แชร์

บทที่ 12

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 19:06:39

ซีฮันประสานมืออย่างสงบ

 “หม่อมฉันไม่ต้องการให้ผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ร้าย และไม่ต้องการให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ดังนั้นควรให้กรมอาญาและสำนักหมอหลวงร่วมกันตรวจสอบต่อไป”

คำตอบนั้นทำให้ฮ่องเต้พยักหน้าช้า ๆ เพราะเป็นข้อเสนอที่ยุติธรรมที่สุด พระองค์จึงประกาศเสียงหนักแน่น

“มีรับสั่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยู่จินเชียงกุ้ยเฟยห้ามออกจากตำหนักโดยพลการ ให้กักตัวไว้เพื่อรอการสอบสวน จนกว่าคดีโอสถพิษจะได้ข้อยุติ”

สิ้นพระสุรเสียง ทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบงัน

ยู่จินเชียงทรุดลงกับพื้น ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ นางไม่เคยคิดเลยว่าเพียงไม่กี่วัน สถานะของตนจะเปลี่ยนจากอัครเทวีผู้ได้รับความไว้วางใจ กลายเป็นผู้ต้องสงสัยต่อหน้าฮ่องเต้และหมอหลวงทั้งราชสำนัก

ส่วนซีฮันเพียงนั่งนิ่งอยู่บนที่ประทับ ดวงตาสงบเย็นราวผืนน้ำ แต่ภายในใจ นางรู้ว่าหมากตัวแรกบนกระดานได้เริ่มขยับแล้ว และเมื่อยู่จินเชียงถูกกักตัว คนที่ร้อนใจที่สุด...จะไม่ใช่เจ้าตัว หากแต่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางมาตลอดอย่างเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย

ตอนที่ 10 สนมคนแรกร่วงหล่น

สายลมหนาวพัดผ่านชายคาตำหนักกลางจนกระดิ่งทองส่งเสียงแผ่วเบา บรรยากาศในพระราชวังเงียบผิดปกติ หลังฮ่องเต้มีรับสั่งกักตัวยู่จินเชียงกุ้ยเฟย ทุกสายตาในวังหลวงต่างจับจ้องไปยังคดีโอสถพิษ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้เสียงดัง เพราะทุกคนรู้ดีว่าความผิดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การสูญเสียตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งชีวิต

ภายในตำหนักฮองเฮา ซีฮันกำลังอ่านรายงานที่ตงเปียนเพิ่งนำมาถวาย บนโต๊ะวางหลักฐานเรียงเป็นระเบียบ ทั้งบัญชีเบิกสมุนไพร รายงานการตรวจพิษ ถ้วยโอสถที่เก็บรักษาไว้ และรายชื่อผู้เข้าออกตำหนักของยู่จินเชียงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างมีระบบจนคล้ายแบบแปลนอาคารที่รอการตรวจสอบ

ตงเปียนก้มศีรษะแล้วกล่าวเบา ๆ “เหนียงเหนียง กรมอาญาตรวจสอบบัญชีทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่ายู่จินเชียงเบิกสมุนไพรหายากหลายชนิดตรงกับช่วงที่พระองค์เริ่มประชวร อีกทั้งยังมีการเบิกพิษสัตว์จำนวนหนึ่ง แต่ในบัญชีระบุว่าใช้เพื่อทดลองตำรายา”

ซีฮันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “หลักฐานเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว”

“ยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามา”

“หมอหลวงซ่งเหวินตรวจเศษตะกอนในครกบดสมุนไพรของยู่จินเชียง พบสารชนิดเดียวกับที่เหลืออยู่ในถ้วยโอสถของพระองค์”

ดวงตาของซีฮันเป็นประกายวาบ ก่อนปิดรายงานลงเบา ๆ “ถึงเวลาแล้ว”

ไม่นานนัก ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งเรียกประชุมอีกครั้งที่ตำหนักกลาง ขุนนางกรมอาญา หมอหลวง และเหล่าสนมชั้นสูงต่างทยอยเข้าเฝ้า แม้เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยจะยังรักษาสีหน้าสงบนิ่ง แต่ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับกำแน่นกว่าทุกครั้ง เซียนรื่อหงนั่งตัวตรงอย่างผิดปกติ ส่วนจินเช่อเฟยเพียงมองเหตุการณ์ด้วยแววตาสนใจราวกับกำลังชมละครเรื่องหนึ่ง

ยู่จินเชียงถูกพาตัวเข้ามาในสภาพที่ต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นางยังสวมอาภรณ์กุ้ยเฟย แต่เครื่องประดับบนศีรษะถูกลดลงตามธรรมเนียมของผู้ถูกสอบสวน ใบหน้าซีดเซียวเพราะหลายวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอน

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางครู่หนึ่งก่อนตรัส “ผลการสอบสวนออกมาแล้ว”

ขันทีหลวงรีบคลี่ฎีกาอ่านเสียงดัง “จากการตรวจสอบของกรมอาญาและสำนักหมอหลวง พบว่าพิษในโอสถที่ถวายฮองเฮาตรงกับพิษสัตว์ที่เก็บอยู่ใต้ตำหนักของยู่กุ้ยเฟย อีกทั้งเศษพิษในครกบดสมุนไพรและบัญชีการเบิกวัตถุดิบล้วนสอดคล้องกัน”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วตำหนัก

ฮ่องเต้ตรัสต่อ “ยู่จินเชียง เจ้าจะอธิบายสิ่งใดอีกหรือไม่”

หญิงสาวคุกเข่าลงช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำ “หม่อมฉันยอมรับว่าโอสถนั้นออกจากตำหนักของหม่อมฉันเพคะ”

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนตกใจ

เข่อชิงถึงกับหรี่ตาลงทันที

ยู่จินเชียงสูดหายใจลึกก่อนกล่าวต่อ “แต่หม่อมฉันมิได้ตั้งใจให้ฮองเฮาสิ้นพระชนม์”

ซีฮันมองนางนิ่งโดยไม่พูดแทรก

ฮ่องเต้ขมวดพระขนง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“หม่อมฉัน...เพียงทำตามคำสั่ง”

ทั่วตำหนักเงียบกริบ

ตงเปียนเหลือบมองซีฮันทันที ส่วนเข่อชิงยังคงนั่งนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงเป็นครั้งแรก

ฮ่องเต้ตรัสเสียงเข้ม “คำสั่งของผู้ใด”

ยู่จินเชียงเงียบไป ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย

“ตอบมา”

หญิงสาวหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้ม ซีฮันสังเกตทุกอากัปกิริยาอย่างละเอียด นางเห็นแววลังเล ความหวาดกลัว และความรู้สึกผิดปะปนกันอยู่ในดวงตาของยู่จินเชียง แต่ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่านางกำลังคิดทรยศผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ฮ่องเต้รับสั่งซ้ำอีกครั้ง “ผู้ใดสั่งเจ้า”

ยู่จินเชียงกำหมัดแน่นจนปลายเล็บจิกเข้าเนื้อ ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ไม่มีผู้ใดเพคะ”

เข่อชิงแอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแนบเนียน

“ทุกอย่างเป็นความผิดของหม่อมฉันเอง”

หมอหลวงหลายคนมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อ

ซีฮันยกมุมปากเพียงเล็กน้อย นางรู้ตั้งแต่แรกว่ายู่จินเชียงจะไม่ซัดทอดเข่อชิง เพราะหากอีกฝ่ายล้มลง ตระกูลเข่อย่อมไม่ปล่อยครอบครัวของนางไว้แน่

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่าการรับผิดเพียงคนเดียวจะทำให้เรื่องนี้จบหรือ”

“หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะกราบทูลอีกเพคะ”

“แม้จะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง?”

ยู่จินเชียงสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบก้มหน้าลง

“ไม่มีผู้ใดเพคะ”

คำตอบนี้ยิ่งทำให้หลายคนมั่นใจว่ามีคนอยู่เบื้องหลังจริง

ซีฮันลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนถวายบังคมฮ่องเต้ “ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องอยากทูล”

“กล่าวมา”

“ยู่กุ้ยเฟยมีความรู้ด้านการแพทย์สูง หากคิดวางยาด้วยตนเองจริง ย่อมไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้มากมายถึงเพียงนี้ ทั้งบัญชีโอสถ ครกบดสมุนไพร และห้องเก็บสัตว์พิษ ล้วนเหมือนคนที่ไม่คิดปกปิดร่องรอย”

เข่อชิงขมวดคิ้วทันที เพราะคำพูดนี้กำลังเปิดทางให้ยู่จินเชียงพ้นจากการเป็นผู้บงการ

ซีฮันกล่าวต่ออย่างสุขุม “ดังนั้น หม่อมฉันเชื่อว่านางมีความผิด แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด”

ฮ่องเต้พยักหน้าช้า ๆ “เราก็คิดเช่นเดียวกัน”

ยู่จินเชียงเงยหน้ามองซีฮันด้วยความประหลาดใจ นางไม่คิดเลยว่าผู้ที่ตนเคยคิดฆ่าจะเป็นคนพูดเช่นนี้

ซีฮันสบตานางเพียงครู่เดียว ก่อนกล่าวเรียบ ๆ “คนฉลาดบางครั้งก็ยอมรับผิดแทนผู้อื่น เพราะคิดว่าการเสียสละจะปกป้องคนที่ตนภักดีได้”

ประโยคนั้นเหมือนคมมีดที่แทงตรงกลางใจของยู่จินเชียง นางเม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิม แต่ยังไม่เอ่ยชื่อผู้ใด

ฮ่องเต้ทอดถอนพระทัยเบา ๆ “ในเมื่อเจ้าปฏิเสธจะบอกความจริง เราก็ไม่อาจปล่อยเจ้าไว้ในตำแหน่งเดิมได้”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 146

    นางหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองกิ่งก้านซึ่งแตกยอดใหม่ ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกท้อจากที่ไกลปลิวมาตกบนไหล่ ซีฮันยกมือหยิบมันออกอย่างแผ่วเบา ภาพอดีตย้อนกลับมาในความคิด คืนที่นางฟื้นในตำหนักเย็น ถ้วยยาพิษ การถูกดูหมิ่น ศัตรูเจ็ดคนที่รอเหยียบย่ำ ความสงสัยของฮ่องเต้ การใส่ร้าย ห้องลับ ไฟไหม้ การก่อกบฏ ลูกธนูอาบพิษ การพิจารณาคดี และคำถามของเข่อชิงว่า นางร้ายถึงเพียงนี้แล้วมีความสุขหรือไม่วันนั้นซีฮันตอบว่า นางไม่ได้ร้ายเพื่อความสุข แต่ร้ายเพื่อไม่ให้ใครฆ่านางได้อีก วันนี้นางยังคงเชื่อ เช่นเดิม ความร้ายของนางไม่เคยเกิดจากความกระหายเลือด มันคือเกราะ คือคมดาบ คือสติที่ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้ความเมตตาถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายตนเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ซีฮันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดฮ่องเต้เสด็จเข้ามาหยุดข้างนางโดยไม่มีขบวนติดตาม พระองค์สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย หลังเสร็จราชกิจตลอดทั้งวัน สีพระพักตร์มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สายพระเนตรที่มองนางยังคงอบอุ่นเช่นเดิม“เราตามหาเจ้าอยู่ตั้งนาน”ซีฮันเลิกคิ้ว “ฝ่าบาททรงทราบดีว่าหม่อมฉันมาที่นี่บ่อย”“เราจึงหาเจอ”พระองค์ยืนเคียงข้างนาง แล

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 145

    ชิงหลานก้มศีรษะ“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”ซีฮันมองนาง แล้วกล่าวเบาลง“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกตนเองว่าหม่อมฉันทุกครั้งเวลามีเพียงพวกเรา”ชิงหลานส่ายหน้า“ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียงทรงเป็นฮองเฮา”“เจ้าก็เป็นขุนนางหญิงใหญ่แล้ว”“ต่อให้หม่อมฉันมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็ยังเป็นชิงหลานคนเดิมที่เคยได้รับพระเมตตา”ซีฮันยิ้มบางครั้งหนึ่ง ชิงหลานเคยทรยศเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน และยอมสารภาพทุกอย่างต่อหน้านาง วันนั้นซีฮันไม่ได้ลงโทษ แต่เลือกใช้ความผิดของอีกฝ่ายเป็นกับดักล่อศัตรูออกมาหากเป็นซีฮันคนเดิม นางอาจไม่กล้าตัดสินใจเช่นนั้น หากเป็นลิลลี่ในอดีต นางอาจไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศอีกเลย แต่นางในวันนี้เรียนรู้แล้วว่า ความเข้มแข็งไม่ใช่การปฏิเสธทุกคน และความเมตตาก็ไม่ใช่การปล่อยให้คนผิดหลบหนีการรู้ว่าเมื่อใดควรลงโทษ และเมื่อใดควรให้โอกาส คืออำนาจที่ยากกว่าการออกคำสั่งประหารเสียอีก เสียงหัวเราะของเด็กดังขึ้นจากลานด้านล่าง ซีฮันก้มมอง เห็นเด็กหญิงสองคนกำลังวิ่งตามกันอยู่ใต้ต้นท้อ โดยมีนางกำนัลคอยดูแลอยู่ไม่ไกลพวกนางเป็นบุตรสาวของขุนนางหญิงรุ่นใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในเขตเรือนพักครอบครัวต

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 144

    พระสนมคนอื่น ๆ ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน สนมชั้นสูง สนมชั้นล่าง นางกำนัล ขุนนางหญิง ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่อหน้าซีฮัน เสียงของสตรีทั้งวังดังขึ้นพร้อมกัน“ขอฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”ซีฮันยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูง ภาพตรงหน้าควรทำให้นางรู้สึกถึงอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจกลับเป็นความหนักแน่นและสงบ นางจำวันแรกที่ลืมตาขึ้นในตำหนักเย็นได้ ตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเคารพนาง ข้ารับใช้ยังกล้าดูหมิ่น สนมฝ่ายตรงข้ามกล้าส่งยาพิษ ฮ่องเต้เองก็มองนางด้วยความเย็นชาและระแวงจากหญิงผู้ถูกเหยียบย่ำจนไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาชีวิตตนเอง วันนี้นางกลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งราชสำนักยอมก้มศีรษะให้ ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด ไม่ใช่เพราะได้เป็นที่โปรดปรานแต่เพราะนางต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้า และความยุติธรรมฮ่องเต้หันมามองนาง พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพังอีกต่อไป กลับก้าวลงมาหนึ่งขั้น แล้วหยุดยืนตรงหน้านาง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งราชสำนัก พระองค์ทรงยกมือของซีฮันขึ้นช้า ๆ จากนั้นก้มพระพักตร์ลงแตะหลังมือนางอย่างแผ่วเบา เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วลานพิธี ซีฮันเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 143

    ซีฮันไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสายตาหนักแน่นของพระองค์ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ฮ่องเต้จับมือนาง แล้วพาขึ้นไปนั่งข้างกันต่อหน้าสายตาทุกคน ความเงียบปกคลุมทั่วลานพิธี ไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ดูแผ่วเบาลง ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยมือของซีฮันทันที พระองค์ทอดพระเนตรผู้คนเบื้องล่าง ก่อนตรัสขึ้น“วันนี้เราเรียกทุกคนมาที่นี่ เพื่อประกาศเรื่องหนึ่ง”ขันทีใหญ่รับสัญญาณและก้าวออกมาด้านหน้า แต่ฮ่องเต้กลับยกพระหัตถ์ห้าม“เรื่องนี้ เราจะกล่าวด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองพระองค์ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพระองค์จึงเขียนพระราชดำรัสเอง และเหตุใดทุกคนรอบตัวจึงมีท่าทีปิดบัง ฮ่องเต้ลุกขึ้นช้า ๆ“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราชสำนักของเราผ่านเหตุการณ์มากมาย เกิดการทุจริตในวังหลัง เกิดการสมคบคิดของตระกูลขุนนาง เกิดกบฏกลางพระราชวัง และเกิดการลอบสังหารซึ่งเกือบทำให้บัลลังก์มังกรต้องเปลี่ยนมือ”พระสุรเสียงดังก้องไปทั่วลานพิธี“ในทุกเหตุการณ์ มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเรา”ซีฮันมองแผ่นหลังของพระองค์นิ่ง “เมื่อนางถูกวางยา นางไม่ร้องขอความสงสาร เมื่อนางถูกใส่ร้าย นางไม่ได้ใช้ยศลงโทษศัตรูตามอำเภอใจ นางรวบรวมหลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 142

    อีกไม่นาน เอกสารชุดใหม่จะถูกส่งมา ขุนนางฝ่ายตรงข้ามอาจยังไม่ยอมแพ้ และราชสำนักยังมีปัญหาอีกมากมายรอให้นางแก้ไข แต่ซีฮันไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตนี้เป็นของนางแล้วอย่างแท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ยืมมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องชดใช้แทนซีฮันคนเดิม และไม่ใช่ชีวิตที่ถูกความตายของลิลลี่ควบคุม นางจะใช้มันในฐานะผู้หญิงที่รวมความเข้มแข็งของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน ชิงหลานเข้ามาช่วยจัดฉลองพระองค์ ก่อนถามเบา ๆ“วันนี้เหนียงเหนียงดูต่างจากเมื่อวานเพคะ”ซีฮันมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังเป็นใบหน้าของฮองเฮาซีฮัน แต่ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้วนางยิ้ม “อาจเพราะข้านอนหลับเต็มที่”ชิงหลานหัวเราะ“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องบังคับให้ทรงพักทุกคืนแล้วเพคะ”ซีฮันไม่ได้โต้แย้ง นางยกมือแตะกระจกเบา ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเห็นเงาของลิลลี่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้เศร้า ไม่ได้หวาดกลัว เพียงยิ้มให้ก่อนจะเลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม แต่นางไม่ได้รีบเช็ด เพราะรู้ว่าน้ำตาครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดมั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 141

    ประโยคนั้นกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง ซีฮันถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ข้าไม่เข้าใจ”“แจ๊คกี้ทำร้ายเรา แต่คนที่ยังคงใช้ความผิดของเขาทำร้ายเจ้าทุกวันคือเจ้าเอง”ลิลลี่ยกมือแตะหน้าอกของซีฮัน “เขาฆ่าชีวิตเดิมของเราเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าปล่อยให้ความกลัวฆ่าหัวใจของตนเองมานานเกินไป”ซีฮันเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อย ๆ คลอขึ้นในดวงตา“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ลืมเขาหรือ ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือ”ลิลลี่ส่ายหน้า “การปล่อยวางไม่ใช่การลืม และไม่ใช่การให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ เจ้ามีสิทธิจำว่าเขาทำอะไร มีสิทธิเกลียด มีสิทธิเสียใจ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกเขาไว้ในทุกก้าวของชีวิตใหม่”ซีฮันหันไปมองเมืองนอกกระจก แสงไฟนับพันดวงส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง โลกนี้เคยเป็นทุกสิ่งของนาง งาน ความฝัน ความสำเร็จ ความรัก และความตาย นางเคยคิดว่าหากกลับมาได้ จะต้องตามหาความจริงและทวงความยุติธรรมจากแจ๊คกี้ แต่ในโลกใหม่ นางไม่มีทางกลับมา ไม่มีทางเผชิญหน้า ไม่มีทางถามว่าทำไม คำถามทั้งหมดจึงค้างอยู่ในใจเหมือนประตูที่ปิดไม่สนิท“ข้าไม่เคยได้รับคำตอบ” ซีฮันกล่าวเสียงเบา“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น”ลิลลี่ยืนข้างนาง “บางคำถามไม่มีคำตอบที่ทำให้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 14 ปัดเป่าภัยร้าย

    ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 13 พระสวามีคือฮ่องเต้

    พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 10 คำทำนาย

    ตงเปียนรีบห้ามฮองเฮาที่คว้ามืดเล่มเดิมขึ้นมาและดึงพระเกษาทำท่าจะตัดทิ้ง ลิลลี่หยุดชะงักและเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของขันทีหนุ่ม“ทำไมข้าตัดผมไม่ได้ นี่รู้หรือเปล่าว่าตอนอยู่ศตวรรษที่21 ข้าให้ช่างหั่นผมจนสั้นเลยนะ”“พระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้ การตัดพระเกษาออกนั่นหมายถึงการไว้ทุกข์เมื่อฮ่องเต้สวรรคต หาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status