Share

ออกหางานทำ

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 09:54:32

หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด นางสูดลมหายใจลึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะนางไม่เอาการเอางานมาก่อนแล้วยังใช้วิธีสกปรกครอบครองหลิวเวินเซียน นางจึงถูกแม่สามีและคนในตระกูลรังเกียจจนถูกไล่ออกจากบ้าน ในมุมมองของนาง นางเข้าใจว่าอย่างนั้น

หรือว่าที่จริงแล้วหลิวเวินเซียนอาจกลับมาและแม่ของเขาอาจจะหาภรรยาไว้ให้จึงหาเรื่องไล่นางออกจากบ้านและใส่ร้ายลับหลัง

"เป็นเพราะข้ามัวเมาในความรักแท้ ๆ หากข้ารักตัวเองมากกว่านี้คงไม่ต้องพบกับเรื่องน่าอายและลูกก็ไม่ต้องพบเจอสภาพเช่นนี้"

นางมองดูเสี่ยวหลานที่กำลังหลับอยู่ก็ลูบหัวเขาเบา ๆ อีกครั้ง

"ต่อไปนี้แม่จะดูแลเจ้าเอง แม้ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร วางใจเถิดแม่จะไม่ทำร้ายเจ้าทั้งกายและใจอีกแล้ว"

เสี่ยวหลานตื่นขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า เมื่อไม่เห็นเงาของมารดาใจของเขาก็เริ่มหวาดหวั่น เด็กน้องนั่งกอดเข่าก้มหน้าคล้ายจะร้องไห้

"เสี่ยวหลาน ตื่นแล้วหรือ"

ดั่งเสียงจากสวรรค์ร้องทักขึ้น เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้นปากเล็กคลี่ยิ้มออกมา

"ท่านแม่ ท่านไปไหนมาขอรับ"

นางยิ้มแย้มเดินเข้ามาจูงมือบุตรชายออกไปนอกศาลา

"ล้างหน้าล้างตาก่อน แม่ไปตักน้ำมาให้ เพิ่งรู้ว่าใกล้ ๆ มีลำธาร น้ำใสดื่มได้"

นางยื่นกระบอกน้ำที่เก็บได้ข้างลำธารป้อนเข้าปากบุตรชาย เขารับมาดื่มเพราะความกระหายจากอาการคอแห้งตั้งแต่เมื่อวาน

หลังจากดื่มน้ำอิ่มแล้ว หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจากเสื้อผ้าที่เก่าจนขาดเป็นรู นางก้มมองเสี่ยวหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มือเล็กจับชายเสื้อของนางไว้แน่น

"วันนี้เราจะไม่ขอทานอีกแล้วนะเสี่ยวหลาน"

เสียงนุ่มแต่หนักแน่นของนางทำให้เด็กน้อยชะงัก

 "แม่จะหางานทำ แม้ต้องล้างคอกหมูหรือซักผ้าให้คนอื่น แม่ก็จะทำ"

เสี่ยวหลานมองมารดาอย่างไม่แน่ใจ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาท่านแม่ของเขาไม่เคยพูดเช่นนี้เลยสักครั้ง แต่ในแววตาของนางตอนนี้กลับมีประกายที่ต่างออกไป

สองแม่ลูกเดินเท้าเข้าไปในตลาดหมู่บ้านทางตะวันตกของเมืองจินหลิง ท้องฟ้ายังหม่นอยู่ มีพ่อค้าแม่ค้ากำลังตั้งร้าน เสียงคนจอแจ เสียงตีมีดและเสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังระงมไปทั่ว

หลี่อันหนิงก้าวเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนที่กำลังจัดผักอยู่หน้าร้าน

 "ท่านป้า ข้ามาจากหมู่บ้านชานเมืองอยากมาขอสมัครงานซักผ้าหรือช่วยขายของก็ได้เจ้าค่ะ"

หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้น พอเห็นหน้านางก็ชะงัก ดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ

 "อ้าว! นี่มันหลี่อันหนิงเมียเก่าของหลิวเวินเซียนไม่ใช่หรือ ยังกล้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกหรือ"

เสียงพูดดังจนคนรอบข้างหันมามอง นางสะดุ้งแต่ยังพยายามรักษามารยาท 

"ข้าเพียงอยากหางานสุจริตทำ ท่านป้าได้โปรด..."

"สุจริตงั้นรึ?"

อีกคนหัวเราะเยาะ

 "ได้ยินมาว่าแม่สามีของเจ้าบอกคนทั่วหมู่บ้าน ว่าเจ้าหนีตามชายอื่น เป็นคนขี้ขโมย แถมเอาลูกไปขอทานให้ขายหน้าตระกูลหลิว คนอย่างเจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องสุจริตได้หรือ"

คำพูดนั้นเหมือนมีดแหลมทิ่มแทงใจ หลี่อันหนิงเม้มริมฝีปากแน่น แต่ไม่เถียงกลับ นางก้มศีรษะคำนับ

 "หากไม่รับก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

นางจูงมือลูกออกจากร้านท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาดูแคลนจากชาวบ้านที่มองตามหลัง

ตลอดทั้งเช้า นางเดินถามร้านแล้วร้านเล่า ทั้งร้านขายขนม ร้านตัดเย็บผ้า ไปจนถึงโรงตีเหล็ก แต่ไม่มีใครรับเลยสักแห่ง บางคนเพียงได้ยินชื่อก็ส่ายหน้า บางคนถึงกับตะโกนไล่ให้ไปไกล ๆ

แสงแดดยามสายเริ่มร้อนระอุ เสี่ยวหลานเหงื่อชุ่มตัว เดินตามแม่อย่างเงียบ ๆ พอเห็นมารดาแอบเช็ดน้ำตาเขาก็ยิ่งเจ็บลึกในอก

"ท่านแม่ ถ้าไม่มีใครรับเรา เรากลับไปศาลเจ้าก็ได้ ข้าไม่หิวมากนักหรอก"

น้ำเสียงเด็กน้อยสั่นเครือ

หลี่อันหนิงทรุดเข่าลงต่อหน้าเขา ลูบหัวลูกเบา ๆ 

"ไม่ต้องห่วง แม่จะหางานให้ได้ ไม่ว่าจะต้องลำบากขนาดไหนก็ตาม"

นางเงยหน้าขึ้น เห็นไกล ๆ มีโรงเก็บฟืนเก่าที่เขียนป้ายรับจ้างยกของกับหุงต้มให้โรงน้ำชาเล็ก ๆ

"มานี่เถิดเสี่ยวหลาน แม่จะลองที่นั่นอีกแห่ง"

น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เสี่ยวหลานพยักหน้า ดวงตากลมโตมองแม่ของตนอย่างชื่นชมเงียบ ๆ 

แม่ที่เขาเคยหวาดกลัว บัดนี้กลับกลายเป็นแม่ที่เขาเริ่มอยากอยู่เคียงข้างนางในทุกย่างก้าว

โรงน้ำชา อวิ๋นฮวา ตั้งอยู่ริมตลาด บรรยากาศคึกคักแต่ไม่หรูหราเท่าโรงใหญ่ใจกลางเมือง กลิ่นชาและขนมอบลอยฟุ้ง เสียงช้อนกระทบถ้วยชาแผ่วเบาเคล้ากับเสียงหัวเราะของลูกค้า

หลี่อันหนิงจูงเสี่ยวหลานเดินเข้าไปอย่างลังเล หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมซึ่งดูเหมือนเจ้าของร้านกำลังจัดชาอยู่หลังโต๊ะชงชา

"ท่านป้าเจ้าคะ ข้าอยากมาขอทำงาน ไม่ต้องได้ค่าจ้างมาก แค่ขอให้มีที่พักกับข้าวกิน ข้าจะยอมทำทุกอย่าง"

หญิงร่างท้วมคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างพิจารณาก่อนจะเลิกคิ้ว

 "เจ้าคือ...หลี่อันหนิง"

นางชะงัก ใจเต้นแรงแต่ก็ยอมตอบออกไป

 "เจ้าค่ะ"

"คนที่แม่สามีตัวดีของเจ้าประกาศไปทั่วว่าหนีตามชายอื่นนั่นรึ"

เสียงอีกฝ่ายแฝงความประชดแต่ไม่ร้ายแรงนัก

 "ข้าได้ยินข่าวอยู่ แต่ดูท่าก็ไม่เหมือนหญิงใจแตกอย่างเขาว่านะ หากหนีตามชายอื่นไปเหตุใดยังพาลูกมาเร่ร่อนเล่า"

หลี่อันหนิงค้อมศีรษะ

 "ข้าเพียงอยากเริ่มต้นใหม่ ดูแลลูกและเลี้ยงชีพด้วยแรงกายตนเองเท่านั้น"

เจ้าของร้านมองแม่ลูกอยู่นาน ก่อนถอนหายใจ

 "เอาเถอะ ข้ากำลังต้องการคนช่วยยกน้ำ ล้างถ้วยชา แต่เตือนไว้ก่อนนะ หากทำเสียหายต้องชดใช้เอง เข้าใจไหม"

"เจ้าค่ะ ข้าจะทำให้ดีที่สุด"

นางรีบคำนับด้วยความดีใจ

เสี่ยวหลานที่ยืนอยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาเปล่งประกาย เขาไม่เคยเห็นนางดูมั่นใจเช่นนี้มาก่อน

เมื่อเริ่มงาน หลี่อันหนิงก็ลงมือทันที ทั้งเช็ดโต๊ะ ล้างถ้วย ชงน้ำ เติมชาให้ลูกค้า แม้มือจะเปื่อยและแขนเมื่อยล้าแต่ก็ไม่ปริปากบ่น นางเพียงคิดในใจว่า ตราบใดที่ยังมีแรง นางจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาเป็นอันขาด

แต่ไม่ทันข้ามครึ่งวัน เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นในร้าน

"นั่นน่ะหรือ หลี่อันหนิงจริง ๆ ด้วย เห็นว่าถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้านเพราะขี้เกียจ แถมยังทำร้ายลูก ดูเด็กสิผอมจนเหมือนไม้เสียบผี"

"น่าขายหน้าแทนตระกูลหลิวจริง ๆ"

"นางคงคิดมาประจบเจ้าของร้านขอทำงานล่ะสิ ฮึ ช่างหน้าด้านนัก"

เสียงเหล่านั้นแทรกเข้าหูแต่หลี่อันหนิงเพียงเม้มปากแน่น นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ลูกค้าเหมือนไม่ได้ยินอะไร น้ำตาคลอแต่ไม่ยอมให้ไหลออกมา

เจ้าของร้านมองเห็นเหตุการณ์นั้นอยู่ห่าง ๆ ก็ส่ายหัวเบา ๆ

 "เด็กคนนี้ คงผ่านอะไรมามากสินะ"

เมื่อถึงยามเย็น หลี่อันหนิงเก็บถ้วยชาจนเสร็จ นางได้รับเศษเงินเพียงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางกลับมีค่ามหาศาล

เสี่ยวหลานรับเหรียญนั้นไว้ในมือ มองอย่างตื่นเต้น

 "ท่านแม่ นี่คือเงินที่เราหาได้เองจริง ๆ หรือขอรับ"

"ใช่" นางยิ้มบาง

 "ไม่มาก แต่พอซื้อข้าวกับผักได้อีกหลายวัน"

เขากอดมารดาแน่น 

"ข้าภูมิใจในท่านแม่ที่สุดเลย"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในความมืดเสียงที่อบอุ่นที่สุดที่ศาลเจ้าร้างไม่เคยได้ยินมานานได้บังเกิดขึ้น

รุ่งเช้า หลี่อันหนิงตื่นแต่เช้า เสี่ยวหลานที่ตื่นเต้นก็พลอยตื่นเช้าไปด้วย ทั้งสองแม่ลูกจึงไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้ศาลเจ้าแล้วเดินทางไปทำงานยังโรงน้ำชา

เมื่อไปถึงเจ้าของโรงน้ำชาก็เรียกนางกับลูกเข้าไปหา

"มานี่ก่อน เจ้าสองคนคงยังไม่กินอะไรล่ะสิ ข้าทำข้าวต้ม ผัดผักกับทอดปลา พาลูกมากินให้อิ่มก่อนเถิด"

หลี่อันหนิงยืนนิ่งยังไม่ยอมเข้าไปข้างใน นางหิวข้าวแต่ก็เกรงใจ หญิงร่างท้วมถอนหายใจยาว มองเสี่ยวหลานที่รูปร่างซูบผอมอย่างเวทนา

"ผู้ใหญ่ชวนก็ไม่ควรปฏิเสธ เจ้าหนูนี่คงหิวแย่แล้ว"

นางกับลูกมองหน้ากันโค้งคำนับขอบคุณแล้วเดินไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะเงียบ ๆ

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
ิกํา ธร
นางไม่มีมิติเหรอ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status