Masukตอนที่ 9
หมอฝึกหัด หลังจากที่หลิวซีจินกลับมาจากการตรวจสุขภาพ ไทเฮา หลี่ซูซูมือขวาของนางก็ขอลากลับไปเยี่ยมมารดาอีกเมืองหนึ่งเนื่องจากได้รับจดหมายจากทางบ้านว่ามารดาของนางล้มป่วยลง…หลิวซีจินจึงสั่งคนคุ้มกันหลี่ซูซูไปส่งถึงที่เพื่อกลับไปดูแลผู้เป็นมารดา แน่นอนว่าก่อนดูแลผู้อื่นก็ต้องดูบิดามารดาของตนก่อน “เจ้ารีบกลับไปดูแลแม่เถิด เดินทางปลอดภัย อย่าลืมส่งจดหมายให้ข้า” หลิวซีจินเอ่ยกับสหายสนิทที่ร่วมทำงานกันมา “ขอบคุณท่านมาก แล้วข้าเขียนจดหมายหาท่าน” หลี่ซูซูเอ่ยก่อนขึ้นรถม้าไป ************ หลิวซีจินได้ถ่ายทอดวิชาฝังเข็มให้กับหลิวซินซินจนหมดเปลือก และนับเป็นความโชคดีที่หลิวซินซินนั้นเรียนรู้ได้รวดเร็วนัก ก่อนจะอ่านตำราหลิวซินซินมักจะนั่งสมาธิประมาณ 1 เค่อ (15 นาที) และฝึกกำลังภายในตามที่หลิวซีจินบอก และวันนี้จะเป็นวันที่นางลงมือฝังเข็มในเนื้อคนจริงๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หลิวซีซินจึงเรียกประชุมหมอทุกคนพร้อมหน้า ณ ห้องประชุมหมอและผู้ช่วยหมอ "การฝังเข็ม....คือกระตุ้นลมปราณทำให้ส่วนนั้นมีการซ่อมแซมตนเอง จะเห็นผลได้ชัดเจนในกรณีผู้ป่วยที่ปวดตามข้อต่างๆ โดยความลึกที่จะต้องปักลงไปในบางจุดนั้นต้องปักลงไปครึ่งชุน(1 เซนติเมตร) บางจุดอาจลงเข็มตื้นกว่านั้น ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ปวด ปวดน้อยปวดมากหรือปวดเรื้อรัง" หลิวซีจิน อธิบายให้เด็กสาวที่ตั้งใจฟังและจดลงกระดาษที่ตนเตรียมมา "นั่นหมายถึง....หากฝังเข็มแล้วได้ผล ก็ไม่ต้องใช้สมุนไพรใช่หรือไม่เจ้าคะพี่ซีจิน" หลิวซินซินถามขึ้น "ถูกต้อง...ในบางรายหากป่วยเรื้อรังก็ต้องรักษาด้วยการฝังเข็มด้วยร่วมกับทานสมุนไพรด้วย...ดังนั้นวิธีการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยนั้นเป็นสิ่งสำคัญต้องระวังให้มากหน่อย...จำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องอ่านทบทวนประวัติการรักษาผู้ป่วยบ่อยครั้ง" หลิวซีจินเอ่ยเสียงเรียบ "เช่นนี้นี้เอง หากเราทบทวนการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกัน และเคยใช้วิธีรักษาเช่นใดไปจากนั้นก็นำมาเปรียบเทียบ เรียกได้ว่ามันคือการพัฒนาจากประสบการณ์ของคนรุ่นหลัง" หลิวซินซินทวนความเข้าใจพลางพยักหน้า "เป็นเช่นนั้น อย่างที่ข้าเคยย้ำไป ควรจดบันทึกอาการของผู้ป่วยทุกครั้งอย่าได้เกียจคร้าน เพราะในอนาคตการจดบันทึกของเราจะเป็นประโยชน์มากทีเดียว" หลิวซีจินกล่าวในห้องประชุม "เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ/ขอรับ" ทุกคนในที่ประชุมตอบพร้อมกัน "หลิวซินซิน ถือเป็นน้องสาวข้าคนหนึ่ง รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ ก็อย่าได้หวงความรู้... จำข้าไว้เรายิ่งให้ เราก็ยิ่งได้ "หลิวซีจินเอ่ยอีกครั้งคล้ายกับต้องการแนะนำอย่างเป็นทางการ "พวกเรายินดีให้ความรู้ซินซินเจ้าค่ะ " หมอหญิงคนหนึ่งเอ่ยอย่างใจดี หลิวซินซินจึงมีกำลังใจขึ้นมา "ดี! เช่นนั้น...พวกเจ้ามีใครปวดส่วนอื่นๆในร่างกายหรือไม่?ข้าอยากให้ซินซินทดลองฝังเข็มดู" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะไล่สายตามองบรรดาผู้ช่วยหมอทั้งชายและหญิง ที่พากันส่ายหน้าไปมา ผู้ใดกัน…จะอยากเป็นหนูทดลองให้หมอมือใหม่อย่างหลิวซินซิน "พวกท่านวางใจเถอะ นี่คือการฝังเข็มครั้งแรกของข้าเลยนะ ข้าจะเบามือ" หลิวซินซินเอ่ยอย่างตื่นเต้นที่จะได้ลงมือฝังเข็มเป็นครั้งแรก "ฟางหรู...ข้าได้ยินว่าเจ้าปวดหลัง มิสู้มาลองให้ซินซิน ของเราลองฝังเข็มให้เถิด" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นกับผู้ช่วยสาวคนหนึ่ง "ท่านหมอใหญ่ ข้าหายแล้วเจ้าค่ะ" ฟางหรูผู้ช่วยสาวรีบตอบทันทีแทบไม่คิด พลางยิ้มน้อยๆ "ฉงอี้ เจ้าปวดเอวอยู่มิใช่หรือ? เจ้าคงไม่ได้หายแล้วหรอกกระมัง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะมองดูผู้ช่วยหนุ่มที่ทำสีหน้าหวาดหวั่น "หมอใหญ่ ข้าทำอะไรผิดหรือจึงมอบโทษตายให้ข้าเช่นนี้ หากนางปักโดนเส้นแล้วพิการขึ้นมาเล่าจะทำเช่นใดเล่า" จงอี้เอ่ยรัวเร็วก่อนจะทำสีหน้าไม่ไว้วางใจ "ฉงอี้ ท่านกล่าวหนักไปแล้ว แม้ว่าข้าจะไม่เคยใช้เข็มแทงคนมาก่อนแต่ข้าสัญญาจะเบามือ มาเถิด...มานอนคว่ำตรงนี้" หลิวซินซินเอ่ยก่อนจะหยิบเข็มแล้วลนไฟรอ มือเรียวอีกข้างตบบนที่นอน “ฉงอี้ ข้าเป็นกำลังใจให้เจ้านะ” ฟางรีบเอ่ยทันที “พวกเจ้านี่อย่างไรกัน เมื่อครู่ยังบอกเต็มใจจะให้ความรู้กับซินซินอยู่เลย” หลิวซีจินดุอย่างไม่จริงจังนัก “ให้ความรู้และ ช่วยบอกกล่าว ก็ยินดีอยู่แต่หากถึงขั้นต้องมาเป็นผู้ทดลองเช่นนี้ข้า…กลัว” ฟางหรูเอ่ยขึ้น “ข้าก็ด้วย แม้จะเป็นหมอ เคยแต่ใช้เข็มแทงผู้อื่นหากจะให้ผู้อื่นลงเข็มเช่นนี้ก็อดหวาดเสียวไม่ได้เจ้าค่ะ ” ซ่างเจี้ยน หมอสาวอีกคนเอ่ยพลางทำสีหน้าหวาดหวั่น "ตอนที่พวกเจ้าฝึกหัดใหม่ๆ ข้าก็ให้พวกเจ้าหัดฝังเข็มกันเองเช่นนี้ ทำไมตอนนี้จึงเกิดตาขาวขึ้นมาเล่า” หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง “ก็เพราะตอนนั้นพวกเรายังไม่มีความรู้นี่เจ้าคะหมอใหญ่…ฉงอี้เจ้าเป็นน้องเล็ก เหมาะสมที่สุด” ฟางหรูเอ่ยตอบก่อนผลักฉงอี้ออกมาอีกครั้ง พลั่ก! “เฮ้! พี่ฟางหรู ท่านรักข้าเหลือเกินนะ!” ฉงอี้บ่นออกมาเล็กน้อย ในขณะที่หมอรุ่นพี่ได้แต่ยิ้มอย่างให้กำลังใจ ด้านหลิวซีจินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเบื่อหน่าย “ข้าก็อยู่นี่ หากพวกเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าเป็นอะไร…ฉงอี้ เจ้าไปนอนคว่ำหน้าบนเตียงเสียตอนนี้ หากเจ้าพิการจริงข้าจะรักษาให้เองวางใจเถอะ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายที่ทุกคนปฏิเสธการเป็น ผู้ถูกทดลอง "ขอรับ หมอใหญ่" ฉงอี้ที่นอนคว่ำหน้าอย่างว่าง่าย หลิวซินซินที่กำลังจะแทงเข็มลงไปตามจุดที่หลิวซีจินบอกก็ต้องตกใจเมื่อฉงอี้ร้องขึ้น "โอ๊ย! " ฉงอี้ร้องเสียงดัง "ข้ายังไม่ได้ลงเข็มไปในเนื้อท่านเลย!" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นในขณะกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่อีกฝ่ายส่งเสียงร้องเกินจริง "ข้าซ้อมร้องน่ะ เกิดมาข้าไม่เคยให้ผู้อื่นฝังเข็มให้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเจ้าช่วยเบาหน่อยนะ เอ่อ เจ้าก็อย่าฝังโดนเส้นผายลมข้านะข้าอาย" ฉงอี้เอ่ยอู้อี้ขึ้นในขณะที่นอนคว่ำหน้า "ท่านปวดตรงไหนเป็นพิเศษหรือ?" หลิวซินซินถามขึ้นก่อนจะกดบริเวณบั้นท้ายของเขาในขณะจิ้มเข็มลงไปโดยไม่บอกอีกฝ่ายตามสัญญาณมือของหมอใหญ่ "จุดนี้ข้าเจ็บเป็นพิเศษ เพราะตกต้นไม้เมื่อวานก่อน" ฉงอี้พยายามชี้จุดที่ปวดบริเวณบั้นท้ายแต่นิ้วหนานั้นไปสัมผัสโดนบริเวณที่หลิวซินซินปักเข็มไว้ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ “นี่เจ้า!ปักเข็มตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดข้าไม่รู้สึกเลย” ฉงอี้เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เข็มนี่มีขนาดเล็กเท่ารูขุมขนประจวบกับที่เจ้าปวดจุดนี้อยู่แล้วจึงแทบไม่รู้สึก” หลิวซินซินเอ่ยด้วยท่าทางสบายในขณะลงมือฝังเข็มลงไปตามขีดความลึกของเข็มที่ทำเรื่องหมายไว้ หลิวซีจินที่เห็นว่าน้องบุญธรรมมีความรอบรู้เช่นนั้นก็ได้แต่กอดอกอมยิ้มเล็กน้อย “เจ้าฝังเข็มจุดนี้กับจุดนี้ลงไปอีกหน่อยเพื่อกระตุ้นให้ลมปรานทำงานร่วมกันได้สะดวก” หลิวซีจินชี้นิ้วไปยังจุดดังกล่าวขณะที่เฝ้าดูอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง "เจ้าค่ะ" หลิวซินซินตอบรับพลางจิ้มแทงเข็มลงไปในอีกสองจุดที่หลิวซีจินบอกเมื่อครู่เหงื่อผุดออกตามกรอบหน้างาม การฝึกฝังเข็มเป็นไปอย่างราบรื่น กว่าจะจบก็ล่วงเลยไปหลายชั่วยามตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







