Se connecterขบวนหนีภัยแล้งเดินทางต่อโดยมีหัวหน้าหมู่บ้านนำขบวนและครอบครัวหลีปิดท้ายขบวน ชิงอี่ค่อยใช้กล้องส่องทางไกลดูรอบๆว่าปลอดภัยมั้ย
"ชิงอี่เห็นอะไรบ้าง"พ่อหลีถามบุตรสาวด้วยกลัวพวกโจรจะตามมา "ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่มีใครตามขบวนเรามา "ที่เธอกังวลไม่ใช้โจร แต่เป็นพวกเจ้าหน้าที่ต่างหากละ จากที่เธออ่านในสมุดบัญชี มีเจ้าเมืองเฉียงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้วพวกเธอกำลังเดินทางผ่านเมืองนี้พอดี พวกเธอจะเจออะไรบ้างยากที่จะเดาจริงๆ ช่วงหยุดพักกลางวันหลายๆครอบครัวเลือกที่จะนอนพักเอาแรงเพราะเมื่อคืนทุกคนเกือบจะไม่ได้นอนกันเลย หัวหน้าหมู่บ้านก็เหมือนจะเข้าใจเลยพักให้นานอีกหน่อย เฟยหลงไปดูรอบๆพอรู้มีแหล่งน้ำ ไห่เม้ยกับฮวาหลิวเลยพาเสี่ยวซากับเสี่ยวหลิงไปอาบน้ำสระผมให้สะอาดตาขึ้น เพราะเมื่อคืนแค่เช็ดตัวแต่ยังไม่สะอาดหมดและผมที่เกาะกันเป็นก้อนๆต้องค่อยๆสางกว่าจะอาบน้ำสระผมเสร็จก็หมดเวลาพักพอดี "พออาบน้ำแล้วค่อยน่ารักขึ้นมาหน่อย"ชิงอี่พูดด้วยความเอ็นดู "ข้าว่าแหล่งน้ำเริ่มลดลงแล้วนะ"เฟยหลงเห็นปริมาณน้ำที่ลดลงมากจากรอยเดิม "หมายความว่าภัยแล้งเริ่มขยายพื้นที่แล้วเหรอ"แม่เฒ่าหวองเป็นกังกล กว่าพวกนางจะเดินไปถึงทางเหนือก็ใช้เวลาอีกกว่าอีกสองเดือน "มีความเป็นไปได้สูงขอรับ เพราะตั้งแต่ที่เราเดินทางมายังไม่เคยเห็นฝนตกเลย มีแต่แดดแล้วก็แดด"หลีฟูสังเกตตั้งแต่พวกเขาหลีภัยมายังไม่เคยเห็นแม่แต่น้ำค้าง "งั้นถ้าเราเจอแหล่งน้ำอีกต้องพยามกักตุนไว้ให้มากหน่อย"แม่เฒ่าหวองวางแผนการตุนน้ำ "เรื่องน้ำครอบครัวเราไม่เดือดร้อนขอรับแต่มันอาจสร้างความเดือดร้อนให้เราได้"หลีฟูหมายถึงคนอื่นจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเขาได้ "ต่อไปนี้เราต้องระวังการใช้น้ำจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าครอบครัวพวกเรามีน้ำใช้ตลอด"เฟยเทียนคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่แนถ้ามีคนรู้ความลับของหลานสาว เป็นอันตกลงกันว่าทุกคนจะทำตัวปกติเหมือนผู้ลี้ภัยทั้วไปจะไม่อาบน้ำทุกวันอย่างที่ชิงอี่ให้ทำเพราะไม่อย่างนั้นผิดปกติแน ชิงอี่เลยได้แต่ทำใจแต่มีข้อแม้ว่าทุกคนต้องเช็ดตัวทุกวัน ตกเย็นพักตั้งกระโจมบุรุษทั้งสองครอบครัวก็สลับกันทำหน้าที่หลีฟูไปล่าสัตว์เฟยเทียนกับเฟยหลงออกไปหาแหล่งน้ำ ส่วนเสี่ยงหมิงกับชิงอี่เฝ้าระวังรอบๆกระโจม ส่วนฮวาหลิวกับไห่เม้ยช่วยกันหุงข้าวธัญพืชและเตรียมผักดอง หลีฟูกับเฟยเทียนก็แบกหมูป่าน้ำหนัก200กว่าชั่ง สร้างความหือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก หลีฟูกับเฟยเทียนเลยตกลงกันว่าจะแบ่งเนื้อหมูป่าให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนแล้วแต่จะจัดสันปั่นส่วยได้ส่วนไดไป "ขอบใจมากนะหลีฟูที่แบ่งเนื้อหมูป่ามาให้ชาวบ้าน"หัวหมาหมู่บ้านรู้สึกซึ้งน้ำใจส่วนนี้มาก "ถือว่าช่วยเหลือกันขอรับ ยังไงก็หมู่บ้านเดียวกัน"เขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วเพราะเสบียงพวกเขาไม่เคยขาดแต่ที่ล่าสัตว์์์เพราะจะได้ออกกำลังฝึกฝีมือการต่อสู้ มีชาวบ้านรู้สึกขอบคุณครอบครัวหลีที่มีน้ำใจแบ่งปั่นอาหารให้ทั้งๆที่พวกเขาจะไม่แบ่งเลยก็ได้เพราะถือเป็นสิทธิของพวกเขา แต่ก็มีบางครอบครัวที่ไม่พอใจในส่วนแบ่งเพราะอยากได้มากกว่าที่แจกแต่ก็พูดอะไรไม่ได้เพราะหัวหน้าหมูบ้านขู่ว่าถ้าเรื่องเยอะก็ไม่ต้องรับส่วนแบ่ง แต่เรื่องพวกนี้หาได้รอดสายตาชิงอี่ที่มีความระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาตามสัญชาตญาณเดิมจากภพที่แล้ว ครอบครัวที่ไม่พอใจคือครอบครัวอู๋ พวกเขาไม่ชอบครอบครัวหลีมาแต่เดิมตอนอยู่หมู่บ้านนางอู๋นางอยากดองกับบ้านหลีเพราะเห็นว่าเสียงหมิงขยันถ้าได้มาเป็นเขยคงจะมาช่วยงานลงนาที่บ้านได้ดีแนนอนเพราะเห็นหลีฟูกับเสียวหมิงไปช่วยทำดูแลบ้านแม่เฒ่าหวองที่เป็นบ้านเดิมภรรยาไม่เคยขาดถ้าเสียวหมิงได้แต่งกับบุตรสาวนางก็คงมาช่วยเหลืองานไร่บ้านนางแนๆ แต่พอนางลองเรียบๆเคียงๆถามฮวาหลิวกับบอกปัดว่าให้บุตรชายตัดสินเอง นางเลยพยามให้บุตรสาวค่อยเข้าใกล้เสียวหมิงฝ่ายชายได้สนใจ แต่เสียวหมิงกลับไม่สนใจสร้างความอับอายให้บุตรสาวนางอย่างมากจนต้องแต่งออกไปอยู่อีกหมู่บ้านแล้วเจอครอบครัวสามีไม่ดี ถ้าตอนนั้นเสียวหมิงยอมรับความหวังดีของบัตรสาวนาง หมี่เย่วคงไม่ต้องแต่งไปเจอครอบครัวสามีที่ไม่ดีแนๆ ทั้งหมดเป็นเพราะเสียวหมิงและครอบครัวหลี "ท่านพี่ ดูเหมือนท่านป้าอู๋จะยังโทษท่านที่ไม่ยอมแต่งงานกับบุตรสาวนางนะ" "ปล่อยนางไปเถอะ"เสี่ยวหมิงบอกปัดด้วยความไม่ใส่ใจ ชิงอี่จำได้อู๋หมี่เย่วเคยมาขอร้องให้พี่ชายเธอไปสู่ขอนางเพราะนางไม่อยากแต่งงานกับคนปลูกผักอีกหมู่บ้าน แต่พี่ชายเธอเพิ่งจะ13หนาวไหนเลยจะคิดถึงเรื่องคู่ครองเลยบอกปัดไปหมี่เย่วในวัย15หนาวถึงต้องแต่งออกไปอีกหมู่บ้านแล้วก็ได้ข่าวบ้านสามีใช้งานนางสารพัด จนทำให้แม่อู๋ร้องไห้แล้วบ่นให้คนใกล้ชินได้ฟังว่าเป็นเพราะเสียวหมิง "ถ้าตอนนั้นบ้านหลียอมมาขอลูกสาวข้านางคงไม่ต้องทรมานอย่างทุกวันนี้แน"พูดแล้วก็ร้องไห้ตีอกตัวเองว่าช่วยอะไรบุตรสาวไม่ได้ "ลูกชายบ้านหลีเพิ่งจะ13หนาวเองไม่ใช้เหรอแม่อู๋"ชาวบ้านที่ฟังก็ขัดคำพูดนางเพราะคิดว่าการที่บุตรสาวนางจะแต่งกับใครแล้วไม่ดีมันไปโทษลูกชาบบ้านหลีดูจะไม่เหมาะ แต่แม่อู๋ก็ไม่ฟังยังคงโทษว่าเป็นความผิดของคนสกุลหลีจนทุกวันนี้ บ้านหลีไม่ได้สนใจความคิดคนอื่นตอนนี้ทุกคนกำลังพยามช่วยกันแปลรูปหมูููป่าที่เหลือให้เก็บไว้กินได้นานที่สุด หลังจากนั้นผ่านไปอีกเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่มีเค้ารางว่าฝนจะตกและสภาพอากาศก็เริ่มแห้งแล้งขึ้น การหาแหล่งน้ำก็ยากขึ้น หลีฟูพยามออกหาแหล่งน้ำให้ชาวบ้านได้ประทัง "ข้างหน้ามีแอ่งน้ำพอให้พวกเราตักมาใช้บ้างขอรับ"เฟยเทียนกลับมาแจ้งข่าวกับหัวหน้าหมู่บ้าน "แต่เราจะอยู่นานไม่ได้นะขอรับเพราะแหล่งน้ำที่มีพอแค่ใช้ครั้งนี้"หัวหน้าหมู่บ้านพอได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ "กลุ่มเราถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ การใช้น้ำมันเลยมีความต้องการมาก ไม่รู้กว่าจะถึงชายแดนเราจะเหลือชาวบ้านครบมั้ย"หัวหน้าหมู่บ้านพยามจะช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะช่วยได้ "พวกข้าจะพยามช่วยอีกแรงขอรับ ออกเดินทางมาด้วยกันก็อยากให้ถึงที่หมายด้วยกัน"เขาจะพยามเท่าที่ช่วยได้แล้วกัน "สัตว์เลี้ยงพวกเจ้าดีจังเลยนะขนาดไม่ค่อยได้กินยังดูดีเลยว่ามั้ย"แม่อู๋เดินมาเห็นสัตว์ทั้ง4ของครอบครัวหลีก็รู้สึกอิจฉา เกวียนวัวสองรถรากล่อหนึ่งลาอีกหนึ่ง แถมรูปร่างแต่ละตัวก็ดูแข็งแรงไม่มีสภาพอดอยากเลย มันจะดีแค่ไหนนะถ้าพวกมันเป็นของครอบครัวนาง ซานซาที่กำลังเอาหญ้าให้บันดาสัตว์ทั้ง4ก็หันมามอง "ท่านป้ามีอะไรเหรอเจ้าค่ะ"ซานซาเห็นท่านป้าพูดถึงเจ้าสี่สหายก็สงสัย "เรื่องของเจ้านาย ทาสอย่างเจ้าไม่ต้องมายุ่ง"นางเห็นนะว่าเสียวหมิงค่อยดูแลนังเด็กนี้กับน้องสาวตลอด ซานซาเมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนพูดแบบนั้นก็เลิกสนใจ เสี่ยวหมิงอุ้มหลิงหลงมาหาซานซาทันได้ฟังคำพูดของท่านป้าอู๋ก็รู้สึกไม่ชอบใจแต่ซานซาส่งสายตาไม่ให้ใส่ใจเขาเลยปล่อยผ่าน ส่วนแม่อู๋เมื่อเห็นทั้งสองคนไม่สนใจก็นึกโกรธจึงอยากจะทำร้ายสัตว์เลี้ยงแต่พอจะเอาไม้ไปตีเจ้าลาโง่ ตัวล่อก็เดินมาส่งเสียงไล่ไม่ให้นางเข้าไกล้น้องชายมัน จนนางต้องวิ่งหนี หลีฟูกับเฟยเทียนนั้งปรึกษากันเรื่องปัญหาภัยแล้ง "ถ้ายังเป็นแบบนี้ชาวบ้านต้องแยแนๆ เราหนีภัยแล้งมาแต่กลับมาเจอแล้งหนักกว่าเก่า " "แล้วเราจะขึ้นเหนือไปอีกมั้ย" เสียวหมิงเอยถามบิดา "เราเดินทางกันมาเป็นสองเดือนแล้วนะ อีกไม่ถึงสองเดือนก็ถึงชายแดน แล้วถ้าไปถึงแล้วชายแดนก็แล้งเราไม่แยกว่าเก่าหรือ"เฟยหลงกังวลถึงอนาคต ชิงอี่ก็คิดหนักไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เธอเป็นนักประดิษไม่ใช้นักวิทยาศาตร์ จะต้องทำไงฝนถึงจะตก แล้วเธอก็นึกอะไรออกก่อนจะปีนขึ้นไปบนเกวียนแต่จริงๆแล้วหายเข้าไปในมิติ บ้านหวองเริ่มชินกับการกระทำของชิงอี่ ส่วนซานซากับหลิงหลงถือว่าชิงอี่เป็นผู้ช่วยชีวิตไม่ว่าชิงอี่จะทำอะไรสองพี่น้องล้วนรับได้หมด ผ่านไปครึ่งชั่วยามชิงอี่ก็ออกมาจากมิติพร้อมกล่องอะไรสักอย่าง "มันคืออะไรนะชิงอี่"เสียวหมิงมองด้วยความสงสัย "มันเหมือนที่ตรวจจับว่าจะมีฝนตกมั้ยนะเจ้าค่ะ..ข้าก็ไม่แนใจว่าช่วยอะไรได้บ้างมั้ย"เธอซื่อเครื่องนี้มาเหมือนจะเอาไว้ตรวจสภาพอากาศว่าวันนั้นจะมีลมหรือปริมาณฝนเท่าไร เธอได้มาตอนปลอมตัวอยู่ศูนย์วิจัยสภาพอากาศ กว่าเธอจะหาเจอก็ใช้เวลานานโข ชิงอี่เอาเครื่องมานั้งเปิดและรอ สักแปบเครื่องก็ปรากฏหน้าจอแล้วบอกปริมาณน้ำฝน "อีกไม่เกินเจ็ดวันอาจฝนตกเจ้าค่ะ"ตอนเช้าชิงอี่ก็อุ้มซือหลัวไปหามารดาแล้วบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังและอยากให้เลี้ยงคู่กับน้องชาย แต่ยังไม่ทันที่ชิงอี่จะเดินพ้นห้องเด็กน้อยก็แหกปากร้องใครอุ้มก็ไม่เอาแต่พอชิงอี่กลับมาอุ้มก็เงียบ การให้ซือหลัวเลี้ยงคู่กับหลีหมิงเลยต้องยกเลิกชิงอี่ต้องหอบเด็กน้อยไปที่สำนักด้วยแบบนี้ทุกวัน พอมาถึงก็มีมือปราบเต็มสำนักก็เดินเข้าไปถาม"เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ""เมื่อคืนสำนักมังกรไฟอยู่ๆก็ระเบิดผู้คนในสำนักล้มตายทั้งสำนักไม่มีผู้รอดชีวิต เลยมาสอบถามเพราะเมื่อวานสำนักนี้มีเรื่องกับสำนักมังกรไฟ""ท่านมือปราบใช้คำพูดผิดแล้ว เราไม่ได้มีเรื่องกับกับใคร แต่มีนักเลงมาหาเรื่องเราแค่ปกป้องตัวเองเพราะพวกเขามาสังหารสาวใช้ที่มีร่างกายบอกบางแถมเพิ่งคลอดบุตรเสียชีวิต ทางเรากำลังจัดงานศพและช่วยกันดูแลบุตรสาวของสาวใช้คนนี้ไหนเลยจะมีเวลาไปหาเรื่องใคร"หญิงสาวตอบหน้าตาเฉยทางมือปราบก้มมองทารกตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนหญิงสาวเลยอดสงสารไม่ได้ "ทางการมาสอบถามเฉยๆไม่ได้กล่าวหาแค่มาสอบถาม"ชิงอี่อยากจะเบะปาก เมื่อกี่ยังทำท่าจะมาจับคนของเธออยู่เลย"แล้วมันเกิดขึ้นได้เช่นไรเจ้าคะ ในเมืองหลวงยังกล้ากระทำอุกอาจกล้าทำได้"พร้อมทำหน้าต
จือฮวามีอาการดีขึ้นมากจนสามารถออกมาช่วยงานในจวนได้บ้าง นางไม่อยากอยู่เฉยๆ คุณหนูอุสามีเมตตานางแม่ลูกนางเลยอยากทำประโยชน์ ตอนนี้ที่จวนมีพ่อบ้านกงที่ชิงอี่ซื้อมาทั้งครอบครัวมีภรรยาและบุตรชาย1บุตรสาว3ชิงอี่เลยให้ทั้งครอบครัวอยู่ดูแลที่จวนช่วงนี้ชิงอี่ต้องไปสำนักคุ้มภัยทุกวันเพราะสำนักเพิ่งเปิดใหม่บิดาและเฉินเปียวแยกกลุ่มกันออกไปส่งสินค้า สำนักมีพ่อบ้านหวงดูแลกับคนงานใหม่ หญิงสาวเลยหาเรื่องออกนอกจวนไปคุมสำนักเอง และด้วยเธออยากให้จือฮวาออกไปเปิดหูเปิดตานอกจวนเลยพาสองแม่ลูกไปที่สำนักด้วย ซือหลัวเมื่อได้ยินเสียงว่าใครอุ้ม เด็กน้อยก็ยิ้มอารมณ์ดี ชิงอี่เลยอุ้มนางตลอดให้จือฮวาได้นั้งสบายๆ พอไปถึงสำนักคุ้มภัยเด็กน้อยโจวเว่ยก็วิ่งมารับหน้าทันที"อี้.."เรียกแล้วก็วิ่งมากอดหญิงสาว"ว่าไงเจ้าเด็กอ้วน ข้ามีขนมมาฝากเจ้าด้วยนะ"ด้วยหญิงสาวอุ้มซือหลัวอยู่เลยจับตัวเด็กอ้วนไม่ได้ ทางด้านเฉินคุณ ชิงอี่ให้เขาคอยฝึกร่างกายทุกเช้าและส่งไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษา เธอหมายมั่นถ้าโจวเว่ยโตก็จะส่งให้เด็กชายไปเรียนที่สำนักศึกษาเหมือนกัน เด็กปั่นของเธอต้องเก่งทั้งบู๊และบุ๋น หลีอันกลายเป็นแม่ครัวที่สำนักโดยมีสา
และคืนนั้นกลางดึกก็มีคนลอบเข้ามาในจวนตระกูลหลีแต่พอผ่านสัญญาณเซนเซอร์ชิงหลีก็ออกมาดูว่าใครมันหาญกล้ามาเยี่ยมจวนนางตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองหลวง เธอเห็นนักเลง2,3คนมองหาห้องพักคนงานและเดินหาแถวห้องพักหญิง "นางนอนห้องไหนเราจะรู้ได้ไง ""ลองดูทุกห้องแล้วกันฮูหยินน้อยสั่งมาคืนนี้ต้องสังหารนางให้ได้"คนในกลุ่มพูดออกมา ชิงอี่เลยรู้ว่าคนพวกนี้จะมาเก็บจือฮวาแนๆ เธอเลยเดินไปดักพวกมันไว้"จวนข้าไม่ใช้โรงน้ำชาที่จะปล่อยให้ใครต่อใครเข้ามานะ ข้าไม่อยากฆ่าคน กลับไปสะ คนที่พวกเจ้าจะมาฆ่าเป็นคนของข้า ใครหน้าไหนจะมารังแกไม่ได้"ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเมืองหลวงเจ้าสามคนนี้ลงไปนอนคุยกับรางกุหลาบที่จวนเธอแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังใจกล้าไปกลัวเพราะคิดว่าเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆจะมาสู้ชายร่างใหญ่อย่างพวกเขาได้ยังไง"เจ้าสองเผือกสั่งสอนสิ"นางสั่งลูกสมุนตัวน้อยทั้งสองทันทีเสี่ยวไป๋กับเสี่ยวหงก็กระโดดไปกัดชนิดวัคซีนยังเอาไม่อยู่จนพวกนั้นหนีไปอย่างไว "อ๊ากกกกก"คนตัวใหญ่สามคนวิ่งหลบการโจมตีของลิงกับกระรอกจนบาดเจ็บจนอยู่ไม่ได้"คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ"ซือซือที่นอนเป็นเพื่อนจือฮวาได้ยินเสียงเลยออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น"ไม่ม
เมื่อกลับมาถึงจวนพ่อบ้านหวงก็บอกงานว่าที่พ่อบ้านคนใหม่ต้องทำคืออะไรแล้วฝึกให้พ่อบ้านมีฝีมือต่อสู้บ้างเพื่อให้สมกับเป็นพ่อบ้านสำนักคุ้มภัย ส่วนภรรยาและบุตรสาวก็ให้เป็นแม่ครัวและสาวใช้ดูแลสำนัก เมื่อส่งต่องานแล้วฝึกจนพ่อบ้านคนใหม่กว่าสี่เดือนเพราะพ่อบ้านห่าวเคยเป็นแต่พ่อบ้านไม่เคยต่อสู้กับใครเลยมีร่างกายที่ไม่พร้อมสู้ชิงอี่เลยให้พ่อบ้านห่าวฝึกพิเศษจากเธอเองห่าวจิ๋วหลานเมื่อเห็นบิดาฝึกการต่อสู้นางก็อยากฝึกบ้างชิงอี่เลยฝึกนางด้วยจิ๋วหลานการต่สู้ด้วย เมื่อพ่อบ้านห่าวพร้อมหลีฟูก็พาครอบครัวเดินทางไปเมืองหลวง เธอพาสองพี่น้องเทียนหมิงกับเซียนหมิงไปด้วยแล้วเหลือลูกน้องฝีมือดีอยู่สาขานี้ ส่วนเธอจะไปฝึกเด็กรุ่นใหม่เอง เธอมั่นใจว่าฝีมือระดับเธอฝึกคนได้สบาย สาขาแรกเธออยากให้คงความแข็งแกรงและมาตรฐานของสำนักเธอไว้ใจลูกน้องรุ่นแรกที่นางฝึก ระหว่างการเดินทางเธอให้มารดาอยู่ในมิติสะส่วนใหญ่เพราะไม่อยากให้มารดานั้งรถม้าสะเทือนครรภ์ซูซูก็เข้าไปอยู่ในมิติด้วยเพราะเสี่ยวเหมาชอบอยู่ในนั้นไม่ค่อยยอมออกมาอยู่นอกมมิติชิงอี่ถือว่าการเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ไปตั้งรกรากใหม่อีกครั้ง และการไปครั้งนี้คงไม่สงบสุข
ชิงอี่กับซือซือกลับมาถึงสำนักคุ้มภัยพยักบินก็เห็นมีคนให้ของไปส่งแต่ปัญหาคือมันคือแจกันที่มีราคาแพง "ข้ากลัวระหว่างเดินทางมันจะแตกเสียหายขอรับ สินค้าบอกบางแบบนี้มันยากจริงๆขอรับ"หลีฟูก็อยากส่งให้แต่สินค้าก็บอกบางเกินไปจนอาจต้องเสียค้าประกันของให้ลูกค้า เขาเลยไม่กล้ารับ "มีอะไรหรือเจ้าคะท่านพ่อ""อี่เอ๋อกลับมาแล้วเหรอลูก คือลูกค้าท่านนี้อยากให้ส่งสินค้าชิ้นนี้ไปเมืองเจื้อเจียงแต่มันมีปัญหาตรงที่นี้มันบางมากทางพ่อกลัวจะทำมันแตกนะ"พอชิงอี่มองแจกันแล้วก็คิดตาม"ท่านรีบส่งไม่เจ้าค่ะ""ก็ไม่ถึงกลับรีบข้าจะส่งแจกันใบนี้ไปฝากคู่หมั้นนะเพราะตัวข้ายังติดธุระเลยจะส่งของไปก่อน""งั้นข้ารับส่งสินค้าชิ้นนี้เจ้าคะแต่อาจส่งพรุ่งนี้บ่ายๆเพราะข้าต้องหาของใส่มันก่อน""ได้ๆเดี๋ยวข้าส่งจดหมายลงไปด้วย"เมื่อทางสำนักรับส่งให้ก็ดีใจแล้วก็ทำสัญญาสินค้าก่อนกลับออกไป "เดี๋ยวข้าไปทำกล่องกันกระแทกก่อนนะเจ้าคะ"แล้วหญิงสาวก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้าไปในมิติสร้างกล่องที่สามารสรองรับแรกกระแทกได้โดยของด้านในไม่ได้รับความเสียหาย ครึ่งวันผ่านไปเธอก็ออกมาพร้อมของเล่นใหม่ในสำนักพยักบิน จากแต่ก่อนสร้างแต่อาวุธตอนนี้ต
พอผู้บุกลุกไปแล้วเธอเลยอุ้มเสี่ยวหงถามด้วยความห่วงใย"เจ้าเจ็บมั้ย"กระรอกน้อยก็ร้องจิ้ดๆแล้วสายหัว ดีนะเธอป้องกันภัยด้วยการใส่กระแสไฟในชุดเกาะ ไม่งั้นเจ้ากระรอกน้อยของเธอแยแนๆหลังจากคืนนั้นชายร่างใหญ่นั้นไม่มาก่อกวนเธออีก แต่มันกลับกวนใจเธอมาก "คุณหนูขอรับ"พ่อบ้านหวงเดินมาหาคุณหนูใหญ่"มีอะไรเหรอท่านพ่อบ้าน"กำลังจะเดินไปเยี่ยมท่านน้าไห่เม้ยสะหน่อยว่าหายแพ้ท้องยัง"มีของส่งมาให้คุณหนูขอรับ"แล้วก็นำกล่องที่ถือมายื่นให้ ชิงอี่รับกล่องเล็กมาจากพ่อบ้านแล้วเปิดออกดูในนั้นคือที่บรรจุกระสุนปืน เธอก็หยิบออกมาแล้วทำหน้านิ่ง ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน "มีอะไรหรือไม่ขอรับ"พ่อบ้านเห็นสีหน้าของคุณหนูที่เปลี่ยนไป"ไม่มีอะไร..ข้าไปจวนท่านยายนะเจ้าค่ะ"พูดแล้วก็ส่งกล่องให้ซือซือแล้วเดินไปเรือนน้าชาย "น้าไห่เม้ยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"เดินเข้ามาเห็นน้าสาวนอนหน้าซีนมีซานซาค่อยดูแลอยู่ไกล้ๆเลยเป็นห่วง"น้าเวียนหัวนะ เมื่อชั่วครู่หลิงหลงเพิ่มเอาซุปเห็ดหูหนูขาวจากน้าฮัวอิงมาให้กิน ค่อยชื่นใจหน่อย"นางกินอะไรไม่ค่อยได้เลยดีว่าแม่ครัวตระกูลหลีหมั่นทำอาหารว่างและยาบำรุงมาให้กินรองท้องตลอดเลยค่อยยังชั่ว ชิงอี่ฟ







