Share

บทที่ 13

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 19:07:50

พระองค์ลุกขึ้นจากบัลลังก์ ทุกคนรีบคุกเข่าลงพร้อมกัน พระสุรเสียงดังชัดทั่วตำหนัก

“มีรับสั่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถอดยู่จินเชียงออกจากตำแหน่งกุ้ยเฟย ริบตราประจำตำแหน่ง ยึดตำหนักและทรัพย์สินทั้งหมด ส่งตัวไปกักอยู่ตำหนักเย็น จนกว่าจะสืบหาผู้บงการที่แท้จริงได้”

สิ้นพระสุรเสียง ทั้งตำหนักเงียบงันราวเวลาหยุดเดิน

ยู่จินเชียงหลับตาลงช้า ๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม นางมิได้ร้องขอความเมตตา เพียงยกหน้าผากแตะพื้นแล้วกล่าวเสียงแผ่ว

“หม่อมฉัน...น้อมรับพระราชโองการเพคะ”

ขันทีหลวงเดินเข้ามาปลดปิ่นทองประจำตำแหน่งออกจากศีรษะนางอย่างช้า ๆ จากนั้นถอดตราหยกกุ้ยเฟยที่ห้อยอยู่ข้างเอว ทุกการกระทำเสมือนประกาศต่อหน้าทุกคนว่า อัครเทวีผู้เคยได้รับการยกย่องที่สุดด้านการแพทย์ ได้สูญสิ้นทุกอย่างแล้ว

ขณะถูกพาตัวออกจากตำหนัก ยู่จินเชียงหันกลับมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสน ความพ่ายแพ้ และคำถามที่ไม่อาจเอ่ยออกมา

ซีฮันเพียงมองตอบอย่างสงบนิ่ง นางไม่ได้ยิ้มเยาะ ไม่ได้สะใจ เพราะในสายตาของนาง ยู่จินเชียงเป็นเพียงหมากตัวแรกที่หลุดออกจากกระดานเท่านั้น ส่วนเจ้ามือที่อยู่เบื้องหลัง...ยังคงนั่งยิ้มอยู่ในตำแหน่งเดิม

เมื่อขบวนขันทีพาตัวยู่จินเชียงออกไปจนลับสายตา เซียนรื่อหงแอบกำชายแขนเสื้อแน่น ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเข่อชิงยังคงนั่งนิ่งสง่างาม แต่ใต้โต๊ะ มือของนางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

ซีฮันเห็นทุกปฏิกิริยาเหล่านั้นชัดเจน นางค่อย ๆ หลุบตาลงซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ ดอกไม้พิษดอกแรก...ร่วงหล่นจากกิ่งแล้ว และดอกต่อไป กำลังเริ่มหวาดกลัวลมที่พัดเข้ามาในวังหลังแห่งนี้

เงาของเข่อชิง

หลังยู่จินเชียงถูกปลดและส่งเข้าตำหนักเย็น วังหลังที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะประจบประแจงกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เหล่าสนมต่างรู้แล้วว่าฮองเฮาซีฮันไม่ใช่สตรีที่นอนรอความตายอยู่บนเตียงอีกต่อไป นางไม่โวยวาย ไม่ร้องขอความยุติธรรมอย่างน่าสงสาร และไม่ลงมืออย่างผลีผลาม ทว่าทุกก้าวที่นางเดินล้วนทำให้ศัตรูถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ยู่จินเชียงคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ดอกไม้พิษดอกแรกที่เคยคิดว่าสามารถฆ่าฮองเฮาได้อย่างแนบเนียน บัดนี้กลับถูกถอนรากออกจากสวนวังหลังอย่างเงียบงัน

ซีฮันนั่งอยู่ในตำหนักของตน ท่ามกลางแสงเทียนที่ไหววูบตามแรงลมหนาว บนโต๊ะมีแผนผังวังหลังที่นางวาดขึ้นเอง รายชื่อสนมทั้งเจ็ดถูกเขียนเรียงไว้ด้วยหมึกดำ ยู่จินเชียงถูกขีดเส้นทับแล้วหนึ่งชื่อ แต่แทนที่นางจะรู้สึกโล่งใจ ใบหน้าของซีฮันกลับเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม

 ตงเปียนยืนอยู่ด้านข้าง มองแผนผังนั้นด้วยความรู้สึกทั้งยำเกรงและหวาดหวั่น เพราะเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าฮองเฮามิได้มองเรื่องนี้เป็นการแก้แค้นเพียงครั้งคราว แต่มองเหมือนสงครามที่ต้องชนะอย่างหมดจด

“เหนียงเหนียง ยู่จินเชียงถูกส่งเข้าตำหนักเย็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ คนของนางถูกแยกสอบทั้งหมด หมอหลวงซ่งเหวินเองก็ยืนยันว่าพิษในโอสถเกี่ยวข้องกับนางโดยตรง” ตงเปียนรายงานเสียงเบา

ซีฮันพยักหน้า แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ชื่อของเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย “นางแพ้ เพราะนางลงมือเองมากเกินไป”

ตงเปียนขมวดคิ้ว “แต่นางไม่ยอมซัดทอดเข่อชิงเลยพ่ะย่ะค่ะ ทั้งที่ทุกคนก็พอดูออกว่าคงมีผู้บงการ”

“เพราะนางยังกลัวคนที่อยู่ข้างหลังมากกว่ากลัวตำหนักเย็น” ซีฮันตอบอย่างสงบ “คนที่ยอมรับผิดแทนผู้อื่นมีอยู่สองประเภท หนึ่งคือภักดีจนโง่เขลา สองคือถูกบีบให้ไม่มีทางเลือก ยู่จินเชียงไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นจึงเหลือเพียงอย่างหลัง”

ตงเปียนนิ่งไป “หมายความว่าครอบครัวของนางอาจถูกจับเป็นตัวประกันหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่จำเป็นต้องจับตัวจริง ๆ เพียงแค่ทำให้รู้ว่าหากนางพูด ชีวิตคนทั้งตระกูลจะไม่เหลือ เท่านี้ก็พอแล้ว” ซีฮันใช้ปลายนิ้วแตะชื่อเข่อชิงเบา ๆ “เข่อชิงไม่ได้ใช้คนด้วยน้ำใจ แต่นางใช้ความกลัว ความโลภ และจุดอ่อนผูกคอทุกคนไว้ ใครทำงานให้นางก็เหมือนได้ขึ้นเรือใหญ่ แต่หากคิดกระโดดลงน้ำ เรือใหญ่นั้นจะหันกลับมาบดให้จมหาย”

ตงเปียนมองฮองเฮาด้วยความตกใจเล็กน้อย เขาเคยเห็นซีฮันคนเก่าถูกกดดันจนแทบไม่กล้าเงยหน้า แต่สตรีตรงหน้ากลับมองทะลุโครงสร้างอำนาจของวังหลังได้ราวกับเปิดหลังคาดูด้านในทั้งหมด “ถ้าเช่นนั้นต่อไปพระองค์จะจัดการเข่อชิงเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นไม่มีความรื่นรมย์ “หากเจ้าจะรื้ออาคารใหญ่ เจ้าจะเริ่มจากยอดหลังคาหรือ”

ตงเปียนก้มหน้าคิด “ไม่พ่ะย่ะค่ะ ต้องเริ่มจากส่วนที่รับน้ำหนักและทางเชื่อม”

“ถูกต้อง เข่อชิงคือเงาของเสนาบดีใหญ่ หากข้าฟันเงา เงาย่อมไม่เจ็บ ข้าต้องหันไปดูว่าแสงมาจากที่ใด และตัวจริงยืนอยู่ตรงไหน”

นางหยิบพู่กันขึ้นมา แล้วลากเส้นจากชื่อเข่อชิงไปยังคำว่า เสนาบดีใหญ่เข่อเจิ้งเหอ ที่เขียนไว้ด้านข้าง

“นางไม่ได้เป็นเพียงสนมโปรด แต่นางเป็นสะพานของตระกูลเข่อที่ทอดเข้ามาในวังหลัง”

ตงเปียนก้มมองแผนผังแล้วรู้สึกเย็นวาบในอก

 “เช่นนั้นเรื่องนี้มิใช่แค่ศึกของสนมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ตั้งแต่แรกก็ไม่ใช่” ซีฮันกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

“สนมทั้งเจ็ดเป็นเพียงดอกไม้ที่ปลูกไว้บนผิวดิน คนที่รดน้ำ พรวนดิน และเลือกว่าจะให้ดอกใดบานหรือร่วง คือขุนนางที่อยู่หลังม่าน ยู่จินเชียงมีพิษ เซียนรื่อหงมีปาก เข่อชิงมีอำนาจ ทั้งหมดถูกจัดวางให้คานกันและคอยกัดกินข้า เมื่อฮองเฮาอ่อนแอ วังหลังก็กลายเป็นสนามของพวกเขา เมื่อข้าตาย ตำแหน่งนี้จะเปิดทางให้คนของตระกูลเข่อก้าวขึ้นมาแทน”

ตงเปียนกำหมัดแน่น “พวกเขาช่างบังอาจนัก”

“บังอาจเพราะเคยทำสำเร็จมาหลายครั้ง”

ซีฮันหลุบตาลงมองถ้วยชาที่วางอยู่ด้านข้าง

“ร่างเดิมของข้าไม่เคยมีโอกาสสู้ นางถูกทำให้เจ็บ ถูกทำให้กลัว ถูกทำให้เชื่อว่าการอดทนคือคุณธรรมของฮองเฮา แต่แท้จริงแล้วการอดทนโดยไม่ตอบโต้ คือการยื่นคอให้ผู้อื่นเชือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

คำพูดนั้นทำให้ตงเปียนน้ำตาคลอ เขาคิดถึงฮองเฮาคนเก่าที่เคยยิ้มฝืนแม้ถูกเหยียดหยาม คิดถึงคืนที่นางไอเป็นเลือดแต่ยังบอกเขาว่าไม่ควรกล่าวโทษเหล่าสนมเพราะทุกคนอยู่ในวังเดียวกัน ความเมตตาของนางกลายเป็นบันไดให้ผู้อื่นเหยียบขึ้นไป และสุดท้ายก็เกือบแลกด้วยชีวิต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 146

    นางหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองกิ่งก้านซึ่งแตกยอดใหม่ ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกท้อจากที่ไกลปลิวมาตกบนไหล่ ซีฮันยกมือหยิบมันออกอย่างแผ่วเบา ภาพอดีตย้อนกลับมาในความคิด คืนที่นางฟื้นในตำหนักเย็น ถ้วยยาพิษ การถูกดูหมิ่น ศัตรูเจ็ดคนที่รอเหยียบย่ำ ความสงสัยของฮ่องเต้ การใส่ร้าย ห้องลับ ไฟไหม้ การก่อกบฏ ลูกธนูอาบพิษ การพิจารณาคดี และคำถามของเข่อชิงว่า นางร้ายถึงเพียงนี้แล้วมีความสุขหรือไม่วันนั้นซีฮันตอบว่า นางไม่ได้ร้ายเพื่อความสุข แต่ร้ายเพื่อไม่ให้ใครฆ่านางได้อีก วันนี้นางยังคงเชื่อ เช่นเดิม ความร้ายของนางไม่เคยเกิดจากความกระหายเลือด มันคือเกราะ คือคมดาบ คือสติที่ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้ความเมตตาถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายตนเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ซีฮันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดฮ่องเต้เสด็จเข้ามาหยุดข้างนางโดยไม่มีขบวนติดตาม พระองค์สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย หลังเสร็จราชกิจตลอดทั้งวัน สีพระพักตร์มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สายพระเนตรที่มองนางยังคงอบอุ่นเช่นเดิม“เราตามหาเจ้าอยู่ตั้งนาน”ซีฮันเลิกคิ้ว “ฝ่าบาททรงทราบดีว่าหม่อมฉันมาที่นี่บ่อย”“เราจึงหาเจอ”พระองค์ยืนเคียงข้างนาง แล

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 145

    ชิงหลานก้มศีรษะ“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”ซีฮันมองนาง แล้วกล่าวเบาลง“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกตนเองว่าหม่อมฉันทุกครั้งเวลามีเพียงพวกเรา”ชิงหลานส่ายหน้า“ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียงทรงเป็นฮองเฮา”“เจ้าก็เป็นขุนนางหญิงใหญ่แล้ว”“ต่อให้หม่อมฉันมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็ยังเป็นชิงหลานคนเดิมที่เคยได้รับพระเมตตา”ซีฮันยิ้มบางครั้งหนึ่ง ชิงหลานเคยทรยศเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน และยอมสารภาพทุกอย่างต่อหน้านาง วันนั้นซีฮันไม่ได้ลงโทษ แต่เลือกใช้ความผิดของอีกฝ่ายเป็นกับดักล่อศัตรูออกมาหากเป็นซีฮันคนเดิม นางอาจไม่กล้าตัดสินใจเช่นนั้น หากเป็นลิลลี่ในอดีต นางอาจไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศอีกเลย แต่นางในวันนี้เรียนรู้แล้วว่า ความเข้มแข็งไม่ใช่การปฏิเสธทุกคน และความเมตตาก็ไม่ใช่การปล่อยให้คนผิดหลบหนีการรู้ว่าเมื่อใดควรลงโทษ และเมื่อใดควรให้โอกาส คืออำนาจที่ยากกว่าการออกคำสั่งประหารเสียอีก เสียงหัวเราะของเด็กดังขึ้นจากลานด้านล่าง ซีฮันก้มมอง เห็นเด็กหญิงสองคนกำลังวิ่งตามกันอยู่ใต้ต้นท้อ โดยมีนางกำนัลคอยดูแลอยู่ไม่ไกลพวกนางเป็นบุตรสาวของขุนนางหญิงรุ่นใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในเขตเรือนพักครอบครัวต

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 144

    พระสนมคนอื่น ๆ ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน สนมชั้นสูง สนมชั้นล่าง นางกำนัล ขุนนางหญิง ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่อหน้าซีฮัน เสียงของสตรีทั้งวังดังขึ้นพร้อมกัน“ขอฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”ซีฮันยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูง ภาพตรงหน้าควรทำให้นางรู้สึกถึงอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจกลับเป็นความหนักแน่นและสงบ นางจำวันแรกที่ลืมตาขึ้นในตำหนักเย็นได้ ตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเคารพนาง ข้ารับใช้ยังกล้าดูหมิ่น สนมฝ่ายตรงข้ามกล้าส่งยาพิษ ฮ่องเต้เองก็มองนางด้วยความเย็นชาและระแวงจากหญิงผู้ถูกเหยียบย่ำจนไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาชีวิตตนเอง วันนี้นางกลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งราชสำนักยอมก้มศีรษะให้ ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด ไม่ใช่เพราะได้เป็นที่โปรดปรานแต่เพราะนางต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้า และความยุติธรรมฮ่องเต้หันมามองนาง พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพังอีกต่อไป กลับก้าวลงมาหนึ่งขั้น แล้วหยุดยืนตรงหน้านาง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งราชสำนัก พระองค์ทรงยกมือของซีฮันขึ้นช้า ๆ จากนั้นก้มพระพักตร์ลงแตะหลังมือนางอย่างแผ่วเบา เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วลานพิธี ซีฮันเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 143

    ซีฮันไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสายตาหนักแน่นของพระองค์ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ฮ่องเต้จับมือนาง แล้วพาขึ้นไปนั่งข้างกันต่อหน้าสายตาทุกคน ความเงียบปกคลุมทั่วลานพิธี ไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ดูแผ่วเบาลง ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยมือของซีฮันทันที พระองค์ทอดพระเนตรผู้คนเบื้องล่าง ก่อนตรัสขึ้น“วันนี้เราเรียกทุกคนมาที่นี่ เพื่อประกาศเรื่องหนึ่ง”ขันทีใหญ่รับสัญญาณและก้าวออกมาด้านหน้า แต่ฮ่องเต้กลับยกพระหัตถ์ห้าม“เรื่องนี้ เราจะกล่าวด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองพระองค์ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพระองค์จึงเขียนพระราชดำรัสเอง และเหตุใดทุกคนรอบตัวจึงมีท่าทีปิดบัง ฮ่องเต้ลุกขึ้นช้า ๆ“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราชสำนักของเราผ่านเหตุการณ์มากมาย เกิดการทุจริตในวังหลัง เกิดการสมคบคิดของตระกูลขุนนาง เกิดกบฏกลางพระราชวัง และเกิดการลอบสังหารซึ่งเกือบทำให้บัลลังก์มังกรต้องเปลี่ยนมือ”พระสุรเสียงดังก้องไปทั่วลานพิธี“ในทุกเหตุการณ์ มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเรา”ซีฮันมองแผ่นหลังของพระองค์นิ่ง “เมื่อนางถูกวางยา นางไม่ร้องขอความสงสาร เมื่อนางถูกใส่ร้าย นางไม่ได้ใช้ยศลงโทษศัตรูตามอำเภอใจ นางรวบรวมหลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 142

    อีกไม่นาน เอกสารชุดใหม่จะถูกส่งมา ขุนนางฝ่ายตรงข้ามอาจยังไม่ยอมแพ้ และราชสำนักยังมีปัญหาอีกมากมายรอให้นางแก้ไข แต่ซีฮันไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตนี้เป็นของนางแล้วอย่างแท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ยืมมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องชดใช้แทนซีฮันคนเดิม และไม่ใช่ชีวิตที่ถูกความตายของลิลลี่ควบคุม นางจะใช้มันในฐานะผู้หญิงที่รวมความเข้มแข็งของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน ชิงหลานเข้ามาช่วยจัดฉลองพระองค์ ก่อนถามเบา ๆ“วันนี้เหนียงเหนียงดูต่างจากเมื่อวานเพคะ”ซีฮันมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังเป็นใบหน้าของฮองเฮาซีฮัน แต่ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้วนางยิ้ม “อาจเพราะข้านอนหลับเต็มที่”ชิงหลานหัวเราะ“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องบังคับให้ทรงพักทุกคืนแล้วเพคะ”ซีฮันไม่ได้โต้แย้ง นางยกมือแตะกระจกเบา ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเห็นเงาของลิลลี่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้เศร้า ไม่ได้หวาดกลัว เพียงยิ้มให้ก่อนจะเลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม แต่นางไม่ได้รีบเช็ด เพราะรู้ว่าน้ำตาครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดมั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 141

    ประโยคนั้นกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง ซีฮันถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ข้าไม่เข้าใจ”“แจ๊คกี้ทำร้ายเรา แต่คนที่ยังคงใช้ความผิดของเขาทำร้ายเจ้าทุกวันคือเจ้าเอง”ลิลลี่ยกมือแตะหน้าอกของซีฮัน “เขาฆ่าชีวิตเดิมของเราเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าปล่อยให้ความกลัวฆ่าหัวใจของตนเองมานานเกินไป”ซีฮันเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อย ๆ คลอขึ้นในดวงตา“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ลืมเขาหรือ ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือ”ลิลลี่ส่ายหน้า “การปล่อยวางไม่ใช่การลืม และไม่ใช่การให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ เจ้ามีสิทธิจำว่าเขาทำอะไร มีสิทธิเกลียด มีสิทธิเสียใจ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกเขาไว้ในทุกก้าวของชีวิตใหม่”ซีฮันหันไปมองเมืองนอกกระจก แสงไฟนับพันดวงส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง โลกนี้เคยเป็นทุกสิ่งของนาง งาน ความฝัน ความสำเร็จ ความรัก และความตาย นางเคยคิดว่าหากกลับมาได้ จะต้องตามหาความจริงและทวงความยุติธรรมจากแจ๊คกี้ แต่ในโลกใหม่ นางไม่มีทางกลับมา ไม่มีทางเผชิญหน้า ไม่มีทางถามว่าทำไม คำถามทั้งหมดจึงค้างอยู่ในใจเหมือนประตูที่ปิดไม่สนิท“ข้าไม่เคยได้รับคำตอบ” ซีฮันกล่าวเสียงเบา“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น”ลิลลี่ยืนข้างนาง “บางคำถามไม่มีคำตอบที่ทำให้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 8 เรียนรู้ในร่างใหม่

    เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฮองเฮาทำให้ขันทีหนุ่มซึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬซึมไปทั่วถึงกับลอบถอนใจ เขาคลานเข้าไปและคุกเข่าลงข้าง ๆ พระอัครมเหสี ลิลลี่ในร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์กว่าผู้ใดในแผ่นดินแห่งยุคราชวงศ์ชิงก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง น้ำตาของเธอเหือดแห้ง นัยน์ตาฉายประกายกล้าขึ้น ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 7 ความแค้นฝังใจ

    “บอกมาสิเคไนน์ว่าเรื่องที่ฉันรู้มาเป็นความจริง”“เรื่องอะไรลิลลี่...นี่คุณพูดเรื่องอะไรอยู่”“เมื่อคืนคุณพานางแบบจากยอร์ชผับไปกกที่คอนโดใช่มั้ย”“บ้าน่า! ผมจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม”“คุณทำมันบ่อย ฉันรู้ว่าคุณทำมาหลายหนแล้ว ไหนรับปากกับฉันว่าจะเลิก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้น บอกว่าจะมีฉันคนเดียว”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 6 ย้อนมาถึงราชวงศ์ชิง

    “เคไนน์...เคไนน์!”เสียงที่ดังขึ้นจากในห้องบรรทมทำให้การสนทนาระหว่างคนทั้งหมดด้านนอกจ้องชะงัก เหล่านางกำนัลทั้งสามโผเข้ากอดกันแน่นทว่าตงเปียนกลับเงี่ยหูฟังพระสุรเสียงของฮองเฮาที่ดังลอดออกมาก่อนตัดสินใจเข้าไปในห้องบรรทมและปิดประตูลงก็เห็นว่านางนั่งอยู่บนแท่นบรรทม องค์ฮองเฮาหันมายังขันทีหนุ่มที่ต้องร

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status