Masukนี่คือเหตุผลที่อันฉีเริ่มเข้าใจชัดขึ้น คนลงมือไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ทันที เขาต้องการเวลา ต้องการให้
นี่คือเหตุผลที่อันฉีเริ่มเข้าใจชัดขึ้น คนลงมือไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ทันที เขาต้องการเวลา ต้องการให้ร่างกายอ่อนแอลงทีละน้อย และที่สำคัญ ต้องการให้ทุกคนเชื่อว่านี่เป็นโรคตามธรรมชาติ หากฮองเฮาทรงอ่อนแรงต่อเนื่อง ในที่สุดคำแนะนำให้พักจากงานฝ่ายในก็จะดูสมเหตุสมผลขึ้นเรื่อย ๆซูมี่คิดถึงคำพูดของซินอี๋อีกครั้ง ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลวังหลังชั่วคราว คำพูดนั้นตอนแรกฟังเหมือนความห่วงใย แต่ตอนนี้กลับมีความหมายอีกแบบหนึ่ง หมอหลวงเฉินอวี้ลดเสียง“ควรทูลฝ่าบาททันทีหรือไม่”ซูมี่ส่ายหน้า“ยัง”“แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับพระชนม์ชีพของฮองเฮา”“เพราะเกี่ยวกับพระชนม์ชีพจึงยิ่งต้องรอบคอบ”นางตอบหนักแน่น“ถ้าเราประกาศตอนนี้ คนที่ทำจะหยุดทันที ทำลายหลักฐาน เปลี่ยนคน และอาจโยนความผิดให้ใครสักคนที่ไม่เกี่ยวข้อง”หมอหลวงนิ่งคิด“ฮูหยินต้องการจับต้นทาง”“ใช่” ซูมี่กล่าว “ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในอาหารมีปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใส่ และได้รับ
“เป็นอย่างไรบ้าง” ฮองเฮาตรัสถาม“ห้องเครื่องหรือเพคะ”“ใช่”“เรียบร้อยมากเพคะ”ฮองเฮาทอดพระเนตรนาง “เจ้าพูดเช่นนี้ แปลว่าไม่เรียบร้อย”ซูมี่หลุดยิ้ม “เหตุใดพระองค์ทรงทราบ”“ข้าอยู่ในวังนี้มานานกว่าที่เจ้าเข้ามาเสียอีก”พระองค์ทรงเอนพระวรกายพิงหมอน “พบใครน่าสงสัย?”ซูมี่นั่งลงใกล้พระแท่น “พบคนที่น่าสนใจเพคะ แต่ยังไม่ควรเรียกว่าน่าสงสัย”“ใคร”“เสวี่ยฉิง”ฮองเฮาทรงนิ่งคิด “คนควบคุมเครื่องเสวย?”“เพคะ”“นางทำงานมาหลายปี ไม่เคยมีประวัติเสียหาย ข้าเคยได้ยินว่าขยันและรอบคอบ”“วันนี้หม่อมฉันก็เห็นเช่นนั้น”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงจับตานาง”“เพราะนางมีเครื่องประดับที่ดูแพงเกินรายได้ของสาวใช้ตำแหน่งเดียวกันเพคะ”ฮองเฮาขมวดพระขนง “แน่ใจหรือ”“ยังไม่แน่ใจว่า
เสวี่ยฉิงหญิงตรงหน้าดูอายุประมาณยี่สิบปลาย ๆ ใบหน้าธรรมดา ไม่โดดเด่นจนคนต้องหันมามอง เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อย ท่าทางคล่องแคล่วและดูเป็นคนทำงานมานานหากไม่ได้เห็นชื่อในบัญชีมาก่อน ซูมี่คงไม่คิดว่านางมีสิ่งใดน่าสงสัย เจ้าหน้าที่ข้างกายรีบแนะนำ“ผู้นี้คือเสวี่ยฉิงขอรับ เป็นผู้ช่วยควบคุมการจัดเครื่องเสวยช่วงเช้า นางทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว”เมื่อได้ยินชื่อตน เสวี่ยฉิงจึงหันมา ทันทีที่เห็นซูมี่ นางรีบเข้ามาถวายความเคารพ“คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ”ท่าทางนอบน้อมพอดี ไม่มีความตกใจเกินเหตุ ซูมี่มองนางเพียงครู่เดียวก่อนยิ้ม“ลุกขึ้นเถอะ”“ขอบคุณฮูหยินเจ้าค่ะ”“ได้ยินว่าเจ้าดูแลเครื่องเสวยช่วงเช้าบ่อยที่สุด”“บ่าวทำตามเวรที่ได้รับมอบหมายเจ้าค่ะ”“ทำมานานหรือยัง”“เกือบหกปีแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นคงรู้ขั้นตอนทุกอย่างดี”เสวี่ยฉิงยิ้มอย่างถ่อมตัว “บ่าวเพียงทำงานเดิมทุกวันจึงคุ้นมือเท่านั้นเจ้าค่ะ คนอื่นก็ทำได้ไม่ต่างกัน”คำตอบดีมาก ไม่อวดความสำคัญ ไม่ปฏิเสธหน้าที่ ซูมี่ถามต่ออย่างเป็นธรรมชาติ“ช่วงที่ฮองเฮาทรงประชวร เครื่องเสวยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่”“ไม่มีเจ้าค่ะ ทุกอย่างยังทำตามระเบียบเดิม”“วัตถุดิ
และนั่นคือสิ่งที่นางกังวลที่สุด หากเป้าหมายเป็นเพียงชีวิตของฮองเฮา เหตุใดต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าเป้าหมายคือการทำให้พระองค์ค่อย ๆ อ่อนแอจนต้องวางมือจากอำนาจในวังหลัง ทุกอย่างกลับสมเหตุสมผลขึ้นทันที ซูมี่คิดถึงคำเสนอของซินอี๋ ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลฝ่ายใน ภาพหลายอย่างเริ่มเชื่อมต่อกันอย่างช้า ๆ แต่ยังไม่พอ นางต้องการหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก คืนนั้นภายในตำหนักของซินอี๋ สาวใช้คนสนิทกำลังรายงานข่าว“พระสนมเพคะ ซูมี่ขอตรวจบัญชีเครื่องเสวยย้อนหลังทั้งหมดแล้วเพคะ”ซินอี๋ที่กำลังหวีผมหยุดมือ “ทั้งหมด?”“เพคะ”“แล้วนางพบอะไร”“ยังไม่ทราบเพคะ แต่ได้ยินว่านางให้คนจดเวลาที่ฮองเฮาทรงมีพระอาการทุกวัน”ซินอี๋นิ่งไป สีหน้าค่อย ๆ เย็นลง“นางละเอียดกว่าที่ข้าคิด”“จะให้หยุดหรือไม่เพคะ”ซินอี๋หันขวับ “ห้าม”สาวใช้ตกใจ “เพราะเหตุใดเพคะ”“หยุดตอนนี้เท่ากับยอมรับว่ามีสิ่งผิดปกติ”ซินอี๋ลุกขึ้นช้า ๆ “ให
“ก็เปลี่ยนตามเวร”“แล้วมีใครที่เกี่ยวข้องเกือบทุกวัน”นางกำนัลนิ่งคิด “ผู้ดูแลรายการเครื่องเสวยกับผู้ตรวจส่วนกลางจะค่อนข้างคงที่เพคะ”ซูมี่หรี่ตาลง “ชื่อใครบ้าง”รายชื่อถูกนำมาให้ไม่นานหลังจากนั้น มีหลายคน ทั้งขันที นางกำนัล เจ้าหน้าที่ครัว และคนควบคุมวัตถุดิบ ชื่อหนึ่งปรากฏอยู่บ่อยกว่าคนอื่น เสวี่ยฉิงนางรับผิดชอบตรวจความเรียบร้อยของเครื่องเสวยจากห้องเครื่องก่อนส่งไปยังตำหนักต่าง ๆ หลายวันในหนึ่งสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงเช้า ซูมี่จำชื่อได้ทันที หญิงผู้นี้คือคนเดียวกับที่นางเคยเห็นเครื่องประดับราคาแพงเกินฐานะ แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอ นางไม่ชอบตั้งข้อสงสัยจากความรู้สึก“ขอดูรายชื่อคนทั้งเดือน อย่าตัดใครออก” ซูมี่กล่าว “และอย่าเพิ่งแตะต้องเสวี่ยฉิง”นางกำนัลชะงัก “ฮูหยินสงสัยนางหรือเพคะ”“ข้ายังไม่สงสัยใคร” ซูมี่ตอบ “ถ้าเราเลือกคนก่อนเห็นหลักฐาน เราจะเริ่มมองทุกอย่างให้เข้ากับความคิดของตัวเอง”เหยียนเฟิงปรายตามองนางอ
เขารู้ว่านางกำลังแกล้ง แต่ก็ไม่ได้ถือสา หลังอาหาร ซูมี่นำบันทึกพระอาการที่จดไว้ตลอดหลายวันออกมาดูอีกครั้ง วันแรก อ่อนแรงช่วงสาย วันที่สอง ปวดพระเศียรหลังอาหารเช้า วันที่สาม คลื่นไส้และใจสั่น วันที่สี่อาการเบาลงเล็กน้อย วันที่ห้าเวียนพระเศียรอย่างรุนแรง วันที่หกแทบลุกไม่ไหวความผิดปกติไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังเสวยอาหารทุกครั้ง บางครั้งห่างออกไปพอสมควร นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครเชื่อมโยงทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน อันฉีจ้องข้อมูลทั้งหมดอยู่นาน ถ้าสิ่งที่เข้าสู่ร่างกายมีปริมาณมาก อาการควรเกิดรุนแรงและรวดเร็วกว่านี้แต่ถ้าเป็นปริมาณเล็กน้อยที่ได้รับซ้ำเป็นเวลานานเล่า? นางชะงัก ความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมา ไม่ใช่การวางยาครั้งเดียวเพื่อให้ตาย แต่เป็นการทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างช้า ๆ จนทุกคนเชื่อว่ากำลังป่วย ซูมี่ลุกขึ้นทันที เหยียนเฟิงที่กำลังอ่านรายงานทหารเงยหน้า“จะไปไหน”“ข้าคิดอะไรออกแล้ว”“ตอนนี้?”“ใช่”“ดึกแล้ว”ซูมี่หยุดเท้า ก่อนหันกลับมามองเขา “ถ้าข้ารอถึงพรุ่งนี้ หลัก







