ำ ชายคนนั้นก็เอาแต่เพ้อว่าช่วยข้าด้วย! อย่ากินข้าเลย”“อย่างนี้ก็ไม่รู้สิว่าสัตว์ประหลาดที่ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร” ผู้พูดรู้สึกกังขา“ข้าลองถามดู เขาบอกว่าสัตว์ตัวนั้นมีหนวดยาวมากอีกทั้

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 159

    “น้องเล็ก! เจ้ากล้าดีเยี่ยงไรถึงขึ้นไปยืนบนหัวเสาเรือเช่นนั้น เจ้าไม่กลัวจะพลัดตกลงทะเลหรอกหรือ” ไป๋เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะตำหนิน้องชายเมื่อเห็นเขากล้ายืนท้าความตายบนหัวเสากระโดงเรือ“พี่รอง! ท่านกังวลเกินไปแล้วขอรับ” ไป๋เทียนไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังพุ่งตัวลงมาทำให้คนเป็นพี่รู้สึกหวาดหวั่นต่อการกระทำของเขา

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 158

    เรื่องกวีของไป๋ตงก็เป็นอันถูกยกเลิกไปด้วยเมื่อดวงจันทร์ที่กำลังสุกสกาวได้หายลาลับเข้ากลีบเมฆเช้าวันต่อมา ภายในลานฝึกก็ยังคงเต็มไปด้วยความฮึกเหิมเหมือนเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือเมื่อพวกเขาเห็นไป๋เสวี่ยแต่ละคนก็ทำความเคารพนางพร้อมกับเรียกนายหญิงน้อย“นี่มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถาม

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 57

    ใจของไป๋เสวี่ยเริ่มไม่สงบเสียแล้ว “ไม่ได้การข้าจะต้องไปตามหา ว่าแต่ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี” เจ้าตัวพูดพลางเดินวนไปมาราวมดในกระทะร้อนก็ไม่ปาน ทำยังไง ทำยังไงดี เจ้าเป็นบ้าหรือบ่นอะไรอู้อี้ ฟังไม่ได้สรรพ เสียงอันเหนื่อยหอบของผีซิวดังขึ้น ไป๋เสวี่ยหยุดฝีเท้าลงทันที “ผีซิว!” นางเผลอต

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 56

    “แล้วปลาในมือพี่เล่ากินได้หรือไม่” ไป๋ตงมองพวงปลาในมือถามอย่างสงสัย“กินได้สิเจ้าคะ ปลาในมือพี่ใหญ่มีชื่อว่าปลากุ้ยหวี เนื้อแน่น รสชาติหวาน วันนี้ข้าจะนำไปต้มน้ำแกงปลาให้กิน” คนเป็นพี่ถอนใจอย่างโล่งอก ดังนั้นมื้อกลางวันสำหรับคนงานจึงเป็นน้ำแกงปลากุ้ยหวีกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่หาได้ในภูเ

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 54

    คำตอบอันแสนจริงใจของหลินเหมยกุ้ยทำให้บ่าวทุกคนที่ได้ฟังน้ำตารื้น ด้วยไม่เคยคิดว่าพวกตนจะได้มาเจอกับคนดี ๆเช่นนี้ “ข้าก็ได้แต่หวังว่าหากวันนั้นมาถึงราชสำนักจะไม่หาหนทางริบเอาไปเป็นของตนเสียก่อน” เกาซูผู้ผ่านโลกมามากพูดดวงตาของนางเหม่อมองไปยังสถานที่ใดไม่อาจทราบ “ท่านยายเจ้าคะ

  • ข้านี่แหละคุณหนูผู้ร้ายกาจ   บทที่ 53

    เฒ่าหลีผู้มีหน้าที่ควบคุมไฟยังคงหมกตัวอยู่ในโรงหลอมเหล็กเช่นเดียวกับสหายทั้งสี่ วันนี้นับเป็นวันที่ห้าแล้วที่คุณหนูยังคงให้ทดลองทำตามที่นางบอก “พวกเจ้าได้กลิ่นบางอย่างเช่นข้าหรือไม่” หัวใจของเฒ่าหลีเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้น“ได้ หรือว่า” ชายชรามองไปทางเตาหลอมที่มีคนงานพากันกวนน้ำแร่เหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status