Masukตอนที่ 7
อดีตสามี "โป๊ยกั๊กมีสรรพคุณช่วยไล่ความเย็น เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย จึงมีฤทธิ์ในการช่วยบรรเทาไข้หวัดให้หายไปได้ ข้าเคยสังเกตและจดบันทึกอาการของผู้ป่วยที่ได้ดื่มเข้าไปพบว่าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ" หลี่ซูซูเอ่ยขึ้นในขณะที่หยิบสมุนไพรแห้งชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นแปดแฉกขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาว ด้านหลิวซินซินที่เห็นเช่นนั้นก็วาดรูปทั้งตอนที่ยังสด และ แบบที่ตากแห้ง เนื่องจากสมุนไพรเหล่านี้หากสดก็ใช่งานอีกแบบหนึ่ง หากแห้งก็ใช้งานอีกแบบหนึ่ง นี่ยังไม่รวมการแยกชิ้นส่วนของตัวสมุนไพรอีก หลี่ซูซู บอกนางเช่นนั้น "สมุนไพรเหล่านี้โดยส่วนมากแล้วจะไม่นำมาต้มเดี่ยวๆ เราต้องจัดร่วมกับสมุนไพรอื่นตามอาการโรคผู้ป่วย แต่ก่อนจะใช้สมุนไพรรักษาผู้ป่วยได้นั้น ต้องจับชีพจรตรวจหาโรคและฝังเข็มกระตุ้นก่อนตามที่เคยบอกเจ้าไปแล้ว หากผู้ที่มีอาการหนักอาจต้องใช้ทั้งการฝังเข็มร่วมกันกับสมุนไพร" หลี่ซูซูอธิบายก่อนจะหยิบสมุนไพรที่ตากแห้งขึ้นมา "และนี่คือโสมชนิดหนึ่ง...สิ่งนี้เป็นสมุนไพรที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายได้เป็นอย่างดี มีหลายชนิด...." มือเรียวของหลี่ซูซูหยิบสมุนไพรตากแห้งขึ้นมาทีละชิ้นพร้อมทั้งอธิบายในขณะที่หลิวซินซินนั้นได้วาดรูปและเขียนสรรพคุณลงไปในกระดาษที่ตนจดมาอย่างตั้งใจ แม้นางจะอ่านตำราของโม่ชิงหนานมามาก แต่อย่างไรก็ควรเรียนรู้จากของจริงด้วย ในขณะหลิวซินซินกำลังเรียนรู้เรื่องสรรพคุณของสมุนไพรนานาชนิดอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงร้องตะโกนจากด้านนอกดังขึ้น "ท่านหมอซูซู! ช่วยด้วยขอรับ มีคนได้รับบาดเจ็บเหมือนจะถูกคมหอกดาบที่อาบยาพิษขอรับ หมอคนอื่นๆยุ่งกันหมดเลยเหลือแต่ท่านแล้ว" ผู้ช่วยแพทย์ผู้นั้นเอ่ยขึ้น "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" หลี่ซูซูเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วจึงหันมาหาหลิวซินซินแล้วจึงเอ่ยขึ้น "ซินซิน เจ้าไปกับข้าเถอะ ได้เวลาทดสอบความสามารถเจ้าแล้ว" หลี่ซูซูเอ่ยขึ้นก่อนจะจูงมือหมอฝึกหัดไปอย่างเร่งรีบ เมื่อมาถึงห้องที่มีสตรีผู้หนึ่งที่บาดเจ็บนอนรอความช่วยเหลืออยู่ หลี่ซูซูไม่รอช้ารีบตรงเข้ามาหาผู้ป่วยก่อนจะรีบจับชีพจรทันที "ช่วยด้วย...." สตรีผู้บาดเจ็บเอ่ยขึ้นก่อนจะสลบไป "ท่านหมอโปรดช่วยรักษานางด้วย ระหว่างพามาที่นี่ข้าสกัดจุดเพื่อไม่ให้พิษลุกลามแล้ว" บุรุษใบหน้าหล่อเหลาที่สวมอาภรณ์สีดำแต่ทว่าผิวพรรณนั้นละเอียดเหลือเกินเอ่ยอย่าง เร่งรีบ หลิวซินซินที่กำลังถืออ่างน้ำสะอาดเข้ามาเห็นเช่นนั้นก็ต้องตกใจไปชั่วขณะ เหตุใดจึงเป็น ...เฉิงเจิงอวี้! "พิษไม่ร้ายแรงแต่ผู้บาดเจ็บเสียเลือดมาก คุณชายโปรดวางใจข้าจะช่วยรักษาอย่างเต็มที่ โปรดออกไปรอด้านนอกสักประเดี๋ยวก่อนเถิด" หลี่ซูซูเอ่ยสรุปขึ้นหลังจากดูอาการเบื้องต้น "ได้ ข้าฝากนางไว้ที่นี่ก่อน....แล้วข้าจะกลับมารับนาง ในอีกสองวันข้างหน้า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น ในขณะที่หลี่ซูซูพยักหน้าหนึ่งครั้ง ชายหนุ่มจึงหันใบหน้ามาทางที่หลิวซินซินที่ยกอ่างน้ำสะอาดมาไว้ข้างเตียงผู้บาดเจ็บ...เขานิ่งคิดบางอย่างครู่หนึ่งก่อนหมุนตัวออกไปรอด้านนอกทันที ด้านหลิวซินซินที่พยายามก้มหน้าก้มตา ในใจได้แต่กังวลว่าเขาจะจำนางได้หรือไม่? นางได้เปลี่ยนชื่อ และใบหน้าแล้ว เขาคงจำนางมิได้หรอกกระมัง... หญิงสาวคิดกังวลอยู่ครู่หนึ่งก็สะบัดความคิดเมื่อได้ยิน หลี่ซูซูร้องเรียกให้ไปล้างมือแล้วมาช่วยนางเตรียมสมุนไพรฆ่าเชื้อเพื่อเย็บแผลต่อ "ผู้ช่วยจิ้น ท่านรีบไปนำแผ่นเหล็กและอุปกรณ์เย็บแผลมาให้ข้า ส่วนเจ้า ซินซิน เจ้าไปต้มยาแล้วชั่งน้ำหนักตามตำหรับยานี้โดยเร็ว" หลี่ซูซูหันไปสั่งผู้ช่วยหมอแล้วจึงหันมาสั่งการพร้อมยื่นตำรากระดาษแผ่นหนึ่งให้นาง ก่อนจะหันไปใช้กรรไกร ตัดเสื้อสตรีที่สวมอาภรณ์ชั้นดีที่นอนบาดเจ็บอยู่... หลี่ซูซูจับ ชีพจรผู้บาดเจ็บอีกครั้งแล้วจึงใช้ผ้าสะอาดที่ห่อด้วยสมุนไพรห้ามเลือดกดไปที่บริเวณแผลบริเวณหน้าอกเพื่อให้เลือดหยุดไหล ด้านซินซินที่กำลังใช้กระบวบไม้คนหม้อยาอย่างตั้งใจอยู่...เมื่อครู่ได้เห็นอดีตสามีอีกครั้ง นางก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้ เหตุใดยังต้องมาเจอคนผู้นี้อีก…ผู้ที่มอบยาพิษให้นางกับมือ หลังจากที่ทำการตัดเย็บแผลให้ผู้บาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว หลิวซินซินจึงตัดสินใจบอกหลี่ซูซูขึ้น "พี่ซูซู บุรุษเมื่อครู่นี้...คือองค์ชายสี่" หลิวซินซินเอ่ยกระซิบกับหลี่ซูซู ด้านหมอสาวที่ได้ฟังเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "จริงหรือ? เช่นนั้นเจ้าอย่าทำมีพิรุธเชียว... จำไว้เจ้าคือหลิวซินซิน" หลี่ซูซูเอ่ยได้ยินเพียงสองคนในขณะที่กำลังบดสมุนไพรสดชนิดหนึ่งก่อนจะนำมาวางบริเวณที่เพิ่งตัดเย็บแผลเสร็จ นางไม่เคยพบองค์ชายสี่ผู้นี้มาก่อนจึงนึกว่าเป็นคุณชาย ผู้ร่ำรวยทั่วไป "เจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยเพียงเท่านั้นก็ก้มหน้าก้มตาต้มยาต่อไป หลังจากที่จัดการกับบาดแผลของหญิงสาวที่หมดสติอยู่ หลิวซินซินอดประหลาดใจว่าเหตุใดองค์ชายสี่จึงได้ดั้นด้นพาสตรีนางนี้มารักษาถึงที่นี่ ทั้งที่ในตัวเมืองน่าก็น่าจะมีหมอ หรือไม่ก็พาเข้าวังคงจะง่ายกว่า...หรือจะมีสิ่งผิดปกติบางอย่าง ช่างเถิด มิใช่เรื่องของนางเสียหน่อย หญิงสาวคิดก่อนจะจดและวาดรูปบางอย่างลงกระดาษเพื่อบันทึกข้อมูลต่อตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







