LOGIN[์NC20+ นางเอกเน้ดฉ่ำ โปรดทำใจก่อนอ่าน] “เทพธิดาในตำนานต้องอยู่บนแท่นบูชา แต่เทพธิดาของข้า…ต้องอยู่บนเตียงข้า คืนแล้วคืนเล่า” เมื่อหลินหลินทะลุมิติมาโผล่กลางสนามรบ ปรากฏตัวเปลือยเปล่าของเธอกลางแสงฟ้า ทำให้แคว้นต้าหยางชนะศึก และทำให้เธอกลายเป็น "เทพธิดาแห่งชัยชนะ" ในสายตาฮ่องเต้หนุ่มผู้ดุดัน แต่เทพธิดาในวังหลัง…ไม่ได้มีไว้กราบไหว้ มีไว้ถวายสวาททุกค่ำคืนต่างหาก… เธอกลายเป็น “เทพธิดาสวาท” ผู้ถูกเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จ แคว้นอื่นจึงจ้องลักพาตัวเธอไป... เพื่อครอบครอง “พรแห่งสวรรค์” ผ่านร่างของเธอ
View Moreนิยายเรื่องนี้เป็น SET เทพธิดาสวาท นะคะ
สามารถกดซื้ออีบุ๊คได้ที่ m*b กดค้นหานามปากกา ศศิชา ซื้อแบบเซตจะถูกกว่าซื้อแยกนะคะ ^^
ราชันมังกร
องค์ชายอสรพิษ
แม่ทัพเพลิงพสุธา
ท่านอ๋องขย่มรัก
หลินหลิน นางเอกเน้ดฉ่ำทั่วถึงค่ะ
**คำเตือน**
-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก
-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เสียงกลองศึกกระหึ่มทั่วท้องทะเล คลื่นลมโหมกระหน่ำ แผ่นฟ้าหม่นมัวไปด้วยควันปืนใหญ่และกลิ่นเลือด
กลางท้องน้ำกว้างใหญ่ เรือศึกหลวงหลายสิบลำแล่นเป็นขบวน พลธนู พลปืนและพลหอกเตรียมพร้อมอยู่บนดาดฟ้าเรือ ทหารนับพันสวมเกราะเหล็กสีดำแน่นขนัด รอคำสั่งเพียงหนึ่งเดียวจากชายผู้ยืนอยู่บนหัวเรือ
ฮ่องเต้หลงเทียนอี้... ราชบุรุษผู้เยือกเย็น ดวงเนตรเรียบนิ่งราวน้ำแข็ง แต่กลับแฝงไว้ด้วยเพลิงร้อนที่กำลังรอคอยจังหวะปะทุ
เบื้องหน้านั้นคือ... เกาะหยุนซาง เกาะการค้าอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือของกบฏนานเกือบครึ่งปี บัดนี้กลายเป็นสนามรบเลือดเดือด การบุกขึ้นฝั่งกลับไม่เป็นไปตามแผน เหล่าทหารถูกต้านกลับด้วยไฟน้ำมันกับธนูเพลิงอย่างดุเดือด
“ฝ่าบาท! พวกมันเตรียมระเบิดสะพานขึ้นฝั่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ทหารแนวหน้าบุกให้หนัก!!! หากล่าช้า เราจะเสียโอกาส!!”
ทว่าการบุกยากลำบากกว่าที่คิด ทหารแนวหน้าไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ และสูญเสียไปนับพัน เสียงรายงานดังระงม ความเสียเปรียบเริ่มปรากฏขึ้นทุกด้าน แต่ก่อนที่คำสั่งใดจะเปล่งออกจากโอษฐ์
เปรี้ยง!!!
ฟ้าแลบสว่างวาบ... ทั้งที่เป็นยามกลางวัน! เสียงฟ้าร้องกึกก้องจนพื้นทะเลไหวสะท้าน ลำแสงสว่างจ้าฟาดลงกลางผืนน้ำบริเวณหน้าเกาะ
พรึ่บ!!!
ผืนน้ำแหวกออกเป็นวงกลม คล้ายพสุธากำลังแตกกลางมหาสมุทร และในใจกลางของปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินั้น...
ร่างหนึ่งลอยขึ้นจากก้นทะเล หญิงสาวเรือนกายเปลือยเปล่า ผิวขาวผ่องเรืองแสงนวลตา ผมดำขลับสยายกลางอากาศคล้ายสายน้ำ ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ งามโฉมดุจเทพธิดา
เธอลอยอยู่กลางอากาศในวงแสงทรงกลมเรืองรอง สายลมพลันสงบนิ่ง คลื่นราบเรียบ ทหารทั้งสองฝั่งเบิกตากว้างโดยพร้อมเพรียง
ไม่มีใครเคยเห็นสิ่งใดเช่นนี้มาก่อน... แม้แต่กบฏที่กำลังจะจุดไฟระเบิด ก็ชะงักมือค้างราวต้องมนต์
บนเรือศึกหลวง สายตาคมดั่งอินทรีของหลงเทียนอี้จ้องมองร่างนั้นแน่วแน่ ดวงเนตรทองเข้มของเขาสะท้อนภาพหญิงสาวผู้มาจากฟ้า
ในวินาทีนั้น เขาไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ อีก
“บุก!!!!”
น้ำเสียงเฉียบขาดก้องทั่วเรือรบ “ศัตรูตกใจแล้ว จู่โจมทันที!!!!”
เสียงแตรศึกดังขึ้นอีกครา ทัพเรือหลวงราวถูกอัดฉีดด้วยไฟโลหิต กระโจนขึ้นฝั่งคลื่นแล้วคลื่นเล่า ฝ่ายกบฏสับสนเสียขวัญไม่เป็นกระบวน
หญิงสาวลอยอยู่เหนือสนามรบ ปรือตาขึ้นเฝ้ามองภาพการรบที่ดูราวภาพฝัน เป็นความฝันแปลกจริงๆ... หลินหลิน หญิงสาวคิดล่องลอย เธอง่วงงุน แต่ก็รับรู้ได้ทีละน้อยว่าภาพและสัมผัสกลิ่นคาวเลือดนั้นเป็นเรื่องจริง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนความสับสน
“น...นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
เสียงคนกระโจนเข้าสังหาร เสียงอาวุธกระทบกันกึกก้อง ระเบิดเพลิงดังสนั่นระดมไม่หยุดจนอากาศสะเทือน แต่ทุกสิ่งคล้ายถูกกั้นไว้ด้วยพลังลึกลับ ไม่มีสิ่งใดแตะต้องตัวเธอได้
กระทั่งเมื่อฝุ่นควันเริ่มจาง เสียงไชโยโห่ร้องงของเหล่าทหารหลวงดังกระหึ่ม กบฎเกาะหยุนซางแตกพ่ายแล้ว!!
ราชบุรุษหนุ่มบนเรือศึกผินหน้าขึ้นมองยังจุดศูนย์กลางแห่งแสงเหนือศีรษะนั้น
เทพธิดา...
นั่นคือคำเดียวที่ผุดขึ้นในความคิดเขา และราวกับฟ้าเบื้องบนรับรู้ได้... แสงทรงกลมนั้นก็แตกร้าว เสียงแตกร้าวคล้ายแก้วปริแตก ดวงแสงกระจายเป็นละอองเงิน ร่างของหญิงสาวเริ่มร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า
“ว้าย”
ฮ่องเต้หลงเทียนอี้กระโจนจากหัวเรือ มือแกร่งยื่นออกไปเบื้องหน้า และในชั่วพริบตา
เธอ... ตกลงสู่อ้อมแขนของพระองค์อย่างพอดิบพอดี ทรงรับเธอไว้แนบอกอย่างแม่นยำ ราวกับเธอคือดอกไม้บอบบางที่หากสัมผัสแรงไปเพียงนิดเดียว…ก็จะร่วงหล่นสลาย
พระเนตรสีดำลึกล้ำสบเข้ากับดวงตากลมโตของหลินหลินซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เธอสั่นเทา... ไม่กล้ากล่าวสิ่งใด ใบหน้าเล็กแหงนขึ้นมองบรรยากาศรอบตัวอย่างมึนงง ร่างกายที่แนบชิดพระวรกายกำยำช่วงบนของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อสบตากันครั้งแรก ดวงตากลมโตของเธอยังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่แววตาเขา...ลุกโชนด้วยความหลงใหล อัศจรรย์ และความปรารถนาแปลกประหลาดเกินคำบรรยาย
“เจ้าเป็นของข้าแล้ว... เทพธิดาแห่งชัยชนะ”
เมื่อหลินหลินกลับคืนสู่แคว้นต้าหยางอีกครั้ง ก็ถึงคราวแม่ทัพเสวียนอวี้แห่งแคว้นฉินที่ฉวยโอกาส “บดขยี้” เทพธิดาคนงามอย่างอุกอาจเขาไม่เคยเชื่อเรื่องเทพธิดา แต่ถูกใจที่โฉมงามผู้นี้หวานฉ่ำยั่วลิ้น แม่ทัพเสวียนอวี้จึงลอบเกี้ยวเทพธิดาไปเสพใคร่สนุกๆ นึกไม่ถึงว่าแม่ทัพหนุ่มจอมดิบเถื่อนจะเป็นฝ่ายตกหลุมรัก ต้องการครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ -----------------บทนำ“เพลิงแห่งพสุธา…ไม่เคยสงบนานนัก”กล่าวกันว่า เมื่อสวรรค์อวยพรดวงใจให้ใครบางคน ย่อมต้องแลกด้วยความวุ่นวายทั้งใต้หล้าเทพธิดาแห่งแดนมนุษย์…หลินหลินเธอคือหญิงสาวจากโลกปัจจุบัน ผู้ที่ลิขิตแห่งสวรรค์บันดาลให้มาบังเกิดเพื่อเป็นแสงสว่างแก่ราชันแห่งแคว้นต้าหยาง… ราชันมังกร ผู้สูงศักดิ์และร้อนแรงประดุจเปลวสวาทพันปี หลงเทียนอี้ โอบกอดกันด้วยรักแท้อันบริสุทธิ์แต่… รักแท้ หาได้เป็นจุดจบของเรื่องราว หากเป็นเพ
สายลมอ่อนฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเรือนผ้าแพรของพระตำหนัก กลีบดอกเหมยปลิวไหวเคล้ากลิ่นหอมละมุนในยามเช้า ร่างบอบบางของหญิงสาวในอาภรณ์ขาวสะอาดยืนอยู่กลางลานหิน เงยหน้ารับไอแดดอุ่นอย่างเงียบงัน ใบหน้านวลละมุนค่อยเผยรอยยิ้มจางเมื่อเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังใกล้เข้ามา“หลินหลิน เจ้าอยู่ตรงนี้เอง!” เสียงนั้นห้วน แต่แฝงความห่วงใยแนบแน่นดุจเถาวัลย์ หลินหลินหันไปมอง เห็นชายหนุ่มในอาภรณ์มังกรสีทองเดินตรงเข้ามา คิ้วคมดั่งวาดดูกระวนกระวาย ใบหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อเพราะตามหานางไปทั่วตำหนักใหญ่“ฝ่าบาท…” นางเอ่ยเสียงอ่อน ปรายตามองพระองค์ด้วยแววตาซาบซึ้งหลงเทียนอี้ ฮ่องเต้หนุ่มแห่งแคว้นต้าหยาง ผู้ปกครองด้วยดาบและหัวใจ ทอดพระเนตรมองหญิงสาวที่ยืนยิ้มละไมอยู่ท่ามกลางกลีบดอกไม้ร่วงหล่น พระทัยที่กระสับกระส่ายตั้งแต่รุ่งสางจึงค่อยคลายลง“หากเจ้าคิดจะออกนอกตำหนักอีก ข้าจะสั่งปิดประตูเสียให้หมด” พระองค์ว่าพลางจับมือนางมากุมไว้แน่น หลินหลินหลุบตาลง ก่อนหลุดหัวเราะเบา“ฝ่าบาท อย่าวิตกเลย... หม่อมฉันเป็นของพระองค์เท่านั
“อ๊ะ โอ้วว... ซี้ดด อ๊ะๆๆ” หลินหลินกัดริมฝีปาก จิกนิ้วลงบนไหล่หนาบึกบึน ร่างกายเหยียดเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น กำมือขึ้นอุดปากทั้งที่กำลังหายใจหอบแรง คราวนี้พระองค์จึงจู่โจมซ้ำด้วยนิ้วช่ำชอง ทั้งลิ้นทั้งนิ้วตอกถี่จนเธอกลั้นเสียงร้องไม่ไหวอีกแล้วแจะๆๆๆๆๆๆๆ“ซี้ดด ฝ...ฝ่าบาท หม่อมฉันจะขาดใจแล้วเพคะ เอา ค มาปี้เร็วๆ นะเพคะ” สองมือของเธอจับร่องให้แหกกว้าง เนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยเปลวเพลิงสวาท ร่างบอบบางครางระริก แอ่นสะโพกร่อนไปมากลางอากาศโดยที่มีปากและลิ้นของร่างสูงใหญ่ประกบติดพรวดด.... พรวดด... พรวดด!!“โอ้วว... อ๊าๆๆ น้ำแตกแล้ววว... ซี้ดด”“พิษกำหนัดทำให้เจ้าอ่อนไหวขึ้นมาก... สุดแสนจะยั่ว”“ด...ได้โปรด ปี้หอยหม่อมฉัน ฮึก... ได้โปรด โอย...” เธอหอบแฮ่กแทบขาดใจ ทิ้งตัวลงแผ่หลาอย่างอ่อนเปลี้ย ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้าน ร่างกายมันกระตุกสั่นเฮือกๆราวกับสายไฟฟาดไม่หยุด ราตรีนี้ ยาวนานเกินกว่าที่คาดไว้และทรงรู้ดี… จากนี้ต่อไป พระองค์จะไม่มีวันปล่อยเธอจากอ้อมแขนอีกเลย&ld
“ลู่หวังเฉียนอวดดีนัก…อ้างว่าเจ้าเป็นเทพธิดาแคว้นลู่...แต่เดี๋ยวมันก็จะได้รู้ ว่าเทพธิดาโหยหาเพียงแค่คนเดียวบนดินนี้ นั่นคือข้า”ทรงจับคางเธอขึ้นอย่างแผ่วเบา ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาบนพวงแก้มเนียน แล้วจูบลงเบาๆ อย่างปลอบโยน“ร้องไห้เถอะที่รัก…ร้องให้พอ แล้วจงจำไว้ว่า ต่อให้เจ้าอยู่ไกลแค่ไหน ...สุดท้ายเจ้าก็ต้องกลับมาครางใต้ร่างข้าอยู่ดี… และเจ้าจะมีชีวิตต่อไปอยู่ในอ้อมแขนข้าเท่านั้น”ราชบุรุษโอบเธอแน่นขึ้นอีกนิด กระซิบอย่างเผ็ดร้อนใกล้ริมฝีปากเธอจนแทบไม่เหลือระยะห่าง “ข้าคือยาของเจ้า ข้าคือไฟ...ที่เจ้าจะไม่มีวันหนีรอด แม้ในยามหลับตา”“เพคะ” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้ารับจูบ เย้าแหย่ลิ้นพัวพันลิ้น เธอได้ยินเสียงพระองค์คำรามในอกอย่างพอใจและตอบรับด้วยลิ้นอุ่นร้อน สัมผัสร้อนราวกับลูกระเบิดเพลิงนี้ไม่อาจจบลงได้ในครั้งเดียว เธอรู้สึกต้องการมากขึ้นๆ และเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ดูเหมือนหลงเทียนอี้จะยังไม่เข้าใจถึงพิษกำหนัดอันร้ายแรงที่ฝังอยู่ในตัวเธอ ทรงช่วยเธอด้วยการใช้ลิ้นคลายกำหนัดให้เพียงค











