LOGINตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอ
หลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น
"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน
“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสาร
นางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ
การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิต
ในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว
ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันที
หลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มีลักษณะคล้ายป้ายแคว้นหนิงหลง หากสิ่งนี้คือของคุ้มภัยนางก็ควรติดตัวไว้ หญิงสาวคิดก่อนจะเก็บของแล้วเดินออกมาจากห้องโดยมีองครักษ์คุ้มกันจากแคว้นหนิงหลงสามคน
"ท่านหมอใหญ่ ท่านจะไม่ให้พวกข้าไปด้วยจริงหรือ?" ฟางหรูเอ่ยน้ำตาคลอหน่วย
"พวกเจ้าไปด้วยใครจะอยู่ดูแลที่นี่......ข้าไปถ่ายทอดวิชาให้หมอต่างแคว้น .... เมื่อพวกเขารับมือได้ข้าก็จะกลับมา..พวกเจ้าวางใจเถอะ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น
"ท่านต้องกลับมานะเจ้าคะ" ฟางหรูเอ่ย
"เอ้ ข้าไม่ชอบสีหน้าเช่นนี้ของเจ้าเลย ทำอย่างกับข้าจะไปตาย" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะมองใบหน้าของหมอรุ่นน้อง
"เป็นหมอ ต้องไปอยู่คลุกคลีกับโรคระบาดเช่นนั้นไม่ต่างกับการไปสู้รบ ท่านไม่ไปไม่ได้หรือท่านหมอใหญ่" ฟางหรูเอ่ยขึ้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างอดไม่ได้
"ถ้าหมอทุกคนคิดเช่นนี้ จะมีผู้ใดกล้าเสียสละช่วยคนเล่า หากความรู้ของข้าเป็นประโยชน์ข้าก็อยากถ่ายทอดออกไปไม่อยากเก็บไว้ ฝากโรงหมอด้วย ทุกคนดูแลตัวเองด้วย ข้าไปก่อน" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถม้า โดยเหล่าหมอกว่าสิบคนคนได้แต่ก้มหน้าพูดอะไรไม่ออกได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายเดินทางปลอดภัย
ตลอดการนั่งรถม้าเดินทางไปแคว้นหนิงหลง หลิวซีจิน
กำ ป้ายที่มีลักษณะคล้ายแคว้นหนิงหลงไว้แน่น หากสิ่งนี้คือสิ่งคุ้มภัยจากผู้เป็นบิดา... ก็ขอให้นางได้ช่วยพวกเขาได้สำเร็จ ด้วยเถิด....หญิงสาวคิดก่อนจะเปิดหน้าต่างรถม้าออกไปดูบรรยากาศรอบนอกในขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนมาถึงสะพานข้ามเหวลึกนั่นเอง... หลิวซีจิน ได้ยินเสียงองครักษ์ด้านนอกสนทนากัน
"เจ้าดูนั่นสิ! มันคืออะไรกันแน่?" องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตะหนกเมื่อเห็นหมอกควันคล้ายกลุ่มลมลูกหนึ่งที่หมุนมาทิศทางที่พวกเขากำลังบังคับม้าอยู่
"ตั้งแต่เกิดมา ข้าไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย" องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยจะจ้องลูกพายุนั้นด้วยตาเบิกกว้าง
"เกิดอะไรขึ้นหรือ?" หลิวซีจินถามขึ้นก่อนจะโผล่หน้าออกมาดูก็พบลูกพายุหนึ่งที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
"ท่านหมอ! แย่แล้วท่านรีบลงมาจากรถม้าเถิด มีพายุประหลาดกำลังมุ่งมาทางนี้!" องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะบังคับม้าหยุด หลิวซีจินที่เห็นลูกพายุอันน่ากลัวที่มาจากที่ใด
ไม่ทราบ นางพยายามออกมาจากรถม้าแต่ทว่าคล้ายกับสวรรค์กลั่นแกล้ง...พายุลูกนั้นพัดนางพร้อมรถม้าราวกับเจาะจงทำร้ายนางก็ไม่ปาน"ท่านหมอ!" องครักษ์ผู้หนึ่งที่พยายามคว้ามือนางไว้แต่ทว่าคว้าได้เพียงห่อผ้าที่อีกฝ่ายนำติดมาด้วยเท่านั้น...
"กรี๊ด!" หลิวซีจินร้องขึ้นพร้อมกับพายุที่พัดพาร่างนางไปพร้อมกับรถม้า
ผลั่ก!
โครม!
ร่างบางของหลิวซีจินพร้อมรถม้าหล่นร่วงลงไปในเหวลึก...แม้นางจะพอมีวรยุทธ์อยู่บ้างแต่ทว่า...ภัยธรรมชาติเช่นนี้นางต่อสู้ได้อย่างไร?
สวรรค์....นางทำสิ่งใดผิดหรือ?
เหตุใดจึงลงโทษนางเช่นนี้ นางยังไม่ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้ติดโรคระบาดให้แคว้นหนิงหลงเลย...
'ซีจิน...สิ่งที่เจ้าจะพบเจอต่อจากนี้ อย่าได้น้อยใจในโชคชะตา...บางครั้ง.... เราอาจต้องเจออุปสรรคก่อนจะพบความสว่าง เจ้าจงอย่าย่อท้อต่อความตั้งใจเดิมของเจ้า..."
ในขณะที่ร่างบางหมุนไปตามทิศทางของพายุ หลิวซีจิน
นึกถึงประโยคที่มารดานางบอกในความฝันร่างของนางถูกบีบอัดจากพายุจนหายใจไม่ออก... ความตายเช่นนั้นหรือ..คือด่านเคราะห์ที่นางต้องพบเจอ....นางรู้....ว่าทุกคนต้องตาย...แต่ทว่า...เวลานี้นางกำลังเดินทางเพื่อไปถ่ายทอดการรักษาให้ผู้อื่น....มาตายในเวลานี้เหมาะแล้วเช่นนั้นหรือ? ให้นางช่วยพวกเขาก่อนมิได้หรือ?....หลิวซีจินคิดกับตนเองจิตสุดท้ายของนางก็นึกถึงป้ายแคว้น
หนิงหลงและหลักฐานจากซ่งเอวี่ย...น่าเสียดายจริงที่นางไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้... หญิงสาวคิดในขณะที่ถูกบีบอัดจากแรงพายุนั้น....ก่อนสติและความรู้สึกทุกอย่างจะดับไป..ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







