หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]

หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]

last updateDernière mise à jour : 2025-12-08
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
67Chapitres
1.1KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เซี่ยเหยียนอวี่ถูกใส่ร้ายจนโดนองค์ชายจวิ้นอี่เนรเทศ เขาตรอมใจตาย แต่ความแค้นสุดท้ายก่อนวิญญาณดับสิ้นพาเขาย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเพื่อแก้ไขมัน

Voir plus

Chapitre 1

Prologue บทนำ

สายฝนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธ เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องกลบเสียงสะอื้นไห้ของแมลงรัตติกาลที่หลบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของวังหลวงที่ใครต่างยกย่องว่าเป็นแดนสวรรค์บนดิน กลับมีมุมหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างและหนาวเหน็บยิ่งกว่าขุมนรก

ตำหนักจันทราอัสดง

สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยงดงามสมชื่อ เป็นที่พำนักสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง หากแต่บัดนี้... มันกลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือน ฝุ่นผงจับหนาเตอะ หยากไย่เกาะเต็มเพดาน และกลิ่นอับชื้นของเชื้อราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

บนพื้นไม้เก่าคร่ำคร่าที่แทบจะผุพัง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนขดตัวด้วยความทรมาน เซี่ยเหยียนอวี่ อดีตพระชายาผู้เป็นที่โปรดปราน บัดนี้เหลือเพียงร่างกายที่ซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมยาวสลวยที่เคยเงางามดุจแพรไหม บัดนี้แห้งกรังและยุ่งเหยิง ใบหน้าที่เคยงดงามราวหยกสลักซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งแตกเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงฉานที่เขากระอักออกมา

"อึก... แค่กๆ..."

เหยียนอวี่ไอโขลก ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวเย็นที่กัดกินไปถึงกระดูกดำ พิษร้าย 'เงี่ยงหงส์' ที่แล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือดกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันค่อยๆ กัดกร่อนอวัยวะภายในของเขาอย่างช้าๆ มอบความเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงทั่วสรรพางค์กาย

ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้น เทียบไม่ได้เลยกับความรวดร้าวในดวงใจ

มือผอมแห้งข้างหนึ่งยกขึ้นมากุมหน้าท้องที่แบนราบ... ว่างเปล่า... และเย็นเฉียบ

"ลูกจ๋า..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วไหลรินออกมาอีกครั้ง "ขอโทษ... ที่ปกป้องเจ้าไม่ได้..."

ในครรภ์ของเขา เคยมีชีวิตน้อยๆ ก่อกำเนิดขึ้น เป็นพยานรักระหว่างเขากับบุรุษผู้สูงศักดิ์ผู้นั้น แต่บัดนี้... มันกลับกลายเป็นเพียงหลุมศพที่ไร้ป้ายวิญญาณ พิษร้ายไม่เพียงคร่าชีวิตเขา แต่มันยังพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปก่อนที่ทารกน้อยจะได้ลืมตาดูโลก

ภาพความทรงจำในท้องพระโรงเมื่อหนึ่งเดือนก่อนยังฉายชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“เซี่ยเหยียนอวี่ สมคบคิดกับกบฏ วางยาพิษฮองเฮา จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์! ข้าสั่งปลดเจ้าออกจากตำแหน่ง เนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็น และมอบสุราพิษให้ดื่มเพื่อชดใช้กรรม!”

สุรเสียงอันทรงอำนาจของ ท่านอ๋องจวิ้นอี่ ชายผู้เป็นรักแรกและรักเดียวของเขา ชายผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องเขาด้วยชีวิต บัดนี้กลับกลายเป็นผู้พิพากษาที่มอบความตายให้เขาด้วยความเย็นชาที่สุด ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความลังเลในแววตาคู่นั้น มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่มองมา

"ทำไม..." เหยียนอวี่พึมพำ สายตาพร่ามัวมองไปยังประตูไม้ผุพังที่ถูกปิดตาย "ทำไมท่านถึงไม่เชื่อข้า... จวิ้นอี่... ท่านเคยรักข้าบ้างไหม..."

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากภายนอก แข่งกับเสียงสายฝน ก่อนที่ประตูตำหนักจะถูกถีบเปิดออกอย่างแรง

ปัง!

ลมกรรโชกแรงพัดพาละอองฝนสาดซัดเข้ามาในห้อง ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายนกยูงทองคำก้าวเข้ามา รองเท้าผ้าไหมราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพื้นไม้สกปรกอย่างไม่แยแส

ฉินลี่หรง

ขุนนางหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ แต่สำหรับเหยียนอวี่ รอยยิ้มนั้นคือหน้ากากของปีศาจร้ายที่พรากทุกอย่างไปจากเขา

"ยังไม่ตายอีกหรือ? นายน้อยเซี่ย... อ้อ ไม่สิ นักโทษเดนตายเซี่ย" ฉินลี่หรงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ราวกับกำลังมาเยี่ยมสหายเก่า แววตาของเขาฉายแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด

"เจ้า..." เหยียนอวี่พยายามยันกายลุกขึ้น แต่เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดกลับทรยศ เขาทำได้เพียงนอนมองศัตรูด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงแค้น "เจ้ามาทำไม... มาดูผลงานของเจ้าหรือ..."

ฉินลี่หรงหัวเราะเบาๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเหยียนอวี่ โดยระวังไม่ให้ชายเสื้อคลุมเปื้อนเลือดที่นองอยู่บนพื้น

"ข้ามาส่งเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย อย่างไรเสียเราก็เคยเป็นสหายร่วมเรียนกันมาก่อน" ฉินลี่หรงแสยะยิ้ม นิ้วเรียวยาวเชยคางมนของเหยียนอวี่ขึ้น บังคับให้สบตา "และข้าก็มีเรื่องอยากจะบอกเจ้า... เรื่องที่เจ้าควรจะได้รู้ก่อนตาย จะได้ไม่ต้องตายตาไม่หลับ"

เหยียนอวี่สะบัดหน้าหนี แต่ฉินลี่หรงกลับบีบแก้มเขาแน่นขึ้นจนเจ็บร้าว

"เรื่องกบฏ... ข้าเป็นคนทำเอง"

ดวงตาของเหยียนอวี่เบิกกว้าง แม้จะรู้อยู่เต็มอก แต่การได้ยินจากปากของมันก็ยังสร้างความเจ็บปวดรวดร้าว

"ยาพิษที่ฮองเฮาเสวย... ข้าก็เป็นคนวาง" ฉินลี่หรงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "และจดหมายลับที่พบในห้องของเจ้า... ข้าก็เป็นคนปลอมแปลงลายมือเจ้าเอง ฝีมือข้าแนบเนียนใช่ไหมล่ะ? แม้แต่ท่านอ๋องจวิ้นอี่ผู้ปรีชาสามารถ ก็ยังดูไม่ออก... หรืออาจจะดูออก แต่เลือกที่จะไม่เชื่อเจ้า เพราะเขารักอำนาจมากกว่ารักเจ้าอย่างไรล่ะ"

"สารเลว!" เหยียนอวี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายถ่มน้ำลายใส่หน้าอีกฝ่าย

ฉินลี่หรงไม่โกรธ เขาเพียงแค่หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ทอจากไหมอย่างดีออกมาเช็ดใบหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะโยนผ้าทิ้งไป

"ด่าไปเถอะ ข้าไม่ถือสาคนใกล้ตาย" เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบวัตถุบางอย่างออกมา

แสงสีเขียวมรกตส่องสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว มันคือ หยกลิขิต เครื่องรางโบราณรูปร่างแปลกตา สลักลวดลายอักขระที่ซับซ้อนและดูขลัง แสงของมันเต้นระริกราวกับมีชีวิต

"เจ้ารู้จักสิ่งนี้หรือไม่?" ฉินลี่หรงชูหยกขึ้นตรงหน้า "นี่คือสมบัติลับของราชวงศ์ที่หายสาบสูญ มันถูกกล่าวขานว่ามีอำนาจในการบิดเบือนกาลเวลา ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ หากรู้วิธีใช้และ... มีเครื่องสังเวยที่เหมาะสม"

เหยียนอวี่จ้องมองหยกนั้น ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง ไม่ใช่เพราะความเย็นของอากาศ แต่เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวฉินลี่หรง

"ข้าทำผิดพลาดไปเล็กน้อยในการวางหมากกระดานนี้" ฉินลี่หรงพึมพำ ราวกับพูดกับตัวเอง "แม้ข้าจะกำจัดเจ้าได้ แต่ท่านอ๋องจวิ้นอี่เริ่มระแคะระคาย เขาฉลาดเกินไป... หากปล่อยไว้ เขาอาจจะสืบสาวราวเรื่องจนถึงตัวข้า ดังนั้น ข้าจึงต้องย้อนกลับไป... กลับไปแก้ไขจุดเริ่มต้น ให้แน่ใจว่าข้าจะครองบัลลังก์ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้"

"เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?" เหยียนอวี่ถามเสียงสั่น

"ข้าจะใช้ชีวิตของเจ้า... และความแค้นของเจ้า เป็นเชื้อเพลิง" ฉินลี่หรงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ตำราโบราณกล่าวว่า หยกลิขิตต้องการเลือดของผู้ที่มีชะตาสูงส่งแต่ต้องตายด้วยความอยุติธรรม เพื่อเปิดประตูแห่งกาลเวลา... และเจ้า เซี่ยเหยียนอวี่ เจ้าคือเครื่องสังเวยที่สมบูรณ์แบบที่สุด"

พูดจบ ฉินลี่หรงก็ชักมีดสั้นเล่มเล็กออกมาจากฝัก แสงโลหะวาววับสะท้อนแสงตะเกียง

"ลาก่อน สหายรัก"

ฉึก!

คมมีดกรีดลงบนข้อมือขาวซีดของเหยียนอวี่อย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมา เหยียนอวี่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่เสียงของเขากลับแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียง

ฉินลี่หรงรีบนำหยกลิขิตมารองรับเลือดที่ไหลรินลงมา

ทันทีที่โลหิตสัมผัสกับผิวหยก อักขระโบราณก็ส่องแสงเจิดจ้าขึ้น สีเขียวมรกตเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับดวงตาของสัตว์ร้าย ลมพายุภายนอกตำหนักกรรโชกแรงขึ้นจนหน้าต่างกระแทกปังๆ ราวกับวิญญาณร้ายกำลังกรีดร้อง

เหยียนอวี่มองดูเลือดของตัวเองที่ถูกหยกดูดกลืนเข้าไป ความรู้สึกวิงเวียนศีรษะเข้าจู่โจม สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง แต่ท่ามกลางความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไฟแห่งความแค้นในใจกลับลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง

ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ความเศร้าโศกที่เสียลูก ความเกลียดชังต่อคนตรงหน้า... ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นจิตปณิธานอันแรงกล้า

ข้าจะไม่ยอมตายไปเฉยๆ... ข้าจะไม่ยอมให้มันสมหวัง!

เหยียนอวี่กัดฟันกรอด รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวเข้าหาฉินลี่หรง

"ถ้าข้าต้องตาย... ข้าก็จะลากเจ้าลงนรกไปด้วย!"

"เฮ้ย! ปล่อยนะ!" ฉินลี่หรงตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ใกล้ตายจะมีแรงฮึดสู้ เขาพยายามผลักเหยียนอวี่ออก แต่สองมือที่เปื้อนเลือดของเหยียนอวี่กลับคว้าหมับเข้าที่หยกลิขิตแน่น

"ปล่อย! เจ้าบ้า! พิธีกรรมกำลังจะเริ่ม!" ฉินลี่หรงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก พยายามแกะมือของเหยียนอวี่ออก แต่เลือดของเหยียนอวี่ไหลอาบลงบนหยกมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยกทั้งชิ้นกลายเป็นสีเลือด

เปรี้ยะ!

เสียงร้าวฉานดังขึ้นจากตัวหยก รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนผิวเรียบเนียน แสงสีแดงสว่างวาบขึ้นจนแสบตา

"ไม่! ไม่นะ!" ฉินลี่หรงกรีดร้อง "เจ้าทำลายมัน! เจ้าทำลายแผนของข้า!"

เหยียนอวี่ไม่สนใจเสียงกรีดร้องนั้น เขาจ้องมองเข้าไปในแสงสว่างจ้า รู้สึกได้ว่าวิญญาณของเขากำลังถูกดึงดูดเข้าไปในกระแสธารที่บ้าคลั่ง

สวรรค์... หากท่านมีจริง... หากท่านยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่...

ได้โปรด... ให้โอกาสข้าอีกครั้ง...

หากชาติหน้ามีจริง... ข้าจะไม่ขอเกิดมาเพื่อรักใครอีกแล้ว...

แต่ข้าจะกลับมาเพื่อทวงคืน!

ฉินลี่หรง... จวิ้นอี่... พวกเจ้าทุกคนจะต้องชดใช้!

ตูม!!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตำหนักจันทราอัสดง แสงสีแดงระเบิดออกครอบคลุมทุกสิ่ง กลืนกินร่างของทั้งสองหายวับไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาชะล้างคราบเลือดบนพื้น... ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Run Kantheephop
Run Kantheephop
อ่านเพลินมากกกกคับ
2025-12-16 14:47:59
1
0
67
Prologue บทนำ
สายฝนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธ เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องกลบเสียงสะอื้นไห้ของแมลงรัตติกาลที่หลบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของวังหลวงที่ใครต่างยกย่องว่าเป็นแดนสวรรค์บนดิน กลับมีมุมหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างและหนาวเหน็บยิ่งกว่าขุมนรก ตำหนักจันทราอัสดงสถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยงดงามสมชื่อ เป็นที่พำนักสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง หากแต่บัดนี้... มันกลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือน ฝุ่นผงจับหนาเตอะ หยากไย่เกาะเต็มเพดาน และกลิ่นอับชื้นของเชื้อราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศบนพื้นไม้เก่าคร่ำคร่าที่แทบจะผุพัง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนขดตัวด้วยความทรมาน เซี่ยเหยียนอวี่ อดีตพระชายาผู้เป็นที่โปรดปราน บัดนี้เหลือเพียงร่างกายที่ซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมยาวสลวยที่เคยเงางามดุจแพรไหม บัดนี้แห้งกรังและยุ่งเหยิง ใบหน้าที่เคยงดงามราวหยกสลักซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งแตกเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงฉานที่เขากระอักออกมา"อึก... แค่กๆ..."เหยียนอวี่ไอโขลก ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวเย็นที่กัดกิ
Read More
บทที่ 1
เฮือก!ลมหายใจระลอกใหญ่ถูกสูดเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งทะลึ่งพรวดขึ้นสู่ผิวน้ำได้ทันท่วงที เซี่ยเหยียนอวี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัวของยามรุ่งสาง เหงื่อกาฬไหลอาบชุ่มแผ่นหลังจนเสื้อตัวในเปียกแนบเนื้อ ความเจ็บปวดร้าวลึกแล่นปราดไปทั่วหน้าอกข้างซ้าย มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพที่เกิดจากบาดแผล แต่มันลึกซึ้งและทรมานยิ่งกว่า ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบขยี้ดวงวิญญาณของเขาให้แหลกสลายคามือ"แฮ่ก... แฮ่ก..."เขาหอบหายใจหนักหน่วง มือเรียวขาวซีดยกขึ้นมากุมหน้าอกแน่น เล็บจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าไหมชั้นดีจนแทบฉีกขาด ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบยังคงฉายชัดและบ้าคลั่งอยู่ในหัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในตำหนักจันทราอัสดงที่หนาวเหน็บ เสียงหัวเราะเยาะหยันของฉินลี่หรง และภาพของหยกลิขิตที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับโลหิตของเขาที่หลั่งรินลงไปชโลมมัน “หากชาติหน้ามีจริง... ข้าจะไม่ขอเกิดมาเพื่อรักใครอีกแล้ว...”คำอธิษฐานสุดท้ายที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตยังก้องสะท้อนอยู่ในหู ทว่าเมื่อความเจ็บปวดที่หน้าอกค่อยๆ ทุเลาลงจนเหยียนอวี่พอจะครองสติได้ เขาเริ่มกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความม
Read More
บทที่ 2
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตของวังหลวง สะท้อนประกายระยิบระยับจับตา วันนี้เป็นวันมงคลที่ประชาชนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรอคอย วันคัดเลือกคู่หมั้นขององค์ชายจวิ้นอี่ ผู้เป็นดั่งเทพสงครามแห่งราชวงศ์และบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งในใต้หล้ารถม้าหรูหรานับสิบๆ คันจอดเรียงรายอยู่หน้าประตูวัง บุตรหลานขุนนางตระกูลใหญ่ต่างทยอยลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม แต่ละคนสวมใส่อาภรณ์สีสันสดใส ทั้งสีแดงมงคล สีม่วงสูงศักดิ์ และสีทองอร่าม ปักลวดลายมังกรหงส์วิจิตรบรรจง เพื่อหวังจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของเชื้อพระวงศ์เสียงพูดคุยจอแจเงียบลงทันที เมื่อรถม้าคันหนึ่งของตระกูลเซี่ยเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบท่ารถม้านั้นดูเรียบง่าย ไม่ได้ประดับประดาหรูหราเท่าตระกูลอื่น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คน สิ่งที่ทำให้ทุกคนกลั้นหายใจ คือร่างโปร่งบางที่ก้าวลงมาจากรถเซี่ยเหยียนอวี่เขาสวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ตลอดทั้งตัว ไร้ลวดลายปักดิ้นเงินดิ้นทอง มีเพียงผ้าคาดเอวสีฟ้าอ่อนจางๆ ที่ช่วยขับเน้นเอวบางร่างน้อยให้ดูโดดเด่น เส้นผมดำขลับถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกขาวเรียบๆ เพียงชิ้นเดียว ใบหน้างดงามรา
Read More
บทที่ 3
การคัดเลือกคู่หมั้นรอบแรกดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและน่าเบื่อหน่ายราวกับไม่มีวันจบสิ้นท่ามกลางเสียงบรรเลงพิณและร่ายกลอนของผู้เข้าร่วมคัดเลือกคนแล้วคนเล่า เซี่ยเหยียนอวี่ยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของศาลาพักรับรอง ใบหน้าขาวซีดของเขาดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ภายใต้แขนเสื้อกว้างนั้น มือเรียวกำลังจิกเกร็งเข้ากับฝ่ามือตัวเองแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อระงับความเจ็บปวดที่กำลังกรีดแทงทรวงอกอาการวิญญาณไม่เสถียรกำเริบหนักกว่าที่คิดทุกครั้งที่เขาหายใจเข้า มันเหมือนมีคมมีดนับพันเล่มกรีดลงบนปอด ความรู้สึกวิงเวียนทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวซ้อนทับกัน เหยียนอวี่รู้ดีว่าขืนปล่อยไว้เช่นนี้ เขาอาจจะวูบหมดสติไปกลางงาน และนั่นจะเป็นโอกาสทองให้ฉินลี่หรงสร้างข่าวลือว่าเขาสุขภาพอ่อนแอ ไม่คู่ควรแก่การเป็นคู่ครองขององค์ชายเขาต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส...สายตาคมกริบของเหยียนอวี่กวาดมองไปรอบๆ บริเวณที่พักของเหล่าขุนนาง จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งในชุดขุนนางฝ่ายแพทย์สีเทาอ่อน ซึ่งกำลังยืนแยกตัวออกมาอยู่ใต้ร่มไม้เงียบๆไป๋เหวินเจี๋ยหมอหลวงอัจฉริยะผู้มีนิสัยสันโดษและหยิ่งทระนง ในชาติก่อน ชายผู้นี้เป็นคนเดียวที่
Read More
บทที่ 4
กลิ่นสมุนไพรขมหอมฉุนลอยอวลอยู่ในห้องพักรับรองที่เงียบสงบ ไป๋เหวินเจี๋ยบรรจงฝังเข็มเงินเล่มสุดท้ายลงบนจุดชีพจรบริเวณข้อมือของเซี่ยเหยียนอวี่ด้วยความระมัดระวัง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผมของหมอหนุ่ม แม้จะเป็นเพียงการฝังเข็มเพื่อระงับอาการชั่วคราว แต่ชีพจรที่แปรปรวนดุจพายุคลั่งของคนตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องใช้สมาธิมากกว่าปกติหลายเท่า"อึก..."เหยียนอวี่กัดฟันแน่นเมื่อความรู้สึกร้อนวูบแล่นปราดไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่หน้าอกค่อยๆ ทุเลาลง แทนที่ด้วยความรู้สึกชาหนึบที่แผ่ซ่านไปถึงปลายนิ้ว"ยาเทียบนี้จะช่วยพยุงอาการของท่านได้ราวสามชั่วยาม" ไป๋เหวินเจี๋ยกล่าวพลางดึงเข็มออกแล้วเก็บลงกล่องเครื่องมือ "แต่ท่านต้องระวัง อย่าใช้ความคิดมากเกินไป หรือปล่อยให้อารมณ์รุนแรงเข้าครอบงำ... วิญญาณของท่านเปราะบางมาก หากกระทบกระเทือนอีก ข้าเกรงว่า...""ข้าเข้าใจแล้ว" เหยียนอวี่ตัดบท น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมามั่นคง "ขอบใจท่านมาก พี่ไป๋"เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวอยู่บ้าง แต่แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาแข็งกร้าวทรงพลังดังเดิม"งานคัดเลือกคงใกล้จะจบแล้ว ข้าควรจะกลับจวนเสีย
Read More
บทที่ 5
ข่าวลือในเมืองหลวงนั้นแพร่สะพัดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพียงชั่วข้ามคืน เรื่องราวของนายน้อยชุดขาวแห่งตระกูลเซี่ยก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันเผ็ดร้อนในทุกโรงน้ำชาและตลาดสด"เจ้าได้ยินหรือยัง? นายน้อยเซี่ยเหยียนอวี่ผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นดาวหายนะลงมาเกิด!""มิน่าล่ะ วันคัดเลือกถึงได้กล้าใส่ชุดขาวไปแช่งงานมงคล หมอดูทักว่าเขามีดวงกินผัว ใครที่เข้าใกล้หรือคิดจะเกี่ยวดองด้วย จะต้องมีอันเป็นไป พลัดพราก หรือล้มป่วยโดยไร้สาเหตุ!""น่ากลัวยิ่งนัก! ข้าได้ยินมาว่า ตอนที่องค์ชายจวิ้นอี่ทรงสัมผัสตัวเขาในสวนหิน พระองค์ถึงกับหน้ามืดทรงตัวไม่อยู่... นี่ขนาดเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ที่มีมังกรทองคุ้มครองยังต้านทานแรงอาถรรพ์ไม่ได้ ถ้าเป็นคนธรรมดาคงกระอักเลือดตายไปแล้ว!"ถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีถูกแต่งเติมเสริมแต่งจนเกินจริง บิดเบือนความจริงที่เกิดขึ้นในวังหลวงไปจนหมดสิ้น จากความบังเอิญกลายเป็นอาถรรพ์ จากความงดงามกลายเป็นความอัปมงคล……...ภายในเรือนตระกูลเซี่ย บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกบ่าวไพร่เดินก้มหน้าตัวสั่น ไม่กล้าสบตานายน้อยที่นั่งจิบชาอย่างใจเย็นอยู่กลางศาลาริมน้ำ ลู่ชิงยืนอยู่ด้านข้าง ขอบตาแดงก่ำจากการร้อ
Read More
บทที่ 6
เสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลักหน้าจวนตระกูลเซี่ย ขบวนรถม้าหรูหราที่ประดับด้วยตรามังกรเงินเคลื่อนตัวมาหยุดที่หน้าประตูใหญ่ ท่ามกลางสายตาแตกตื่นของชาวบ้านร้านตลาดที่พากันมุงดูอยู่ห่างๆ"นะ... นั่นรถม้าของวังหลวง!""องค์ชายจวิ้นอี่เสด็จมาด้วยพระองค์เองจริงหรือ? นี่พระองค์ไม่กลัวอาถรรพ์ดวงกินผัวของนายน้อยเซี่ยเลยหรือไร?"เสียงซุบซิบดังก้อง แต่องค์ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ ร่างสูงสง่าในชุดลำลองสีครามเข้มก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าผ่าเผย ใบหน้าคมคายเรียบสนิทดุจรูปสลักน้ำแข็ง แต่แววตากลับลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นบ่าวไพร่ตระกูลเซี่ยที่เฝ้าประตูหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปรายงานนายท่านอย่างลนลาน ไม่นานนัก เซี่ยจง บิดาของเหยียนอวี่ ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยท่าทีประหม่า เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก"ถวายบังคมฝ่าบาท... กระหม่อมไม่ทราบมาก่อนว่าพระองค์จะเสด็จมา จึงมิได้เตรียมการต้อนรับ ขอพระราชทานอภัยพะย่ะค่ะ" เซี่ยจงคุกเข่าลงโขกศีรษะ"ลุกขึ้นเถิดใต้เท้าเซี่ย" จวิ้นอี่โบกมืออย่างไม่ถือสา "ข้ามาแบบส่วนตัว ไม่ต้องการพิธีรีตอง... ได้ยินข่าวว่าบุตรชายของท่านป่วยหนัก ข้าในฐานะผู้จัดงานค
Read More
บทที่ 7
เพล้ง!แจกันลายครามใบงามถูกปัดตกจากโต๊ะจนแตกกระจายเกลื่อนพื้นห้องทำงานในตำหนักจินหลงฉินลี่หรงยืนหอบหายใจถี่ ใบหน้าที่มักประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยโทสะที่ยากจะระงับ ข่าวเรื่ององค์ชายจวิ้นอี่บุกไปถึงจวนตระกูลเซี่ยและประกาศปกป้องเซี่ยเหยียนอวี่ต่อหน้าธารกำนัล แพร่สะพัดไปทั่วยิ่งกว่าข่าวลือเรื่องดวงกาลกิณีเสียอีก"ข้าประเมินมันต่ำไป..." ฉินลี่หรงกัดฟันกรอด ดวงตาฉายแววอำมหิต "นึกไม่ถึงว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเซี่ยเหยียนอวี่จะมีมารยาถึงขั้นทำให้องค์ชายผู้เย็นชาอย่างจวิ้นอี่หลงหัวปักหัวปำได้ขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว!""ใต้เท้า... แล้วเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ?" จางหลานลูกสมุนคนสนิทเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น "ตอนนี้กระแสลมเปลี่ยนทิศ ขุนนางหลายคนเริ่มหันไปประจบสอพลอตระกูลเซี่ยกันแล้ว หากปล่อยไว้...""หุบปาก!" ฉินลี่หรงตวาด "คิดว่าข้าจะยอมแพ้แค่นี้หรือ? ในเมื่อเด็ดดอกไม้ไม่สำเร็จ ข้าก็จะขุดรากถอนโคนมันทิ้งซะ!"ฉินลี่หรงเดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักลับและหยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งออกมาโยนลงตรงหน้าจางหลาน"อีกสามวัน ฝ่าบาทจะทรงแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการไปตรวจสอบงบประมาณซ่อมแซมเขื่อ
Read More
บทที่ 8
ความเงียบงันเข้าปกคลุมท้องพระโรงราวกับหมอกหนา ทันทีที่คำถามเชือดเฉือนของเซี่ยเหยียนอวี่หลุดออกมา ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ฉินลี่หรงเป็นจุดเดียว“...หรือว่าท่าน... รู้จักหมึกชนิดนี้ดี?”ฉินลี่หรงยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจบัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมผ่านแผ่นหลัง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าตนเองก้าวพลาดอย่างมหันต์ ไม่ใช่แค่พลาดที่ประเมินศัตรูต่ำไป แต่พลาดที่หลงกลเดินตามเกมที่เด็กหนุ่มผู้นี้วางไว้ตั้งแต่ต้นสมุดบัญชีที่ว่างเปล่าตรงหน้า ไม่ต่างอะไรกับหลุมพรางที่เปิดอ้ารอรับร่างของเขา"ข้า... ข้าจะไปรู้จักหมึกพิสดารเช่นนั้นได้อย่างไร?" ฉินลี่หรงพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "ข้าเพียงแต่ตกใจ... ที่หลักฐานสำคัญกลับเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ หรือว่านายน้อยเซี่ยเล่นกลสิ่งใด?""เล่นกล?" เหยียนอวี่เลิกคิ้ว แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ "ใต้เท้าฉิน ท่านเป็นคนนำบัญชีเล่มนี้มาถวายเองกับมือมิใช่หรือ? หากจะมีใครเล่นกล คนผู้นั้นย่อมต้องเป็นคนที่เตรียมหลักฐานมา... หรือท่านจะบอกว่า บัญชีเล่มนี้ท่านมิได้ตรวจสอบมาก่อน?""ข้า..." ฉินลี่หรงพูดไม่ออก เขาตกอยู่ในสถานการณ์
Read More
บทที่ 9
ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้ายามรัตติกาล สาดแสงสีเงินยวบยาบลงมากระทบหลังคาวังหลวงที่เงียบสงัดภายในสำนักหมอหลวงแสงไฟจากตะเกียงดวงสุดท้ายเพิ่งจะมอดดับลง ไป๋เหวินเจี๋ ก้าวเท้าออกมาจากห้องปรุงยาด้วยความอ่อนล้า เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนคลุกคลีอยู่กับสมุนไพรนับร้อยชนิด เพื่อปรุงยาระงับอาการปวดให้เซี่ยเหยียนอวี่ และยาบำรุงหัวใจสูตรพิเศษสำหรับมารดากลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกยังคงติดอยู่ตามเสื้อผ้า เขาถอนหายใจยาว ขยับคอไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า เส้นทางกลับเรือนพักแพทย์หลวงในยามนี้ช่างเงียบเชียบและวังเวง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงม ตึก...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง หมอหนุ่มชะงักฝีเท้า สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนถึงความผิดปกติเขาแสร้งทำเป็นจัดสายสะพายย่าม แต่หางตาเหลือบมองไปที่เงามืดใต้ต้นไทรใหญ่ไม่มีใคร... หรืออย่างน้อยก็ไม่มีใครที่อยากให้เขาเห็นไป๋เหวินเจี๋ยกำเข็มเงินที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น เขาเร่งฝีเท้าขึ้น เดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวสู่เขตที่พักอาศัย แต่ยิ่งเดิน เสียงฝีเท้านั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นและไม่ได้มีแค่หนึ่ง... แต่มีถึงสาม"ออกมาเถอะ" ไป๋เหวินเจี๋ยห
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status