Share

บทที่ 14

last update publish date: 2026-03-01 19:08:23

“เหนียงเหนียง ต่อไปกระหม่อมจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรังแกพระองค์อีก” ตงเปียนกล่าวเสียงสั่น

ซีฮันหันมองเขา แววตาอ่อนลงเพียงเล็กน้อย “เจ้าคนเดียวปกป้องข้าไม่ได้ ตงเปียน”

ขันทีหนุ่มชะงัก

“แต่เจ้าช่วยข้ามอง ช่วยข้าฟัง และช่วยข้าจดจำได้ ในวังแห่งนี้ คนที่มองเห็นสิ่งเล็กน้อยก่อนผู้อื่นจะมีชีวิตรอดนานกว่า” นางหยิบกระดาษอีกแผ่นส่งให้เขา “ข้าต้องการรายชื่อทุกคนที่เข้าออกตำหนักเข่อชิงในช่วงสิบวันที่ผ่านมา รวมถึงนางกำนัล ขันที หมอหลวง คนส่งเครื่องหอม คนส่งผ้าแพร และคนจากนอกวังที่ใช้ตราอนุญาตพิเศษ”

ตงเปียนรับกระดาษด้วยสองมือ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปสืบ”

“อย่ารีบจนผิดสังเกต” ซีฮันเตือน “เข่อชิงไม่ใช่ยู่จินเชียง นางไม่เก็บสัตว์พิษไว้ใต้พื้นให้คนขุดเจอง่าย ๆ ทุกอย่างของนางสะอาดเกินไป และสิ่งที่สะอาดเกินไปนี่แหละน่ากลัวที่สุด”

ในเวลาเดียวกัน ตำหนักของเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยยังคงสว่างด้วยแสงโคมสีทอง กลิ่นกำยานหอมสงบอบอวลไปทั่วห้อง นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปลดต่างหูมุกออกช้า ๆ ราวกับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น ทว่าเมื่อนางกำนัลคนสนิทปิดประตูลง สีหน้าอ่อนโยนของเข่อชิงก็หายไปทันที เหลือเพียงความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกงดงาม

“ยู่จินเชียงถูกส่งไปตำหนักเย็นแล้วเพคะ” นางกำนัลรายงานด้วยเสียงแผ่ว

เข่อชิงมองเงาตนเองในกระจก “นางพูดหรือไม่”

“ไม่เพคะ นางรับผิดเพียงผู้เดียว”

รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากของเข่อชิง “นับว่ายังรู้จักรักษาชีวิตครอบครัวตัวเอง”

นางกำนัลลังเล “แต่ฮองเฮาอาจยังสงสัยพระองค์”

“สงสัยแล้วอย่างไร” เข่อชิงหยิบปิ่นทองขึ้นมาเช็ดด้วยผ้าไหม “ความสงสัยฆ่าคนไม่ได้ หลักฐานต่างหากที่ฆ่าคนได้ และซีฮันยังไม่มีหลักฐานถึงข้า”

“แต่พระนางเปลี่ยนไปมากเพคะ”

มือของเข่อชิงหยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนนางจะยิ้ม “ใช่ นางเปลี่ยนไปมาก จนข้าเริ่มอยากรู้ว่าในคืนที่ควรตาย นางทิ้งอะไรไว้ในนรก แล้วนำอะไรกลับมาจากที่นั่น”

นางลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบกระดาษเนื้อดีแผ่นหนึ่งออกมา ก่อนฝนหมึกด้วยตนเองอย่างช้า ๆ นางกำนัลคนสนิทยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างโดยไม่กล้าส่งเสียง เข่อชิงจุ่มพู่กัน เขียนตัวอักษรเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ทุกคำล้วนหนักแน่นและชัดเจน

“ยู่จินเชียงพลาด ฮองเฮารอดและเริ่มสืบถึงราก ควรเร่งวางหมากใหม่ อย่าให้ไฟลามถึงตระกูล”

เข่อชิงเป่าหมึกให้แห้ง พับกระดาษใส่ซองผ้าไหมสีเข้ม แล้วประทับตราเล็ก ๆ ด้วยแหวนหยกที่สลักลายตระกูลเข่อ นางยื่นจดหมายให้นางกำนัล “ส่งออกไปทางประตูตะวันตก ให้ถึงมือท่านพ่อก่อนรุ่งสาง ห้ามผ่านคนของวังหลวงโดยตรง ใช้คนส่งผ้าแพรของตระกูลเรา”

นางกำนัลรับจดหมายด้วยมือสั่น “เพคะ หวงกุ้ยเฟย”

เข่อชิงเดินกลับไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง รอยยิ้มงดงามกลับคืนสู่ใบหน้าเหมือนไม่เคยเกิดความหวาดหวั่นใด ๆ แต่นัยน์ตาของนางกลับเย็นชาจนคล้ายบ่อน้ำลึกไร้ก้น

 “ซีฮัน เจ้าคิดว่าทำให้ยู่จินเชียงร่วงแล้วจะขยับมาถึงข้าได้หรือ เจ้าลืมไปแล้วกระมังว่าเงาไม่มีวันถูกจับ หากแสงยังอยู่ในมือข้า”

ด้านนอกตำหนัก ลมหนาวพัดม่านไหมไหวเบา ๆ ขณะที่นางกำนัลซ่อนจดหมายลับไว้ในแขนเสื้อแล้วรีบหายไปกับความมืด มุ่งหน้าสู่ประตูตะวันตกของวังหลวง เพื่อนำข่าวแรกของความพ่ายแพ้ไปถึงมือเสนาบดีใหญ่เข่อเจิ้งเหอก่อนรุ่งสาง

มิตรภาพจอมปลอม

หลังยู่จินเชียงถูกส่งเข้าตำหนักเย็น วังหลังทั้งวังก็คล้ายถูกปกคลุมด้วยหมอกแห่งความหวาดระแวง เหล่าสนมที่เคยหัวเราะเยาะฮองเฮาเริ่มรู้จักระวังถ้อยคำ นางกำนัลที่เคยรับสินบนจากตำหนักต่าง ๆ พากันก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเรียบร้อยเกินปกติ แม้แต่ขันทีประจำทางเดินก็ลดเสียงสนทนาลงเมื่อเห็นคนของตำหนักฮองเฮาเดินผ่าน ซีฮันมองความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอย่างสงบ นางรู้ดีว่าความกลัวเพียงชั่วคราวไม่อาจทำให้วังหลังสะอาดขึ้นได้ หากต้องการถอนพิษออกจากราก นางต้องทำให้คนที่ยังซ่อนเขี้ยวอยู่เผยตัวออกมาเอง

เช้าวันนั้น ตงเปียนนำรายชื่อผู้เข้าออกตำหนักของเข่อชิงมาวางตรงหน้าซีฮัน รายชื่อยาวหลายแผ่นเต็มไปด้วยนางกำนัล ขันที คนส่งผ้าแพร คนส่งเครื่องหอม และหมอหลวงที่อ้างว่ามาถามอาการเล็กน้อย ซีฮันอ่านทีละบรรทัดอย่างละเอียด ปลายนิ้วไล่ไปตามชื่อซ้ำ ๆ จนหยุดที่ชื่อของ เซียนรื่อหงกุ้ยเฟย ซึ่งปรากฏในรายชื่อผู้ไปมาหาสู่ตำหนักเข่อชิงบ่อยกว่าผู้ใด นางไม่ได้แปลกใจ คนที่ไร้แกนกลางเป็นของตนเองย่อมต้องหาที่พึ่ง เมื่อเข่อชิงยังแข็งแรง เซียนรื่อหงก็เกาะอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อยู่จินเชียงร่วงลง นางย่อมเริ่มคิดเผื่อทางหนีทีไล่

ตงเปียนก้มหน้ารายงาน “ช่วงสามวันที่ผ่านมา เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยไปตำหนักเข่อชิงสองครั้งพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อวานกลับส่งคนมาถามอาการของพระองค์ถึงสามรอบ”

ซีฮันยิ้มบาง “นางกำลังวัดทิศลม”

“พระองค์คิดว่านางจะเข้าหาเราหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ใช่คิด” ซีฮันวางกระดาษลง “นางมาแน่”

ราวกับคำพูดนั้นเป็นคำทำนาย เพียงครึ่งชั่วยามต่อมา ขันทีหน้าตำหนักก็เข้ามาคุกเข่ารายงานว่าเซียนรื่อหงกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้า ตงเปียนเหลือบมองฮองเฮาทันที ส่วนซีฮันเพียงหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน “ให้เข้ามา”

เซียนรื่อหงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นทุกครั้ง วันนี้นางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อน ปักลายดอกท้อเล็ก ๆ ดูเรียบร้อยน่าทะนุถนอม เส้นผมประดับเพียงปิ่นมุกเรียบง่าย หากผู้ใดไม่รู้เบื้องหลังคงคิดว่านางเป็นสตรีอ่อนโยนไร้พิษภัย นางย่อตัวถวายพระพรอย่างนุ่มนวล “ถวายพระพรฮองเฮาเหนียงเหนียง เพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าพระองค์ทรงประชวรเพราะเรื่องโอสถ หัวใจหม่อมฉันไม่สงบเลย จึงถือวิสาสะมาเข้าเฝ้า”

ซีฮันวางถ้วยชาลง “เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ”

เซียนรื่อหงรีบเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอแววน้ำอย่างพอดี “หม่อมฉันย่อมเป็นห่วงเพคะ ที่ผ่านมาหม่อมฉันผิดเองที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทัดทานยู่จินเชียงและหวงกุ้ยเฟย ทั้งที่เห็นว่าพระองค์ถูกกดดันมากเพียงใด หม่อมฉันรู้สึกผิดมาหลายวันแล้ว”

ตงเปียนยืนอยู่ด้านหลังแทบอยากเบือนหน้า คนผู้นี้ช่างเปลี่ยนสีได้เร็วเสียยิ่งกว่ากิ้งก่า เมื่อก่อนยิ้มประจบเข่อชิง วันนี้กลับมาร้องไห้ต่อหน้าฮองเฮาได้อย่างไร้ยางอาย

ซีฮันกลับไม่แสดงความรังเกียจ นางเพียงมองเซียนรื่อหงนิ่ง ๆ “รู้สึกผิดแล้วอย่างไร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 146

    นางหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองกิ่งก้านซึ่งแตกยอดใหม่ ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกท้อจากที่ไกลปลิวมาตกบนไหล่ ซีฮันยกมือหยิบมันออกอย่างแผ่วเบา ภาพอดีตย้อนกลับมาในความคิด คืนที่นางฟื้นในตำหนักเย็น ถ้วยยาพิษ การถูกดูหมิ่น ศัตรูเจ็ดคนที่รอเหยียบย่ำ ความสงสัยของฮ่องเต้ การใส่ร้าย ห้องลับ ไฟไหม้ การก่อกบฏ ลูกธนูอาบพิษ การพิจารณาคดี และคำถามของเข่อชิงว่า นางร้ายถึงเพียงนี้แล้วมีความสุขหรือไม่วันนั้นซีฮันตอบว่า นางไม่ได้ร้ายเพื่อความสุข แต่ร้ายเพื่อไม่ให้ใครฆ่านางได้อีก วันนี้นางยังคงเชื่อ เช่นเดิม ความร้ายของนางไม่เคยเกิดจากความกระหายเลือด มันคือเกราะ คือคมดาบ คือสติที่ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้ความเมตตาถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายตนเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ซีฮันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดฮ่องเต้เสด็จเข้ามาหยุดข้างนางโดยไม่มีขบวนติดตาม พระองค์สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย หลังเสร็จราชกิจตลอดทั้งวัน สีพระพักตร์มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สายพระเนตรที่มองนางยังคงอบอุ่นเช่นเดิม“เราตามหาเจ้าอยู่ตั้งนาน”ซีฮันเลิกคิ้ว “ฝ่าบาททรงทราบดีว่าหม่อมฉันมาที่นี่บ่อย”“เราจึงหาเจอ”พระองค์ยืนเคียงข้างนาง แล

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 145

    ชิงหลานก้มศีรษะ“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”ซีฮันมองนาง แล้วกล่าวเบาลง“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกตนเองว่าหม่อมฉันทุกครั้งเวลามีเพียงพวกเรา”ชิงหลานส่ายหน้า“ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียงทรงเป็นฮองเฮา”“เจ้าก็เป็นขุนนางหญิงใหญ่แล้ว”“ต่อให้หม่อมฉันมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็ยังเป็นชิงหลานคนเดิมที่เคยได้รับพระเมตตา”ซีฮันยิ้มบางครั้งหนึ่ง ชิงหลานเคยทรยศเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน และยอมสารภาพทุกอย่างต่อหน้านาง วันนั้นซีฮันไม่ได้ลงโทษ แต่เลือกใช้ความผิดของอีกฝ่ายเป็นกับดักล่อศัตรูออกมาหากเป็นซีฮันคนเดิม นางอาจไม่กล้าตัดสินใจเช่นนั้น หากเป็นลิลลี่ในอดีต นางอาจไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศอีกเลย แต่นางในวันนี้เรียนรู้แล้วว่า ความเข้มแข็งไม่ใช่การปฏิเสธทุกคน และความเมตตาก็ไม่ใช่การปล่อยให้คนผิดหลบหนีการรู้ว่าเมื่อใดควรลงโทษ และเมื่อใดควรให้โอกาส คืออำนาจที่ยากกว่าการออกคำสั่งประหารเสียอีก เสียงหัวเราะของเด็กดังขึ้นจากลานด้านล่าง ซีฮันก้มมอง เห็นเด็กหญิงสองคนกำลังวิ่งตามกันอยู่ใต้ต้นท้อ โดยมีนางกำนัลคอยดูแลอยู่ไม่ไกลพวกนางเป็นบุตรสาวของขุนนางหญิงรุ่นใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในเขตเรือนพักครอบครัวต

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 144

    พระสนมคนอื่น ๆ ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน สนมชั้นสูง สนมชั้นล่าง นางกำนัล ขุนนางหญิง ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่อหน้าซีฮัน เสียงของสตรีทั้งวังดังขึ้นพร้อมกัน“ขอฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”ซีฮันยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูง ภาพตรงหน้าควรทำให้นางรู้สึกถึงอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจกลับเป็นความหนักแน่นและสงบ นางจำวันแรกที่ลืมตาขึ้นในตำหนักเย็นได้ ตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเคารพนาง ข้ารับใช้ยังกล้าดูหมิ่น สนมฝ่ายตรงข้ามกล้าส่งยาพิษ ฮ่องเต้เองก็มองนางด้วยความเย็นชาและระแวงจากหญิงผู้ถูกเหยียบย่ำจนไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาชีวิตตนเอง วันนี้นางกลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งราชสำนักยอมก้มศีรษะให้ ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด ไม่ใช่เพราะได้เป็นที่โปรดปรานแต่เพราะนางต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้า และความยุติธรรมฮ่องเต้หันมามองนาง พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพังอีกต่อไป กลับก้าวลงมาหนึ่งขั้น แล้วหยุดยืนตรงหน้านาง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งราชสำนัก พระองค์ทรงยกมือของซีฮันขึ้นช้า ๆ จากนั้นก้มพระพักตร์ลงแตะหลังมือนางอย่างแผ่วเบา เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วลานพิธี ซีฮันเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 143

    ซีฮันไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสายตาหนักแน่นของพระองค์ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ฮ่องเต้จับมือนาง แล้วพาขึ้นไปนั่งข้างกันต่อหน้าสายตาทุกคน ความเงียบปกคลุมทั่วลานพิธี ไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ดูแผ่วเบาลง ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยมือของซีฮันทันที พระองค์ทอดพระเนตรผู้คนเบื้องล่าง ก่อนตรัสขึ้น“วันนี้เราเรียกทุกคนมาที่นี่ เพื่อประกาศเรื่องหนึ่ง”ขันทีใหญ่รับสัญญาณและก้าวออกมาด้านหน้า แต่ฮ่องเต้กลับยกพระหัตถ์ห้าม“เรื่องนี้ เราจะกล่าวด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองพระองค์ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพระองค์จึงเขียนพระราชดำรัสเอง และเหตุใดทุกคนรอบตัวจึงมีท่าทีปิดบัง ฮ่องเต้ลุกขึ้นช้า ๆ“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราชสำนักของเราผ่านเหตุการณ์มากมาย เกิดการทุจริตในวังหลัง เกิดการสมคบคิดของตระกูลขุนนาง เกิดกบฏกลางพระราชวัง และเกิดการลอบสังหารซึ่งเกือบทำให้บัลลังก์มังกรต้องเปลี่ยนมือ”พระสุรเสียงดังก้องไปทั่วลานพิธี“ในทุกเหตุการณ์ มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเรา”ซีฮันมองแผ่นหลังของพระองค์นิ่ง “เมื่อนางถูกวางยา นางไม่ร้องขอความสงสาร เมื่อนางถูกใส่ร้าย นางไม่ได้ใช้ยศลงโทษศัตรูตามอำเภอใจ นางรวบรวมหลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 142

    อีกไม่นาน เอกสารชุดใหม่จะถูกส่งมา ขุนนางฝ่ายตรงข้ามอาจยังไม่ยอมแพ้ และราชสำนักยังมีปัญหาอีกมากมายรอให้นางแก้ไข แต่ซีฮันไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตนี้เป็นของนางแล้วอย่างแท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ยืมมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องชดใช้แทนซีฮันคนเดิม และไม่ใช่ชีวิตที่ถูกความตายของลิลลี่ควบคุม นางจะใช้มันในฐานะผู้หญิงที่รวมความเข้มแข็งของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน ชิงหลานเข้ามาช่วยจัดฉลองพระองค์ ก่อนถามเบา ๆ“วันนี้เหนียงเหนียงดูต่างจากเมื่อวานเพคะ”ซีฮันมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังเป็นใบหน้าของฮองเฮาซีฮัน แต่ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้วนางยิ้ม “อาจเพราะข้านอนหลับเต็มที่”ชิงหลานหัวเราะ“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องบังคับให้ทรงพักทุกคืนแล้วเพคะ”ซีฮันไม่ได้โต้แย้ง นางยกมือแตะกระจกเบา ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเห็นเงาของลิลลี่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้เศร้า ไม่ได้หวาดกลัว เพียงยิ้มให้ก่อนจะเลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม แต่นางไม่ได้รีบเช็ด เพราะรู้ว่าน้ำตาครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดมั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 141

    ประโยคนั้นกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง ซีฮันถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ข้าไม่เข้าใจ”“แจ๊คกี้ทำร้ายเรา แต่คนที่ยังคงใช้ความผิดของเขาทำร้ายเจ้าทุกวันคือเจ้าเอง”ลิลลี่ยกมือแตะหน้าอกของซีฮัน “เขาฆ่าชีวิตเดิมของเราเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าปล่อยให้ความกลัวฆ่าหัวใจของตนเองมานานเกินไป”ซีฮันเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อย ๆ คลอขึ้นในดวงตา“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ลืมเขาหรือ ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือ”ลิลลี่ส่ายหน้า “การปล่อยวางไม่ใช่การลืม และไม่ใช่การให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ เจ้ามีสิทธิจำว่าเขาทำอะไร มีสิทธิเกลียด มีสิทธิเสียใจ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกเขาไว้ในทุกก้าวของชีวิตใหม่”ซีฮันหันไปมองเมืองนอกกระจก แสงไฟนับพันดวงส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง โลกนี้เคยเป็นทุกสิ่งของนาง งาน ความฝัน ความสำเร็จ ความรัก และความตาย นางเคยคิดว่าหากกลับมาได้ จะต้องตามหาความจริงและทวงความยุติธรรมจากแจ๊คกี้ แต่ในโลกใหม่ นางไม่มีทางกลับมา ไม่มีทางเผชิญหน้า ไม่มีทางถามว่าทำไม คำถามทั้งหมดจึงค้างอยู่ในใจเหมือนประตูที่ปิดไม่สนิท“ข้าไม่เคยได้รับคำตอบ” ซีฮันกล่าวเสียงเบา“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น”ลิลลี่ยืนข้างนาง “บางคำถามไม่มีคำตอบที่ทำให้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 9 ฟื้นความทรงจำ

    “หม่อมฉันดีใจที่พระองค์ยังทรงความจำดีอยู่ เรื่องนี้หลงลืมมิได้อย่างเด็ดขาดเลยนะเพคะ”“เรื่องแม่ยายกับลูกสะใภ้ ยุคสมัยไหนก็ไม่ต่างกันหรอกนะ...โอเค...ฉัน...เอ๊ย...ข้าจะไม่ขัดเจ้าละ”ตงเปียนเลิกคิ้ว “โอเค...คืออะไรหรือเพคะ”“แปลว่าตกลง...เจ้าจะเอาไปพูดก็ได้นะ”“เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอเล่าต่อว่าพระองค์เ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 8 เรียนรู้ในร่างใหม่

    เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฮองเฮาทำให้ขันทีหนุ่มซึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬซึมไปทั่วถึงกับลอบถอนใจ เขาคลานเข้าไปและคุกเข่าลงข้าง ๆ พระอัครมเหสี ลิลลี่ในร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์กว่าผู้ใดในแผ่นดินแห่งยุคราชวงศ์ชิงก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง น้ำตาของเธอเหือดแห้ง นัยน์ตาฉายประกายกล้าขึ้น ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 7 ความแค้นฝังใจ

    “บอกมาสิเคไนน์ว่าเรื่องที่ฉันรู้มาเป็นความจริง”“เรื่องอะไรลิลลี่...นี่คุณพูดเรื่องอะไรอยู่”“เมื่อคืนคุณพานางแบบจากยอร์ชผับไปกกที่คอนโดใช่มั้ย”“บ้าน่า! ผมจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม”“คุณทำมันบ่อย ฉันรู้ว่าคุณทำมาหลายหนแล้ว ไหนรับปากกับฉันว่าจะเลิก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้น บอกว่าจะมีฉันคนเดียว”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 6 ย้อนมาถึงราชวงศ์ชิง

    “เคไนน์...เคไนน์!”เสียงที่ดังขึ้นจากในห้องบรรทมทำให้การสนทนาระหว่างคนทั้งหมดด้านนอกจ้องชะงัก เหล่านางกำนัลทั้งสามโผเข้ากอดกันแน่นทว่าตงเปียนกลับเงี่ยหูฟังพระสุรเสียงของฮองเฮาที่ดังลอดออกมาก่อนตัดสินใจเข้าไปในห้องบรรทมและปิดประตูลงก็เห็นว่านางนั่งอยู่บนแท่นบรรทม องค์ฮองเฮาหันมายังขันทีหนุ่มที่ต้องร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status