Masukตอนที่ 40 ไร้ผล
พรึ่บ!
ผลั่ก!
"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก
"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลัง
ทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้
"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...
กรี๊ด!
ตุบ!
ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....
ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้าย
หนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?
เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู
"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮาของเจ้า!" เขาเอ่ยสั่งคนด้านนอกก่อนจะสะบัดชายเสื้อแล้วออกไปจากห้องทันที ทิ้งไว้เพียงร่างหลิวซีจินฮองเฮาที่นอนหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุท่ามกลางวงล้อมของเทียนที่นางเป็นผู้จุดเอง
วันรุ่งขึ้น
ยามเฉิน(09:00-10:59)
"ฮองเฮาหมดลมแล้วพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงสรุปขึ้น หลังจากที่เฝ้าตรวจอาการของฮองเฮาที่สลบไปตั้งแต่เมื่อคืน
เขาทั้งฝังเข็มและให้อีกฝ่ายดมสมุนไพร ก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้น และที่สำคัญ...เวลานี้หลิวซีจินฮองเฮาไม่มีชีพจรและลมหายใจแล้ว...ด้านชุนหลุนซีที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ...นางตายเสียก็ดี แต่ทว่าเขาก็อดประหลาดใจไม่ได้ว่าอีกฝ่ายหมดลมเพียงเพราะตกใจเพราะเห็นกระบี่ของเขาเพียงเท่านั้นหรือ?...และอีกเรื่องที่เขายังค้างคาใจคือแสงสีเขียวนั่นที่ออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลง...คืออะไรกันแน่... ฮ่องเต้หนุ่มคิดในขณะที่กำลังพิจารณาป้ายที่มีมังกรสีเขียวในมือ...ก่อนจะเอ่ยบอกหมอหลวงประจำพระองค์ของฮองเฮา
"พวกท่านนำร่างของนางใส่โลงเสีย" เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบสีหน้าไร้ความรู้สึก
"ฝ่าบาท.... มีเรื่องหนึ่งที่กระหม่อมต้องทูล แม้ลมและ
ชีพจรของฮองเฮาจะหมดไป แต่ทว่าร่างกายของฮองเฮายังมีพลังหยินหยางทั้งยังมีธาตุทั้งสี่ครบ" หมอหลวงเอ่ย"ท่านหมอหมายความเช่นไร?" ฮ่องเต้หนุ่มถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
"ตอนนี้กระหม่อมอยากให้รอดูจนกว่าร่างกายฮองเฮาจะแข็งตัวและทวารทั้งห้าเปิดพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงเอ่ยขึ้น
"เช่นนั้น...ก็รอตามที่ท่านหมอว่า แต่หากนางไม่ฟื้นภายในสามวัน แม้ร่างกายจะยังอุ่นก็จัดการนำนางลงโลงเสีย...ข้าจะต้องไปทำกิจหลายอย่างฝากพวกท่านจัดการด้วย" เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อออกไปจากที่นั่นทันที
หลิวซีจินหมอหญิงร่างโปร่งแสงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า นางได้เห็นอากัปกิริยานั้นของผู้เป็นฮ่องเต้มีต่อฮองเฮาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดชังภรรยาผู้นี้มากเพียงใด...
หลิวซีจินหมอหญิงคิดว่าบางที...ที่นางมาโผล่ในที่แห่งนี้อาจเป็นเพราะจิตสุดท้ายก่อนที่นางจะตาย....แต่นางจะต้องอยู่เช่นนี้ไปอีกนานเท่าใดกัน...หลิวซีจิน
หมอหญิงคิดกับตนเองก่อนจะถูกแสงบางอย่างดูดไปยังที่หนึ่ง....พรึ่บ!
หลิวซีจินร่างโปร่งแสงกำลังยืนอยู่ในสถานที่ที่รายล้อมไปด้วยคนจำนวนมาก.....
โขลกๆ
เสียงไอดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความทรมาน สถานที่แห่งนี้คล้ายกับเป็นโรงหมอขนาดใหญ่แต่ไม่มีหมอเลยแม้แต่คนเดียว หลิวซีจินมองเห็นผู้คนไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิตนอนร้องขอความช่วยเหลือ คล้ายกับนอนรอความตายอยู่อย่างไรอย่างนั้น
เหตุการณ์นี้ คล้ายกับความฝันของนางในครั้งก่อน
ไม่มีผิด... พวกเขาติดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ? หลิวซีจินคิดก่อนจะหมุนตัวมองดูรอบ ๆ ในโรงศาลาแห่งนี้กว้างใหญ่แต่ถูกปิดช่องหมดเหลือไว้เพียงช่องสำหรับหายใจเท่านั้น...“ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกินและดูเหมือนคนเหล่านี้จะมองไม่เห็นนาง....
“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสาร
นี่มัน...โรคระบาด....ที่พรากน้องสาวและแม่ของนางไปไม่มีผิด!
เหตุใดชีวิตคนพวกนี้จึงถูกปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้...หลิวซีจิน
ได้ยินเสียงเด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้อย่างน่าสงสาร"ท่านแม่.... ฮือ ๆ อย่าจากข้าไป..." เด็กน้อยที่ดูเหมือนจะอายุไม่เกินสิบหนาวร้องขึ้นในขณะกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นมารดา...หลิวซีจินมองภาพนั้นอย่างเวทนาน้ำตาไหลอาบใบหน้างาม
"ท่านพี่!....ท่านอย่าตายนะ ฮือ ๆ" สตรีผู้หนึ่งนั่งกอดร่างผู้เป็นสามีไว้ทั้งน้ำตา....
หลิวซีจินร่างโปร่งแสงยืนมองความพลัดพรากตรงหน้าอย่างหดหู่ใจ....สวรรค์ให้นางมาเจอภาพตรงหน้านี้ด้วยเรื่องอะไรกัน....
ให้นางดูพวกเขาตายลง....เพื่ออะไรกัน!
นางในตอนนี้.....จะช่วยคนเหล่านี้ได้อย่างไร?...ร่างกายก็ไม่มี หยิบจับอะไรก็ไม่ได้ พลังอะไรก็ไม่มีเลยสักอย่าง แล้วจะให้นางมาเจอภาพนี้ให้เกิดความรู้สึกหดหู่ทำไมกัน? สวรรค์ รังแกนางมากไปหรือไม่!
หลิวซีจินคิดน้ำตาไหลลงออกมาราวน้ำตก ก่อนจะมาปรากฏตัวตรงหน้าโรงหมอที่นางเพิ่งออกมาเมื่อครู่นี้ น้ำตาแห่งความเสียใจนั้นหยดลงบนพื้นดินราวฝนตกก็ไม่ปาน....ในเมื่อนางตายแล้วเหตุใดไม่พานางไปจากที่แห่งนี้...เหตุใดยังให้นางมาพบเรื่องหดหู่เช่นนี้!
"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!" หลิวซีจินหมอหญิงร้องตะโกนขึ้นก่อนจะแหงนหน้าไปบนท้องฟ้าน้ำตาไหลพรากออกมา
ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







