แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 19:04:01

ตงเปียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ “เหนียงเหนียงหมายถึง...หมอหลวงซ่งเหวิน”

ซีฮันพยักหน้า ความทรงจำของร่างเดิมทำให้นางจำได้ว่า ซ่งเหวินเคยเป็นหมอประจำกองทัพของตระกูลซี ก่อนถูกย้ายเข้าวังหลวงเมื่อหลายปีก่อน แม้ไม่ได้ใกล้ชิดฮองเฮา แต่ก็ไม่เคยแสดงตัวเข้าข้างฝ่ายใด

“เขายังซื่อสัตย์หรือไม่”

ตงเปียนตอบทันที “ซ่งหมอหลวงไม่ชอบประจบผู้ใด จึงถูกลดความสำคัญมาหลายปี”

“เช่นนั้นก็ดี”

ซีฮันห่อถ้วยยาอีกครั้ง “คนที่ไม่มีใครเห็นค่า ย่อมไม่มีใครระวัง”

นางยื่นห่อผ้าให้ตงเปียน

“คืนนี้หลังยามสาม เจ้าจงปลอมตัวเป็นขันทีส่งของ แล้วนำถ้วยนี้ไปให้เขาตรวจ อย่าให้ผู้ใดเห็น”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“จำไว้” ซีฮันจ้องตาเขา “หากมีคนสะกดรอยตาม ให้ทิ้งถ้วยทันที”

ตงเปียนตกใจ “แต่หลักฐาน...”

“หลักฐานหายไปยังหาใหม่ได้”

ซีฮันตอบหนักแน่น “แต่คนของข้า ห้ามตาย”

ตงเปียนก้มศีรษะทันที “กระหม่อมจะกลับมาพร้อมความจริงพ่ะย่ะค่ะ”

คืนนั้นพระราชวังเงียบสงัด ตงเปียนเปลี่ยนเป็นชุดขันทีชั้นผู้น้อย ใช้หมวกใบใหญ่ปิดบังใบหน้า แล้วเดินออกจากตำหนักฮองเฮาผ่านทางเดินด้านหลัง

ระหว่างทาง เขาเปลี่ยนเส้นทางถึงสามครั้ง เดินอ้อมโรงครัว ผ่านสวนหิน ก่อนเลี้ยวเข้าประตูเล็กที่หมอหลวงใช้เข้าออก ซ่งเหวินกำลังนั่งอ่านตำราสมุนไพรใต้แสงตะเกียง เมื่อเห็นตงเปียน เขารีบลุกขึ้น

“ขันทีตง เหตุใดจึงมาดึกดื่นเช่นนี้”

ตงเปียนไม่เสียเวลา เขาปิดประตูทันที ก่อนวางห่อผ้าไว้บนโต๊ะ

“หมอซ่ง ช่วยฮองเฮาด้วย”

ซ่งเหวินเปิดผ้าออกช้า ๆ เมื่อเห็นถ้วยยา สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

“นี่คือ...”

“ถ้วยโอสถที่ฮองเฮาเสวยก่อนประชวร”

หมอหลวงชราขมวดคิ้ว

“เจ้าต้องการให้ตรวจสิ่งใด”

“ทุกอย่าง”

ซ่งเหวินพยักหน้า ก่อนหยิบเข็มเงิน แปรงขนอ่อน และขวดน้ำยาหลายชนิดออกมา

เขาใช้แปรงปัดตะกอนที่ติดก้นถ้วยอย่างเบามือ ก่อนละลายในน้ำใส

ผ่านไปครู่หนึ่ง เข็มเงินที่จุ่มลงในน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

ตงเปียนเบิกตากว้าง “มีพิษจริงหรือ”

ซ่งเหวินยังไม่ตอบ เขาหยิบผงสีขาวโรยลงไปอีกชนิด ทันใดนั้น น้ำในถ้วยกลับกลายเป็นสีเขียวหม่น หมอหลวงสูดหายใจลึก

“ไม่ใช่พิษจากพืช”

“แล้วคืออะไร”

ซ่งเหวินมองของเหลวตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด “พิษจากสัตว์”

ตงเปียนหน้าซีด “สัตว์ชนิดใด”

ซ่งเหวินใช้นิ้วแตะเพียงเล็กน้อย ก่อนดมกลิ่น “มีอย่างน้อยสามชนิด”

เขาหยิบตำราขึ้นเปิดอย่างรวดเร็ว “พิษงูเขียว...พิษแมงป่องดำ...และพิษคางคกภูเขา”

ตงเปียนแทบทรุด “ผสมกันได้ด้วยหรือ”

“ได้” หมอหลวงถอนหายใจ “แต่ต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญมาก”

เขาหันมองตงเปียน “พิษนี้ไม่ได้ทำให้ตายทันที”

“เช่นนั้นหรือ”

“มันจะค่อย ๆ ทำลายหัวใจ เส้นลมปราณ และอวัยวะภายใน”

ซ่งเหวินหลุบตาลง “เมื่อคนไข้ตาย ทุกคนจะคิดว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ”

ตงเปียนกำหมัดแน่น ทุกอย่างตรงกับที่ฮองเฮาคาดไว้ หมอหลวงเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดเสียงเบา

“คนที่ผสมพิษชนิดนี้ได้...ทั้งวังหลวงมีไม่กี่คน”

“ผู้ใด”

ซ่งเหวินมองประตู ก่อนลดเสียงลงอีก “ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย”

ตงเปียนรู้สึกเหมือนเลือดทั้งร่างเย็นเฉียบ แม้ทุกคนสงสัยอยู่แล้วแต่การได้รับการยืนยันจากหมอหลวงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นความจริง ซ่งเหวินรีบห่อถ้วยกลับคืน

“รีบนำกลับไป”

“แล้วหมอจะ...”

“ข้าไม่เคยเห็นเจ้า” หมอหลวงตอบทันที “คืนนี้ไม่มีผู้ใดมาที่นี่”

ตงเปียนเข้าใจความหมาย เขารีบคารวะ “ขอบคุณ”

ก่อนรีบเดินกลับตำหนักฮองเฮา เกือบรุ่งสาง ตงเปียนกลับมาถึงตำหนักอย่างปลอดภัย ซีฮันยังไม่นอนนางกำลังนั่งอ่านตำราเก่าอยู่ใต้แสงโคม เมื่อเห็นขันทีคนสนิทกลับมา นางจึงปิดหนังสือทันที

“เป็นอย่างไร”

ตงเปียนคุกเข่าลง “เหนียงเหนียงทรงคาดไว้ไม่ผิด”

เขาเล่าทุกอย่างที่หมอซ่งตรวจพบอย่างละเอียด ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง ทุกอย่างเริ่มต่อกันเป็นภาพ พิษจากสัตว์ร้าย หมอยาผู้เชี่ยวชาญ ยู่จินเชียง นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง

“ยังไม่พอ”

ตงเปียนชะงัก “พ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าต้องรู้ว่าโอสถนี้ออกจากตำหนักใด ผ่านมือผู้ใด และผู้ใดเป็นคนอนุมัติ”

นางลุกขึ้นเดินไปยังชั้นหนังสือ จากความทรงจำของร่างเดิม ฮองเฮามีสิทธิ์ตรวจบัญชีโอสถของวังหลังได้ เพียงแต่ไม่เคยสนใจ ซีฮันหยิบสมุดบัญชีเล่มหนาสีดำออกมาจากตู้ ฝุ่นเกาะหนาแสดงว่าไม่มีผู้ใดเปิดมันมานานแล้ว นางค่อย ๆ พลิกทีละหน้า บันทึกชื่อสมุนไพร วันเบิก ตำหนักผู้รับ ลายมือผู้อนุมัติ ทุกอย่างเป็นระเบียบจนกระทั่งถึงหน้าของเดือนก่อน ปลายนิ้วของซีฮันหยุดนิ่ง ตงเปียนรีบเดินเข้ามา

“เหนียงเหนียง พบสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันไม่ได้ตอบทันที นางใช้นิ้วแตะชื่อหนึ่งในบัญชี ใต้รายการเบิกสมุนไพรหายากหลายชนิด มีลายมือกำกับเอาไว้ชัดเจน

'รับโอสถพิเศษสำหรับถวายฮองเฮา'

และในช่องผู้เบิกนั้น มีชื่อที่นางกำลังตามหาเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำอย่างเด่นชัด

“ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย”

หมอยาในคราบอัครเทวี

รุ่งเช้าของวันที่สามหลังพิธีถวายพระพร ท้องฟ้าเหนือพระราชวังยังถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวบาง ซีฮันนั่งอยู่ริมหน้าต่างตำหนักฮองเฮา พลางทอดสายตามองสวนเหมยที่กำลังผลิดอกท่ามกลางความหนาวเย็น แม้ร่างกายจะยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่ แต่สีหน้าของนางกลับสงบนิ่งราวกับทุกสิ่งอยู่ในการคำนวณเรียบร้อยแล้ว บนโต๊ะด้านหน้าวางบัญชีโอสถที่ตงเปียนนำกลับมาเมื่อคืน เปิดค้างอยู่หน้าที่มีชื่อของยู่จินเชียงกุ้ยเฟยเขียนด้วยหมึกดำชัดเจน ใต้รายชื่อมีตราประทับรับโอสถพิเศษสำหรับถวายฮองเฮา ทุกอย่างกำลังชี้ไปยังหญิงผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ แต่หลักฐานเพียงเท่านี้ยังไม่อาจทำให้นางล้มลงได้

ซีฮันปิดสมุดบัญชีอย่างแผ่วเบา ก่อนหันไปมองตงเปียน “หากข้าถือบัญชีเล่มนี้ไปกล่าวหานางต่อหน้าฮ่องเต้ เจ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ตงเปียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “ยู่จินเชียงจะปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ นางจะอ้างว่าโอสถเป็นเพียงยาบำรุง ส่วนหมอหลวงที่เกี่ยวข้องก็ล้วนเป็นคนของเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย”

“ถูกต้อง” ซีฮันยิ้มบาง “คนฉลาดไม่เคยใช้หลักฐานเพียงชิ้นเดียว เพราะเมื่ออีกฝ่ายทำลายได้ เกมก็จบ”

นางลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยังชั้นวางเครื่องกระเบื้อง หยิบถ้วยชาลายเมฆสีขาวสองใบขึ้นมา วางเคียงกันบนโต๊ะ หากมองเผิน ๆ ทั้งสองใบเหมือนกันทุกประการ แต่เมื่อพลิกดูใต้ก้นถ้วยจะพบว่าหนึ่งใบมีรอยแต้มหมึกสีทองเล็กกว่าปลายเข็ม ซ่อนอยู่ในลายดอกบัว

“ตงเปียน วันนี้ข้าจะเล่นละคร”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 120

    เสียงฆ้องดังสนั่น ขุนนางทั้งหมดคุกเข่าลง ฮ่องเต้เสด็จขึ้นแท่นพิธี พร้อมซีฮันที่ยืนเคียงข้าง เครื่องหอมถูกจุดขึ้นทีละกระถาง ควันสีขาวลอยคลุ้งทั่วลาน ท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมหาศาล ชายผู้หนึ่งในชุดนักดนตรีเหลือบมองไปยังอีกฟากของลาน ชายในชุดคนแบกเครื่องบวงสรวงพยักหน้าเพียงครั้งเดียว อีกมุมหนึ่ง ขันทีที่ถือพานผลไม้ขยับแขนเสื้อเบา ๆ สัญญาณเริ่มส่งต่อกันอย่างเงียบเชียบ เข่อชิงซึ่งแฝงตัวอยู่ท้ายขบวนยกยิ้ม“อีกไม่นาน...” นางพึมพำ “เลือดจะนองทั่วลานแห่งนี้”บนแท่นพิธี ฮ่องเต้รับธูปสามดอกจากหัวหน้าพิธี พระองค์ทรงจุดธูปดอกแรก ทุกอย่างยังปกติ ดอกที่สอง นักดนตรีคนหนึ่งค่อย ๆ ขยับมือเข้าใกล้มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในพิณ คนแบกเครื่องบวงสรวงเริ่มปลดสลักหีบไม้ ดอกที่สามกำลังจะถูกจุด ทันใดนั้น...ซีฮันกลับก้าวออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน นางเดินลงจากแท่นพิธีไปยังกลางลาน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนทั้งราชสำนัก หัวหน้าพิธีร้องเรียก“เหนียงเหนียง พระองค์...”แต่ซีฮันไม่หยุด นางยืนอยู่กลางลานพิธี มองผู้คนหลายพันคนอย่างสงบนิ่ง เข่อชิงชะงัก“นางจะทำอะไร”เข่อหมิงซานซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่ทหารเริ่มรู้สึกผิดปกติ ซีฮันกวาดสา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 119

    ฮ่องเต้มองใบหน้าของซีฮันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“เช่นนั้น” พระองค์ตรัสเสียงหนักแน่น “เราก็จะเดินหมากกับเจ้าจนถึงตาสุดท้าย”คืนนั้น ภายในรังลับนอกเมือง เข่อชิงยืนมองพระราชวังที่อยู่ไกลลิบจากยอดเนิน นางยกถ้วยสุราขึ้นช้า ๆ“ซีฮัน” รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปาก “เจ้าคิดว่าตนชนะมาตลอด แต่วันบวงสรวงจะเป็นวันสุดท้ายของเจ้า”เข่อชิงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด โดยไม่รู้เลยว่าทุกถ้อยคำที่นางกล่าว ทุกคำสั่งที่นางออก ทุกคนที่นางเรียกระดม ล้วนถูกรายงานถึงตำหนักหงส์ทั้งหมดแล้วสงครามครั้งสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามา ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าตนกำลังวางกับดักให้ศัตรู ขณะที่อีกฝ่ายกลับยินดีเดินเข้าไปในกับดักนั้นด้วยตนเอง เพราะซีฮันตัดสินใจแล้ว นางจะปล่อยให้เข่อชิงเดินหมากต่อไปจนกระทั่งผู้บงการตัวจริงเปิดเผยตัวออกมาจากเงามืดวันบวงสรวงเลือดรุ่งอรุณของวันบวงสรวงบรรพชนมาถึงพร้อมเสียงกลองหลวงที่ดังกึกก้องไปทั่วพระราชวังธงมังกรสีทองโบกสะบัดเหนือกำแพงวัง ลานพิธีด้านหน้าศาลบรรพชนถูกประดับด้วยผ้าแพรสีแดงเข้มและธงประจำราชวงศ์ ขุนนางทุกกรมแต่งกายเต็มยศ เชื้อพระวงศ์ พระสนม และข้าราชบริพารต่างทยอยเข้าสู่ลานพิธีตา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 118

    ปลายพู่กันหยุดลง “คือผู้บงการที่อยู่เหนือเข่อชิง”ภายในห้องเงียบกริบ ตงเปียนถามด้วยความตกใจ“เหนียงเหนียงยังทรงคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันพยักหน้า “คนที่นำป้ายทองของตำหนักไทเฮาออกมาได้ คนที่รู้เส้นทางลับ คนที่สามารถปิดบังร่องรอยได้จนถึงวันนี้ ไม่มีทางเป็นเพียงขันทีหรือนางกำนัล”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางนิ่ง“เช่นนั้น เจ้าต้องการใช้เข่อชิงเป็นเหยื่อล่ออีกครั้ง”“เพคะ”พระองค์ยิ้มบางอย่างจนพระองค์เองก็ไม่รู้ตัว“บางครั้งเราก็สงสารศัตรูของเจ้า”ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “หม่อมฉันก็สงสารพวกเขาเช่นกัน”สองวันต่อมา ภายในรังลับนอกเมือง ผู้คนเริ่มเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เข่อหมิงซานนำรายชื่อขุนนางและทหารที่ยังภักดีมาวางบนโต๊ะ เข่อชิงเปิดอ่านทีละแผ่น“คนในวังหลัง พร้อมแล้วหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน ขันที ห้าสิบสามคน ทหารที่ซื้อไว้ เก้าสิบแปดนาย”เข่อชิงพยักหน้า“ยังไม่พอ”เข่อหมิงซานถาม “พระนางต้องการอีกเท่าใด”“คนไม่สำคัญ” เข่อชิงตอบเรียบ ๆ “ข้าต้องการคนที่อยู่ใกล้ฮ่องเต้”นางใช้ปลายพู่กันแตะลงบนแผนผังพระราชวัง“โดยเฉพาะวันบวงสรวงบรรพชน”ชายผู้หนึ่งถาม “เหตุใดต้องเป็นวันนั้น”เข่อชิงยิ้มเย็น “เ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 117

    “ลงไปหรือ”ซีฮันส่ายหน้า “ยังไม่ใช่”นางหันไปหาองครักษ์ “มีช่องระบายอากาศหรือไม่”ไม่นานนัก ทหารนายหนึ่งพาไปยังเนินดินด้านหลัง ใต้กอหญ้ามีช่องระบายอากาศขนาดเล็กพอดูเหตุการณ์ด้านล่าง ซีฮันค่อย ๆ ก้มลง ภาพที่เห็นทำให้ดวงตานางเย็นเฉียบ ห้องใต้ดินกว้างกว่าที่คาดหลายเท่า มีอาวุธกองเต็มกำแพง เสบียงจำนวนมาก ทหารติดอาวุธกว่าสองร้อยนายกำลังฝึกซ้อม ส่วนกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ซึ่งปูแผนที่พระราชวังเอาไว้ และหญิงผู้ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะคือ...เข่อชิงแม้จะเปลี่ยนเป็นชุดสามัญชน แต่ความเย่อหยิ่งในแววตาไม่มีวันเปลี่ยน ข้างกายนางคือเข่อหมิงซานและชายอีกหลายคน ชิงหลานไม่ได้ลงมาที่นี่ นางเพียงส่งข่าวแล้วกลับวัง เข่อชิงคลี่แผนที่ออก“ข่าวล่าสุดจากในวัง”ชายคนหนึ่งรับห่อผ้ามาเปิด ภายในมีเพียงรายการสิ่งของที่ชิงหลานคัดลอกออกมาจากคลังหลวง แต่เมื่อวางกระดาษบนแสงไฟ กลับมีตัวอักษรอีกชุดหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซีฮันหรี่ตา“น้ำหมึกล่องหน” เข่อชิงอ่านเงียบ ๆ ก่อนหัวเราะ“ซีฮันยังคิดว่าปล่อยชิงหลานแล้วจะควบคุมทุกอย่างได้”เข่อหมิงซานถาม “ข่าวเชื่อถือได้หรือ”“แน่นอน” เข่อชิงยกกระดาษขึ้น “ฮ่องเต้ย้ายองครักษ์ฝั่งเหนือไปเสริม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 116

    ตงเปียนรับคำทันที หลังทุกคนออกจากห้อง ชิงหลานก็ถูกปล่อยตัวกลับไปทำงานตามปกติ ราวกับไม่เคยมีการสอบสวนเกิดขึ้น เมื่อประตูปิดลง ฮ่องเต้จึงทอดพระเนตรซีฮัน“เจ้าคิดว่านางจะกลับไปส่งข่าวอีกหรือ”ซีฮันมองสายฝนด้านนอก “ต้องกลับไป”“เหตุใดจึงมั่นใจ”“เพราะคนของเข่อชิงยังถือครอบครัวของนางไว้”นางเว้นครู่หนึ่ง “และเพราะพวกมันเชื่อว่า ความเมตตาของข้ายังเหมือนเดิม”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของซีฮัน“แต่ครั้งนี้ ความเมตตาจะเป็นกับดักของข้า”ขณะเดียวกัน ชิงหลานเดินออกจากตำหนักหงส์ด้วยหัวใจที่สับสน นางไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวพ้นประตูตำหนัก ก็มีองครักษ์ฝีมือดีที่สุดสี่นายผลัดเปลี่ยนกันติดตามอยู่ห่าง ๆหญิงสาวคิดว่าตนได้รับอิสรภาพ แต่แท้จริงแล้ว นางได้กลายเป็นเหยื่อล่อชิ้นสำคัญที่สุดในการล่าตัวเข่อชิงและเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดรังลับนอกวังสามวันหลังจากชิงหลานถูกปล่อยตัว ตำหนักหงส์กลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นชิงหลานยังคงทำหน้าที่ถวายชา จัดตำรา และดูแลห้องทรงอักษรเช่นเดิม ซีฮันไม่เคยแสดงท่าทีสงสัยหรือกล่าวถึงการสอบสวนในวันนั้นอีกแม้แต่คำเดียวสำหรับคนภายนอก ทุกอย่างดูเหมือนจบลง

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 115

    ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น “หลักฐานอยู่ตรงหน้า ยังจะปฏิเสธอีกหรือ”ร่างของชิงหลานสั่นเทา ซีฮันผลักกำไลหยกไปตรงหน้าอีกฝ่าย“เงินเดือนของนางกำนัลซื้อของสิ่งนี้ไม่ได้”จากนั้นนางหยิบซองเครื่องหอมขึ้นมา“ร้านชิงหลันเป็นจุดติดต่อของตระกูลเข่อ”สุดท้าย นางวางรายงานการหายตัวลงบนโต๊ะ“และเจ้าหายไปในเวลาที่ตรงกับการส่งข่าวพอดี”ชิงหลานหลับตาลง น้ำตาหยดแรกไหลลงบนพื้นไม้“หม่อมฉัน...ผิดเพคะ”ทั้งห้องเงียบลงทันที หัวหน้าองครักษ์ก้าวออกมา“ฝ่าบาท โปรดมีพระบัญชาให้นำตัวไปสอบสวน”แต่ซีฮันยกมือห้าม “ข้าอยากฟังเหตุผลก่อน”ชิงหลานร้องไห้จนไหล่สั่น“หม่อมฉันไม่เคยคิดทรยศฮองเฮา”“แต่เจ้าก็ทำ”“เพราะหม่อมฉันไม่มีทางเลือก”นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา“หลังฮองเฮาช่วยชีวิตหม่อมฉันได้ไม่นาน คนของตระกูลเข่อก็มาหา”ซีฮันไม่พูดแทรก“พวกมันรู้ว่าหม่อมฉันมีมารดา น้องชาย และหลานสาวอยู่บ้านเกิด”เสียงของชิงหลานเริ่มแตกพร่า “พวกมันจับทุกคนไป”ตงเปียนขมวดคิ้ว “เมื่อใด”“ห้าปีก่อนเพคะ”“เหตุใดไม่กราบทูลฮองเฮา”ชิงหลานหัวเราะทั้งน้ำตา“ตอนนั้นฮองเฮาเองก็ถูกกดดันจากหวงกุ้ยเฟยทุกวัน พระองค์แทบปกป้องพระองค์เองไม่ได้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 13 พระสวามีคือฮ่องเต้

    พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 12 คำบอกเล่าจากโหรหลวง

    “ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 10 คำทำนาย

    ตงเปียนรีบห้ามฮองเฮาที่คว้ามืดเล่มเดิมขึ้นมาและดึงพระเกษาทำท่าจะตัดทิ้ง ลิลลี่หยุดชะงักและเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของขันทีหนุ่ม“ทำไมข้าตัดผมไม่ได้ นี่รู้หรือเปล่าว่าตอนอยู่ศตวรรษที่21 ข้าให้ช่างหั่นผมจนสั้นเลยนะ”“พระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้ การตัดพระเกษาออกนั่นหมายถึงการไว้ทุกข์เมื่อฮ่องเต้สวรรคต หาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status