مشاركة

บทที่ 11

last update تاريخ النشر: 2026-03-01 19:06:08

พิษย้อนคืนเจ้าของ

ข่าวการค้นพบห้องลับใต้ตำหนักของยู่จินเชียงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดไปทั่วพระราชวังภายในเวลาเพียงครึ่งวัน แม้ตงเปียนจะสั่งให้ขันทีทุกคนปิดข่าวอย่างเข้มงวด แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ความลับไม่เคยอยู่ได้นาน เหล่านางกำนัลต่างกระซิบต่อกันว่าภายในห้องใต้ดินเต็มไปด้วยงูพิษ แมงป่อง ตะขาบ และสัตว์ร้ายอีกนานาชนิด บางคนถึงกับกล่าวว่าหมอยาผู้อ่อนโยนที่ทุกคนเคารพ แท้จริงแล้วเป็นผู้คลั่งไคล้พิษจนเก็บสัตว์อันตรายไว้ใต้ตำหนักของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ซีฮันรู้ดีว่าเพียงพบกรงสัตว์พิษยังไม่เพียงพอจะทำให้ยู่จินเชียงพ้นจากตำแหน่งได้ เพราะอีกฝ่ายสามารถอ้างได้ว่าสัตว์เหล่านั้นใช้เพื่อศึกษาตำรายาและปรุงโอสถรักษาโรค หากนางรีบกล่าวหาตรง ๆ ย่อมเปิดช่องให้เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยเข้ามาช่วยแก้ต่าง

นางจึงเลือกเดินหมากอีกแบบ

ภายในตำหนักฮองเฮา ตงเปียนยืนรายงานผลการตรวจค้นอย่างละเอียด “เหนียงเหนียง พวกเราตรวจนับสัตว์พิษทั้งหมดแล้ว มีงูเขียวสามสิบสองตัว แมงป่องดำห้าสิบกว่าสิบ ตะขาบพิษหลายร้อยตัว รวมทั้งขวดพิษสกัดอีกจำนวนมาก”

ซีฮันพยักหน้าเบา ๆ พลางเปิดบัญชีโอสถที่วางอยู่บนโต๊ะ “หมอหลวงว่าอย่างไร”

“หมอหลวงหลายคนยืนยันว่าการเก็บสัตว์พิษไว้ไม่ผิดกฎ หากใช้เพื่อศึกษาตำรายา”

“แน่นอน”

นางยิ้มบาง “หากข้าเป็นยู่จินเชียง ข้าก็จะใช้เหตุผลนี้เช่นกัน”

ตงเปียนเริ่มกังวล “เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรต่อพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันค่อย ๆ ปิดสมุดบัญชี ดวงตาฉายประกายสุขุม “คนฉลาดจะไม่ถามว่ามีพิษหรือไม่ แต่จะถามว่าพิษนั้นถูกใช้ไปที่ใด”

ตงเปียนนิ่งไปทันที

“วันนี้ไม่ต้องให้ข้ากล่าวหา”

ซีฮันลุกขึ้นยืน มองออกไปนอกหน้าต่าง “ให้หมอหลวงเป็นผู้ถามเอง”

ไม่นานหลังจากนั้น พระราชสำนักได้รับฎีกาจากฮองเฮา ขอให้ฮ่องเต้โปรดเสด็จมายังตำหนักกลาง เพื่อร่วมรับฟังผลการตรวจสอบโอสถในวังหลัง เหตุผลที่แจ้งไปเรียบง่ายว่าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของราชวงศ์ทั้งหมด

เมื่อฮ่องเต้ทรงเห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโอสถและหมอหลวง จึงรับสั่งให้ประชุมทันทีในบ่ายวันเดียวกัน

ภายในตำหนักกลาง บรรยากาศเคร่งเครียดผิดปกติ ขุนนางกรมแพทย์ หมอหลวงชั้นผู้ใหญ่ และเหล่าสนมที่มีตำแหน่งสูงต่างมารวมตัวกันครบถ้วน ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์มังกร ส่วนซีฮันนั่งทางด้านซ้ายในฐานะฮองเฮา เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยนั่งสงบนิ่ง แม้สีหน้ายังเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเริ่มรู้สึกไม่สบาย เพราะนางเองก็ไม่ทราบว่าซีฮันกำลังคิดสิ่งใด

ยู่จินเชียงถูกเชิญเข้ามาเป็นคนสุดท้าย นางยังคงแต่งกายเรียบร้อยเช่นเดิม แม้ใบหน้าจะซีดลงกว่าปกติ

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปรอบห้องก่อนตรัส “ฮองเฮา เหตุใดจึงเรียกประชุมกะทันหัน”

ซีฮันลุกขึ้นถวายบังคมอย่างนอบน้อม “กราบทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้มีเจตนากล่าวหาผู้ใด เพียงแต่หลังจากหม่อมฉันประชวรหนักและเกิดเหตุโอสถผิดปกติ จึงมีรับสั่งให้ตรวจสอบห้องเก็บยาในทุกตำหนัก ผลปรากฏว่าพบห้องเก็บสัตว์พิษจำนวนมากใต้ตำหนักของยู่กุ้ยเฟย”

ทั่วห้องเริ่มมีเสียงฮือฮาเบา ๆ

ฮ่องเต้หันไปมองยู่จินเชียง “จริงหรือ”

ยู่จินเชียงรีบคุกเข่า “กราบทูลฝ่าบาท เป็นความจริงเพคะ แต่สัตว์พิษเหล่านั้นใช้ศึกษาตำรายา มิได้มีเจตนาร้าย”

ฮ่องเต้พยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่นับว่าผิด”

เข่อชิงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่ซีฮันกลับกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้น จึงมิได้กล่าวหากุ้ยเฟยแม้แต่น้อย”

ยู่จินเชียงชะงัก

ซีฮันหันไปทางหมอหลวงทั้งหลาย “ข้าเพียงมีข้อสงสัยเล็กน้อย จึงอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยไขข้อข้องใจ”

หมอหลวงใหญ่ก้าวออกมา “ฮองเฮาโปรดตรัส”

“พิษจากงูเขียว แมงป่องดำ และคางคกพิษ หากนำมาผสมรวมกัน จะเกิดผลเช่นไร”

หมอหลวงหลายคนหันมองหน้ากัน ก่อนหมอหลวงซ่งเหวินก้าวออกมา “กราบทูล หากผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม จะกลายเป็นพิษที่ค่อย ๆ ทำลายอวัยวะภายใน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป”

ซีฮันพยักหน้า “แล้วในวังนี้ มีผู้ใดสามารถผสมพิษเช่นนั้นได้”

หมอหลวงทั้งห้องเงียบไปพักใหญ่

ในที่สุดหมอหลวงอาวุโสผู้หนึ่งจึงตอบ “หากกล่าวถึงความรู้ด้านพิษสัตว์...ยู่กุ้ยเฟยนับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุด”

สายตาทุกคู่หันไปมองยู่จินเชียงพร้อมกัน

หญิงสาวรีบกล่าว “เพียงรู้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ทำร้ายผู้ใด”

ซีฮันยิ้มบาง “ถูกต้อง”

นางหันกลับไปถามหมอหลวงอีกครั้ง “หากโอสถที่ทำให้ข้าประชวร พบสารพิษชนิดเดียวกับที่กล่าวมา จะถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญได้หรือไม่”

หมอหลวงซ่งเหวินสูดหายใจลึก ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “หากผลตรวจตรงกัน ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องสืบสวนพ่ะย่ะค่ะ”

เข่อชิงเริ่มขมวดคิ้ว นางเพิ่งเข้าใจว่า ซีฮันไม่เคยกล่าวหายู่จินเชียงแม้แต่คำเดียว แต่กลับใช้คำถามให้หมอหลวงเป็นผู้ต่อภาพทุกอย่างเข้าด้วยกัน

ฮ่องเต้มีสีหน้าจริงจังขึ้น “นำผลตรวจมา”

ตงเปียนรีบถวายห่อผ้า ภายในมีถ้วยยาที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรก พร้อมรายงานผลตรวจของหมอหลวงซ่งเหวิน ฮ่องเต้ทอดพระเนตรอย่างละเอียด ก่อนยื่นให้หมอหลวงคนอื่นตรวจสอบซ้ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอหลวงทั้งหมดถวายบังคมพร้อมกัน

“กราบทูลฝ่าบาท ผลตรวจตรงกันทุกประการ มีพิษจากสัตว์สามชนิดจริง”

ฮ่องเต้ค่อย ๆ วางรายงานลงบนโต๊ะ ก่อนทอดพระเนตรไปยังยู่จินเชียง “เจ้าจะอธิบายอย่างไร”

หญิงสาวรีบก้มศีรษะ “หม่อมฉันไม่เคยใส่พิษลงในโอสถเพคะ อาจมีผู้คิดร้ายแล้วนำไปใส่ภายหลัง”

ซีฮันเอ่ยขึ้นทันที “ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

ยู่จินเชียงเงยหน้ามองด้วยความงุนงง

ซีฮันกล่าวต่ออย่างสุขุม “เพราะหากมิใช่ ย่อมหมายความว่าผู้ที่เชี่ยวชาญพิษสัตว์ที่สุดในวัง มีพิษชนิดเดียวกับที่พบในโอสถ และมีห้องเก็บสัตว์พิษจำนวนมากใต้ตำหนักของตน ทุกอย่างคงเป็นเพียง...ความบังเอิญ”

คำว่า “ความบังเอิญ” ที่นางกล่าวอย่างแผ่วเบา กลับหนักราวภูเขา หมอหลวงหลายคนเริ่มมองหน้ากันเอง ขุนนางกรมแพทย์ก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดแทนยู่จินเชียงอีก

เข่อชิงกำชายแขนเสื้อแน่น นางรู้ดีว่าหากตนรีบออกหน้าปกป้อง จะยิ่งทำให้ตัวเองถูกสงสัย จึงทำได้เพียงนั่งเงียบ

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรยู่จินเชียงเป็นเวลานาน สีพระพักตร์เย็นชาลงเรื่อย ๆ

“หลักฐานยังไม่เพียงพอจะตัดสินว่าเจ้าผิด แต่ก็เพียงพอจะทำให้เจ้าพ้นจากข้อสงสัยไม่ได้”

ยู่จินเชียงรีบหมอบลงกับพื้น

“ฝ่าบาท หม่อมฉันบริสุทธิ์เพคะ”

ฮ่องเต้ไม่ตอบทันที พระองค์หันไปมองซีฮัน ก่อนตรัส

 “ฮองเฮาเห็นว่าอย่างไร”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 120

    เสียงฆ้องดังสนั่น ขุนนางทั้งหมดคุกเข่าลง ฮ่องเต้เสด็จขึ้นแท่นพิธี พร้อมซีฮันที่ยืนเคียงข้าง เครื่องหอมถูกจุดขึ้นทีละกระถาง ควันสีขาวลอยคลุ้งทั่วลาน ท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมหาศาล ชายผู้หนึ่งในชุดนักดนตรีเหลือบมองไปยังอีกฟากของลาน ชายในชุดคนแบกเครื่องบวงสรวงพยักหน้าเพียงครั้งเดียว อีกมุมหนึ่ง ขันทีที่ถือพานผลไม้ขยับแขนเสื้อเบา ๆ สัญญาณเริ่มส่งต่อกันอย่างเงียบเชียบ เข่อชิงซึ่งแฝงตัวอยู่ท้ายขบวนยกยิ้ม“อีกไม่นาน...” นางพึมพำ “เลือดจะนองทั่วลานแห่งนี้”บนแท่นพิธี ฮ่องเต้รับธูปสามดอกจากหัวหน้าพิธี พระองค์ทรงจุดธูปดอกแรก ทุกอย่างยังปกติ ดอกที่สอง นักดนตรีคนหนึ่งค่อย ๆ ขยับมือเข้าใกล้มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในพิณ คนแบกเครื่องบวงสรวงเริ่มปลดสลักหีบไม้ ดอกที่สามกำลังจะถูกจุด ทันใดนั้น...ซีฮันกลับก้าวออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน นางเดินลงจากแท่นพิธีไปยังกลางลาน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนทั้งราชสำนัก หัวหน้าพิธีร้องเรียก“เหนียงเหนียง พระองค์...”แต่ซีฮันไม่หยุด นางยืนอยู่กลางลานพิธี มองผู้คนหลายพันคนอย่างสงบนิ่ง เข่อชิงชะงัก“นางจะทำอะไร”เข่อหมิงซานซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่ทหารเริ่มรู้สึกผิดปกติ ซีฮันกวาดสา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 119

    ฮ่องเต้มองใบหน้าของซีฮันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“เช่นนั้น” พระองค์ตรัสเสียงหนักแน่น “เราก็จะเดินหมากกับเจ้าจนถึงตาสุดท้าย”คืนนั้น ภายในรังลับนอกเมือง เข่อชิงยืนมองพระราชวังที่อยู่ไกลลิบจากยอดเนิน นางยกถ้วยสุราขึ้นช้า ๆ“ซีฮัน” รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปาก “เจ้าคิดว่าตนชนะมาตลอด แต่วันบวงสรวงจะเป็นวันสุดท้ายของเจ้า”เข่อชิงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด โดยไม่รู้เลยว่าทุกถ้อยคำที่นางกล่าว ทุกคำสั่งที่นางออก ทุกคนที่นางเรียกระดม ล้วนถูกรายงานถึงตำหนักหงส์ทั้งหมดแล้วสงครามครั้งสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามา ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าตนกำลังวางกับดักให้ศัตรู ขณะที่อีกฝ่ายกลับยินดีเดินเข้าไปในกับดักนั้นด้วยตนเอง เพราะซีฮันตัดสินใจแล้ว นางจะปล่อยให้เข่อชิงเดินหมากต่อไปจนกระทั่งผู้บงการตัวจริงเปิดเผยตัวออกมาจากเงามืดวันบวงสรวงเลือดรุ่งอรุณของวันบวงสรวงบรรพชนมาถึงพร้อมเสียงกลองหลวงที่ดังกึกก้องไปทั่วพระราชวังธงมังกรสีทองโบกสะบัดเหนือกำแพงวัง ลานพิธีด้านหน้าศาลบรรพชนถูกประดับด้วยผ้าแพรสีแดงเข้มและธงประจำราชวงศ์ ขุนนางทุกกรมแต่งกายเต็มยศ เชื้อพระวงศ์ พระสนม และข้าราชบริพารต่างทยอยเข้าสู่ลานพิธีตา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 118

    ปลายพู่กันหยุดลง “คือผู้บงการที่อยู่เหนือเข่อชิง”ภายในห้องเงียบกริบ ตงเปียนถามด้วยความตกใจ“เหนียงเหนียงยังทรงคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันพยักหน้า “คนที่นำป้ายทองของตำหนักไทเฮาออกมาได้ คนที่รู้เส้นทางลับ คนที่สามารถปิดบังร่องรอยได้จนถึงวันนี้ ไม่มีทางเป็นเพียงขันทีหรือนางกำนัล”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางนิ่ง“เช่นนั้น เจ้าต้องการใช้เข่อชิงเป็นเหยื่อล่ออีกครั้ง”“เพคะ”พระองค์ยิ้มบางอย่างจนพระองค์เองก็ไม่รู้ตัว“บางครั้งเราก็สงสารศัตรูของเจ้า”ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “หม่อมฉันก็สงสารพวกเขาเช่นกัน”สองวันต่อมา ภายในรังลับนอกเมือง ผู้คนเริ่มเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เข่อหมิงซานนำรายชื่อขุนนางและทหารที่ยังภักดีมาวางบนโต๊ะ เข่อชิงเปิดอ่านทีละแผ่น“คนในวังหลัง พร้อมแล้วหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน ขันที ห้าสิบสามคน ทหารที่ซื้อไว้ เก้าสิบแปดนาย”เข่อชิงพยักหน้า“ยังไม่พอ”เข่อหมิงซานถาม “พระนางต้องการอีกเท่าใด”“คนไม่สำคัญ” เข่อชิงตอบเรียบ ๆ “ข้าต้องการคนที่อยู่ใกล้ฮ่องเต้”นางใช้ปลายพู่กันแตะลงบนแผนผังพระราชวัง“โดยเฉพาะวันบวงสรวงบรรพชน”ชายผู้หนึ่งถาม “เหตุใดต้องเป็นวันนั้น”เข่อชิงยิ้มเย็น “เ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 117

    “ลงไปหรือ”ซีฮันส่ายหน้า “ยังไม่ใช่”นางหันไปหาองครักษ์ “มีช่องระบายอากาศหรือไม่”ไม่นานนัก ทหารนายหนึ่งพาไปยังเนินดินด้านหลัง ใต้กอหญ้ามีช่องระบายอากาศขนาดเล็กพอดูเหตุการณ์ด้านล่าง ซีฮันค่อย ๆ ก้มลง ภาพที่เห็นทำให้ดวงตานางเย็นเฉียบ ห้องใต้ดินกว้างกว่าที่คาดหลายเท่า มีอาวุธกองเต็มกำแพง เสบียงจำนวนมาก ทหารติดอาวุธกว่าสองร้อยนายกำลังฝึกซ้อม ส่วนกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ซึ่งปูแผนที่พระราชวังเอาไว้ และหญิงผู้ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะคือ...เข่อชิงแม้จะเปลี่ยนเป็นชุดสามัญชน แต่ความเย่อหยิ่งในแววตาไม่มีวันเปลี่ยน ข้างกายนางคือเข่อหมิงซานและชายอีกหลายคน ชิงหลานไม่ได้ลงมาที่นี่ นางเพียงส่งข่าวแล้วกลับวัง เข่อชิงคลี่แผนที่ออก“ข่าวล่าสุดจากในวัง”ชายคนหนึ่งรับห่อผ้ามาเปิด ภายในมีเพียงรายการสิ่งของที่ชิงหลานคัดลอกออกมาจากคลังหลวง แต่เมื่อวางกระดาษบนแสงไฟ กลับมีตัวอักษรอีกชุดหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซีฮันหรี่ตา“น้ำหมึกล่องหน” เข่อชิงอ่านเงียบ ๆ ก่อนหัวเราะ“ซีฮันยังคิดว่าปล่อยชิงหลานแล้วจะควบคุมทุกอย่างได้”เข่อหมิงซานถาม “ข่าวเชื่อถือได้หรือ”“แน่นอน” เข่อชิงยกกระดาษขึ้น “ฮ่องเต้ย้ายองครักษ์ฝั่งเหนือไปเสริม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 116

    ตงเปียนรับคำทันที หลังทุกคนออกจากห้อง ชิงหลานก็ถูกปล่อยตัวกลับไปทำงานตามปกติ ราวกับไม่เคยมีการสอบสวนเกิดขึ้น เมื่อประตูปิดลง ฮ่องเต้จึงทอดพระเนตรซีฮัน“เจ้าคิดว่านางจะกลับไปส่งข่าวอีกหรือ”ซีฮันมองสายฝนด้านนอก “ต้องกลับไป”“เหตุใดจึงมั่นใจ”“เพราะคนของเข่อชิงยังถือครอบครัวของนางไว้”นางเว้นครู่หนึ่ง “และเพราะพวกมันเชื่อว่า ความเมตตาของข้ายังเหมือนเดิม”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของซีฮัน“แต่ครั้งนี้ ความเมตตาจะเป็นกับดักของข้า”ขณะเดียวกัน ชิงหลานเดินออกจากตำหนักหงส์ด้วยหัวใจที่สับสน นางไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวพ้นประตูตำหนัก ก็มีองครักษ์ฝีมือดีที่สุดสี่นายผลัดเปลี่ยนกันติดตามอยู่ห่าง ๆหญิงสาวคิดว่าตนได้รับอิสรภาพ แต่แท้จริงแล้ว นางได้กลายเป็นเหยื่อล่อชิ้นสำคัญที่สุดในการล่าตัวเข่อชิงและเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดรังลับนอกวังสามวันหลังจากชิงหลานถูกปล่อยตัว ตำหนักหงส์กลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นชิงหลานยังคงทำหน้าที่ถวายชา จัดตำรา และดูแลห้องทรงอักษรเช่นเดิม ซีฮันไม่เคยแสดงท่าทีสงสัยหรือกล่าวถึงการสอบสวนในวันนั้นอีกแม้แต่คำเดียวสำหรับคนภายนอก ทุกอย่างดูเหมือนจบลง

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 115

    ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น “หลักฐานอยู่ตรงหน้า ยังจะปฏิเสธอีกหรือ”ร่างของชิงหลานสั่นเทา ซีฮันผลักกำไลหยกไปตรงหน้าอีกฝ่าย“เงินเดือนของนางกำนัลซื้อของสิ่งนี้ไม่ได้”จากนั้นนางหยิบซองเครื่องหอมขึ้นมา“ร้านชิงหลันเป็นจุดติดต่อของตระกูลเข่อ”สุดท้าย นางวางรายงานการหายตัวลงบนโต๊ะ“และเจ้าหายไปในเวลาที่ตรงกับการส่งข่าวพอดี”ชิงหลานหลับตาลง น้ำตาหยดแรกไหลลงบนพื้นไม้“หม่อมฉัน...ผิดเพคะ”ทั้งห้องเงียบลงทันที หัวหน้าองครักษ์ก้าวออกมา“ฝ่าบาท โปรดมีพระบัญชาให้นำตัวไปสอบสวน”แต่ซีฮันยกมือห้าม “ข้าอยากฟังเหตุผลก่อน”ชิงหลานร้องไห้จนไหล่สั่น“หม่อมฉันไม่เคยคิดทรยศฮองเฮา”“แต่เจ้าก็ทำ”“เพราะหม่อมฉันไม่มีทางเลือก”นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา“หลังฮองเฮาช่วยชีวิตหม่อมฉันได้ไม่นาน คนของตระกูลเข่อก็มาหา”ซีฮันไม่พูดแทรก“พวกมันรู้ว่าหม่อมฉันมีมารดา น้องชาย และหลานสาวอยู่บ้านเกิด”เสียงของชิงหลานเริ่มแตกพร่า “พวกมันจับทุกคนไป”ตงเปียนขมวดคิ้ว “เมื่อใด”“ห้าปีก่อนเพคะ”“เหตุใดไม่กราบทูลฮองเฮา”ชิงหลานหัวเราะทั้งน้ำตา“ตอนนั้นฮองเฮาเองก็ถูกกดดันจากหวงกุ้ยเฟยทุกวัน พระองค์แทบปกป้องพระองค์เองไม่ได้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 7 ความแค้นฝังใจ

    “บอกมาสิเคไนน์ว่าเรื่องที่ฉันรู้มาเป็นความจริง”“เรื่องอะไรลิลลี่...นี่คุณพูดเรื่องอะไรอยู่”“เมื่อคืนคุณพานางแบบจากยอร์ชผับไปกกที่คอนโดใช่มั้ย”“บ้าน่า! ผมจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม”“คุณทำมันบ่อย ฉันรู้ว่าคุณทำมาหลายหนแล้ว ไหนรับปากกับฉันว่าจะเลิก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้น บอกว่าจะมีฉันคนเดียว”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 6 ย้อนมาถึงราชวงศ์ชิง

    “เคไนน์...เคไนน์!”เสียงที่ดังขึ้นจากในห้องบรรทมทำให้การสนทนาระหว่างคนทั้งหมดด้านนอกจ้องชะงัก เหล่านางกำนัลทั้งสามโผเข้ากอดกันแน่นทว่าตงเปียนกลับเงี่ยหูฟังพระสุรเสียงของฮองเฮาที่ดังลอดออกมาก่อนตัดสินใจเข้าไปในห้องบรรทมและปิดประตูลงก็เห็นว่านางนั่งอยู่บนแท่นบรรทม องค์ฮองเฮาหันมายังขันทีหนุ่มที่ต้องร

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status