LOGIN“ข้าไม่ไว้ใจ” คำตอบนั้นสั้น แต่หนักแน่น หัวใจของอันฉีสั่นเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว พักหลัง
“นางเข้าเวรสัมพันธ์กับวันที่พระอาการหนัก และมีทรัพย์สินบางอย่างเกินฐานะเพคะ”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางนิ่ง ๆ“เพียงเท่านั้น?”“เพียงเท่านั้นจึงยังจับไม่ได้เพคะ”คำตอบตรงเกินไปทำให้พระองค์เงียบ ฮองเฮาจึงตรัส“หม่อมฉันเห็นด้วยกับซูมี่เพคะ”ฮ่องเต้หันไป “เจ้ากำลังถูกวางยา”“เพราะเช่นนั้นยิ่งไม่ควรจับเพียงสาวใช้คนหนึ่ง แล้วปล่อยคนที่สั่งนางไป”พระองค์ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนรับสั่ง “ดี”แววพระเนตรเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเย็นชา “ข้าจะดูว่าผู้ใดกล้าทำเรื่องเช่นนี้ในวังของข้า”ข่าวว่าฮองเฮามีพระอาการดีขึ้นแพร่ไปถึงตำหนักต่าง ๆ ภายในวันเดียว หลายคนดีใจ บางคนโล่งอก บางคนกลับเริ่มไม่สบายใจ ซินอี๋ได้รับข่าวขณะกำลังเลือกเครื่องประดับอยู่ในตำหนัก สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามารายงาน“พระสนมเพคะ ฮองเฮาเสด็จออกจากห้องบรรทมได้แล้วเพคะ”มือที่กำลังหยิบต่างหูชะงัก “ดีขึ้นมาก?”“เพคะ ได้ยินว่าเสวยอา
ซูมี่วางมือลงบนกระดาษบันทึกพระอาการของฮองเฮา แนวโน้มสามวันแรกดีขึ้นแล้ว หากเป็นไปตามที่นางคาด อีกไม่กี่วันพระอาการจะยิ่งเปลี่ยนชัดขึ้น และเมื่อนั้น สิ่งที่นางต้องพิสูจน์จะไม่ใช่แค่ว่าอาหารมีปัญหา แต่เป็นว่าใครกำลังควบคุมเส้นทางนั้นอยู่ด้านนอกหน้าต่าง ลมกลางคืนพัดผ่านอย่างแผ่วเบา ซูมี่มองออกไปยังทิศทางของห้องเครื่อง คนลงมือเลือกพิษที่ไม่ฆ่าในทันที เลือกใช้เวลาทีละวัน เพราะคิดว่าความช้าจะช่วยซ่อนทุกอย่างได้ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ความช้านั้นเองกำลังเปิดโอกาสให้อันฉีเก็บหลักฐานทีละชิ้นเช่นกัน และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฮองเฮาจะไม่ได้รับพิษอีกแม้แต่น้อย ส่วนคนที่ยังคิดว่าตนกำลังวางยาพระองค์สำเร็จทุกวัน จะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาใกล้กับดักมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเจ็ดวันที่พระอาการดีขึ้นครบเจ็ดวันนับจากวันที่ซูมี่สั่งเปลี่ยนเครื่องเสวยของฮองเฮาอย่างลับ ๆ ความเปลี่ยนแปลงก็ชัดเจนจนแทบไม่มีใครปฏิเสธได้อีกเช้าวันนั้น ฮองเฮาเสด็จออกจากห้องบรรทมด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ พระพักตร์ยังไม่กลับมาสดใสเต็มที่ แต่สีซีดที่เคยเห็นจนชินตาลดลงอย่างมาก พ
นี่คือเหตุผลที่อันฉีเริ่มเข้าใจชัดขึ้น คนลงมือไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ทันที เขาต้องการเวลา ต้องการให้ร่างกายอ่อนแอลงทีละน้อย และที่สำคัญ ต้องการให้ทุกคนเชื่อว่านี่เป็นโรคตามธรรมชาติ หากฮองเฮาทรงอ่อนแรงต่อเนื่อง ในที่สุดคำแนะนำให้พักจากงานฝ่ายในก็จะดูสมเหตุสมผลขึ้นเรื่อย ๆซูมี่คิดถึงคำพูดของซินอี๋อีกครั้ง ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลวังหลังชั่วคราว คำพูดนั้นตอนแรกฟังเหมือนความห่วงใย แต่ตอนนี้กลับมีความหมายอีกแบบหนึ่ง หมอหลวงเฉินอวี้ลดเสียง“ควรทูลฝ่าบาททันทีหรือไม่”ซูมี่ส่ายหน้า“ยัง”“แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับพระชนม์ชีพของฮองเฮา”“เพราะเกี่ยวกับพระชนม์ชีพจึงยิ่งต้องรอบคอบ”นางตอบหนักแน่น“ถ้าเราประกาศตอนนี้ คนที่ทำจะหยุดทันที ทำลายหลักฐาน เปลี่ยนคน และอาจโยนความผิดให้ใครสักคนที่ไม่เกี่ยวข้อง”หมอหลวงนิ่งคิด“ฮูหยินต้องการจับต้นทาง”“ใช่” ซูมี่กล่าว “ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในอาหารมีปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใส่ และได้รับ
“เป็นอย่างไรบ้าง” ฮองเฮาตรัสถาม“ห้องเครื่องหรือเพคะ”“ใช่”“เรียบร้อยมากเพคะ”ฮองเฮาทอดพระเนตรนาง “เจ้าพูดเช่นนี้ แปลว่าไม่เรียบร้อย”ซูมี่หลุดยิ้ม “เหตุใดพระองค์ทรงทราบ”“ข้าอยู่ในวังนี้มานานกว่าที่เจ้าเข้ามาเสียอีก”พระองค์ทรงเอนพระวรกายพิงหมอน “พบใครน่าสงสัย?”ซูมี่นั่งลงใกล้พระแท่น “พบคนที่น่าสนใจเพคะ แต่ยังไม่ควรเรียกว่าน่าสงสัย”“ใคร”“เสวี่ยฉิง”ฮองเฮาทรงนิ่งคิด “คนควบคุมเครื่องเสวย?”“เพคะ”“นางทำงานมาหลายปี ไม่เคยมีประวัติเสียหาย ข้าเคยได้ยินว่าขยันและรอบคอบ”“วันนี้หม่อมฉันก็เห็นเช่นนั้น”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงจับตานาง”“เพราะนางมีเครื่องประดับที่ดูแพงเกินรายได้ของสาวใช้ตำแหน่งเดียวกันเพคะ”ฮองเฮาขมวดพระขนง “แน่ใจหรือ”“ยังไม่แน่ใจว่า
เสวี่ยฉิงหญิงตรงหน้าดูอายุประมาณยี่สิบปลาย ๆ ใบหน้าธรรมดา ไม่โดดเด่นจนคนต้องหันมามอง เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อย ท่าทางคล่องแคล่วและดูเป็นคนทำงานมานานหากไม่ได้เห็นชื่อในบัญชีมาก่อน ซูมี่คงไม่คิดว่านางมีสิ่งใดน่าสงสัย เจ้าหน้าที่ข้างกายรีบแนะนำ“ผู้นี้คือเสวี่ยฉิงขอรับ เป็นผู้ช่วยควบคุมการจัดเครื่องเสวยช่วงเช้า นางทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว”เมื่อได้ยินชื่อตน เสวี่ยฉิงจึงหันมา ทันทีที่เห็นซูมี่ นางรีบเข้ามาถวายความเคารพ“คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ”ท่าทางนอบน้อมพอดี ไม่มีความตกใจเกินเหตุ ซูมี่มองนางเพียงครู่เดียวก่อนยิ้ม“ลุกขึ้นเถอะ”“ขอบคุณฮูหยินเจ้าค่ะ”“ได้ยินว่าเจ้าดูแลเครื่องเสวยช่วงเช้าบ่อยที่สุด”“บ่าวทำตามเวรที่ได้รับมอบหมายเจ้าค่ะ”“ทำมานานหรือยัง”“เกือบหกปีแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นคงรู้ขั้นตอนทุกอย่างดี”เสวี่ยฉิงยิ้มอย่างถ่อมตัว “บ่าวเพียงทำงานเดิมทุกวันจึงคุ้นมือเท่านั้นเจ้าค่ะ คนอื่นก็ทำได้ไม่ต่างกัน”คำตอบดีมาก ไม่อวดความสำคัญ ไม่ปฏิเสธหน้าที่ ซูมี่ถามต่ออย่างเป็นธรรมชาติ“ช่วงที่ฮองเฮาทรงประชวร เครื่องเสวยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่”“ไม่มีเจ้าค่ะ ทุกอย่างยังทำตามระเบียบเดิม”“วัตถุดิ
และนั่นคือสิ่งที่นางกังวลที่สุด หากเป้าหมายเป็นเพียงชีวิตของฮองเฮา เหตุใดต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าเป้าหมายคือการทำให้พระองค์ค่อย ๆ อ่อนแอจนต้องวางมือจากอำนาจในวังหลัง ทุกอย่างกลับสมเหตุสมผลขึ้นทันที ซูมี่คิดถึงคำเสนอของซินอี๋ ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลฝ่ายใน ภาพหลายอย่างเริ่มเชื่อมต่อกันอย่างช้า ๆ แต่ยังไม่พอ นางต้องการหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก คืนนั้นภายในตำหนักของซินอี๋ สาวใช้คนสนิทกำลังรายงานข่าว“พระสนมเพคะ ซูมี่ขอตรวจบัญชีเครื่องเสวยย้อนหลังทั้งหมดแล้วเพคะ”ซินอี๋ที่กำลังหวีผมหยุดมือ “ทั้งหมด?”“เพคะ”“แล้วนางพบอะไร”“ยังไม่ทราบเพคะ แต่ได้ยินว่านางให้คนจดเวลาที่ฮองเฮาทรงมีพระอาการทุกวัน”ซินอี๋นิ่งไป สีหน้าค่อย ๆ เย็นลง“นางละเอียดกว่าที่ข้าคิด”“จะให้หยุดหรือไม่เพคะ”ซินอี๋หันขวับ “ห้าม”สาวใช้ตกใจ “เพราะเหตุใดเพคะ”“หยุดตอนนี้เท่ากับยอมรับว่ามีสิ่งผิดปกติ”ซินอี๋ลุกขึ้นช้า ๆ “ให







