Mag-log inก๊อก ก๊อก ก๊อก
"พระชายาเพคะ"
"เจ้าเข้ามาได้" สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาในภายในห้องก่อนจะเอ่ยรายงานแก่หญิงสาว
"ท่านอ๋องมารอรับพระชายาแล้วเพคะ"
"ท่านอ๋องมาเองงั้นหรือ"
"เพคะ เอ่อ คือ..."
"อันใดงั้นหรือ"
"มีสตรีผู้หนึ่งมาด้วยเพคะ บ่าวจำได้ว่าเป็นสตรีที่ท่านอ๋องทรงช่วยเหลือในวันนี้เพคะ"
"แล้วอย่างไรหรือ"
"พระชายาจะทรงกลับไปพร้อมกับท่านอ๋องเลยหรือไม่เพคะ" หนิงอันช่างใจอยู่สักพัก ฉีอ๋องมารอรับนางด้วยตนเองหากปฏิเสธและดื้อรั้นจะอยู่ต่อก็คงไม่เหมาะนัก ถึงอย่างไรก็ไม่แตกต่าง เช่นนั้นกลับไปนอนที่เรือนของนางดีกว่า
"เจ้ามาช่วยข้าแต่งตัว ส่วนอาเป่าไปแจ้งแก่ท่านอ๋องให้รอสักครู่เถิด"
"เพคะ"
ใช้เวลาไม่นานร่างบางของหนิงอันก็ก้าวมาหยุดอยู่ด้านข้างรถม้า ก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะช่วยพยุงหญิงสาวขึ้นไปบนรถม้า แล้วพบว่านอกจากฉีอ๋องแล้วยังมีหลิวหยาง เสิ่นหนาน และสตรีผู้นั้น แต่เพราะชายหนุ่มนั่งตรงกลางด้านขวาคือสหายทั้งสอง ด้านซ้ายคือแม่นางเอก หนิงอันจึงเลือกที่จะนั่งฝั่งเดียวกันกับหญิงสาว หากแต่เมื่อนางไม่ยอมลุกให้หนิงอันได้เข้าไปนั่งใกล้กับสามี หนิงอันจึงได้นั่งลงตรงบริเวณทางออกแทน
"เอ่อ แม่นางผู้นี้คือ แม่นางเยว่ชิง" หนิงอันเพียงพยักหน้าก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขาอีก
"พี่สะใภ้ วันนี้ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่"
"ข้าไม่เป็นอันใด ขอบคุณคุณชายหลิวที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ"
"ท่านไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว วันนี้วุ่นวายยิ่งนัก" หลังจากตอบคำถามของชายหนุ่มเสร็จ หนิงอันก็พิงศีรษะที่ผนังลงก่อนจะแกล้งหลับเพื่อไม่ต้องการที่จะตอบคำถามของผู้ใดอีก หลังจากนั้นรถม้าก็ตกอยู่ในความเงียบ
มีเพียงเยว่ชิงที่พยายามจะเอ่ยสนทนากับชายหนุ่มทั้งสามเป็นระยะ หากแต่ก็เป็นการถามคำตอบคำ หนิงอันจำจดเนื้อเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในวันนี้ได้ดี นางเอกของเรื่องที่เมื่อได้พบกับพระเอกก็เกิดตกหลุมรัก ก่อนจะแสร้งทำเป็นบาดเจ็บแล้วเอ่ยให้อีกฝ่ายไปส่งตนที่จวน
ส่วนนางเป็นเพียงตัวประกอบ ทั้งในตอนนี้ก็ยังอยู่นอกเหนือบทที่ควรจะเป็นอีก หนิงอันได้แต่ทำใจให้ว่างเปล่า เพราะนี่เป็นนิยายที่นางเขียนขึ้นมาเอง เฟยฉีในตอนนี้ก็คือพระเอกของเรื่อง หาใช่เฟยฉีคนเดียวกันกับที่นางหลงรักไม่ เช่นนั้นแล้วหญิงสาวก็พยายามบอกกับตนเองว่าตัวนางไม่ควรรู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องนี้
หากแต่หนิงอันนั้นได้เข้ามาอยู่ในตัวประกอบนี้ ที่หญิงสาวทั้งรักและหลงใหลพระเอกเป็นอย่างมาก มากมายจนกระทั่งยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อให้เขาได้ครองคู่กับนางเอก หึ ช่างเป็นสตรีที่โง่งมยิ่งนัก
หากกลับไปได้นางจะเปลี่ยนเนื้อหาของเรื่องให้หมด จะไม่ให้หนิงอันจมปลักอยู่กับการแอบรักเช่นนี้อีกและนางก็ไม่ควรล้อเล่นกับความรักของใคร เพราะแท้ที่จริงแล้วตัวประกอบเช่นหนิงอันเองก็มีหัวใจเช่นกัน นางเจ็บได้และร้องไห้เป็น
จะว่าไปแล้วเป็นนางที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเนื้อเรื่องหลักและควรปล่อยให้ทุกอย่างมันดำเนินต่อไปในแบบที่มันควรจะเป็น และเมื่อทุกอย่างเดินทางไปถึงยังจุดสุดท้าย นางก็จะได้กลับบ้านเสียที!
เฟยฉีให้รถม้าวนไปส่งสหายทั้งสองและหญิงสาวที่เขาได้ช่วยเหลือในวันนี้ ก่อนจะตรงกลับจวนอ๋อง ขณะที่ทั้งรถม้าเหลือเพียงแค่เขาและนาง ชายหนุ่มจึงได้เอ่ยขึ้น
"เจ้าบาดเจ็บตรงที่ใดหรือไม่" หนิงอันหันหลังกลับไปมองชายหนุ่ม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
"หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงที่วังหลวง เจ้าเองก็เตรียมตัวเถิด จะได้ไปด้วยกัน"
"เพคะ" แม้จะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ชายหนุ่มเป็นคนเอ่ยชวนนางด้วยตนเอง แต่แล้วอย่างไรเล่าฉากสำคัญล้วนอยู่ในเหตุการณ์งานเลี้ยงทั้งหมด ความจริงแล้วนางเองกะว่าจะแกล้งล้มป่วยเสียหน่อย โดยใช้ข้ออ้างในเหตุการณ์วันนี้ว่านางรู้สึกตื่นตระหนกจนล้มป่วยมิอาจลุกขึ้นจากเตียงได้อีก ดูท่าคงต้องหาเหตุผลใหม่เสียแล้วกระมัง หากไม่ได้ยินในประโยคต่อมาของเขา
"พรุ่งนี้ เปิ่นหวางจะให้ช่างหลวงมาช่วยเจ้าเตรียมอาภรณ์และเครื่องประดับ แล้วก็จะเชิญหมอหลวงมาตรวจดูสุขภาพของเจ้าเสียหน่อย วันนี้เจ้าเองก็คงจะได้รับความสะเทือนใจและตื่นตระหนกไม่น้อย หากเจ็บป่วยจะได้รักษาได้ทัน" กล่าวจบชายหนุ่มก็ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะทอดมองมายังร่างบางราวกับล่วงรู้ความคิดของนาง
"เพคะ" หนิงอันทำได้เพียงรับปากอีกฝ่าย ก่อนจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยสนทนาสิ่งใดกับเขาอีก
"ถึงแล้วขอรับ ท่านอ๋อง พระชายา"
หนิงอันก้าวลงจากรถม้าโดยที่มีสาวใช้ทั้งสองรอรับอยู่ด้านล่าง เพียงหันกลับมาคารวะสามีก่อนจะเดินหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว เฟยฉีทำได้เพียงมองตามร่างบางที่เดินห่างออกไป บอกไม่ถูกว่าแม้จริงแล้วตนเองนั้นรู้สึกเช่นไรในยามที่อีกฝ่ายไม่สนใจในตัวเขาเช่นที่เคยเป็น
เช้าวันต่อมา
เรือนชุนหลีของหนิงอันก็เต็มไปด้วยข้าหลวงที่ได้รับคำสั่งให้มาตระเตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับของนาง หญิงสาวถูกจับลองชุดแล้วชุดเล่า เครื่องประดับต่างถูกประโคมขึ้นมาบนศีรษะของนางอย่างมากมาย ใช้เวลากว่าครึ่งวันกว่าจะได้ชุดที่เป็นที่น่าพอใจ เป็นอาภรณ์สีม่วงอ่อนไล่ระดับความเข้มอ่อนของสี พร้อมกับเครื่องประดับหยกสีเดียวกัน หนิงอันเลือกชุดที่คิดว่าเรียบง่ายที่สุด เพราะนางต้องการที่จะพักผ่อนแล้ว หากว่าตกลงกันไม่ได้เสียทีก็มีแต่จะทำให้เปลืองแรงไปเสียเปล่าๆ อย่างไรนางก็ไม่ใช่นางเอกจะประโคมแต่งให้ตนเองงดงามไปแข่งกับผู้ใดกัน
หลังจากที่เหล่าข้าหลวงกลับไปแล้วก็ทำเอาหนิงอันรู้สึกราวกับถูกสูบพลังไปไม่น้อย ก่อนจะสั่งให้สาวใช้นำสำรับจัดขึ้นโต๊ะให้มากหน่อย ดูเหมือนว่าวันนี้นางจะเจริญอาหารไม่น้อยทั้งยังทานได้มากกว่าปกติ
สักพักสาวใช้ก็เข้ามารายงานบางอย่างแก่หญิงสาว
"พระชายาเพคะ บ่าวได้ยินสาวใช้ตำหนักใหญ่กล่าวว่าแม่นางเยว่ชิงที่ท่านอ๋องได้ทรงช่วยเหลือ มาที่จวนเพื่อพบท่านอ๋องเพคะ" หนิงอันเงยหน้าขึ้นจากสำรับอาหาร แล้วค่อยๆ วางตะเกียบลงก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับที่มุมปาก
"มาแล้วอย่างไรเล่า"
"พระชายาจะทรงเสด็จไปดูหรือไม่เจ้าคะ"
"นางมาแล้วเกี่ยวข้องอันใดกับข้าเล่า เอาละ! ข้าจะงีบหลับเสียหน่อย พวกเจ้ามีอันใดก็ไปทำเถิด"
"เพคะ" สาวใช้ทั้งสองต่างมองหน้ากัน เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ นายหญิงของนางยังมีท่าทีกระตือรือร้นต่อการพยายามเอาอกเอาใจท่านอ๋องอยู่เลย แล้วเหตุใดอยู่วันนี้จึงได้ไม่สนใจแล้วเล่า หรือว่า... พระชายาจะทรงโกรธเคืองที่ท่านอ๋องไปช่วยสตรีอื่นก่อนช่วยนาง ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
สาวใช้ทั้งสองพยักหน้าให้กัน ก่อนจะค่อยๆ ถอยร่นออกจากห้องไป
ทางด้านหนิงอันค่อยก้าวไปยังริมหน้าต่าง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรด ก่อนจะทอดมองออกไปยังต้นเหมยที่อยู่ไม่ไกล สายตาของนางว่างเปล่า ต่างจากตอนที่ทะลุมิติมาที่นี่ใหม่ๆ ในตอนนั้นหญิงสาวพยายามที่จะฝืนเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องเพื่อหวังว่าตนเองจะได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่นางไม่เคยได้มีโอกาส
จนหลงลืมไปว่าตัวละครเฟยฉีและเฟยฉีในชีวิตจริงนั้นแม้จะมีนิสัยที่คล้ายกันหากแต่จริงๆ แล้วเขาทั้งสองกลับเป็นคนละคน คนละคนที่หมายความว่าคนทั้งคู่จะไม่มีมีทางเป็นคนเดียวกัน หนิงอันก่นด่าตนเองเบาๆ
"เพ้อเจ้อเกินไปแล้ว ทั้งยังโง่งมไม่เลิก ตัดใจได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนไหน เส้นทางของเธอกับเขาก็ไม่มีทางมาบรรจบกัน เพราะมันจะเป็นเส้นขนานเช่นนี้ตลอดไป" หนิงอันบอกกับตนเองว่าเธอควรจะเก็บใจของตนเองเอาไว้ อยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เรื่องราวมันจบลงในแบบที่มันควรจะเป็น จากนั้นก็กลับไปยังที่ ๆ เธอได้จากมา
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







