Share

ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง
ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง
Author: 橙花

ต้นสายปลายเหตุ

Author: 橙花
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-30 05:58:52

ณ จวนจิ้งอ๋อง บรรยากาศยามนี้มีแต่เสียงแสดงความยินดีดังไปทั่วตามมารยาท เหล่าขุนนางและลูกน้องมากมายถึงจะรู้ว่าจิ้งอ๋องไม่เต็มใจแต่งกับบุตรีขุนนางเจียงก็ตามที แต่ด้วยเพราะอุบัติเหตุในวังหลวงเมื่อเดือนก่อนทำให้พระองค์จำใจรับราชโองการพระราชทานสมรสนี้มา

หนึ่งเดือนก่อน

งานเลี้ยงในวังหลวงวันนี้มีขุนนางมากมายเข้าร่วมพร้อมกับคนในครอบครัวตามประเพณี เจียงหว่านเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้มาด้วยเช่นกัน นางเป็นเพียงบุตรีฮูหยินเอกที่ตายไปแล้วของจวนขุนนางเจียงเท่านั้น แต่ตามธรรมเนียมแล้วนางเองก็มีสิทธิที่จะเข้าร่วมงานนี้ด้วย ขุนนางเจียงจึงได้พานางกับน้องสาวต่างมารดาอย่างเจียงม่านหรูมาเข้าร่วมด้วย เจียงหว่านหน้าตาสวยก็จริงอยู่ เพียงแต่นิสัยนางทั้งขี้ขลาดและโง่เขลา ทำให้ไม่เป็นที่ต้องตาของบุตรชายขุนนางที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ขณะที่งานเลี้ยงผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เจียงหว่านก็ขอตัวออกไปเดินเล่นสูดอากาศ เจียงม่านหรูเห็นพี่สาวออกไปจึงติดตามไปห่าง ๆ ด้วย นางอาศัยตอนที่เจียงหว่านเผลอ ผลักเจียงหว่านตกสระบัวที่อยู่ติดกับห้องโถงจัดงานเลี้ยง ด้วยความที่เจียงหว่านเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอ นางจึงไม่สามารถว่ายน้ำขึ้นมาเองได้ ประจวบเหมาะกับเป็นตอนที่จิ้งอ๋องเดินผ่านมาพอดี พระองค์ไม่เห็นใครอยู่ใกล้ ๆ จึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเจียงหว่านขึ้นมาอย่างไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก น่าเสียดายที่พอจิ้งอ๋องพาเจียงหว่านขึ้นมานอนที่ข้างสระบัวอยู่นั้น กลับมีกลุ่มฮูหยินและพระสนมเดินมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

“ว้าย เกิดอะไรขึ้นเพคะจิ้งอ๋อง” ฮูหยินฉานร้องขึ้นเสียงดังเมื่อเดินเข้าไปใกล้

“นางตกสระบัว เราเพิ่งช่วยนางขึ้นมา เจ้าเข้าไปดูหน่อยสิว่านางยังหายใจอยู่หรือไม่ เราไม่สะดวกที่จะเข้าไป” จิ้งอ๋องเซี่ยจิ่น องค์ชายรองบุตรชายคนเดียวของกระสนมหรงผู้ที่ฮ่องเต้รักมากที่สุดกล่าวขึ้น พระองค์เองก็เปียกปอนไม่ต่างจากเจียงหว่านเช่นเดียวกัน

“เพคะ เพคะ” ฮูหยินฉานรีบเดินปรี่เข้าไปนั่งข้างร่างของเจียงหว่าน นางยื่นมือไปที่ใต้จมูกเจียงหว่านพักหนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นรายงานจิ้งอ๋องว่าเจียงหว่านยังคงหายใจอยู่

“เช่นนั้นรบกวนเจ้าดูแลนางต่อด้วย เราจะไปเปลี่ยนอาภรณ์” จิ้งอ๋องไม่อยากให้เรื่องราววุ่นวายไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เริ่มมีคนเดินมาทางนี้มากขึ้นอีกแล้ว จิ้งอ๋องผู้เย็นชาอย่างพระองค์ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองนั้นเป็นคนแข็งนอกอ่อนในจนแอบช่วยเหลือหญิงสาวนางหนึ่งเช่นนี้

“พะ..เพคะ” ฮูหยินฉานอึกอักตอบ นางได้แต่คิดว่าจิ้งอ๋องแตะต้องเจียงหว่านไปแล้ว แบบนี้เจียงหว่านจะออกเรือนได้อย่างไร

“ฮูหยินฉาน จิ้งอ๋องไปที่ใดแล้วเล่า” พระสนมหรงได้ยินว่าลูกชายของพระนางเป็นคนช่วยเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นจากสระบัวจึงเดินตามมาดูเหตุการณ์

“อะ..เอ่อ..พระองค์ไปเปลี่ยนอาภรณ์แล้วเพคะ” ฮูหยินฉานที่เกรงบารมีของพระสนมหรงกล่าวรายงานด้วยสีหน้ากล้า ๆ กลัว ๆ นางเป็นเพียงฮูหยินขุนนางตำแหน่งไม่สูงนัก พระสนมที่มาเดินเล่นกับพวกนางก็เป็นเพียงพระสนมที่อยู่หางแถวในหกตำหนักหลังก็เท่านั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่นางได้พบปะใกล้ชิดกับคนมีอำนาจอย่างพระสนมหรง

“อะไรกัน เหตุใดเขาจึงรีบไปนักเล่า เราอยากถามที่มาที่ไปของเรื่องนี้อยู่พอดี เจ้าปลุกนางขึ้นมาให้เราสิ” พระสนมหรงขมวดคิ้วมุ่น พระนางไม่รู้ว่าเหตุใดอยู่ดี ๆ ลูกชายของพระนางจึงยื่นมือช่วยหญิงสาวคนนี้ เพราะพระนางรู้นิสัยของลูกชายเป็นอย่างดีว่าเขาไม่ชอบใกล้ชิดกับผู้หญิง

ฮูหยินฉานพยักหน้ารับคำและเขย่าร่างของเจียงหว่านอยู่พักใหญ่ก่อนที่เจียงหว่านจะบ้วนน้ำออกมาจำนวนมากหลังจากทนแรงเขย่าไม่ไหว

“อะ...อือ… ข้า..ข้าเป็นอะไรไปเจ้าคะ” เจียงหว่านปรือตามองก็เห็นว่าตรงหน้ามีฮูหยินผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านข้างตัวของนาง

“เจ้าพลัดตกน้ำได้อย่างไรกัน พระสนมหรงต้องการทราบเรื่อง” ฮูหยินฉานไม่ได้คิดจะถามไถ่ที่มาที่ไปของเจียงหว่านเลยแม้แต่น้อย

“ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ ข้าเดินเล่นอยู่ดี ๆ ก็เหมือนกับมีคนผลักข้าตกลงไป พอข้าตกลงไปแล้วก็ไม่เห็นใครอยู่รอบ ๆ เลยเจ้าค่ะ ข้ายังคิดว่าตัวเองจะตายไปแล้วเสียอีกเจ้าค่ะ เป็นท่านที่ช่วยข้าหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าขอบคุณมาก” เจียงหว่านที่ยังคงใจสั่นอย่างหวาดกลัวไม่ลืมที่จะเอ่ยปากขอบคุณผู้ช่วยชีวิตนาง

“ไม่ใช่ข้าหรอก” ฮูหยินฉานไม่กล้าเอ่ยปากว่าใครเป็นคนช่วย

“ฮึ่ม! ในเขตพระราชฐานแท้ ๆ แต่กลับมีคนกล้าลงมือทำร้ายคน ขันทีเยว่ เจ้าส่งคนไปสืบมาสิว่าก่อนหน้านี้มีใครมาเดินอยู่แถวนี้บ้าง จับตัวมาให้ข้าด้วยเล่า ข้าอยากรู้นักว่าใครกันบังอาจถึงเพียงนี้” พระสนมหรงที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ หันไปสั่งการอย่างรวดเร็ว พระนางยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการเรื่องลูกชายกับหญิงสาวผู้นี้อย่างไรดี เพราะตามธรรมเนียมแล้วนั้น ชายหญิงที่ไม่ใช่คู่หมั้นคู่หมายกันนั้นต้องเว้นระยะห่างกันให้ดี ห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นอันขาด

“พะย่ะค่ะพระสนม” ขันทีเยว่รีบรับคำเสียงดังก่อนจะหันหลังจากไป

ไม่นานเรื่องที่เกิดขึ้นก็ดังเข้าไปในงานเลี้ยง ขุนนางเจียงที่เห็นเพียงบุตรีคนรองอยู่ในงานก็อดจะกังวลใจขึ้นมาไม่ได้ เขารู้ดีว่าลูกสาวคนโตนั้นโง่เง่ามากเพียงใด เขาจึงรีบเดินตามกลุ่มขุนนางไปดูเหตุการณ์เช่นกัน พอเห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนพื้นข้างสระบัวเป็นลูกสาวคนโตของตนเองจริง ๆ เขาก็รีบปรี่เข้าไปตบหน้านางฉาดใหญ่จนเจียงหว่านหน้าหันไปด้านข้างพร้อมกับปื้นแดงขนาดใหญ่เท่ากับรอยฝ่ามือของเจียงซุนเจ๋อผู้เป็นพ่อ

“ฮึก...ท่านพ่อตบหน้าข้าทำไมกันเจ้าคะ” เจียงหว่านหันกลับมามองหน้าบิดาที่ยืนทำหน้าถมึงทึงใส่พร้อมน้ำตาที่ไหลรินลงมาด้วยความเศร้าใจ

“ยังจะมาถามข้าอีก! ข้าพาเจ้ามาเพื่อดูตัว แต่เจ้ากลับก่อเรื่องจนวุ่นวายไปหมด เจ้านี่มันโง่เง่าเสียจริง!” เจียงซุนเจ๋อตวาดใส่ลูกสาวเสียงดัง

“ฮึก..ฮือ...ฮึก..ข้าเปล่านะเจ้าคะ มีคนผลักข้าตกลงไป” เจียงหว่านสะอึกสะอื้นกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ว่าตัวนางเองผิดอันใด ทั้งที่มีคนทำร้ายนางแท้ ๆ แต่ท่านพ่อของนางกลับไม่หาตัวคนทำผิด แต่เขากลับมาทำร้ายนางแทน

“เจ้ายังกล้าเถียงข้าอีก! อยากโดนตบอีกใช่ไหมฮะ!” เจียงซุนเจ๋อง้างมือขึ้นสูง

“หยุดนะ!! ต่อหน้าเราเจ้ายังกล้าทำร้ายคน” พระสนมหรงทนดูไม่ไหวจึงได้ตรัสขึ้นมาเสียงดัง นางยิ่งมองก็ยิ่งสงสารเจียงหว่านมากขึ้นไปอีก

“อะ...ถวายพระพรพระสนมหรงพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้ว่าพระองค์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เป็นความผิดของกระหม่อมที่สั่งสอนบุตรสาวไม่ดีเอง” เจียงซุนเจ๋อรีบคุกเข่าลงทันที เขามัวแต่โมโหเจียงหว่านจนลืมดูรอบข้างไปเสียสนิท

“ฮึ! ลูกสาวเจ้าผิดอะไร นางก็บอกอยู่ว่ามีคนผลัก” พระสนมหรงตรัสอีกครั้ง

“เอ่อ… นางผิดที่เดินออกมาที่นี่คนเดียวจนถูกคนทำร้ายพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อยังคงอ้างข้าง ๆ คู ๆ เขารู้สึกหวาดกลัวสายตาดุร้ายของพระสนมหรงจึงต้องหาข้อแก้ตัวให้ตนเองเสียก่อน

“ฮึ่ม! แล้วเจ้าเป็นพ่อประสาอะไร เหตุใดจึงไม่ดูแลลูกเล่า” พระสนมหรงอดโมโหขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้ฟังสิ่งที่เจียงซุนเจ๋อเอ่ย

“กระหม่อม...กระหม่อมผิดไปแล้วพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อไม่กล้าหาข้อแก้ตัวขึ้นมาอีกจนทำให้พระสนมหรงไม่พอพระทัย

เจียงม่านหรูที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้ได้แต่ยืนตัวสั่นอย่างหวาดกลัว นางแค่จะกลั่นแกล้งพี่สาวต่างมารดาเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายจนกลายมาเป็นเช่นนี้ได้ เจียงม่านหรูจึงกลัวว่าสิ่งที่ตนเองทำจะมีคนอื่นพบเห็นเข้าจนนำภัยมาสู่ตัวเอง

ขันทีเยว่กลับมาจากสอบสวนคนในงานเลี้ยง เขาได้แต่ส่ายหน้ากับพระสนมหรงว่าไม่พบผู้ต้องสงสัยเลย คนอื่นก็ไม่เห็นเช่นกันว่ามีใครเดินตามเจียงหว่านมาที่สระบัวด้วยหรือไม่ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนกำลังเดินคุยกันไปมาอยู่ในงานเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ทำให้นางกำนัลไม่ทันสังเกตว่ามีคนหายออกไปจากงานเลี้ยงในช่วงเวลานั้นพอดี

“เฮ้อ ในเมื่อหาตัวคนร้ายไม่พบก็ช่างมันเถอะ ส่วนเรื่องที่จิ้งอ๋องทำลงไป เราจะให้จิ้งอ๋องรับผิดชอบเองก็แล้วกัน เจ้าพานางกลับจวนได้แล้ว ดูแลนางให้ดีด้วยเล่า หากเรารู้ว่าเจ้าทำร้ายนางอีก เจ้าต้องถูกลงโทษ” พระสนมหรงจำต้องจัดการเรื่องให้ลูกชายตัวดีเสียก่อน พระนางกลัวว่าข่าวลือของลูกชายจะทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเอาได้ ช่วงนี้ลูกชายนางยิ่งขัดรับสั่งเรื่องแต่งงานอยู่

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

    “ไท่จื่อเฟยดื่มน้ำโสมบำรุงก่อนเพคะ” เสิ่นเวยรีบนำถ้วยโสมที่หมอหลวงต้มไว้ให้บำรุงร่างกายหลังคลอดป้อนเจียงหว่าน“เฮ้อ...คิดไม่ถึงว่าการคลอดบุตรจะยากลำบากปานนี้ ต้องโทษไท่จื่อของพวกเจ้าเลย ฮึ่ย!” เจียงหว่านอดบ่นว่าไท่จื่อที่ขยันจนนางท้องแฝดไม่ได้ หลังจากนี้เจียงหว่านคงต้องแลกยาคุมกำเนิดเอาไว้หลังให้นมบุตรครบปีเสียแล้ว นางยังไม่อยากคลอดอีกในเร็ว ๆ นี้จนกว่าลูกจะโต“อุ้ย! ไท่จื่อเฟยอย่าตรัสเช่นนี้สิเพคะ เดี๋ยวไท่จื่อจะได้ยินเข้า” ไฉ่ฉู่เคยหวาดกลัวอารมร้ายกาจของไท่จื่อมาก่อนจึงรีบเตือนเจียงหว่าน“ชิ เจ้าจะกลัวอะไร เราจะให้ไท่จื่อเลี้ยงลูกเสียให้เข็ดเลย&r

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   ประสูติแล้ว

    จากนั้นไท่จื่ออธิบายรายละเอียดภารกิจทั้งหมดที่พระองค์ต้องการให้พวกเขาไปทำ โดยแยกองครักษ์ออกไปคนละหัวเมืองและให้พวกเขาเลือกคนติดตามสำหรับช่วยงานที่ไม่มีครอบครัวไปด้วยได้ทีมละสามคนด้วย“เรื่องคนในทีมของพวกเจ้าก็ค่อยไปเลือกกันเองทีหลัง ตอนนี้ไปพบไท่จื่อเฟยกับเราเพื่อรับเครื่องมือสื่อสารทางไกลกับพระนางเสียก่อน” ไท่จื่อเห็นว่าอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็จะถึงมื้อเที่ยงแล้ว พระองค์จึงกลัวว่าเจียงหว่านจะทำการบันทึกหมายเลขให้คนของพระองค์ไม่ทันเวลาองครักษ์ทั้งหมดรับคำเสียงดัง เต๋อเป่าเองก็ติดตามไท่จื่อไปด้วยเช่นเดียวกัน เขายังคิดอยู่ว่าอยากได้เครื่องมือที่ว่าด้วยสักเครื่องเพื่อจะได้สอบถามข่าวกับองครักษ์เหล่านี้ที่ต้องเดินทางไปเฝ้าสืบข่าวตามหัวเมืองช่วยไท่จื่ออีกแรงหนึ่ง เพียงแต่เต๋อเป่าไม่กล้าทูลขอกับไท่จื่อด้วยตัวเอง“หืม

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   แสงสว่างแห่งการพัฒนา

    “น้องหญิง ทำอย่างไรเสียงมันถึงจะเงียบเล่า” ไท่จื่อลุกลี้ลุกลนเพราะกลัวว่าของที่เจียงหว่านอุตส่าห์หามาให้จะพังเสียก่อนหากเสียงมันดังนานไป“คิก เสด็จพี่ต้องกดรับสายตรงนี้เพคะ” เจียงหว่านยกเครื่องของไท่จื่อขึ้นมาแล้วแสดงให้ดูว่าต้องรับสายอย่างไร จากนั้นก็ส่งมือถือให้ไท่จื่อจ่อไปที่หูเหมือนที่นางกำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน“อ่า...นี่มันคืออะไรกันแน่น้องหญิง” ไท่จื่อถามโดยลืมไปเลยว่ากำลังรับสายจากเจียงหว่านอยู่ที่ข้างใบหูของพระองค์“นี่เรียกว่ามือถือเพคะ เอาไว้ใช้สื่อสารทางไกล สามารถใช้ได้ทั่วแคว้นเลยนะเพคะเสด็จพี่ พระองค์ได้ยินเสียงหม่อมฉันชัดเจนหรือไม่” เจียงหว่านถามกลับปลายสายพร้อมรอยยิ้มกว้าง นางคิดว่าไท่จื่อน่าจะได้ยินเสียงชัดเจน

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   มือถือในยุคอนาคต

    [ ระบบ เจ้ามีอุปกรณ์สื่อสารทางไกลแนะนำเราบ้างหรือไม่ เราอยากได้สักสามสิบเครื่อง ] เจียงหว่านถามระบบภายในความคิดของนาง[ โฮสต์ต้องการแบบที่สามารถใช้งานในยุคนี้ได้ใช่ไหมขอรับ ] ระบบเห็นทางที่จะได้รับแต้มจำนวนมากอีกครั้งแล้ว มันเลยถามก่อน[ ใช่แล้ว เจ้ามีให้เราเลือกดูบ้างหรือไม่ เอาแบบอยู่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตรก็ยังสามารถติดต่อกันได้น่ะ ] เจียงหว่านระบุสเปคเพิ่มเติม[ มีอยู่หลายแบบเลยขอรับ เชิญโฮสต์เลือกดูตามสบายขอรับ ] ระบบฉายภาพและสเปคต่าง ๆ ของมือถือในยุคอนาคตที่มันมีอยู่ในคลังสินค้าทันที ซึ่งมือถือเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเหมือนกับชา

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   ที่นอนแสนสบาย

    ในวังหลวงตอนนี้ฮ่องเต้และฮองเฮาได้รับที่นอนซึ่งไท่จื่อพาคนนำมาส่งมอบให้ด้วยพระองค์เอง ทั้งสองพระองค์ลองนอนดูก็พบว่ามันนุ่มมากจนแทบจะเคลิ้มหลับไปในทันทีที่หัวถึงหมอนเลยทีเดียว“เสด็จพ่อ เสด็จแม่พอพระทัยหรือไม่พะย่ะค่ะ” ไท่จื่อตรัสถามหลังจากเห็นทั้งสองพระองค์ท่าทางจะหลับไปจริง ๆ“โอ้ พ่อชอบมาก น้องหญิงก็คงชอบเหมือนกันใช่หรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสถามฮองเฮาที่หลับตาไปพักหนึ่งแล้ว“อ่า…ชอบเพคะ แม่ฝากขอบใจเจียงหว่านด้วยนะลูกที่มอบของดี ๆ แบบนี้ให้แม่กับพ่อของเจ้า” ฮองเฮาตรัสพร้อมรอยยิ้มกว้าง พระนางเกือบหลับไปแล้วจริง ๆ ยังดีที่ได้ยินเสียงฮ่องเต้ตรัสถามเสียก่อน“ลูกจะบอกนางให้พะย่ะค่ะ ที่ตำหนักเสด็จแม่ลูกให้คนไปเปลี่ยนที่นอนให้แล้ว

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   ของตอบแทนอันล้ำค่า

    [ ระบบ หากเราแลกมากกว่าหนึ่งพันอันจะมีส่วนลดแต้มแลกหรือไม่ ][ แน่นอนว่ามีขอรับ ไม่ทราบโฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งใด ] ระบบไม่คิดว่าโฮสต์ของมันจะแลกของมาเยอะแยะปานนี้[ เราขอแลกที่ชุดที่นอนยางพาราหนึ่งพันชุด เจ้าคิดส่วนลดให้ที ] เจียงหว่านคิดว่าอีกไม่นานฤดูหนาวก็จะมาถึงแล้ว การมีชุดที่นอนนี้จะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ราษฎรในเมืองหลวงได้ไม่มากก็น้อย[ หนึ่งชุดปกติแลกห้าแต้ม ระบบลดให้เหลือสี่แต้มต่อชุดขอรับ รวมแต้มที่ต้องใช้แลกทั้งหมดสี่พันแต้ม โฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ ]

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   เข้าวัง

    “เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกันสองเค่อต

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   เสแสร้ง

    “เชิญท่านอ๋องเสวยชาก่อนพะย่ะค่ะ บ้านกระหม่อมมีเพียงชาธรรมดาเท่านั้น หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ทรงถือสา” เจียงซุนเจ๋อรีบเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพร้อมกับอนุหวัง“

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   บ้านเดิม

    “น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบก

  • ข้ามเวลามาเป็นเมียจิ้งอ๋อง   หล่อแต่ปากเสีย

    หลังกินข้าวกินยาเสร็จ เจียงหว่านก็ให้แม่นมลู่พยุงกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม อาการปวดหัวของนางดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้กินข้าวและยาไปก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าลูบคลำบาดแผลบนหัวของตนเองให้เจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกจึงได้แต่ค่อย ๆ หามุมนอนเพื่อหลบหลีกบาดแผล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status