Masukอาเป่าหายไปไม่นานก่อนจะกลับมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
"เกิดอันใดขึ้นหรือ"เป็นอาโปสาวใช้อีกคนเอ่ยถามสหาย
"พระชายาท่านองครักษ์กล่าวว่า เอ่อ... คงต้องใช้เวลาพักใหญ่เพคะ ดูเหมือนว่ารถม้าของท่านอ๋องเองก็มีปัญหาเช่นกัน" หนิงอันพยักหน้ารับ ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ดูท่าแล้วคงจะมีคนตั้งใจปองร้ายฉีอ๋องเป็นแน่
"ช่างเถิด แต่ตอนนี้ฝนใกล้จะตกเต็มทีแล้ว พวกเราคงต้องหาที่หลบฝนเสียก่อน"
"ด้านหน้าไม่ไกลนี้มีโรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ บ่าวคิดว่าเราไปพักที่นั่นรอรถม้าดีหรือไม่เพคะ" อาโปเอ่ยขึ้น
"เช่นนั้น ก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน อาเป่าเจ้าไปแจ้งองครักษ์ว่าหากรถม้ามาแล้วให้ไปรับข้าที่โรงเตี๊ยมข้างหน้าก็แล้วกัน"
"เพคะ พระชายา" สาวใช้คนสนิทหายไปไม่นานก่อนจะกลับมารายงานแก่หญิงสาวอีกครั้ง
"เรียบร้อยแล้วเพคะ"
"เช่นนั้นก็ไปกันเถิด"
"เพคะ" โชคดียิ่งนักที่โรงเตี๊ยมดังกล่าวอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ใช้เวลาเดินเพียงเค่อก็ถึงแล้ว ในยามที่ขาเรียวสาวเท้าก้าวเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม พายุฝนก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
"โชคดียิ่งนักเพคะ ที่พวกเรามาถึงที่นี่ได้ทันเวลาพอดี"
"นั่นนะสิ ไม่อย่างนั้นคงเปียกปอนกันไปหมด"
"เถ้าแก่ ขอที่นั่งที่เป็นส่วนตัวสักเล็กน้อย นายหญิงของข้าไม่ชอบที่ๆผู้คนมากเกินไป" อาโปเดินเข้าไปสั่งการกับเถ้าแก่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลือกสรรโต๊ะที่ดีที่สุดให้กับนายหญิงของพวกนาง ที่นั่งดังกล่าวเป็นพื้นที่เปิดโล่ง หากแต่มีฉากกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว ทั้งยังสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบทั้งหมดของโรงเตี๊ยมได้อีกด้วย
"โปรดขอสักครู่ ข้าน้อยจะนำน้ำชามาให้ขอรับ" สาวใช้ทั้งสองเพียงพยักหน้ารับ
วันนี้ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่ออกจากจวน มาถึงสนามเตะลูกหนังยังต้องไปเจอกับม้าพยศคลั่ง แล้วก็มารถม้าเสียทั้งยังต้องติดอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้อีก อีกไม่กี่ชั่วยามฟ้าก็จะมืดแล้ว ขืนเป็นเช่นนี้อาจจะต้องติดอยู่ที่นี่ทั้งคืน หนิงอันสั่งการให้สาวใช้จองห้องพักเอาไว้สองห้อง หากว่านางคาดการณ์ไม่ผิด อีกไม่นานที่นี่จะเต็มไปด้วยรถม้าและผู้คน พายุฝนรุนแรงเพียงนี้คืนนี้พวกนางอาจจะมีความจำเป็นต้องพักที่นี่
"อาเป่าอาโป พวกเจ้าไปจองห้องพักสักสองห้องเถิด หากว่าพายุฝนไม่ยอมหยุด พวกเราอาจจะต้องค้างแรมที่นี่"
"เพคะ"
สาวใช้ทั้งสองเดินกลับมาพร้อมกับใบหน้ายินดี ก่อนจะเอ่ยแจ้งแก่นายหญิงของตน
"โชคดีเหลือเกินเพคะ เถ้าแก่แจ้งมาว่าเหลือห้องพักสองห้องพอดีเลยเพคะ"
"ดียิ่ง"
"เข้ามาเร็วๆ อ๊า น่าเบื่อเสียจริง เหตุใดอยู่ ๆ วันนี้จึงได้เกิดพายุขึ้นได้เล่า"
เสียงดังอื้ออึงมาจากหน้าโรงเตี๊ยมก่อนจะปรากฏร่างของผู้คนนับสิบที่แห่แหนกันเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เนื้อตัวที่เปียกปอนไปด้วยสายฝนนั่น ทำให้หนิงอันมั่นใจว่าตนเองนั้นคิดถูกแล้วที่ให้สาวใช้รีบไปจองห้องพักเอาไว้เสียก่อน
"พระชายาเพคะ ท่านช่างเก่งกาจ คนมากมายเพียงนี้โชคดีเหลือเกินที่พวกเราได้จองห้องพักเอาไว้เสียก่อน"
"อื้ม โชคดีจริงๆ"
โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ หากแต่ห้องพักควรจะมีมากกว่าที่นางคาดไว้แล้วเหตุใด ห้องพักจึงได้เต็มเร็วนัก หรืออาจจะมีคนมาจองเอาไว้ล่วงหน้าแล้วกระมัง แต่ก็มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับนาง
"พวกเราขึ้นห้องพักกันเถิด ข้าเหนื่อยอยากจะพักผ่อนเต็มทีแล้ว"
"เพคะ"
หนิงอันใช้เวลาแช่ตัวในน้ำร้อนเป็นเวลาค่อนข้างนานกว่าปกติ เพราะละอองฝนอาจจะทำให้นางเกิดไม่สบายขึ้นมาได้ ก่อนที่น้ำจะเริ่มเย็นตัวลงนางจึงได้ลุกขึ้นจากอ่างน้ำ และเป็นสาวใช้ทั้งสองเข้ามาปรนนิบัติสวมเสื้อผ้า
โดยปกติแล้วสตรีชั้นสูงทุกคนมักจะมีเสื้อผ้าตระเตรียมเอาไว้ในห่อผ้าแล้วถูกเก็บไว้บนรถม้า เพื่อป้องกันเหตุมิคาดฝันหรืออาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนมันในทันที สาวใช้ทั้งหลายจึงจำเป็นต้องถูกอบรมในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด และสาวใช้ทั้งสองของนางก็เช่นเดียวกัน
"โชคดีที่บ่าวเตรียมเสื้อผ้าของท่านเอาไว้เสียหลายชุดเพคะ"
"ขอบใจพวกเจ้ามาก ดูแลข้าเสร็จแล้ว พวกเจ้าก็ไปแช่น้ำร้อนดื่มน้ำขิงกันเสียหน่อยเถิด เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้ง่ายๆ"
"เพคะ"
"เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับห้องไปเถิด ข้าเองก็จะพักผ่อนแล้ว คืนนี้ไม่ต้องมาคอยอยู่ดูแลข้าแล้ว"
"เพคะ"
เสียงประตูเปิดออกก่อนจะปิดลง พลันหนิงอันจึงได้ก้าวออกมานั่งบนเก้าอี้กลางห้องพัก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ท่านออกมาได้แล้วเจ้าค่ะ" มือเรียวรินน้ำชาใส่ถ้วยก่อนจะยกมันขึ้นมาเป่าแล้วจิบอย่างช้าๆ
เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวรู้ตัวแล้ว ชายหนุ่มจึงได้ก้าวออกมาจากที่ซ่อน พร้อมกับยกยิ้ม
"ช่างสมกับเป็นฉีหวางเฟย" ชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากที่ซ่อนเอ่ยขึ้นราวกับต้องการประชดประชัน
"ข้าได้กลิ่นเลือดจากตัวท่าน" หนิงอันรู้ดีว่าแม้นี้จะเป็นโลกแห่งนิยาย แต่หากว่านางพลาดพลั้งนางก็อาจจะบาดเจ็บและตายได้เช่นกัน เพียงแต่เมื่อนางตาย นางก็จะได้กลับไปยังโลกของตัวเอง หญิงสาวจึงมิได้หวั่นกลัวหากว่าต้องเผชิญกับเรื่องราวร้ายๆอีก เพราะเรื่องเมื่อกลางวันก็ทำให้นางรู้สึกขวัญหายมากพอแล้ว ทั้งยังกำลังจะถูกแย่งสามีไปต่อหน้าต่อตาอีกด้วย
"เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่!" หนิงอันขมวดคิ้ว คำถามนี้ควรเป็นนางกระมังที่ต้องถาม หนิงอันหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ก่อนจะพบว่าหยางชินได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่นางคาดไว้
"ควรเป็นข้ากระมังที่ต้องถามท่านว่าเหตุใดจึงได้มาหลบอยู่ในห้องของข้า ทั้งยังบาดเจ็บเพียงนี้"
"อย่าพึ่งถามอันใดมากได้หรือไม่ ช่วยทำแผลให้ข้าที"
"หึ เหตุใดท่านจึงไม่ให้องครักษ์ของท่านทำให้เล่า" หนิงอันเอ่ยขึ้น
"ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนทำแผลให้ข้า" หนิงอันรู้สึกขัดใจหากแต่ก็ทนดูอีกฝ่ายที่กำลังบาดเจ็บไม่ได้ ก่อนจะคิดว่าถือเสียว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยเหลือนางเมื่อตอนกลางวันก็แล้วกัน ร่างบางสาวเท้าเข้าไปหยิบกล่องยาที่นางมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ แล้วผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวริมหน้าต่าง หากแต่ในเวลาต่อมาเขากลับเดินตรงไปอีกทางก่อนจะนั่งเอนตัวบนเตียงของนาง
"ทะ ท่านกำลังจะทำให้เตียงของข้าเลอะ"
"เอาน่า เจ้าอย่าได้พูดมาก รีบมาดูแลข้าเร็วเข้า!"
"เอ๊ะ! นี่ท่าน ท่าน..." หนิงอันหมดคำจะพูดกับอีกฝ่ายก่อนจะหยิบเก้าอี้มานั่งข้างเตียงแล้วลงมือทำแผลให้กับเขา
บาดแผลไม่ลึกมากนักทำให้ไม่จำเป็นจะต้องเย็บแผล เพียงแค่ล้างแผล โรยยา และพันไว้ด้วยผ้าสะอาดก็พอ เป็นเพราะบาดแผลของเขาอยู่บริเวณหน้าอกทำให้ชายหนุ่มจำเป็นจะต้องเปลือยท่อนบนอย่างช่วยไม่ได้ หนิงอันลอบมองเรือนร่างที่น่าหลงใหลนี้อย่างเพลิดเพลิน หน้าท้องเป็นลอนจากการฝึกยุทธ์ทำให้เขาดูมีเสน่ห์เหลือล้น สมแล้วกับฉายามารร้ายแห่งหลิงอัน ใบหน้าคมคายที่หล่อเหลา ดวงตาคมเข้มดุดัน ร่างกายที่สูงใหญ่ทั้งยังสมส่วนไปทั้งตัวเช่นนี้ แม้ว่าหนิงอันจะพยายามบอกกับตนเองว่าอีกฝ่ายเป็นตัวร้ายที่นางสร้างขึ้นมา ไม่ได้มีชีวิตจริงๆ หากแต่หนิงอันเองก็อดคิดไม่ได้ว่าหากตัวร้ายผู้นี้มิได้มีจุดจบอันน่าอนาถเช่นเดียวกับตัวประกอบอย่างหนิงอัน ทั้งคู่จะมีความเป็นอยู่ในบั้นปลายชีวิตอย่างไร
คิดถึงจุดนั้น หญิงสาวก็อดรู้สึกผิดไม่ได้จริงๆ ที่สร้างจุดจบอันเป็นโศกนาฏกรรมเช่นนั้นให้แก่เขา
"เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"
"ขอบคุณ" หยางชินเอ่ยขอบคุณหญิงสาวในขณะที่สายตาของเขายังคงมองไปที่ร่างของหนิงอันอย่างไม่ละสายตา เมื่อทำแผลให้อีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงได้ก้าวถอยออกมาเสียไกล
"เมื่อเสร็จแล้วก็รบกวนท่าน ออกไปจากห้องของข้าด้วยเจ้าค่ะ หากใครมาเห็นเข้าอาจจะไม่เหมาะนัก ข้าเองเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้วอยู่ในที่ลับตากับบุรุษสองต่อสองเช่นนี้ หากมีใครเห็นแล้วนำไปพูดต่อ ต่อให้กระโดดแม่น้ำหวงโหวก็คงไม่อาจเรียกคืนชื่อเสียงของตนเองกลับมาได้ ขอคุณชายโปรดเข้าใจด้วยเจ้าค่ะ" หนิงอันกล่าววาจายืดยาวที่สุดตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
หยางชินมองดูใบหน้าที่เรียบนิ่ง ดวงตาที่เฉยชาของหญิงสาว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วกล่าวขอบคุณนาง
"ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือ"
"ถือเสียว่าตอบแทนบุญคุณที่ท่านเองได้ช่วยเหลือข้าในวันนี้เช่นกันเจ้าค่ะ"
"อื้ม เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" หนิงอันทำเสียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองดูชายหนุ่มทะยานออกไปทางหน้าต่าง แล้วหายไปในความมืด นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่ออีกฝ่ายได้จากไปแล้ว
ถึงอย่างไรหนิงอันผู้นี้ก็แต่งงานแล้ว อย่างไรการทำเช่นนี้ก็ไม่เหมาะสม
หนิงอันนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องก่อนจะจิบน้ำชาไปพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย นางสังเกตเห็นว่าต่อให้เรื่องราวเล็กๆน้อยๆเปลี่ยนไปบ้าง หากแต่เรื่องราวในฉากสำคัญอื่นๆในแต่ละตอนล้วนไม่ได้เปลี่ยนไปด้วย เช่นฉากที่พระนางได้พบกัน หรือแม้กระทั่งฉากที่พระเอกกล่าววาจาทำร้ายจิตใจของภรรยาเช่นนาง เช่นนั้นฉากสำคัญต่อไปก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ตัวประกอบเช่นนางมีสิทธิ์แต่เก็บเกี่ยวความสุขรายทางเท่านั้น เพราะในที่สุดแล้วตัวละครสำคัญและฉากสำคัญทุกตอนของนิยายมันก็จะกลับเข้าที่เข้าทางของมันอย่างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อคิดเรื่องราวต่างๆผ่านไปแล้ว หญิงสาวจึงได้วกกลับมานึกถึงเรื่องราวในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ม้าพยศคลั่งแล้วเขาเป็นผู้เข้ามาช่วยนาง ทั้งยังอยู่ ๆ รถม้าของนางก็เกิดปัญหาจนต้องมาพักยังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ แล้วยังต้องเจอกับเขาที่มาแอบหลบซ่อนตัวเพราะบาดเจ็บ
ทั้งหมดนี่! ใช่เรื่องบังเอิญแน่หรือ
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







