Share

ออกหางานทำ

last update Last Updated: 2026-01-07 09:54:32

หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด นางสูดลมหายใจลึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะนางไม่เอาการเอางานมาก่อนแล้วยังใช้วิธีสกปรกครอบครองหลิวเวินเซียน นางจึงถูกแม่สามีและคนในตระกูลรังเกียจจนถูกไล่ออกจากบ้าน ในมุมมองของนาง นางเข้าใจว่าอย่างนั้น

หรือว่าที่จริงแล้วหลิวเวินเซียนอาจกลับมาและแม่ของเขาอาจจะหาภรรยาไว้ให้จึงหาเรื่องไล่นางออกจากบ้านและใส่ร้ายลับหลัง

"เป็นเพราะข้ามัวเมาในความรักแท้ ๆ หากข้ารักตัวเองมากกว่านี้คงไม่ต้องพบกับเรื่องน่าอายและลูกก็ไม่ต้องพบเจอสภาพเช่นนี้"

นางมองดูเสี่ยวหลานที่กำลังหลับอยู่ก็ลูบหัวเขาเบา ๆ อีกครั้ง

"ต่อไปนี้แม่จะดูแลเจ้าเอง แม้ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร วางใจเถิดแม่จะไม่ทำร้ายเจ้าทั้งกายและใจอีกแล้ว"

เสี่ยวหลานตื่นขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า เมื่อไม่เห็นเงาของมารดาใจของเขาก็เริ่มหวาดหวั่น เด็กน้องนั่งกอดเข่าก้มหน้าคล้ายจะร้องไห้

"เสี่ยวหลาน ตื่นแล้วหรือ"

ดั่งเสียงจากสวรรค์ร้องทักขึ้น เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้นปากเล็กคลี่ยิ้มออกมา

"ท่านแม่ ท่านไปไหนมาขอรับ"

นางยิ้มแย้มเดินเข้ามาจูงมือบุตรชายออกไปนอกศาลา

"ล้างหน้าล้างตาก่อน แม่ไปตักน้ำมาให้ เพิ่งรู้ว่าใกล้ ๆ มีลำธาร น้ำใสดื่มได้"

นางยื่นกระบอกน้ำที่เก็บได้ข้างลำธารป้อนเข้าปากบุตรชาย เขารับมาดื่มเพราะความกระหายจากอาการคอแห้งตั้งแต่เมื่อวาน

หลังจากดื่มน้ำอิ่มแล้ว หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจากเสื้อผ้าที่เก่าจนขาดเป็นรู นางก้มมองเสี่ยวหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มือเล็กจับชายเสื้อของนางไว้แน่น

"วันนี้เราจะไม่ขอทานอีกแล้วนะเสี่ยวหลาน"

เสียงนุ่มแต่หนักแน่นของนางทำให้เด็กน้อยชะงัก

 "แม่จะหางานทำ แม้ต้องล้างคอกหมูหรือซักผ้าให้คนอื่น แม่ก็จะทำ"

เสี่ยวหลานมองมารดาอย่างไม่แน่ใจ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาท่านแม่ของเขาไม่เคยพูดเช่นนี้เลยสักครั้ง แต่ในแววตาของนางตอนนี้กลับมีประกายที่ต่างออกไป

สองแม่ลูกเดินเท้าเข้าไปในตลาดหมู่บ้านทางตะวันตกของเมืองจินหลิง ท้องฟ้ายังหม่นอยู่ มีพ่อค้าแม่ค้ากำลังตั้งร้าน เสียงคนจอแจ เสียงตีมีดและเสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังระงมไปทั่ว

หลี่อันหนิงก้าวเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนที่กำลังจัดผักอยู่หน้าร้าน

 "ท่านป้า ข้ามาจากหมู่บ้านชานเมืองอยากมาขอสมัครงานซักผ้าหรือช่วยขายของก็ได้เจ้าค่ะ"

หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้น พอเห็นหน้านางก็ชะงัก ดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ

 "อ้าว! นี่มันหลี่อันหนิงเมียเก่าของหลิวเวินเซียนไม่ใช่หรือ ยังกล้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกหรือ"

เสียงพูดดังจนคนรอบข้างหันมามอง นางสะดุ้งแต่ยังพยายามรักษามารยาท 

"ข้าเพียงอยากหางานสุจริตทำ ท่านป้าได้โปรด..."

"สุจริตงั้นรึ?"

อีกคนหัวเราะเยาะ

 "ได้ยินมาว่าแม่สามีของเจ้าบอกคนทั่วหมู่บ้าน ว่าเจ้าหนีตามชายอื่น เป็นคนขี้ขโมย แถมเอาลูกไปขอทานให้ขายหน้าตระกูลหลิว คนอย่างเจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องสุจริตได้หรือ"

คำพูดนั้นเหมือนมีดแหลมทิ่มแทงใจ หลี่อันหนิงเม้มริมฝีปากแน่น แต่ไม่เถียงกลับ นางก้มศีรษะคำนับ

 "หากไม่รับก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

นางจูงมือลูกออกจากร้านท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาดูแคลนจากชาวบ้านที่มองตามหลัง

ตลอดทั้งเช้า นางเดินถามร้านแล้วร้านเล่า ทั้งร้านขายขนม ร้านตัดเย็บผ้า ไปจนถึงโรงตีเหล็ก แต่ไม่มีใครรับเลยสักแห่ง บางคนเพียงได้ยินชื่อก็ส่ายหน้า บางคนถึงกับตะโกนไล่ให้ไปไกล ๆ

แสงแดดยามสายเริ่มร้อนระอุ เสี่ยวหลานเหงื่อชุ่มตัว เดินตามแม่อย่างเงียบ ๆ พอเห็นมารดาแอบเช็ดน้ำตาเขาก็ยิ่งเจ็บลึกในอก

"ท่านแม่ ถ้าไม่มีใครรับเรา เรากลับไปศาลเจ้าก็ได้ ข้าไม่หิวมากนักหรอก"

น้ำเสียงเด็กน้อยสั่นเครือ

หลี่อันหนิงทรุดเข่าลงต่อหน้าเขา ลูบหัวลูกเบา ๆ 

"ไม่ต้องห่วง แม่จะหางานให้ได้ ไม่ว่าจะต้องลำบากขนาดไหนก็ตาม"

นางเงยหน้าขึ้น เห็นไกล ๆ มีโรงเก็บฟืนเก่าที่เขียนป้ายรับจ้างยกของกับหุงต้มให้โรงน้ำชาเล็ก ๆ

"มานี่เถิดเสี่ยวหลาน แม่จะลองที่นั่นอีกแห่ง"

น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เสี่ยวหลานพยักหน้า ดวงตากลมโตมองแม่ของตนอย่างชื่นชมเงียบ ๆ 

แม่ที่เขาเคยหวาดกลัว บัดนี้กลับกลายเป็นแม่ที่เขาเริ่มอยากอยู่เคียงข้างนางในทุกย่างก้าว

โรงน้ำชา อวิ๋นฮวา ตั้งอยู่ริมตลาด บรรยากาศคึกคักแต่ไม่หรูหราเท่าโรงใหญ่ใจกลางเมือง กลิ่นชาและขนมอบลอยฟุ้ง เสียงช้อนกระทบถ้วยชาแผ่วเบาเคล้ากับเสียงหัวเราะของลูกค้า

หลี่อันหนิงจูงเสี่ยวหลานเดินเข้าไปอย่างลังเล หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมซึ่งดูเหมือนเจ้าของร้านกำลังจัดชาอยู่หลังโต๊ะชงชา

"ท่านป้าเจ้าคะ ข้าอยากมาขอทำงาน ไม่ต้องได้ค่าจ้างมาก แค่ขอให้มีที่พักกับข้าวกิน ข้าจะยอมทำทุกอย่าง"

หญิงร่างท้วมคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างพิจารณาก่อนจะเลิกคิ้ว

 "เจ้าคือ...หลี่อันหนิง"

นางชะงัก ใจเต้นแรงแต่ก็ยอมตอบออกไป

 "เจ้าค่ะ"

"คนที่แม่สามีตัวดีของเจ้าประกาศไปทั่วว่าหนีตามชายอื่นนั่นรึ"

เสียงอีกฝ่ายแฝงความประชดแต่ไม่ร้ายแรงนัก

 "ข้าได้ยินข่าวอยู่ แต่ดูท่าก็ไม่เหมือนหญิงใจแตกอย่างเขาว่านะ หากหนีตามชายอื่นไปเหตุใดยังพาลูกมาเร่ร่อนเล่า"

หลี่อันหนิงค้อมศีรษะ

 "ข้าเพียงอยากเริ่มต้นใหม่ ดูแลลูกและเลี้ยงชีพด้วยแรงกายตนเองเท่านั้น"

เจ้าของร้านมองแม่ลูกอยู่นาน ก่อนถอนหายใจ

 "เอาเถอะ ข้ากำลังต้องการคนช่วยยกน้ำ ล้างถ้วยชา แต่เตือนไว้ก่อนนะ หากทำเสียหายต้องชดใช้เอง เข้าใจไหม"

"เจ้าค่ะ ข้าจะทำให้ดีที่สุด"

นางรีบคำนับด้วยความดีใจ

เสี่ยวหลานที่ยืนอยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาเปล่งประกาย เขาไม่เคยเห็นนางดูมั่นใจเช่นนี้มาก่อน

เมื่อเริ่มงาน หลี่อันหนิงก็ลงมือทันที ทั้งเช็ดโต๊ะ ล้างถ้วย ชงน้ำ เติมชาให้ลูกค้า แม้มือจะเปื่อยและแขนเมื่อยล้าแต่ก็ไม่ปริปากบ่น นางเพียงคิดในใจว่า ตราบใดที่ยังมีแรง นางจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาเป็นอันขาด

แต่ไม่ทันข้ามครึ่งวัน เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นในร้าน

"นั่นน่ะหรือ หลี่อันหนิงจริง ๆ ด้วย เห็นว่าถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้านเพราะขี้เกียจ แถมยังทำร้ายลูก ดูเด็กสิผอมจนเหมือนไม้เสียบผี"

"น่าขายหน้าแทนตระกูลหลิวจริง ๆ"

"นางคงคิดมาประจบเจ้าของร้านขอทำงานล่ะสิ ฮึ ช่างหน้าด้านนัก"

เสียงเหล่านั้นแทรกเข้าหูแต่หลี่อันหนิงเพียงเม้มปากแน่น นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ลูกค้าเหมือนไม่ได้ยินอะไร น้ำตาคลอแต่ไม่ยอมให้ไหลออกมา

เจ้าของร้านมองเห็นเหตุการณ์นั้นอยู่ห่าง ๆ ก็ส่ายหัวเบา ๆ

 "เด็กคนนี้ คงผ่านอะไรมามากสินะ"

เมื่อถึงยามเย็น หลี่อันหนิงเก็บถ้วยชาจนเสร็จ นางได้รับเศษเงินเพียงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางกลับมีค่ามหาศาล

เสี่ยวหลานรับเหรียญนั้นไว้ในมือ มองอย่างตื่นเต้น

 "ท่านแม่ นี่คือเงินที่เราหาได้เองจริง ๆ หรือขอรับ"

"ใช่" นางยิ้มบาง

 "ไม่มาก แต่พอซื้อข้าวกับผักได้อีกหลายวัน"

เขากอดมารดาแน่น 

"ข้าภูมิใจในท่านแม่ที่สุดเลย"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในความมืดเสียงที่อบอุ่นที่สุดที่ศาลเจ้าร้างไม่เคยได้ยินมานานได้บังเกิดขึ้น

รุ่งเช้า หลี่อันหนิงตื่นแต่เช้า เสี่ยวหลานที่ตื่นเต้นก็พลอยตื่นเช้าไปด้วย ทั้งสองแม่ลูกจึงไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้ศาลเจ้าแล้วเดินทางไปทำงานยังโรงน้ำชา

เมื่อไปถึงเจ้าของโรงน้ำชาก็เรียกนางกับลูกเข้าไปหา

"มานี่ก่อน เจ้าสองคนคงยังไม่กินอะไรล่ะสิ ข้าทำข้าวต้ม ผัดผักกับทอดปลา พาลูกมากินให้อิ่มก่อนเถิด"

หลี่อันหนิงยืนนิ่งยังไม่ยอมเข้าไปข้างใน นางหิวข้าวแต่ก็เกรงใจ หญิงร่างท้วมถอนหายใจยาว มองเสี่ยวหลานที่รูปร่างซูบผอมอย่างเวทนา

"ผู้ใหญ่ชวนก็ไม่ควรปฏิเสธ เจ้าหนูนี่คงหิวแย่แล้ว"

นางกับลูกมองหน้ากันโค้งคำนับขอบคุณแล้วเดินไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะเงียบ ๆ

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตกงานถาวร

    เมื่อขายซาลาเปาหมดหลิวเวินเซียนอาสาถือของกลับบ้าน นางจึงแบ่งซาลาเปาให้เขาสองลูกแล้วจูงมือเสี่ยวหลานไปที่โรงน้ำชา จากนั้นเขาก็กลับมารับจ้างเขียนจดหมายต่อ แม้คนจะเริ่มเงียบเป็นบางช่วงแต่เขาก็ยืนอยู่จนกระทั่งหลี่อันหนิงเลิกงานตอนเย็นและไปรอรับนางกลับบ้านพร้อมกัน หลี่อันหนิงก็มิได้ตั้งแง่เกลียดชังหลิวเวินเซียน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวหลานและร่างนี้ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เขามิใช่หลิวเวินเซียนคนเก่า คลับคล้ายว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนางและลูก แต่สิ่งที่นางไม่เคยลืมก็คือครอบครัวของสามีที่รังเกียจนาง ทำร้ายนางกับลูกแล้วยังตามรังควานไม่ให้นางมีที่ยืน หากหลิวเวินเซียนยังอยู่กับนาง ชีวิตสงบสุขไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ นางอยากหย่าขาดจากเขาแต่ไม่ห้ามหากเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกบ้าง หรือเขาจะมีภรรยาใหม่ก็สุดแล้วแต่ ทว่าหลิวเวินเซียนดื้อดึงยิ่งนัก นอกจากเขาไม่ยอมหย่าเขายังตามมาอยู่กับนางและลูก เฝ้าทำหน้าที่สามีและบิดาไม่ให้บกพร่อง ทั้งที่เขามีโอกาสที่ดีกว่านี้และเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า นางไม่รู้ว่าตลอดหกปีที่เขาไปรับใช้บ้านเมืองเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงกลับ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ช่วยกันทำมาหากิน

    แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น "พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี" นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที "ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง "เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้" "ขอรับ" สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง "เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง" หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา "หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้" "ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน" พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว "นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ" ตั้งแต่นางอย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ถูกไล่ออก

    หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้ เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้ "อันหนิงห่มให้หรือ" คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ "ยิ้มอะไรอีกเล่า" นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก "เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ" นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย "รีบกิน

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ง้อภรรยา

    เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง ทั้งสามคนต่างตกตะลึง เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย "ท่านเป็นใครขอรับ" หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต "ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา" หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม "ข้าคือพ่อของเจ้า" เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หร

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ทำขนมมาฝาก

    หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง "ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้" เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด "มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน" เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ "ข้าพลาดอีกแล้ว" หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เวินเซียนเปลี่ยนไป

    หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่ "อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว" สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย "เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด" นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status