Partager

บทที่ 12

last update Date de publication: 2026-03-01 19:06:39

ซีฮันประสานมืออย่างสงบ

 “หม่อมฉันไม่ต้องการให้ผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ร้าย และไม่ต้องการให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ดังนั้นควรให้กรมอาญาและสำนักหมอหลวงร่วมกันตรวจสอบต่อไป”

คำตอบนั้นทำให้ฮ่องเต้พยักหน้าช้า ๆ เพราะเป็นข้อเสนอที่ยุติธรรมที่สุด พระองค์จึงประกาศเสียงหนักแน่น

“มีรับสั่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยู่จินเชียงกุ้ยเฟยห้ามออกจากตำหนักโดยพลการ ให้กักตัวไว้เพื่อรอการสอบสวน จนกว่าคดีโอสถพิษจะได้ข้อยุติ”

สิ้นพระสุรเสียง ทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบงัน

ยู่จินเชียงทรุดลงกับพื้น ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ นางไม่เคยคิดเลยว่าเพียงไม่กี่วัน สถานะของตนจะเปลี่ยนจากอัครเทวีผู้ได้รับความไว้วางใจ กลายเป็นผู้ต้องสงสัยต่อหน้าฮ่องเต้และหมอหลวงทั้งราชสำนัก

ส่วนซีฮันเพียงนั่งนิ่งอยู่บนที่ประทับ ดวงตาสงบเย็นราวผืนน้ำ แต่ภายในใจ นางรู้ว่าหมากตัวแรกบนกระดานได้เริ่มขยับแล้ว และเมื่อยู่จินเชียงถูกกักตัว คนที่ร้อนใจที่สุด...จะไม่ใช่เจ้าตัว หากแต่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังนางมาตลอดอย่างเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย

ตอนที่ 10 สนมคนแรกร่วงหล่น

สายลมหนาวพัดผ่านชายคาตำหนักกลางจนกระดิ่งทองส่งเสียงแผ่วเบา บรรยากาศในพระราชวังเงียบผิดปกติ หลังฮ่องเต้มีรับสั่งกักตัวยู่จินเชียงกุ้ยเฟย ทุกสายตาในวังหลวงต่างจับจ้องไปยังคดีโอสถพิษ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้เสียงดัง เพราะทุกคนรู้ดีว่าความผิดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การสูญเสียตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งชีวิต

ภายในตำหนักฮองเฮา ซีฮันกำลังอ่านรายงานที่ตงเปียนเพิ่งนำมาถวาย บนโต๊ะวางหลักฐานเรียงเป็นระเบียบ ทั้งบัญชีเบิกสมุนไพร รายงานการตรวจพิษ ถ้วยโอสถที่เก็บรักษาไว้ และรายชื่อผู้เข้าออกตำหนักของยู่จินเชียงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างมีระบบจนคล้ายแบบแปลนอาคารที่รอการตรวจสอบ

ตงเปียนก้มศีรษะแล้วกล่าวเบา ๆ “เหนียงเหนียง กรมอาญาตรวจสอบบัญชีทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่ายู่จินเชียงเบิกสมุนไพรหายากหลายชนิดตรงกับช่วงที่พระองค์เริ่มประชวร อีกทั้งยังมีการเบิกพิษสัตว์จำนวนหนึ่ง แต่ในบัญชีระบุว่าใช้เพื่อทดลองตำรายา”

ซีฮันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “หลักฐานเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว”

“ยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามา”

“หมอหลวงซ่งเหวินตรวจเศษตะกอนในครกบดสมุนไพรของยู่จินเชียง พบสารชนิดเดียวกับที่เหลืออยู่ในถ้วยโอสถของพระองค์”

ดวงตาของซีฮันเป็นประกายวาบ ก่อนปิดรายงานลงเบา ๆ “ถึงเวลาแล้ว”

ไม่นานนัก ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งเรียกประชุมอีกครั้งที่ตำหนักกลาง ขุนนางกรมอาญา หมอหลวง และเหล่าสนมชั้นสูงต่างทยอยเข้าเฝ้า แม้เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยจะยังรักษาสีหน้าสงบนิ่ง แต่ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับกำแน่นกว่าทุกครั้ง เซียนรื่อหงนั่งตัวตรงอย่างผิดปกติ ส่วนจินเช่อเฟยเพียงมองเหตุการณ์ด้วยแววตาสนใจราวกับกำลังชมละครเรื่องหนึ่ง

ยู่จินเชียงถูกพาตัวเข้ามาในสภาพที่ต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นางยังสวมอาภรณ์กุ้ยเฟย แต่เครื่องประดับบนศีรษะถูกลดลงตามธรรมเนียมของผู้ถูกสอบสวน ใบหน้าซีดเซียวเพราะหลายวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอน

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางครู่หนึ่งก่อนตรัส “ผลการสอบสวนออกมาแล้ว”

ขันทีหลวงรีบคลี่ฎีกาอ่านเสียงดัง “จากการตรวจสอบของกรมอาญาและสำนักหมอหลวง พบว่าพิษในโอสถที่ถวายฮองเฮาตรงกับพิษสัตว์ที่เก็บอยู่ใต้ตำหนักของยู่กุ้ยเฟย อีกทั้งเศษพิษในครกบดสมุนไพรและบัญชีการเบิกวัตถุดิบล้วนสอดคล้องกัน”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วตำหนัก

ฮ่องเต้ตรัสต่อ “ยู่จินเชียง เจ้าจะอธิบายสิ่งใดอีกหรือไม่”

หญิงสาวคุกเข่าลงช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำ “หม่อมฉันยอมรับว่าโอสถนั้นออกจากตำหนักของหม่อมฉันเพคะ”

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนตกใจ

เข่อชิงถึงกับหรี่ตาลงทันที

ยู่จินเชียงสูดหายใจลึกก่อนกล่าวต่อ “แต่หม่อมฉันมิได้ตั้งใจให้ฮองเฮาสิ้นพระชนม์”

ซีฮันมองนางนิ่งโดยไม่พูดแทรก

ฮ่องเต้ขมวดพระขนง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“หม่อมฉัน...เพียงทำตามคำสั่ง”

ทั่วตำหนักเงียบกริบ

ตงเปียนเหลือบมองซีฮันทันที ส่วนเข่อชิงยังคงนั่งนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงเป็นครั้งแรก

ฮ่องเต้ตรัสเสียงเข้ม “คำสั่งของผู้ใด”

ยู่จินเชียงเงียบไป ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย

“ตอบมา”

หญิงสาวหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้ม ซีฮันสังเกตทุกอากัปกิริยาอย่างละเอียด นางเห็นแววลังเล ความหวาดกลัว และความรู้สึกผิดปะปนกันอยู่ในดวงตาของยู่จินเชียง แต่ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่านางกำลังคิดทรยศผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ฮ่องเต้รับสั่งซ้ำอีกครั้ง “ผู้ใดสั่งเจ้า”

ยู่จินเชียงกำหมัดแน่นจนปลายเล็บจิกเข้าเนื้อ ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ไม่มีผู้ใดเพคะ”

เข่อชิงแอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแนบเนียน

“ทุกอย่างเป็นความผิดของหม่อมฉันเอง”

หมอหลวงหลายคนมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อ

ซีฮันยกมุมปากเพียงเล็กน้อย นางรู้ตั้งแต่แรกว่ายู่จินเชียงจะไม่ซัดทอดเข่อชิง เพราะหากอีกฝ่ายล้มลง ตระกูลเข่อย่อมไม่ปล่อยครอบครัวของนางไว้แน่

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่าการรับผิดเพียงคนเดียวจะทำให้เรื่องนี้จบหรือ”

“หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะกราบทูลอีกเพคะ”

“แม้จะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง?”

ยู่จินเชียงสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบก้มหน้าลง

“ไม่มีผู้ใดเพคะ”

คำตอบนี้ยิ่งทำให้หลายคนมั่นใจว่ามีคนอยู่เบื้องหลังจริง

ซีฮันลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนถวายบังคมฮ่องเต้ “ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องอยากทูล”

“กล่าวมา”

“ยู่กุ้ยเฟยมีความรู้ด้านการแพทย์สูง หากคิดวางยาด้วยตนเองจริง ย่อมไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้มากมายถึงเพียงนี้ ทั้งบัญชีโอสถ ครกบดสมุนไพร และห้องเก็บสัตว์พิษ ล้วนเหมือนคนที่ไม่คิดปกปิดร่องรอย”

เข่อชิงขมวดคิ้วทันที เพราะคำพูดนี้กำลังเปิดทางให้ยู่จินเชียงพ้นจากการเป็นผู้บงการ

ซีฮันกล่าวต่ออย่างสุขุม “ดังนั้น หม่อมฉันเชื่อว่านางมีความผิด แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด”

ฮ่องเต้พยักหน้าช้า ๆ “เราก็คิดเช่นเดียวกัน”

ยู่จินเชียงเงยหน้ามองซีฮันด้วยความประหลาดใจ นางไม่คิดเลยว่าผู้ที่ตนเคยคิดฆ่าจะเป็นคนพูดเช่นนี้

ซีฮันสบตานางเพียงครู่เดียว ก่อนกล่าวเรียบ ๆ “คนฉลาดบางครั้งก็ยอมรับผิดแทนผู้อื่น เพราะคิดว่าการเสียสละจะปกป้องคนที่ตนภักดีได้”

ประโยคนั้นเหมือนคมมีดที่แทงตรงกลางใจของยู่จินเชียง นางเม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิม แต่ยังไม่เอ่ยชื่อผู้ใด

ฮ่องเต้ทอดถอนพระทัยเบา ๆ “ในเมื่อเจ้าปฏิเสธจะบอกความจริง เราก็ไม่อาจปล่อยเจ้าไว้ในตำแหน่งเดิมได้”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 146

    นางหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองกิ่งก้านซึ่งแตกยอดใหม่ ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกท้อจากที่ไกลปลิวมาตกบนไหล่ ซีฮันยกมือหยิบมันออกอย่างแผ่วเบา ภาพอดีตย้อนกลับมาในความคิด คืนที่นางฟื้นในตำหนักเย็น ถ้วยยาพิษ การถูกดูหมิ่น ศัตรูเจ็ดคนที่รอเหยียบย่ำ ความสงสัยของฮ่องเต้ การใส่ร้าย ห้องลับ ไฟไหม้ การก่อกบฏ ลูกธนูอาบพิษ การพิจารณาคดี และคำถามของเข่อชิงว่า นางร้ายถึงเพียงนี้แล้วมีความสุขหรือไม่วันนั้นซีฮันตอบว่า นางไม่ได้ร้ายเพื่อความสุข แต่ร้ายเพื่อไม่ให้ใครฆ่านางได้อีก วันนี้นางยังคงเชื่อ เช่นเดิม ความร้ายของนางไม่เคยเกิดจากความกระหายเลือด มันคือเกราะ คือคมดาบ คือสติที่ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้ความเมตตาถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายตนเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ซีฮันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดฮ่องเต้เสด็จเข้ามาหยุดข้างนางโดยไม่มีขบวนติดตาม พระองค์สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย หลังเสร็จราชกิจตลอดทั้งวัน สีพระพักตร์มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สายพระเนตรที่มองนางยังคงอบอุ่นเช่นเดิม“เราตามหาเจ้าอยู่ตั้งนาน”ซีฮันเลิกคิ้ว “ฝ่าบาททรงทราบดีว่าหม่อมฉันมาที่นี่บ่อย”“เราจึงหาเจอ”พระองค์ยืนเคียงข้างนาง แล

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 145

    ชิงหลานก้มศีรษะ“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”ซีฮันมองนาง แล้วกล่าวเบาลง“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกตนเองว่าหม่อมฉันทุกครั้งเวลามีเพียงพวกเรา”ชิงหลานส่ายหน้า“ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียงทรงเป็นฮองเฮา”“เจ้าก็เป็นขุนนางหญิงใหญ่แล้ว”“ต่อให้หม่อมฉันมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็ยังเป็นชิงหลานคนเดิมที่เคยได้รับพระเมตตา”ซีฮันยิ้มบางครั้งหนึ่ง ชิงหลานเคยทรยศเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน และยอมสารภาพทุกอย่างต่อหน้านาง วันนั้นซีฮันไม่ได้ลงโทษ แต่เลือกใช้ความผิดของอีกฝ่ายเป็นกับดักล่อศัตรูออกมาหากเป็นซีฮันคนเดิม นางอาจไม่กล้าตัดสินใจเช่นนั้น หากเป็นลิลลี่ในอดีต นางอาจไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศอีกเลย แต่นางในวันนี้เรียนรู้แล้วว่า ความเข้มแข็งไม่ใช่การปฏิเสธทุกคน และความเมตตาก็ไม่ใช่การปล่อยให้คนผิดหลบหนีการรู้ว่าเมื่อใดควรลงโทษ และเมื่อใดควรให้โอกาส คืออำนาจที่ยากกว่าการออกคำสั่งประหารเสียอีก เสียงหัวเราะของเด็กดังขึ้นจากลานด้านล่าง ซีฮันก้มมอง เห็นเด็กหญิงสองคนกำลังวิ่งตามกันอยู่ใต้ต้นท้อ โดยมีนางกำนัลคอยดูแลอยู่ไม่ไกลพวกนางเป็นบุตรสาวของขุนนางหญิงรุ่นใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในเขตเรือนพักครอบครัวต

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 144

    พระสนมคนอื่น ๆ ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน สนมชั้นสูง สนมชั้นล่าง นางกำนัล ขุนนางหญิง ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่อหน้าซีฮัน เสียงของสตรีทั้งวังดังขึ้นพร้อมกัน“ขอฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”ซีฮันยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูง ภาพตรงหน้าควรทำให้นางรู้สึกถึงอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจกลับเป็นความหนักแน่นและสงบ นางจำวันแรกที่ลืมตาขึ้นในตำหนักเย็นได้ ตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเคารพนาง ข้ารับใช้ยังกล้าดูหมิ่น สนมฝ่ายตรงข้ามกล้าส่งยาพิษ ฮ่องเต้เองก็มองนางด้วยความเย็นชาและระแวงจากหญิงผู้ถูกเหยียบย่ำจนไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาชีวิตตนเอง วันนี้นางกลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งราชสำนักยอมก้มศีรษะให้ ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด ไม่ใช่เพราะได้เป็นที่โปรดปรานแต่เพราะนางต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้า และความยุติธรรมฮ่องเต้หันมามองนาง พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพังอีกต่อไป กลับก้าวลงมาหนึ่งขั้น แล้วหยุดยืนตรงหน้านาง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งราชสำนัก พระองค์ทรงยกมือของซีฮันขึ้นช้า ๆ จากนั้นก้มพระพักตร์ลงแตะหลังมือนางอย่างแผ่วเบา เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วลานพิธี ซีฮันเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 143

    ซีฮันไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสายตาหนักแน่นของพระองค์ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ฮ่องเต้จับมือนาง แล้วพาขึ้นไปนั่งข้างกันต่อหน้าสายตาทุกคน ความเงียบปกคลุมทั่วลานพิธี ไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ดูแผ่วเบาลง ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยมือของซีฮันทันที พระองค์ทอดพระเนตรผู้คนเบื้องล่าง ก่อนตรัสขึ้น“วันนี้เราเรียกทุกคนมาที่นี่ เพื่อประกาศเรื่องหนึ่ง”ขันทีใหญ่รับสัญญาณและก้าวออกมาด้านหน้า แต่ฮ่องเต้กลับยกพระหัตถ์ห้าม“เรื่องนี้ เราจะกล่าวด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองพระองค์ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพระองค์จึงเขียนพระราชดำรัสเอง และเหตุใดทุกคนรอบตัวจึงมีท่าทีปิดบัง ฮ่องเต้ลุกขึ้นช้า ๆ“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราชสำนักของเราผ่านเหตุการณ์มากมาย เกิดการทุจริตในวังหลัง เกิดการสมคบคิดของตระกูลขุนนาง เกิดกบฏกลางพระราชวัง และเกิดการลอบสังหารซึ่งเกือบทำให้บัลลังก์มังกรต้องเปลี่ยนมือ”พระสุรเสียงดังก้องไปทั่วลานพิธี“ในทุกเหตุการณ์ มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเรา”ซีฮันมองแผ่นหลังของพระองค์นิ่ง “เมื่อนางถูกวางยา นางไม่ร้องขอความสงสาร เมื่อนางถูกใส่ร้าย นางไม่ได้ใช้ยศลงโทษศัตรูตามอำเภอใจ นางรวบรวมหลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 142

    อีกไม่นาน เอกสารชุดใหม่จะถูกส่งมา ขุนนางฝ่ายตรงข้ามอาจยังไม่ยอมแพ้ และราชสำนักยังมีปัญหาอีกมากมายรอให้นางแก้ไข แต่ซีฮันไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตนี้เป็นของนางแล้วอย่างแท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ยืมมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องชดใช้แทนซีฮันคนเดิม และไม่ใช่ชีวิตที่ถูกความตายของลิลลี่ควบคุม นางจะใช้มันในฐานะผู้หญิงที่รวมความเข้มแข็งของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน ชิงหลานเข้ามาช่วยจัดฉลองพระองค์ ก่อนถามเบา ๆ“วันนี้เหนียงเหนียงดูต่างจากเมื่อวานเพคะ”ซีฮันมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังเป็นใบหน้าของฮองเฮาซีฮัน แต่ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้วนางยิ้ม “อาจเพราะข้านอนหลับเต็มที่”ชิงหลานหัวเราะ“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องบังคับให้ทรงพักทุกคืนแล้วเพคะ”ซีฮันไม่ได้โต้แย้ง นางยกมือแตะกระจกเบา ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเห็นเงาของลิลลี่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้เศร้า ไม่ได้หวาดกลัว เพียงยิ้มให้ก่อนจะเลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม แต่นางไม่ได้รีบเช็ด เพราะรู้ว่าน้ำตาครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดมั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 141

    ประโยคนั้นกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง ซีฮันถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ข้าไม่เข้าใจ”“แจ๊คกี้ทำร้ายเรา แต่คนที่ยังคงใช้ความผิดของเขาทำร้ายเจ้าทุกวันคือเจ้าเอง”ลิลลี่ยกมือแตะหน้าอกของซีฮัน “เขาฆ่าชีวิตเดิมของเราเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าปล่อยให้ความกลัวฆ่าหัวใจของตนเองมานานเกินไป”ซีฮันเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อย ๆ คลอขึ้นในดวงตา“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ลืมเขาหรือ ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือ”ลิลลี่ส่ายหน้า “การปล่อยวางไม่ใช่การลืม และไม่ใช่การให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ เจ้ามีสิทธิจำว่าเขาทำอะไร มีสิทธิเกลียด มีสิทธิเสียใจ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกเขาไว้ในทุกก้าวของชีวิตใหม่”ซีฮันหันไปมองเมืองนอกกระจก แสงไฟนับพันดวงส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง โลกนี้เคยเป็นทุกสิ่งของนาง งาน ความฝัน ความสำเร็จ ความรัก และความตาย นางเคยคิดว่าหากกลับมาได้ จะต้องตามหาความจริงและทวงความยุติธรรมจากแจ๊คกี้ แต่ในโลกใหม่ นางไม่มีทางกลับมา ไม่มีทางเผชิญหน้า ไม่มีทางถามว่าทำไม คำถามทั้งหมดจึงค้างอยู่ในใจเหมือนประตูที่ปิดไม่สนิท“ข้าไม่เคยได้รับคำตอบ” ซีฮันกล่าวเสียงเบา“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น”ลิลลี่ยืนข้างนาง “บางคำถามไม่มีคำตอบที่ทำให้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status