Share

บทที่ 11

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-01 19:06:08

พิษย้อนคืนเจ้าของ

ข่าวการค้นพบห้องลับใต้ตำหนักของยู่จินเชียงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดไปทั่วพระราชวังภายในเวลาเพียงครึ่งวัน แม้ตงเปียนจะสั่งให้ขันทีทุกคนปิดข่าวอย่างเข้มงวด แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ความลับไม่เคยอยู่ได้นาน เหล่านางกำนัลต่างกระซิบต่อกันว่าภายในห้องใต้ดินเต็มไปด้วยงูพิษ แมงป่อง ตะขาบ และสัตว์ร้ายอีกนานาชนิด บางคนถึงกับกล่าวว่าหมอยาผู้อ่อนโยนที่ทุกคนเคารพ แท้จริงแล้วเป็นผู้คลั่งไคล้พิษจนเก็บสัตว์อันตรายไว้ใต้ตำหนักของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ซีฮันรู้ดีว่าเพียงพบกรงสัตว์พิษยังไม่เพียงพอจะทำให้ยู่จินเชียงพ้นจากตำแหน่งได้ เพราะอีกฝ่ายสามารถอ้างได้ว่าสัตว์เหล่านั้นใช้เพื่อศึกษาตำรายาและปรุงโอสถรักษาโรค หากนางรีบกล่าวหาตรง ๆ ย่อมเปิดช่องให้เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยเข้ามาช่วยแก้ต่าง

นางจึงเลือกเดินหมากอีกแบบ

ภายในตำหนักฮองเฮา ตงเปียนยืนรายงานผลการตรวจค้นอย่างละเอียด “เหนียงเหนียง พวกเราตรวจนับสัตว์พิษทั้งหมดแล้ว มีงูเขียวสามสิบสองตัว แมงป่องดำห้าสิบกว่าสิบ ตะขาบพิษหลายร้อยตัว รวมทั้งขวดพิษสกัดอีกจำนวนมาก”

ซีฮันพยักหน้าเบา ๆ พลางเปิดบัญชีโอสถที่วางอยู่บนโต๊ะ “หมอหลวงว่าอย่างไร”

“หมอหลวงหลายคนยืนยันว่าการเก็บสัตว์พิษไว้ไม่ผิดกฎ หากใช้เพื่อศึกษาตำรายา”

“แน่นอน”

นางยิ้มบาง “หากข้าเป็นยู่จินเชียง ข้าก็จะใช้เหตุผลนี้เช่นกัน”

ตงเปียนเริ่มกังวล “เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรต่อพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันค่อย ๆ ปิดสมุดบัญชี ดวงตาฉายประกายสุขุม “คนฉลาดจะไม่ถามว่ามีพิษหรือไม่ แต่จะถามว่าพิษนั้นถูกใช้ไปที่ใด”

ตงเปียนนิ่งไปทันที

“วันนี้ไม่ต้องให้ข้ากล่าวหา”

ซีฮันลุกขึ้นยืน มองออกไปนอกหน้าต่าง “ให้หมอหลวงเป็นผู้ถามเอง”

ไม่นานหลังจากนั้น พระราชสำนักได้รับฎีกาจากฮองเฮา ขอให้ฮ่องเต้โปรดเสด็จมายังตำหนักกลาง เพื่อร่วมรับฟังผลการตรวจสอบโอสถในวังหลัง เหตุผลที่แจ้งไปเรียบง่ายว่าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของราชวงศ์ทั้งหมด

เมื่อฮ่องเต้ทรงเห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโอสถและหมอหลวง จึงรับสั่งให้ประชุมทันทีในบ่ายวันเดียวกัน

ภายในตำหนักกลาง บรรยากาศเคร่งเครียดผิดปกติ ขุนนางกรมแพทย์ หมอหลวงชั้นผู้ใหญ่ และเหล่าสนมที่มีตำแหน่งสูงต่างมารวมตัวกันครบถ้วน ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์มังกร ส่วนซีฮันนั่งทางด้านซ้ายในฐานะฮองเฮา เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยนั่งสงบนิ่ง แม้สีหน้ายังเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเริ่มรู้สึกไม่สบาย เพราะนางเองก็ไม่ทราบว่าซีฮันกำลังคิดสิ่งใด

ยู่จินเชียงถูกเชิญเข้ามาเป็นคนสุดท้าย นางยังคงแต่งกายเรียบร้อยเช่นเดิม แม้ใบหน้าจะซีดลงกว่าปกติ

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปรอบห้องก่อนตรัส “ฮองเฮา เหตุใดจึงเรียกประชุมกะทันหัน”

ซีฮันลุกขึ้นถวายบังคมอย่างนอบน้อม “กราบทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้มีเจตนากล่าวหาผู้ใด เพียงแต่หลังจากหม่อมฉันประชวรหนักและเกิดเหตุโอสถผิดปกติ จึงมีรับสั่งให้ตรวจสอบห้องเก็บยาในทุกตำหนัก ผลปรากฏว่าพบห้องเก็บสัตว์พิษจำนวนมากใต้ตำหนักของยู่กุ้ยเฟย”

ทั่วห้องเริ่มมีเสียงฮือฮาเบา ๆ

ฮ่องเต้หันไปมองยู่จินเชียง “จริงหรือ”

ยู่จินเชียงรีบคุกเข่า “กราบทูลฝ่าบาท เป็นความจริงเพคะ แต่สัตว์พิษเหล่านั้นใช้ศึกษาตำรายา มิได้มีเจตนาร้าย”

ฮ่องเต้พยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่นับว่าผิด”

เข่อชิงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่ซีฮันกลับกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้น จึงมิได้กล่าวหากุ้ยเฟยแม้แต่น้อย”

ยู่จินเชียงชะงัก

ซีฮันหันไปทางหมอหลวงทั้งหลาย “ข้าเพียงมีข้อสงสัยเล็กน้อย จึงอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยไขข้อข้องใจ”

หมอหลวงใหญ่ก้าวออกมา “ฮองเฮาโปรดตรัส”

“พิษจากงูเขียว แมงป่องดำ และคางคกพิษ หากนำมาผสมรวมกัน จะเกิดผลเช่นไร”

หมอหลวงหลายคนหันมองหน้ากัน ก่อนหมอหลวงซ่งเหวินก้าวออกมา “กราบทูล หากผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม จะกลายเป็นพิษที่ค่อย ๆ ทำลายอวัยวะภายใน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป”

ซีฮันพยักหน้า “แล้วในวังนี้ มีผู้ใดสามารถผสมพิษเช่นนั้นได้”

หมอหลวงทั้งห้องเงียบไปพักใหญ่

ในที่สุดหมอหลวงอาวุโสผู้หนึ่งจึงตอบ “หากกล่าวถึงความรู้ด้านพิษสัตว์...ยู่กุ้ยเฟยนับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุด”

สายตาทุกคู่หันไปมองยู่จินเชียงพร้อมกัน

หญิงสาวรีบกล่าว “เพียงรู้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ทำร้ายผู้ใด”

ซีฮันยิ้มบาง “ถูกต้อง”

นางหันกลับไปถามหมอหลวงอีกครั้ง “หากโอสถที่ทำให้ข้าประชวร พบสารพิษชนิดเดียวกับที่กล่าวมา จะถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญได้หรือไม่”

หมอหลวงซ่งเหวินสูดหายใจลึก ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “หากผลตรวจตรงกัน ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องสืบสวนพ่ะย่ะค่ะ”

เข่อชิงเริ่มขมวดคิ้ว นางเพิ่งเข้าใจว่า ซีฮันไม่เคยกล่าวหายู่จินเชียงแม้แต่คำเดียว แต่กลับใช้คำถามให้หมอหลวงเป็นผู้ต่อภาพทุกอย่างเข้าด้วยกัน

ฮ่องเต้มีสีหน้าจริงจังขึ้น “นำผลตรวจมา”

ตงเปียนรีบถวายห่อผ้า ภายในมีถ้วยยาที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรก พร้อมรายงานผลตรวจของหมอหลวงซ่งเหวิน ฮ่องเต้ทอดพระเนตรอย่างละเอียด ก่อนยื่นให้หมอหลวงคนอื่นตรวจสอบซ้ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอหลวงทั้งหมดถวายบังคมพร้อมกัน

“กราบทูลฝ่าบาท ผลตรวจตรงกันทุกประการ มีพิษจากสัตว์สามชนิดจริง”

ฮ่องเต้ค่อย ๆ วางรายงานลงบนโต๊ะ ก่อนทอดพระเนตรไปยังยู่จินเชียง “เจ้าจะอธิบายอย่างไร”

หญิงสาวรีบก้มศีรษะ “หม่อมฉันไม่เคยใส่พิษลงในโอสถเพคะ อาจมีผู้คิดร้ายแล้วนำไปใส่ภายหลัง”

ซีฮันเอ่ยขึ้นทันที “ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

ยู่จินเชียงเงยหน้ามองด้วยความงุนงง

ซีฮันกล่าวต่ออย่างสุขุม “เพราะหากมิใช่ ย่อมหมายความว่าผู้ที่เชี่ยวชาญพิษสัตว์ที่สุดในวัง มีพิษชนิดเดียวกับที่พบในโอสถ และมีห้องเก็บสัตว์พิษจำนวนมากใต้ตำหนักของตน ทุกอย่างคงเป็นเพียง...ความบังเอิญ”

คำว่า “ความบังเอิญ” ที่นางกล่าวอย่างแผ่วเบา กลับหนักราวภูเขา หมอหลวงหลายคนเริ่มมองหน้ากันเอง ขุนนางกรมแพทย์ก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดแทนยู่จินเชียงอีก

เข่อชิงกำชายแขนเสื้อแน่น นางรู้ดีว่าหากตนรีบออกหน้าปกป้อง จะยิ่งทำให้ตัวเองถูกสงสัย จึงทำได้เพียงนั่งเงียบ

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรยู่จินเชียงเป็นเวลานาน สีพระพักตร์เย็นชาลงเรื่อย ๆ

“หลักฐานยังไม่เพียงพอจะตัดสินว่าเจ้าผิด แต่ก็เพียงพอจะทำให้เจ้าพ้นจากข้อสงสัยไม่ได้”

ยู่จินเชียงรีบหมอบลงกับพื้น

“ฝ่าบาท หม่อมฉันบริสุทธิ์เพคะ”

ฮ่องเต้ไม่ตอบทันที พระองค์หันไปมองซีฮัน ก่อนตรัส

 “ฮองเฮาเห็นว่าอย่างไร”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 110

    แววตาของเข่อหมิงซานเย็นลง “รอคำสั่งของนาง”ในเวลาเดียวกัน ภายในตำหนักคุมขัง เข่อชิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองท้องฟ้ายามค่ำซึ่งค่อย ๆ มืดลง เสี่ยวเยี่ยนเดินเข้ามาและแสร้งวางถาดอาหาร ก่อนกระซิบเบา ๆ“ชามถูกส่งออกไปแล้วเพคะ ไม่มีผู้ใดตรวจพบ”เข่อชิงพยักหน้า “อีกสามคืนเป็นคืนไร้จันทร์”“คนภายนอกจะมาจริงหรือเพคะ”“พวกเขาต้องมา”“หากไม่มาเล่า”เข่อชิงหันมามอง“เช่นนั้นข้าก็จะทำให้พวกมันเสียใจก่อนข้าตาย”เสี่ยวเยี่ยนไม่กล้าถามต่อเข่อชิงหยิบเข็มเล็กซึ่งซ่อนไว้ในมวยผมออกมา ใช้ปลายเข็มขีดแผ่นไม้ใต้เตียงเป็นเส้นสั้น ๆ หนึ่งเส้นหมายถึงหนึ่งคืน นางขีดเส้นแรกลงไปอย่างช้า ๆภายนอกตำหนัก ทหารเวรเดินตรวจตามปกติ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าระหว่างกำแพงวังกับคลองด้านเหนือ มีคนเริ่มวัดระดับน้ำ ตรวจตะแกรงเหล็ก และเตรียมเครื่องมือสำหรับตัดโซ่แล้วในครัวของทหาร ถุงยาผงเล็ก ๆ ถูกส่งผ่านมือคนงานคนหนึ่ง ที่โรงเก็บถ่าน ชุดของช่างซ่อมคลองถูกซ่อนไว้ใต้กองฟืน ส่วนในป่าทางเหนือ ม้าสิบกว่าตัวถูกเตรียมพร้อม พร้อมเสื้อผ้าสตรีสามชุดสำหรับหลอกเส้นทางติดตามแผนทุกส่วนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ชิงตัวนักโ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 109

    “โรงครัวขาดชามเจ้าค่ะ ข้าน้อยจึงคิดว่ายังใช้ได้ เมื่อคืนคนครัวบอกว่าจะส่งไปซ่อมพร้อมภาชนะเก่า”ผู้คุมพลิกชามดูอีกครั้ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ“ครั้งหน้าอย่านำของชำรุดเข้ามา หากบาดมือนักโทษขึ้นมา เจ้าจะรับผิดชอบหรือ”“เจ้าค่ะ”เสี่ยวเยี่ยนก้มรับแล้วนำถาดออกไปหัวใจของนางเต้นแรงตลอดทาง แต่ไม่มีผู้ใดเรียกหยุดชามถูกส่งกลับโรงครัว ก่อนถูกรวมกับภาชนะชำรุดในลังไม้ ช่วงบ่าย คนงานจากโรงช่างเข้ามารับของไปซ่อมตามปกติ เมื่อรถเข็นผ่านประตูวังด้านตะวันตก เจ้าหน้าที่ตรวจเพียงจำนวนภาชนะและตราอนุญาต ไม่ได้ทุบชามแต่ละใบ ข่าวของเข่อชิงจึงออกจากกำแพงพระราชวังได้สำเร็จ ค่ำวันนั้น ร้านเครื่องหอมชิงหลันปิดประตูเร็วกว่าปกติ ซูหลัว เจ้าของร้านหญิงวัยสี่สิบกว่า สวมเสื้อเรียบง่ายและมีท่าทางไม่ต่างจากแม่ค้าทั่วไป นางรับชามที่ถูกส่งมาไว้ในห้องหลังร้าน ก่อนใช้มีดบางแซะฐานดินออกอย่างชำนาญเมื่อเห็นเศษผ้าที่ซ่อนอยู่ภายใน สีหน้าของนางเปลี่ยนทันที นางอ่านข้อความเพียงรอบเดียวก็รีบเผาเศษผ้าในเตา จากนั้นจึงเปิดหีบไม้ใต้พื้น หยิบป้ายเหล็กรูปหัวหมาป่าออกมา ป้ายนี้ไม่ได้ถูกใช้มานานกว่าสามปี นับจากวันที่เข่อหยวนฉิงสั่งให้กองก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 108

    เข่อชิงไม่ได้แสดงความโกรธ“หากเส้นทางเดิมใช้ไม่ได้ ก็ต้องใช้เส้นทางที่ไม่มีผู้ใดคิดว่าจะมีข่าวซ่อนอยู่”“ทรงหมายถึงสิ่งใดเพคะ”เข่อชิงมองถาดอาหารบนพื้น“พรุ่งนี้เจ้านำอาหารมาเหมือนเดิมหรือไม่”“เพคะ ผู้คุมอนุญาตให้ข้าน้อยนำอาหารเช้ามา เพราะคนครัวคนเดิมป่วย”“จานชามต้องถูกนำกลับไปล้าง”“เพคะ”เข่อชิงยกชามดินเผาใบหนึ่งขึ้นพลิกดูด้านล่าง“คนตรวจมักเปิดฝาอาหาร ค้นใต้ข้าว และจับขอบภาชนะ แต่ไม่มีผู้ใดทุบชามทุกใบเพื่อตรวจดูเนื้อดินด้านใน”เสี่ยวเยี่ยนเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ“เหนียงเหนียงจะซ่อนจดหมายในชามหรือเพคะ”“อย่าเรียกข้าว่าเหนียงเหนียงต่อหน้าผู้อื่น” เข่อชิงกล่าวเสียงเย็น “ข้าเป็นเพียงนักโทษในสายตาพวกมัน”เสี่ยวเยี่ยนรีบก้มต่ำ “ข้าน้อยผิดไปแล้วเพคะ”เข่อชิงใช้ปลายเล็บเคาะก้นชามเบา ๆ“ชามจากโรงครัวหลวงบางใบมีฐานกลวง ช่างทำไว้เพื่อให้เนื้อดินแห้งเร็ว หากเจ้าใช้มีดบางเปิดรอยต่อแล้วปิดใหม่ด้วยดินสีเดียวกัน ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น”“แต่จดหมายจะต้องเล็กมาก”“ข้าไม่ต้องเขียนเรื่องยาว”เข่อชิงลุกจากเตียง เดินไปยังผนังด้านหนึ่งซึ่งแสงจากหน้าต่างส่องถึง นางหยิบก้านไม้ไหม้จากเตาถ่าน ใช้ปลายดำเขียนตัวอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 107

    ซีฮันรู้สึกแน่นในอก หากพระองค์ยังคงปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป กำแพงที่นางสร้างขึ้นอาจไม่อาจต้านทานได้นาน นางเคยคิดว่าตนไม่ควรรักใครอีก แต่การไม่รักไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะหยุดรู้สึก มันยังจดจำความอบอุ่นยังสั่นไหวเมื่อมีคนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วย ยังอ่อนลงเมื่อคนผู้นั้นยอมรอโดยไม่บังคับซีฮันกำลังพ่ายแพ้ ไม่ใช่ต่ออำนาจของฮ่องเต้ แต่ต่อความอ่อนโยนซึ่งพระองค์ค่อย ๆ มอบให้ทีละเล็กทีละน้อย หลังฮ่องเต้ประทับอยู่จนแน่ใจว่านางหลับพักผ่อน พระองค์จึงเสด็จกลับตำหนักทรงพระอักษรเพื่อเปิดม้วนเอกสารที่ช่วยออกมาจากกองเพลิงข่าวที่ฮ่องเต้ประทับดูแลฮองเฮาด้วยพระองค์เองกลับแพร่ไปทั่ววังเร็วกว่าที่ผู้ใดคาดคิด นางกำนัลพูดถึงการที่พระองค์ทรงถือถ้วยยา ขันทีพูดถึงคำสั่งให้นำเอกสารมาที่ตำหนักหงส์เพื่อมิให้ฮองเฮาต้องเดิน ส่วนหมอหลวงต่างรู้ว่าระหว่างเปลี่ยนยา ฮองเฮายอมจับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ตลอดเวลาแม้ทุกคนถูกสั่งห้ามพูดนอกตำหนัก แต่ความลับในวังหลังไม่เคยถูกเก็บไว้ได้นาน ยามเย็น ข่าวนั้นก็เดินทางไปถึงตำหนักเล็กด้านเหนือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่คุมขังเข่อชิง ภายในห้องอับชื้น หญิงสาวผู้เคยสวมฉลองพระองค์หรูหรานั่งอยู่บนพื้นโด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 106

    นางมองพระหัตถ์ซึ่งอยู่ตรงหน้า ความคิดแรกคือปฏิเสธ การยอมรับการดูแลจากใครสักคนหมายถึงการยอมรับว่าตนเองอ่อนแอ และซีฮันใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการไม่ยอมให้อ่อนแอต่อหน้าผู้ใด นางจัดการศัตรู วางแผน เปิดโปงคดี รักษาชีวิตคน แม้ติดอยู่ในหอเอกสารที่กำลังถล่ม นางก็ยังพยายามรักษาหลักฐานมากกว่าร้องขอความช่วยเหลือแต่ตอนนี้ฮ่องเต้ไม่ได้ขอให้นางมอบความลับ ไม่ได้ขอให้สารภาพรัก หรือบังคับให้เชื่อใจทั้งหมด พระองค์เพียงยื่นมือให้จับระหว่างเปลี่ยนยา เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ฮ่องเต้ไม่ได้เร่งรัด พระหัตถ์ยังคงวางอยู่ที่เดิม ซีฮันสูดลมหายใจเข้า ก่อนค่อย ๆ วางมือลงบนพระหัตถ์ของพระองค์สัมผัสอุ่นส่งผ่านมายังปลายนิ้ว ฮ่องเต้ชะงักเล็กน้อย ราวกับไม่คิดว่านางจะยอมจริง ๆ จากนั้นพระองค์จึงกระชับมืออย่างระมัดระวัง ไม่แน่นจนทำให้นางรู้สึกถูกควบคุม และไม่หลวมจนเหมือนพร้อมจะปล่อยไปทุกเมื่อ“ทำต่อ” พระองค์รับสั่งหมอหลวงหมอหลวงก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ก่อนเริ่มใส่ยาใหม่ เมื่อความแสบแล่นขึ้นมา ซีฮันเผลอบีบพระหัตถ์แน่น ฮ่องเต้ไม่ได้แสดงอาการ แม้ฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์เองมีรอยพุพองจากการฝ่าไฟ นางนึกข

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 105

    “ฝ่าบาทไม่เสด็จกลับไปพักหรือเพคะ”ซีฮันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ พระองค์ทอดพระเนตรนาง“เจ้าต้องการให้เรากลับหรือ”นางชะงัก หากตอบว่าต้องการ พระองค์คงลุกออกไปโดยไม่ฝืน แต่ความคิดที่จะต้องอยู่เพียงลำพังกลับทำให้ความฝันเมื่อคืนย้อนขึ้นมาอีกครั้ง ปืนในมือแจ๊คกี้ เลือดซึ่งไหลจากหน้าอก เสียงร้องขอโทษที่สายเกินไป ซีฮันหลบสายตา“หม่อมฉันเพียงคิดว่าพระองค์ก็บาดเจ็บเช่นกัน”ฮ่องเต้ก้มมองผ้าพันแผลบริเวณพระอังสา“บาดแผลเล็กน้อย”“คานไม้ฟาดลงมาเต็มแรงยังเรียกว่าเล็กน้อยหรือเพคะ”“เมื่อเทียบกับการที่เจ้าถูกขังอยู่ในอาคารซึ่งกำลังถล่ม ย่อมถือว่าเล็กน้อย”พระองค์ตอบเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องธรรมดาซีฮันมองบาดแผลนั้น ภาพตอนฮ่องเต้ใช้พระวรกายปกป้องนางจากคานที่ร่วงลงมากลับมาชัดเจน ความร้อนของเปลวไฟในเวลานั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำ“ฝ่าบาทไม่ควรเสด็จเข้าไปเพคะ”“เรื่องนี้เจ้าพูดไปแล้ว”“แต่พระองค์เป็นฮ่องเต้ พระชนม์ชีพของพระองค์เกี่ยวข้องกับคนทั้งแผ่นดิน”“และเจ้าเป็นฮองเฮาของเรา”ซีฮันเม้มริมฝีปาก “ตำแหน่งฮองเฮาไม่สำคัญเท่าฮ่องเต้”“เราไม่ได้เข้าไปเพราะตำแหน่งของเจ้า”คำตอบของพระองค์ทำให้นางนิ่งไป ฮ่องเต้ทอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status