Masuk“บัดซบ! นังเด็กนั่นมันเสียสติไปแล้วหรือไรจึงเรียกหายาห้ามครรภ์เช่นนั้นก็เสียแผนของเปิ่นกงหมดกัน”
จางกุ้ยเฟยรู้สึกเดือดดาลอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบความจากสายข่าวของตนเองที่ถูกวางเอาไว้ทั่ววังหลวง มารายงานเรื่องของลูกเลี้ยงตัวแสบทำให้แผนของนางยุ่งยาก แต่คนร้ายกาจเช่นนางมีหรือจะอับจนหนทางในเมื่อมันอยากได้ยานางก็จะจัดการให้มันได้ดื่ม!
“ให้คนของเราสับเปลี่ยนเป็นยาบำรุงครรภ์ชามนั้นเสีย ไม่สิทุกชามที่องค์หญิงไฉ่หนิงเรียกหาให้สับเปลี่ยนทั้งหมดจนกว่าจะถึงวันแต่งงานออกจากวังหลวงไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”
คนของนางจากไปทำตามคำสั่งแล้วจางกุ้ยเฟยจึงเรียกนางกำนัลคนสนิทมากำชับให้คอยจับตาองค์หญิงไฉ่หนิงให้ดีอย่าให้ผิดพลาดประเดี๋ยวจะเสียแผน
ตกสายกู่หลีจิ้งก็กลับมาพร้อมยาห้ามครรภ์ซ่งไฉ่หนิงได้ดื่มสมใจก็คิดถึงแผนขั้นต่อไป ทบทวนอยู่จนถึงยามเว่ยนางจึงตัดสินใจไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาเพื่อจะลองทูลขอให้ยกเลิกสมรสพระราชทานคราวนี้เสีย
“อันใดนะ?! เจ้าพูดอีกครั้งให้เสด็จพ่อกระจ่างหน่อยเถอะว่าฟังไม่ผิด”
ซ่งไห่หยางฮ่องเต้หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเจ็ดหนาวถึงกับต้องถามย้ำเมื่อบุตรสาวลำดับที่สี่ของตนเองมาขอเข้าเฝ้าแล้วบอกว่าไม่อยากแต่งกับฉู่อ๋องแล้ว
“ไฉ่หนิงมาขอความเมตตาจากเสด็จพ่อให้ช่วยยับยั้งราชโองการสมรสพระราชทานครั้งนี้ระหว่างไฉ่หนิงกับฉู่อ๋องกงหยวนฉีด้วยเถิดเพคะ”
“……”
ซ่งไห่หยางถึงกับอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่เพราะใครจะคาดไม่กี่วันก่อนบุตรสาวคนนี้ตีให้ตายก็จะแต่งกับบุรุษนามกงหยวนฉีให้ได้พอเขาไม่ตกลงเจ้าเด็กคนนี้ยังดื้อดึงถึงกับวางยาปลุกกำหนัดแล้วปีนเตียงของฉู่อ๋องอย่างไม่สนสี่สนแปดอยู่เลยผ่านไปไม่ทันถึงสิบวันนางกลับมาวิงวอนจะให้เขายกเลิกราชโองการ
ปัง!
“บังอาจนัก! เจ้าคิดว่าการออกราชโองการเป็นการละเล่นหรืออย่างไรหนิงเอ๋อร์”
พอตั้งสติได้มังกรหนุ่มใหญ่ก็โกรธจนหนวดเรียวงามเหนือริมฝีปากสั่นระริกตบโต๊ะทรงอักษรเสียงดังจนขันทีคู่ใจสะดุ้งตัวลอย ส่วนซ่งไฉ่หนิงทำเพียงรีบคุกเข่าเอาศีรษะแนบลงไปกับพื้นหน้าโต๊ะทรงอักษรสีทองอร่ามทันที
“ไฉ่หนิงมิกล้าเพคะ”
“เฮอะ! คนเช่นเจ้ายังมีสิ่งใดที่ไม่กล้าอยู่อีกขนาด…ช่างเถอะด่าเจ้าก็เหมือนเราตบหน้าตนเอง”
“ขอเสด็จพ่อทรงเมตตาไฉ่หนิงด้วยเพคะ”
“ไม่! เจ้ากลับไปเถอะหนิงเอ๋อร์ราชโองการออกไปแล้วยากจะเรียกคืนสมรสนี้อย่างไรเจ้าก็ต้องแต่ง”
“แต่ว่า…เพคะ”
สุดท้ายนางก็จำใจต้องถอยทัพกลับตำหนักของตนเองก่อนเพราะทราบดีว่ายุคนี้ราชโองการนั้นออกไปแล้วเรียกกลับคืนมายากเย็นจริง ๆ เป็นอันว่าคราวนี้นางช้าไปหลายก้าวเลยทีเดียว ซ่งไฉ่หนิงเดินกลับตำหนักด้วยหัวใจที่หนักอึ้งงานแต่งหยุดไม่ได้จุดจบยังจะเปลี่ยนได้อยู่อีกหรือ?
พอร่างของไฉ่หนิงกงจู่กับคนสนิทเลี้ยวหายไปกับหัวโค้งถนนร่างหนึ่งจึงปรากฏออกมาจากพุ่มดอกเฟื่องฟ้าใบหน้างามล่มปฐพีนั้นดูแจ่มใสขึ้นมาหลายส่วน
“เจ้าฟังมาไม่ผิดใช่หรือไม่”
หลินซีเหยาถามย้ำกับสาวใช้คู่ใจของตนเองอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าหนักแน่น
“ไม่ผิดเจ้าค่ะท่านหญิงหลินซีเหยานอกจากนางจะมาเข้าเฝ้าเพื่อให้ฝ่าบาทยับยั้งราชโองการแล้วเมื่อเช้าบ่าวยังได้ยินข่าวลือว่าขันทีของนางไปพบหมอหลวงอีกด้วย บ่าวจึงรีบไปสืบมาได้ความว่าไฉ่หนิงกงจู่นางให้หลีจิ้งไปขอยาห้ามครรภ์เจ้าค่ะ”
“นางมารน้อยผู้นี้กำลังคิดจะทำอันใดกันแน่”
หลินซีเหยาพึมพำแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบอยู่ดีสุดท้ายนางจึงบอกให้สาวใช้คู่ใจคอยสืบเรื่องของไฉ่หนิงกงจู่ให้ดี จากนั้นนางจึงไปพบแม่บุญธรรมเช่นหลินฮองเฮาเพื่อจะเล่าทุกสิ่งเกี่ยวกับซ่งไฉ่หมิงให้อีกฝ่ายได้รับฟังหวังว่ามารดาบุญธรรมของตนเองจะช่วยเหลือนางได้
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้คนที่เป็นฮองเฮามีหรือจะไม่รู้ตรงกันข้ามหลินฮองเฮารับรู้ก่อนหลินซีเหยาเสียอีกแต่รู้ก็อีกสิ่งส่วนรู้แล้วนางสามารถทำสิ่งใดได้บ้างนั่นก็อีกสิ่งหนึ่ง เพราะหลายหนาวมานี้สกุลจางรุ่งเรืองพี่ชายมารดาคนเดียวกันกับจางกุ้ยเฟยนั้นมีอำนาจในกองทัพของต้าเหลียงอยู่เกินครึ่งและยิ่งมีแต่จะมากขึ้นส่วนสกุลหลินของนางนั้นมีแต่จะเสื่อมถอยยิ่งพระนางไม่อาจให้กำเนิดบุตรมังกรได้มีเพียงจางกุ้ยเฟยกับถานเต๋อเฟยผู้ลวงลับแต่อีกฝ่ายก็เป็นเพียงตระกูลขุนนางชั้นกลางจะมาต่อกรกับจางกุ้ยเฟยเห็นทีจะยากสุดท้ายแค่มีวาสนาคลอดบุตรสาวจากนั้นก็ถูกกำจัดไปเสียแล้วไม่ทันได้เสพสุขเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ใช่ว่าหลินฮองเฮาไม่ล่วงรู้ตรงกันข้ามนางรู้ดีเลยทีเดียวแต่เพราะมองแล้วถานเต๋อเฟยถูกกำจัดฐานะฮองเฮาของตนเองจะยิ่งมั่นคงเพราะดูแล้วฮ่องเต้จะทรงมีใจให้กับสตรีผู้นั้นเกินกว่าพระสนมนางอื่น ๆ แถมนางยังไม่ต้องมือเปื้อนเลือดเช่นนี้หลินฮองเฮานั้นมีหรือจะสอดมือเข้าไปขัดขวางนางจึงปล่อยให้จางกุ้ยเฟยกำจัดเสี้ยนหนามนั้นไปเสียโดยทำเป็นคนโง่เขลาไม่รู้ไม่เห็นอันใดทั้งสิ้น
แต่ใครจะคาดคิดว่ายิ่งนานวันเข้าจางกุ้ยเฟยนั้นจะยิ่งมีอำนาจมากขึ้นทุกวันไหนจะพี่ชายของนางก็กุมหัวใจของทหารในกองทัพได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลินฮองเฮาจึงจำยอมต้องหันไปทำดีกับองค์ชายใหญ่เพื่อหวังผลประโยชน์ต่อให้บัดนี้อีกฝ่ายถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนอันไกลโพ้นแต่หากอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่หลินฮองเฮาก็ยังพอจะมีหวัง
ตอนอวสานและคนเช่นกงหยวนฉีแน่นอนว่าคิดแล้วต้องทำได้ ผ่านไปไม่ถึงสิบวันเขาและซ่งไฉ่หมิงที่ร่วมมือกันก็ได้ดังตั้งใจ คือกำจัดหลินฮองเฮาและจางกุ้ยเฟยรวมไปถึงฝ่ายที่สนับสนุนองค์ชายรองได้สำเร็จโดยขาวสะอาดเพราะการปลิดชีพหลินซีเหยานั้นไปบีบคั้นให้หลินฮองเฮาโกรธมากจึงสนับสนุนให้องค์ชายรองยกกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงคิดรวบรัดก่อกบฏ แต่ที่หลินฮองเฮากับจางกุ้ยเฟยกับฝ่ายสนับสนุนไม่รู้ก็คือกลับมาคราวนี้ซ่งไฉ่หมิงไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง ทว่าเขานำกำลังทหารยอดฝีมือกลับมาด้วยส่วนหนึ่งซึ่งส่วนหนึ่งนี้กลับมากพอเอาไว้ปราบกบฏได้โดยมีอิงซื่อคอยส่งข่าว กับหน่วยองครักษ์เงาชิงหลงที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้ปกป้องพระราชวังชั้นในดังนั้นแค่บุกเข้ามาก็เหมือนกับฝูงแมลงบินเข้ามาติดกับดักเท่านั้น ใช้เวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนสกุลหลินและสกุลจางสายหลักก็ไม่เหลือรอดอยู่บนแผ่นดินต้าเหลียง และแน่นอนทั้งหลินฮองเฮากับจางกุ้ยเฟยนั้นต้องถูกประหารรวมไปถึงองค์ชายรองอีกด้วย ส่วนหลิงจูกงจู่นั้นถูกปลดให้เป็นสามัญชนจากนั้นก็เนรเทศออกไปจากเมืองหลวงตลอดชีวิตห้ามหวนคืนเป็นเช่นนี้กงหยวนฉีจึงค่อยสบายใจกลับไปกอบกู้เฉิงตูที่กำลังจะกลายไปเป็นของเผ่านอก
ถึงเขาจะว่ายน้ำเก่งมาตั้งแต่อายุแค่ห้าขวบ ทว่าน้ำที่เย็นเฉียบเช่นนี้เขาแหวกว่ายได้ไม่นานร่างกายก็เป็นตะคริว ก่อนจะรู้สึกว่าตนเองใกล้จะหมดสติเต็มทนนั่นเองจึงรับรู้ถึงมือเล็ก ๆ ที่ดึงเขาขึ้นจากความตายอันหนาวเหน็บขึ้นไปได้“แต่เปิ่นหวางรู้แต่แรกแล้วว่าคนที่ฉุดดึงเปิ่นหวางขึ้นจากความตายอันหนาวเหน็บนั้นไม่ใช่เจ้าหากแต่เป็นซ่งไฉ่หนิง เจ้ามันก็แค่คนที่ฉกฉวยโอกาสเอาความดีเข้าตัว เพราะหลังจากขึ้นไปได้ทั้งข้าและไฉ่หนิงก็สลบไปทันที ส่วนเจ้าก็แค่คนที่ดูชมเรื่องราวแล้วเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงเข้าสวมรอย!”หากไม่มีเสี่ยวนั่วคอยจับยึดร่างกายของนางเอาไว้หลินซีเหยาคงล้มลงไปแล้วเป็นแน่เรื่องราวคราวนั้นแน่นอนว่านางรู้เห็นตั้งแต่แรก เพราะเป็นนางเองที่ล่อหลอกซ่งไฉ่หมิงไปให้นักฆ่า แต่วันนั้นซ่งไฉ่หนิงอยู่ด้วยจึงร้องจะตามพี่ชายของนางไปด้วยและเพราะนางชิงชังไฉ่หนิงกงจู่ผู้นั้นอยู่ก่อนแล้วจึงคิดว่าให้สองพี่น้องตายไปพร้อมกันย่อมเหมาะสมที่สุดจึงรีบสนับสนุนให้ซ่งไฉ่หนิงตามไปด้วย โดยอ้างกับซ่งไฉ่หมิงว่านางจะตามไปภายหลังให้เขากับน้องสาวไปรอก่อนได้เลยแต่ใครจะคาดซ่งไฉ่หมิงในวันนั้นจะเก่งกาจขนาดที่นักฆ่ากว่ายี่สิบชีวิตยัง
หลินซีเหยาที่ถูกตบจนหน้าชาไปหมดภายในปากก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองกงหยวนฉีด้วยแววตาเจ็บช้ำภายในใจของหลินซีเหยานั้นคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะลงไม้ลงมือกับตนได้เช่นนี้เพราะในสายตาของนางตลอดมากงหยวนฉีทั้งสุภาพทั้งอ่อนโยน มีหรือจะนึกภาพเขาต่ำทรามจนตบหน้าสตรีโดยไม่กะพริบตาเพราะแค่อยากเอาใจซ่งไฉ่หนิงเท่านั้น“เพื่อนาง เพื่อนางท่านกล้าตบหน้าของข้าเชียวหรือกงหยวนฉี กับสตรีไร้ยางอายเช่นซ่งไฉ่หนิง ท่านต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านมันก็ต่ำช้าไม่ต่างจากนางสินะ แม้แต่ข้าผู้เคยช่วยชีวิตของท่านขึ้นมาจากทะเลสาบคราวนั้นท่านก็ไม่นึกถึงแล้วสินะ”พอคิดว่าจวนตัวถึงที่สุดแล้วจริง ๆ หลินซีเหยานั้นก็ดึงเอาความหลังครั้งเก่ามาทวงบุญคุณกับกงหยวนฉีจนอีกฝ่ายถึงกับหงายหน้าขึ้นหัวเราะทั้งที่ไม่มีสิ่งใดน่าขบขันแม้แต่น้อย“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บุญคุณ! คำนี้เจ้ากลับกล้าพูดออกมาทั้งที่เพิ่งด่าทอภรรยาของข้าว่าเป็นสตรีต่ำทราม ไร้ยางอาย แต่ที่เจ้ากล้าเอาความดีความชอบทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ลงมือช่วยเหลือสักนิดมาแอบอ้าง หลินซีเหยา เอ๋ยหลินซีเหยา เจ้าไปเอาความกล้าใดมาแอบอ้างโดยไม่หวาดเกรงเช่นนี้กัน”หลินซีเหย
เมื่อจัดท่าทางจนนอนสบายทั้งคู่แล้วกงหยวนฉีจึงถามถึงเหตุการณ์หลังจากที่ตนเองหมดสติไปกับภรรยาทันที ซ่งไฉ่หนิงก็เล่าตามที่นางได้รับฟังมาจากถงเปียวอีกทีให้กับผู้เป็นสามีได้รับฟังทั้งหมด หลังฟังจบกงหยวนฉีก็หัวเราะหึ หึ หากแต่ก็ไม่ได้ออกความคิดเห็นอันใดออกมา พอซ่งไฉ่หนิงถาม เขาก็บอกแต่ว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะเชื่อว่าซ่งไฉ่หมิงนั้นคงคิดดีแล้วจึงทำเช่นนั้นถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เมื่อกงหยวนฉียังวางใจ นางเองก็สมควรวางใจเช่นกันเพราะพี่ชายของนางไม่ใช่บุรุษโง่เขลาหรือเห็นสาวงามแล้วจิตใจอ่อนไหวที่เขาทำต้องมีเหตุผลแน่ ส่วนซ่งไห่หยางผู้เป็นฮ่องเต้ยิ่งไม่ต้องสงสัยในสติปัญญาเข้าไปใหญ่เนื่องจากนางเห็นแล้วว่าบิดาของนางในชาตินี้ฉลาดล้ำลึกเพียงใดผ่านไปอีกสามวันอาการของกงหยวนฉีก็หายสนิทถึงร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าใดนักแต่ก็นับว่าหายดีมากแล้ว พอหายดีสิ่งแรกที่ฉู่อ๋องตั้งใจไปจัดการก็คือหลินซีเหยา ซึ่งคราวนี้ซ่งไฉ่หนิงขอติดตามไปด้วย ไม่ใช่ติดตามไปห้ามแต่ครั้งนี้นางอยากตามไปดูให้เห็นกับตาว่าสตรีร้ายกาจจิตใจเหี้ยมโหดมีแต่ความริษยาผู้นั้นจะแก้ตัวว่าอย่างไรแน่นอนว่าการไปที่คุกหลวงในคราวนี้ซ่งไฉ่หมิงต้องตามไปด้วยอ
หลังจากพี่ชายจากไปแล้วซ่งไฉ่หนิงก็เหลียวไปมองบนเตียงที่มีร่างของกงหยวนฉีนอนอยู่โดยมีหมอหลวงกับผู้ช่วยกำลังรักษาเขาอยู่อย่างเคร่งเครียด ก่อนจะต้องตกใจจนแทบสิ้นสติเมื่อเห็นสามีของตนเองกระอักโลหิตออกมาจนเต็มเตียง“เร็วเข้าเร่งเตรียมถังน้ำมาแช่สมุนไพรให้ฉู่อ๋อง!”หัวหน้าหมอหลวงร้องเร่งเหล่าผู้ช่วย ซ่งไฉ่หนิงถึงห่วงใยสามีแทบขาดใจแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้กลัวตนเองจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเหล่าหมอหลวงกับผู้ช่วย จงอี้ผิงกับกู่หลีจิ้งยกเก้าอี้มาให้ผู้เป็นนายหญิงนั่งเพราะคนมีครรภ์ยืนนานไม่ดี“ขอบใจมากพวกเจ้าคอยไปช่วยดูว่าขาดเหลือสิ่งใดเถอะ หากท่านหมอหลวงกับผู้ช่วยต้องการก็รีบจัดหามาโดยเร็ว”“เพคะ”“พ่ะย่ะค่ะ”เวลาหมุนผ่านไปจนดึกดื่นกว่าอาการของกงหยวนฉีจะปลอดภัย ระหว่างนั้นซ่งไฉ่หนิงก็เพิ่งรู้แจ้งว่าที่แท้นางก็มีใจให้กับสามีมาสักพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่รู้ตัวจนวันนี้ความตายมาใกล้คนที่ตนเองรักนางจึงได้ซาบซึ้งถึงความหวาดกลัวว่าจะต้องพลัดพรากจากคนที่รักโดยไม่ทันได้ทำดีกับเขาหรือได้เอ่ยคำว่ารักให้กับบุรุษที่ดีกับนางขนาดนี้แม้เพียงครึ่งคำไหนจะเป็นนางที่ใจอ่อนไม่ยอมให้กำจัดหลินซีเหยาไปแต่แรกเช่นที่กงหยวนฉี
“ก็เพราะเป็นนางนะสิข้าจึงมองว่าเหมาะยิ่งนัก”วันนี้แต่เดิมหลินซีเหยาวางให้เป็นซ่งหลิงจูที่จะมอบให้เป็นของขวัญก่อนจากลาระหว่างนาง กงหยวนฉี และซ่งไฉ่หนิง แต่กลับต้องผิดหวังเพราะตั้งแต่เช้าซ่งหลิงจูกลับมีองครักษ์เงาในคราบของขันทีคอยติดตามไม่ห่างจนนางกับคนของนางเข้าใกล้อีกฝ่ายไม่ได้เลยขณะนั้นหลินซีเหยาจึงคิดจะถอดใจล้มเลิกแผนอยู่จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นคุณหนูรองเหลิ่งที่ติดตามบิดามาพอดีความคิดชั่วร้ายจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะหลินฮองเฮาแอบเตือนนางอยู่ก่อนแล้วว่าคุณหนูรองเหลิ่งผู้นี้ฮ่องเต้หมายตาอีกฝ่ายเอาไว้ให้กับซ่งไฉ่หมิงหลังเขาชนะศึกจากเผ่าซีเจ๋อซึ่งเป็นชายแดนติดกับแคว้นอู๋ตูของต้าเหลียงกลับมาได้แต่งงานกันพอวันนี้ได้พบหน้าอีกฝ่ายจึงคิดวิธีกำจัดอีกฝ่ายขึ้นมาทันทีและสิ่งใดจะเด็ดขาดได้เท่ายัดเยียดคุณหนูรองเหลิ่งให้กับกงหยวนฉีกันเล่า“ข้าจะไม่ไหวแล้วยามใดท่านจึงจะลงมือสักคราพี่หมิง!”เพราะสะกดจุดเอาไว้แทบไม่ไหวแล้วกงหยวนฉีจึงเลิกเสแสร้งเพื่อจะถ่วงเวลาเอาความจริงแล้วตะโกนเสียงดังเรียกคนที่แอบแฝงกายสังเกตการณ์มาครู่ใหญ่แต่ไม่ยอมเปิดเผยโฉมหน้าออกมาช่วยตนเองสักครา รอจนคนของหลินซีเหยาปลดอาภร
ชิงเหนี่ยวจีบปากจีบคอกลับขาวเป็นดำทันทีทั้งที่ความจริงแล้วซ่งไฉ่หนิงนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดสักสิ่งแต่เพราะอยากใส่ความให้คนในตำหนักผิงอันที่ฉู่อ๋องพักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงนั้นชิงชังซ่งไฉ่หนิงยามใดที่อีกฝ่ายไปอยู่จะได้ยากลำบากจนทนไม่ไหวแล้วหนีกลับวังหลวงคราวนี้ผู้เป็นนายหญิงของนางก็จะได้โอกาสอีกคร
ซ่งไห่หยางมองตามร่างของบุตรสาวที่เขารักมากไปด้วยสายตายากจะอ่านความหมายมีแค่เพียงตนเองเท่านั้นที่ทราบว่าตนเองคิดสิ่งใดอยู่ เมื่อครู่กู้กงกงแอบกระซิบกับเขาว่าชุดเจ้าสาวนี้ค้นพบที่ท้ายตำหนักของไฉ่หนิงกงจู่เพียงเท่านี้บิดาเช่นเขาก็กระจ่างทันทีถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในวันนี้กษัตริย์ตรัสแล้วไม่
เศษผ้าที่หลงเหลือให้เห็นว่าเป็นสีแดงนั้นเสียหายเพราะถูกเพลิงเผาไปเกือบห้าส่วน ถึงจะสามารถซ่อมแซมได้แต่ชุดแต่งงานที่ถูกเพลิงไหม้ไปแล้วเป็นอัปมงคลไม่ต้องไหม้ถึงห้าส่วนเช่นนี้แค่เพียงหนึ่งส่วนยังไม่ได้เลย ซ่งไฉ่หนิงยิ่งเริ่มมั่นใจว่าเนื้อเรื่องมันชักจะผิดเพี้ยนไปแปลก ๆ หรือเป็นเพราะนางข้ามภพข้ามมิติมา
“เจ้ามัวทำสิ่งใดอยู่จึงเพิ่งมาเอาป่านนี้หนิงเอ๋อร์ ชุดแต่งงานนี้สมควรเป็นเจ้าที่นำไปให้ข้ากับฮองเฮาตรวจดูก่อนจะส่งแก้ไขมิใช่หรือ?”“...”ขนาดนางรู้แจ้งก็รีบเร่งออกจากตำหนักของตนเองทันทีก็ยังจะโดนฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาตำหนิเข้าจนได้ ซ่งไฉ่หนิงที่กำลังวิงเวียนกับกลิ่นเครื่องหอมถึงกับนึกคำจะแก้ตัวไม่ออกไป







