FAZER LOGINรอยยิ้มของใต้เท้าโจวแข็งไปเล็กน้อย “ระ…ระหว่างทางฝนตกหนักขอรับ”
อันฉียื
หมอหลวงหลายคนพยักหน้าเล็กน้อย เพราะคำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งวินิจฉัย ซินอี๋จึงกล่าวต่ออย่างระมัดระวัง“หากยังต้องทรงกังวลเรื่องฝ่ายในทุกวัน ต่อให้เสวยยาดีเพียงใดก็คงยากจะฟื้นพระวรกาย”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรฮองเฮา“เจ้าคิดเช่นไร”ฮองเฮายังไม่ทันตอบ ซินอี๋ก็กล่าวเสริม“หม่อมฉันคิดว่าอาจให้ฮองเฮาทรงพักจากการดูแลวังหลังชั่วคราวก่อนเพคะ รอจนพระวรกายแข็งแรงแล้วค่อยกลับมาจัดการดังเดิม”ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที ซูมี่เงยหน้ามองซินอี๋ ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าคำพูดทั้งหมดกำลังมุ่งไปทางใด การดูแลวังหลังไม่ใช่เพียงเรื่องจัดงานเลี้ยงหรือแบ่งเครื่องประดับให้พระสนมผู้ที่ถืออำนาจนี้สามารถควบคุมคนในฝ่ายใน การโยกย้ายนางกำนัลและขันที การเบิกจ่ายของใช้ การจัดสรรตำหนัก การลงโทษคนทำผิด รวมถึงมีอำนาจตรวจสอบหลายส่วนที่เชื่อมต่อกับห้องเครื่องและสำนักงานภายในหากฮองเฮาต้องวางมือ ย่อมต้องมีใครสักคนรับหน้าที่แทน และในบรรดาพระสนมทั้งหมด ผู้ที่มีฐานะและความโปรดปรานมากพอจะรับอำนาจนั้น ย่อมหนีไม่พ้นซินอี๋ ฮ่องเต้กลับไม
คนทั้งตำหนักแตกตื่น ซูมี่รีบเข้าไปประคอง พร้อมสั่งทุกคนให้เปิดทางและอย่ารุมล้อมจนหายใจไม่สะดวก หลังจัดให้พระองค์บรรทมในท่าที่เหมาะสม นางตรวจชีพจรอีกครั้ง อ่อนลงกว่าเดิมอย่างชัดเจน สีหน้าของซูมี่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดนี่ไม่ใช่อาการที่ควรปล่อยต่อไปได้อีกแล้ว หากพระอาการทรุดลงด้วยความเร็วเช่นนี้ อีกไม่นานอาจส่งผลรุนแรง กว่าที่เห็น นางหันไปหานางกำนัลคนสนิท“วันนี้ก่อนพระอาการกำเริบ พระองค์เสวยอะไรเป็นอย่างสุดท้าย”อีกฝ่ายรีบคิด “พระกระยาหารเช้าเพคะ จากนั้นประมาณครึ่งชั่วยามก็ทรงดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อย”ซูมี่หรี่ตาลง “ทุกครั้งที่พระอาการหนัก เป็นหลังอาหารเช้าหรือไม่”นางกำนัลนิ่งไป ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยน “ดูเหมือนจะใช่เพคะ”ซูมี่หันกลับไปมองโต๊ะเครื่องเสวยที่ถูกเก็บไว้อีกด้าน ความคิดบางอย่างเริ่มชัดขึ้น หากพระอาการกำเริบในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน ทั้งที่เมนูเปลี่ยนตลอด นั่นหมายความว่าสิ่งที่ทำให้พระองค์ทรุดอาจไม่ใช่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่อาจเป็นสิ่งที่ถูกเติมลงไปโดยคนเดิม ในขั้นตอนเดิม ทุกวัน ซู
“ข้าไม่ได้บอกว่ามียาพิษอยู่ในนั้น”ซูมี่ตอบอย่างสงบ “ข้าเพียงไม่อยากให้มีตัวแปรมากเกินไป”คำว่า “ตัวแปร” ทำให้หมอหลวงบางคนไม่เข้าใจนัก แต่ฮองเฮากลับพยักพระพักตร์“ทำตามที่ซูมี่ว่า”“พ่ะย่ะค่ะ”หลังหมอหลวงออกไป ซูมี่จึงขอให้คนในตำหนักนำรายการอาหาร เครื่องดื่ม ยา และของบำรุงทั้งหมดที่ฮองเฮาเสวยในช่วงสิบวันที่ผ่านมาออกมา โต๊ะใหญ่ภายในห้องด้านข้างเต็มไปด้วยกระดาษหลายแผ่น หนิงเอ๋อยืนมองจนตาลาย“ฮูหยินจะตรวจทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“แต่มีตั้งมาก”“ยิ่งมากยิ่งต้องดู”ซูมี่นั่งลงแล้วเริ่มไล่ดูทีละวัน อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น น้ำชา น้ำแกง ผลไม้ ยาบำรุง ของหวานที่แต่ละตำหนักส่งมา ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดตามระเบียบของวังหลวง อันฉีใช้วิธีที่ตนคุ้นเคยจากโลกเดิม นางไม่มองเพียงว่าของชิ้นใด “น่าสงสัย” แต่พยายามมองหารูปแบบร่วมกันวันไหนพระอาการหนักขึ้น วันไหนเบาลง ช่วงเวลาใดเริ่มเวีย
ซูมี่หัวเราะเบา ๆ ก่อนสีหน้าจะกลับจริงจังเมื่อคิดถึงฮองเฮา“เรื่องนั้นไว้ทีหลัง ตอนนี้ไปดูพระอาการก่อน”ส่วนภายในศาลา หลังซูมี่จากไปแล้ว ซินอี๋ก็ไม่ได้แตะชาตรงหน้าอีก พระสนมคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง“ดูเหมือนฮองเฮาจะทรงไว้วางใจซูมี่มากจริง ๆ นะเพคะ”ซินอี๋หันไปมอง เพียงสายตาเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายเงียบ เมื่อพระสนมทั้งสองทูลลากลับไปแล้ว ซินอี๋จึงเหลือเพียงสาวใช้คนสนิทอยู่ข้างกาย สีหน้าอ่อนหวานเมื่อครู่หายไปหมด“นางตรวจฮองเฮาเมื่อวาน แล้ววันนี้ฮองเฮาก็เรียกหาอีก”“เพคะ”“หมอหลวงเล่า”“ยังถูกเรียกไปตามปกติเพคะ แต่ฮองเฮาทรงรับสั่งว่าต้องการให้ซูมี่ตรวจด้วย”ซินอี๋เม้มริมฝีปาก “ผู้หญิงคนนี้ยุ่งเกินไปแล้ว”สาวใช้ก้มหน้า “พระสนมต้องการให้ทำอย่างไรเพคะ”ซินอี๋เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับ “เสวี่ยฉิงทำงานเรียบร้อยหรือไม่”“เรียบร้อยเพคะ ไม่มีใครสงสัย”“อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด&r
ด้านข้างยังมีพระสนมอีกสองคนนั่งอยู่ด้วยทันทีที่เห็นซูมี่เดินเข้ามา ซินอี๋ก็ยิ้ม“มาแล้วหรือ”ซูมี่เข้าไปถวายความเคารพตามระเบียบอย่างครบถ้วน“ถวายพระพรสนมเอกซินอี๋เพคะ”ซินอี๋มองการเคลื่อนไหวของนางตั้งแต่ต้นจนจบ ราวกับกำลังหาว่ามีสิ่งใดผิดธรรมเนียมหรือไม่ แต่ไม่มีเลยทุกอย่างถูกต้องอย่างน่ารำคาญ“ไม่ต้องมากพิธีหรอก”ซินอี๋ยกมือเบา ๆ “ฮูหยินแห่งแผ่นดินเป็นผู้มีความดีความชอบต่อราชสำนัก ข้าเองก็ได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน วันนี้จึงอยากพบสักครั้ง”“เป็นพระกรุณาเพคะ”“นั่งเถอะ”ซูมี่นั่งลงตามตำแหน่งที่จัดไว้ นางกำนัลรีบรินชาให้ ซินอี๋ยังคงมองนางด้วยรอยยิ้ม“ได้ยินว่าฮองเฮาทรงโปรดเจ้ามาก”ซูมี่รับถ้วยชาแต่ยังไม่ดื่มทันที “ฮองเฮาทรงเมตตาหม่อมฉันเพคะ”“เมตตาถึงขั้นให้เจ้าเข้าออกตำหนักเฟิ่งอี๋ได้ตามสะดวกทีเดียว”พระสนมคนหนึ่งที่นั่งข้างซินอี๋หัวเราะเบา ๆ“ฮูหยินช่างได้ร
“เพคะ ได้ยินว่าทั้งสองสนทนากันอยู่นาน ฮองเฮาทรงพระสรวลหลายครั้งด้วย”แววตาของซินอี๋เย็นลง “นางเข้าวังมาไม่กี่วัน ก็ทำตัวสนิทสนมกับฮองเฮาเสียแล้ว”สาวใช้ไม่กล้าตอบ ซินอี๋วางปิ่นลง“แล้วพระอาการของฮองเฮาเล่า”“วันนี้ทรงเวียนพระเศียรอีกเพคะ”“ซูมี่ตรวจหรือไม่”“ตรวจเพคะ”คราวนี้มือของซินอี๋หยุดนิ่งจริง ๆ “นางพูดว่าอย่างไร”“ยังไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไรเพคะ เพียงขอตรวจยาบำรุง”ซินอี๋หรี่ตาลง “ตรวจยา?”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนนางจะถามเสียงต่ำ“เสวี่ยฉิงยังทำตามเดิมหรือไม่”“เพคะ ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่ง”ซินอี๋จึงค่อยผ่อนสีหน้า “บอกนางว่าอย่าประมาท”“เพคะ”“และห้ามเพิ่มสิ่งใดลงไปมากกว่าเดิม”นางหันมามองสาวใช้ “ซูมี่อาจเก่งกว่าหมอหลวงพวกนั้น”รอยยิ้มเย็นค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า “แต่คนจะรัก







