Masuk" ข้าจะไปพานางกลับมา ท่านแม่เอาเงินนั่นมาให้ข้า ข้าจะเอาไปคืนเขา "
" ข้าให้ลูกชายปที่จริงในยุคสมัยนี้การที่สามีมีภรรยาหลายคนมิใช่เรื่องผิด แต่สตรีพวกนั้นควรมาทีหลังภรรยาเอก เพราะถ้าภรรยาลับพวกนั้นพลาดพลั้งมีบุตรก่อน จะกลายเป็นว่าบุตรคนโตที่ควรจะเกิดจากภรรยาเอกได้ถูกภรรยาลับและบุตรนอกสมรสลิดรอนไป ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นหลังลูกๆ ทุกคนเติบโต หากเด็กๆ รักกันดีย่อมเป็นวาสนาของบิดามารดา แต่ถ้าพวกเขามีใจคิดริษยากันเล่า จะไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีวันแก้ไขได้หรอกหรือ " บุรุษที่ยังไม่ผ่านการแต่งงานข้องแวะกับสตรีย่อมมิใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือ " เฉิงอิ๋นพูดตามสิ่งที่ตนเคยเห็น ขนาดบิดาเขาก็มีอนุภรรยาหลายคนเช่นกัน จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก แต่นั่นเขามองจากมุมมองของบุรุษด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากมุมของสตรี " หมายความว่าท่านก็เคยงั้นหรือ " หวังซินเหยียนถึงกับเดือดดาลเมื่อได้ยินสามีกล่าวเช่นนี้ " เปล่านะ " เฉิงอิ๋นรีบกล่าวอย่างร้อนรน " นอกจากเจ้าแล้ว ข้าเคยแตะเนื้อต้องตัวสตรีใดอีกเล่า " หวังซินเหยียนหรี่ตา จ้องหน้าสามีอย่างคาดคั้น จนในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมา " มีแค่ครั้งนั้นครั้งเดี
" ซื่อจื่อกลับมาแล้ว ฮูหยินมาถามหาท่านหลายรอบแล้วขอรับ " บ่าวเฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งมาแจ้งข่าวให้เจ้านายทราบตรงจุดจอดรถม้า " ไม่เจอกันแค่ครึ่งวันนางก็แสดงออกว่าคิดถึงข้าถึงเพียงนี้แล้วหรือ " แม้ในใจจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าใบหน้ากลับยังคงสีหน้าเดิมไม่แสดงอารมณ์ใจ " รีบไปเถิดขอรับ นางกำลังรอท่านอยู่ " บ่าวรับใช้กล่าวอย่างกระตือรือร้นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายพึงพอใจยิ่งยามได้ยินว่าผู้เป็นภรรยาถามหา " อืม " เฉิงอิ๋นรีบก้าวขาไปยังเรือนพักของตนกับฮูหยิน ครั้นไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว ริมฝีปากหยักก็ปรากฏมุมโค้งขึ้นมา ดวงตาประกายระยับ ในใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก 'ซินเหยียน เจ้าคิดถึงข้า เหมือนที่ข้าคิดถึงเจ้าเช่นกันใช่หรือไม่' หวังซินเหยียนเดินวนไปวนมา ชะเง้อมองด้านนอกหลายรอบ ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องที่เซี่ยซื่อกับโหล่วอี้เหนียงคุยกันจิตใจนางพลันไม่สงบ อยากรีบปรึกษากับสามีเร็วๆ " ฮูหยิน ซื่อจื่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ " ปี้จูสาวใช้คนสนิทของหวังซินเหยียนเข้ามารายงาน นางพยักหน้า " ข้าจะออก
คนในจวนมาถึงห้องโถงกันครบถ้วนแล้ว ในนี้มีญาติพี่น้องของเฉิงอิ๋นหลายคน เมื่อทั้งสองข้ามผ่านธรณีประตู หวังซินเหยียนก็เงยหน้ามองตรง เห็นเว่ยโหวกับเซี่ยซื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลางห้อง รอบด้านรายล้อมไปด้วยบรรดาอนุและบุตรของเว่ยโหว สายตาของเซี่ยซื่อจับจ้องไปที่ลูกสะใภ้ ความงามของหวังซินเหยียนไม่เป็นสองรองใครอย่างที่ผู้คนเล่าลือจริงๆ เสียก็แต่อีกฝ่ายเคยแต่งงานมาแล้ว จึงดูไม่เหมาะสมกับบุตรชายนางไปบ้าง แม้ไม่ชอบใจนัก แต่กลับทำสิ่งใดไม่ได้ ด้วยไม่อยากเห็นบุตรชายมีสภาพเช่นนั้นอีก ยามนั้นนางนอนไม่หลับเพราะกลัวเฉิงอิ๋นจะคิดสั้นตายตามคู่หมั้นไป จึงลอบออกไปแอบดูบุตรชายทุกคืน หากวันใดเห็นเขาหายไปจากห้อง นางจะรีบสั่งให้คนออกตามหาทันที ทั้งที่เฉิงอิ๋นแค่เดินออกไปชื่นชมทิวทัศน์ในยามค่ำคืนเท่านั้น ไม่ได้จะฆ่าตัวตายอย่างที่มารดาเป็นกังวลสักนิด และเพราะผ่านประสบการณ์น่าหวาดหวั่นเช่นนั้นมาแล้ว เซี่ยซื่อกับเว่ยโหวจึงไม่กล้าคัดค้านการแต่งงานในครั้งนี้ เห็นทั้งสองรักใคร่กันดีตัวนางก็พลันโล่งใจ " พวกเจ้ามาแล้ว " เซี่ยซื
ใบหน้าของเฉิงอิ๋นดูชุ่มฉ่ำและสดชื่นยิ่ง เขายืนกางแขนออกให้ภรรยาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนไปยกน้ำชาคารวะบิดามารดา และด้วยส่วนสูงที่มากกว่าของเขา ยามมองลงจึงเห็นหน้าผากใสกระจ่าง แพขนตางอนยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ลำคอระหง ผิวขาวเนียนละเอียด รวมไปถึงเนินหน้าอกได้รูปที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมา เฉิงอิ๋นกระแอมเพื่อกลบระลอกคลื่นในใจตน ข่มใจไม่ให้ข่มเหงนางอีกรอบ " เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือ " ปากถาม แต่หน้ากลับก้มจัดเสื้อผ้าให้สามี " เมื่อคืนดื่มสุราเยอะไปหน่อยจึงรู้สึกแสบคอ " เฉิงอิ๋นพูดเพื่อให้ภรรยาเป็นห่วง แต่นางกลับตอบมาว่า " สมน้ำหน้า " ใบหน้าหล่อเหลาสลด เมื่อได้ยิ่งสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา สิ่งที่เขาต้องการได้ยินคือนางบอกว่า จะไปเชิญหมอมาตรวจดูอาการหรือไม่ก็บอกสาวใช้ไปต้มยามาให้ต่างหาก " เหตุใดเมียข้าจึงกล่าวเช่นนี้ ไม่ห่วงข้าเลยหรือไร " เฉิงอิ๋นพูดกระเง้ากระงอด " ก็ท่านทำตัวเองทั้งนั้น ข้าบอกไปแล้วว่าอย่าดื่มเยอะ เมื่อคืนเป็นเช่นไรท่านก็เห็นผลไปแล้วนี่ " รอบสุด
"...." ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง มองร่างเปลือยเปล่าท่อนบนของสามีก่อนเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ เพราะเป็นกางเกงซับข้างใน เนื้อผ้าจึงบางกว่าเสื้อผ้าชนิดอื่น เห็นไปถึงของสงวนที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือนาง หวังซินเหยียนลอบกลืนน้ำลาย ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นแดงปลั่ง หากถามถึงความรู้สึกในตอนนี้ นางกลับคิดว่าสภาพน่ารังเกียจเช่นนี้ไม่สมควรให้ผู้ใดมาเห็นจริงๆ นั่นแหละ " เฮ้อ ปัญหาเยอะเสียจริงนะท่านน่ะ " ร่างเพรียวระหงเดินไปหยิบจ้าวเจี่ยวที่ใช้ขัดตัวตรงชั้นวางของ จากนั้นก็หยิบตั่งตัวเล็กมานั่งข้างหลังเขา " ขัดได้ดี " คิ้วเรียวขมวดมุ่น นางไม่ทันได้ออกแรงก็ดีถึงขนาดเขาออกปากชมแล้วหรือ " ข้ายังไม่ทันขัดเสียหน่อย " นางแค่วางมือเอง เฉิงอิ๋นยิ้มกริ่ม " แค่เป็นเจ้าอะไรก็ดีไปหมด " หวังซินเหยียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดีอย่างนั้นหรือ ได้! นางจะทำให้ดีกว่านี้อีก ว่าแล้วนางก็ลงมือขัดหลังให้สามีอย่างแรง จนแผ่นหลังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง แม้แสบหลังจนท
ใกล้ค่ำ ขณะที่นางเพิ่งลืมตาตื่น ได้ยินเหมือนเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ร่างเล็กลุกพรวดเพ่งสายตามองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ เดินเข้ามา เฉิงอิ๋นตาแดงก่ำ กระนั้นก็ยังประคองสติได้ดี เขาถูกหลินอวี้จับสุรากรอกปากหลายจอก พอเริ่มมึนหัวก็ขอตัวกลับมาที่ห้องหอก่อน ส่วนคนที่เหลือเขาสั่งให้บ่าวรับใช้พาไปนอนแล้ว " นี่ท่านดื่มไปมากถึงขนาดไหน " หวังซินเหยียนรีบเข้าไปประคองสามี พาเขามานั่งตรงเก้าอี้ ก่อนหันไปรินน้ำใส่จอกและยื่นให้เขา " ก็...หลายจอกอยู่ " เฉิงอิ๋นรับน้ำจากภรรยามาดื่มรวดเดียว เพราะดื่มสุราไปมากร่างกายจึงรู้สึกร้อนรุ่ม มือหนาเลื่อนถอดสายคาดเอวของตนออก พร้อมบ่นพึมพำว่าร้อนจนทนไม่ไหว ร่างสูงลุกขึ้น ทำทีเหมือนว่าจะพุ่งไปที่เตียง แต่ร่างเพรียวบางกลับปาดไปข้างหน้า กางแขนออกเพื่อห้ามเขา " ไปอาบน้ำก่อน อย่าเพิ่งนอน " " ข้ามึนหัว เดินไม่ไหวแล้ว " มือใหญ่ยกกุมขมับ และเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง ก่อนฉวยโอกาสในช่วงที่ภรรยาตามไม่ทัน ล้มตัวลงบนเตียงที่ปูด้วยฟูกสีแดงมงคล หวังซิ







