LOGINทั้งตำหนักเงียบลง หลินเฟยชะงักเพียงเสี้ยววินาที แต่เพียงเท่านั้นก็พอแล้วสำหรับอันฉี นางยิ้มบาง ก่
และนั่นคือสิ่งที่นางกังวลที่สุด หากเป้าหมายเป็นเพียงชีวิตของฮองเฮา เหตุใดต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าเป้าหมายคือการทำให้พระองค์ค่อย ๆ อ่อนแอจนต้องวางมือจากอำนาจในวังหลัง ทุกอย่างกลับสมเหตุสมผลขึ้นทันที ซูมี่คิดถึงคำเสนอของซินอี๋ ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลฝ่ายใน ภาพหลายอย่างเริ่มเชื่อมต่อกันอย่างช้า ๆ แต่ยังไม่พอ นางต้องการหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก คืนนั้นภายในตำหนักของซินอี๋ สาวใช้คนสนิทกำลังรายงานข่าว“พระสนมเพคะ ซูมี่ขอตรวจบัญชีเครื่องเสวยย้อนหลังทั้งหมดแล้วเพคะ”ซินอี๋ที่กำลังหวีผมหยุดมือ “ทั้งหมด?”“เพคะ”“แล้วนางพบอะไร”“ยังไม่ทราบเพคะ แต่ได้ยินว่านางให้คนจดเวลาที่ฮองเฮาทรงมีพระอาการทุกวัน”ซินอี๋นิ่งไป สีหน้าค่อย ๆ เย็นลง“นางละเอียดกว่าที่ข้าคิด”“จะให้หยุดหรือไม่เพคะ”ซินอี๋หันขวับ “ห้าม”สาวใช้ตกใจ “เพราะเหตุใดเพคะ”“หยุดตอนนี้เท่ากับยอมรับว่ามีสิ่งผิดปกติ”ซินอี๋ลุกขึ้นช้า ๆ “ให
“ก็เปลี่ยนตามเวร”“แล้วมีใครที่เกี่ยวข้องเกือบทุกวัน”นางกำนัลนิ่งคิด “ผู้ดูแลรายการเครื่องเสวยกับผู้ตรวจส่วนกลางจะค่อนข้างคงที่เพคะ”ซูมี่หรี่ตาลง “ชื่อใครบ้าง”รายชื่อถูกนำมาให้ไม่นานหลังจากนั้น มีหลายคน ทั้งขันที นางกำนัล เจ้าหน้าที่ครัว และคนควบคุมวัตถุดิบ ชื่อหนึ่งปรากฏอยู่บ่อยกว่าคนอื่น เสวี่ยฉิงนางรับผิดชอบตรวจความเรียบร้อยของเครื่องเสวยจากห้องเครื่องก่อนส่งไปยังตำหนักต่าง ๆ หลายวันในหนึ่งสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงเช้า ซูมี่จำชื่อได้ทันที หญิงผู้นี้คือคนเดียวกับที่นางเคยเห็นเครื่องประดับราคาแพงเกินฐานะ แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอ นางไม่ชอบตั้งข้อสงสัยจากความรู้สึก“ขอดูรายชื่อคนทั้งเดือน อย่าตัดใครออก” ซูมี่กล่าว “และอย่าเพิ่งแตะต้องเสวี่ยฉิง”นางกำนัลชะงัก “ฮูหยินสงสัยนางหรือเพคะ”“ข้ายังไม่สงสัยใคร” ซูมี่ตอบ “ถ้าเราเลือกคนก่อนเห็นหลักฐาน เราจะเริ่มมองทุกอย่างให้เข้ากับความคิดของตัวเอง”เหยียนเฟิงปรายตามองนางอ
เขารู้ว่านางกำลังแกล้ง แต่ก็ไม่ได้ถือสา หลังอาหาร ซูมี่นำบันทึกพระอาการที่จดไว้ตลอดหลายวันออกมาดูอีกครั้ง วันแรก อ่อนแรงช่วงสาย วันที่สอง ปวดพระเศียรหลังอาหารเช้า วันที่สาม คลื่นไส้และใจสั่น วันที่สี่อาการเบาลงเล็กน้อย วันที่ห้าเวียนพระเศียรอย่างรุนแรง วันที่หกแทบลุกไม่ไหวความผิดปกติไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังเสวยอาหารทุกครั้ง บางครั้งห่างออกไปพอสมควร นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครเชื่อมโยงทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน อันฉีจ้องข้อมูลทั้งหมดอยู่นาน ถ้าสิ่งที่เข้าสู่ร่างกายมีปริมาณมาก อาการควรเกิดรุนแรงและรวดเร็วกว่านี้แต่ถ้าเป็นปริมาณเล็กน้อยที่ได้รับซ้ำเป็นเวลานานเล่า? นางชะงัก ความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมา ไม่ใช่การวางยาครั้งเดียวเพื่อให้ตาย แต่เป็นการทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างช้า ๆ จนทุกคนเชื่อว่ากำลังป่วย ซูมี่ลุกขึ้นทันที เหยียนเฟิงที่กำลังอ่านรายงานทหารเงยหน้า“จะไปไหน”“ข้าคิดอะไรออกแล้ว”“ตอนนี้?”“ใช่”“ดึกแล้ว”ซูมี่หยุดเท้า ก่อนหันกลับมามองเขา “ถ้าข้ารอถึงพรุ่งนี้ หลัก
หมอหลวงหลายคนพยักหน้าเล็กน้อย เพราะคำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งวินิจฉัย ซินอี๋จึงกล่าวต่ออย่างระมัดระวัง“หากยังต้องทรงกังวลเรื่องฝ่ายในทุกวัน ต่อให้เสวยยาดีเพียงใดก็คงยากจะฟื้นพระวรกาย”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรฮองเฮา“เจ้าคิดเช่นไร”ฮองเฮายังไม่ทันตอบ ซินอี๋ก็กล่าวเสริม“หม่อมฉันคิดว่าอาจให้ฮองเฮาทรงพักจากการดูแลวังหลังชั่วคราวก่อนเพคะ รอจนพระวรกายแข็งแรงแล้วค่อยกลับมาจัดการดังเดิม”ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที ซูมี่เงยหน้ามองซินอี๋ ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าคำพูดทั้งหมดกำลังมุ่งไปทางใด การดูแลวังหลังไม่ใช่เพียงเรื่องจัดงานเลี้ยงหรือแบ่งเครื่องประดับให้พระสนมผู้ที่ถืออำนาจนี้สามารถควบคุมคนในฝ่ายใน การโยกย้ายนางกำนัลและขันที การเบิกจ่ายของใช้ การจัดสรรตำหนัก การลงโทษคนทำผิด รวมถึงมีอำนาจตรวจสอบหลายส่วนที่เชื่อมต่อกับห้องเครื่องและสำนักงานภายในหากฮองเฮาต้องวางมือ ย่อมต้องมีใครสักคนรับหน้าที่แทน และในบรรดาพระสนมทั้งหมด ผู้ที่มีฐานะและความโปรดปรานมากพอจะรับอำนาจนั้น ย่อมหนีไม่พ้นซินอี๋ ฮ่องเต้กลับไม
คนทั้งตำหนักแตกตื่น ซูมี่รีบเข้าไปประคอง พร้อมสั่งทุกคนให้เปิดทางและอย่ารุมล้อมจนหายใจไม่สะดวก หลังจัดให้พระองค์บรรทมในท่าที่เหมาะสม นางตรวจชีพจรอีกครั้ง อ่อนลงกว่าเดิมอย่างชัดเจน สีหน้าของซูมี่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดนี่ไม่ใช่อาการที่ควรปล่อยต่อไปได้อีกแล้ว หากพระอาการทรุดลงด้วยความเร็วเช่นนี้ อีกไม่นานอาจส่งผลรุนแรง กว่าที่เห็น นางหันไปหานางกำนัลคนสนิท“วันนี้ก่อนพระอาการกำเริบ พระองค์เสวยอะไรเป็นอย่างสุดท้าย”อีกฝ่ายรีบคิด “พระกระยาหารเช้าเพคะ จากนั้นประมาณครึ่งชั่วยามก็ทรงดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อย”ซูมี่หรี่ตาลง “ทุกครั้งที่พระอาการหนัก เป็นหลังอาหารเช้าหรือไม่”นางกำนัลนิ่งไป ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยน “ดูเหมือนจะใช่เพคะ”ซูมี่หันกลับไปมองโต๊ะเครื่องเสวยที่ถูกเก็บไว้อีกด้าน ความคิดบางอย่างเริ่มชัดขึ้น หากพระอาการกำเริบในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน ทั้งที่เมนูเปลี่ยนตลอด นั่นหมายความว่าสิ่งที่ทำให้พระองค์ทรุดอาจไม่ใช่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่อาจเป็นสิ่งที่ถูกเติมลงไปโดยคนเดิม ในขั้นตอนเดิม ทุกวัน ซู
“ข้าไม่ได้บอกว่ามียาพิษอยู่ในนั้น”ซูมี่ตอบอย่างสงบ “ข้าเพียงไม่อยากให้มีตัวแปรมากเกินไป”คำว่า “ตัวแปร” ทำให้หมอหลวงบางคนไม่เข้าใจนัก แต่ฮองเฮากลับพยักพระพักตร์“ทำตามที่ซูมี่ว่า”“พ่ะย่ะค่ะ”หลังหมอหลวงออกไป ซูมี่จึงขอให้คนในตำหนักนำรายการอาหาร เครื่องดื่ม ยา และของบำรุงทั้งหมดที่ฮองเฮาเสวยในช่วงสิบวันที่ผ่านมาออกมา โต๊ะใหญ่ภายในห้องด้านข้างเต็มไปด้วยกระดาษหลายแผ่น หนิงเอ๋อยืนมองจนตาลาย“ฮูหยินจะตรวจทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“แต่มีตั้งมาก”“ยิ่งมากยิ่งต้องดู”ซูมี่นั่งลงแล้วเริ่มไล่ดูทีละวัน อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น น้ำชา น้ำแกง ผลไม้ ยาบำรุง ของหวานที่แต่ละตำหนักส่งมา ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดตามระเบียบของวังหลวง อันฉีใช้วิธีที่ตนคุ้นเคยจากโลกเดิม นางไม่มองเพียงว่าของชิ้นใด “น่าสงสัย” แต่พยายามมองหารูปแบบร่วมกันวันไหนพระอาการหนักขึ้น วันไหนเบาลง ช่วงเวลาใดเริ่มเวีย







