تسجيل الدخولเซิงอีอีมองเหรียญในมือด้วยดวงตาพร่ามัวราวกับความฝัน เพราะมันคือ “จุดเริ่มต้น” ฝันร้ายของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน เซิงอีอี หรือ “อีอี” ลูกสาวคนโตบ้านเซิง ที่ถูกขนามนามว่า “ไข่มุกแห่งหมู่บ้านหลิงฉวี” บ้านเซิงสายสามถูกตระกูลเซิงในหมู่บ้านไล่ออกจากตระกูล อนิจา… เซิงอีอีคือหนึ่งในบ้านเซิงสายที่สาม คนแรกที่ถูกทำลายคือพ่อผู้รักลูกสาว ทำทุกอย่างเพื่อให้เซิงอีอีถูกยอมรับ เพื่อให้หญิงสาวได้ใช้ชีวิตอิสระ เธอถูกส่งตัวออกจากหมู่บ้านเข้าเมืองใหญ่ด้วยเงินหนึ่งหยวนที่พ่อแอบขายเลือด ทว่าในเมืองใหญ่เซิงอีอีกลับพบว่าเงินที่พ่อให้มาใช้ทำอะไรไม่ได้ ความโกรธทำให้หญิงสาวไม่หันหลังกลับไปหาครอบครัว ทั้งที่รู้ว่าพ่อถูกโกงแต่ไม่สนใจ เธอคิดเพียงว่าพ่อไม่ยอมให้เงินมา จึงไม่ยอมติดต่อยกเว้นขอเงิน คนแรกที่ขายเลือดคือพ่อ ต่อมาคือแม่ และคนถัดไปควรเป็นน้องชาย น้องสาว แต่บ้านเซิงสงสารหลานจึงยอมขายเลือดตัวเองคนแล้วคนเล่า เมื่อได้รับ “โอกาส“ ใช้ ”ชีวิตใหม่“ เซิงอีอีจะไม่โง่เขลาทำลายครอบครัวที่รักเธอ และครั้งนี้เซิงอีอีจะพาทุกคนเติบโตและบดขยี้ตระกูลเซิงที่ทอดทิ้งบ้านเซิงสายสาม
عرض المزيدภาพอันเลืองรางตรงหน้าทำให้ร่างที่เหมือนคนไร้วิญญาณบนกองใบไม้ในบ้านร้างหลุดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความพยายามยี่สิบปีของเธอไร้ผล อุตส่าห์ถีบตัวเองออกมาจากชนบทเข้าเมืองใหญ่ หวังได้ใช้ชีวิตดี ๆ อย่างที่เป็น กลับไม่เป็นไปตามหวัง
ในความทรงจำวัยเด็กที่เหลืออยู่ เธอคือคนที่ใคร ๆ ต่างอุ้มชูราวของมีค่าในมือ ถูกขนานนามว่า “ไข่มุกขาวแห่งหมู่บ้านหลิงฉวี” แม้เกิดและโตในชนบทกลับมีสีผิวขาวราวไข่มุก เหมือนลูกคุณหนูจากในเมือง
ถูกคนในหมู่บ้านหยอกล้อทุกวันว่าพ่อแม่หยิบลูกสาวผิดหรือเปล่า แต่ว่าสะใภ้สามบ้านเซิงคลอดลูกเองที่บ้าน คนอุ้มเซิงอีอีต่อจากหมอตำแยคือเสี่ยวซานหรือพ่อของเธอ
เซิงอีอี หรือ “อีอี” ลูกสาวคนโตของบ้านเซิงและหลานคนที่ห้าจากครอบครัวเซิงสายที่สาม ครอบครัวเซิงทั้งบ้านไม่ใช่ผู้สืบทอดจากบรรพบุรุษ ปู่ของเธอเป็นลูกชายคนที่สามของครอบครัว
เซิงอีอีมองเหรียญในมือด้วยดวงตาพร่ามัวราวกับความฝัน เพราะมันคือ “จุดเริ่มต้น” ฝันร้ายของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน ใครต่างก็บอกว่าหญิงสาวแตกต่างจากพ่อแม่ ขนาดน้องชาย น้องสาวฝาแฝดที่คลานตามหลังออกมาไม่กี่ปียังต้องหลบเมื่อพี่สาวเดินข้างหน้า
เพราะแตกต่างจากคนอื่นเธอจึงถูกเลี้ยงมาด้วยการถูกตามใจ ปู่ย่า พ่อแม่ ลุงป้า พี่ชาย ล้วนตามใจหญิงสาวเหมือนองค์หญิงน้อย ขนาดน้องสาวน้องชายที่อ่อนกว่าประมาณสองปียังต้องยกทุกอย่างให้พี่สาวก่อน
แม้บ้านยากจนอาหารไม่มีกิน ในหนึ่งมื้อเธอต้องได้กินไข่ มันจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมเซิงอีอีถึงไม่เหมือนคนอื่น ทุกคนผอมจนเห็นกระดูกกลับมีหนึ่งเดียวในบ้านที่มีเนื้อหนัง
ทว่ากลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอมีปัญหากับลูกชายคนใหญ่ในตำบล เพียงเพราะหญิงสาวที่คนอื่นหมายปองชอบพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอ
เพื่อไม่ให้ขัดขากับบ้านนั้นตระกูลเซิงรีบปรึกษาและตัดสินใจไล่ครอบครัวบ้านเซิงสายที่สามออกจากตระกูล ได้ยินมาว่าพวกเขาได้เงินเป็นร้อยหยวน เซิงอีอีถูกคนในหมู่บ้านเยินยอมาโดยตลอด หากออกจากตระกูลไปหญิงสาวไร้คนคุ้มครอง ทำให้เธอไม่ยินยอม
“เพื่อให้ฉันได้อยู่ในตระกูลต่อ พ่อ... พ่อถึงขั้นขายเลือดตัวเองเพื่อส่งฉันออกมาจากหมู่บ้าน หลังออกมาแล้วทำไมฉันถึงไม่ยอมกลับไปหาพวกเขาอีก” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยตัดพ้อตัวเองในอดีต
ความรักลูกสาวของพ่อ เขายอมแอบไปขายเลือดให้พ่อค้าในตลาดมืด
เซิงอีอีในวัยสิบห้าปีจากที่เคยถูกคนรุมล้อมกลายเป็นชี้หน้าหัวเราะ และไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว เพราะว่าบ้านผู้ชายคนนั้นประกาศออกมาว่าหากใครช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องบ้านสามเซิง เขาจะทำให้บ้านหลังนั้นอยู่ไม่ได้
เพื่อให้หญิงสาวได้ใช้ชีวิตอิสระ เธอถูกส่งตัวออกจากหมู่บ้านหลิงฉวีเข้าเมืองใหญ่ด้วยเงินหนึ่งหยวนที่พ่อแอบขายเลือดให้พ่อค้าที่หน้าเลือด เซิงอีอีคิดว่าเงินจำนวนนี้มากแล้วแต่ว่าหญิงสาวคิดผิด
ในเมืองใหญ่ล้วนมีค่าใช้จ่ายและพ่อของเธอยังถูกพ่อค้าหน้าเลือดโกง จากที่ควรได้เงินสิบหยวนกลับได้เพียงหนึ่งหยวน ความโกรธทำให้เซิงอีอีใช้เงินนั่นติดต่อผ่านโทรศัพท์ตำหนิครอบครัว
‘พ่อคิดจะส่งฉันมาตายใช่ไหม เงินหยวนเดียวนี่ทำอะไรไม่ได้เลย ส่งเงินมาให้ฉันอีกเดี๋ยวนี้นะ!’
คนที่ขายเลือดคนแรกเพื่อเอาเงินให้เธอมาเมืองใหญ่คือพ่อ เมื่อลูกสาวที่รักตำหนิและต้องการใช้เงิน คนไปขายเลือดต่อไปคือแม่ คิดว่าเงินเท่านี้จะพอหรือ แน่นอนว่าไม่
ตอนนั้นพวกเขาตัดสินใจพาเด็กสองคนผู้เป็นน้องสาวน้องชายฝาแฝดวัยเพียงสิบสามปีไปขายเลือด คนอื่น ๆ ในบ้านจะทนเห็นสภาพหลานคนเล็กของบ้านเจาะเลือดได้ยังไง สุดท้ายพวกเขาทยอยขายเลือดเพื่อรวบรวมเงินประมาณ 20 หยวน ส่งให้เซิงอีอีในเมืองใหญ่
อาจเป็นความโชคดีของหน้าตา เซิงอีอีถูกเจ้าของร้านเครื่องเสียงในตลาดมืดพบเจอเข้า จึงชวนหญิงสาวไปทำงานด้วย แต่ว่าการทำงานของเธอต้องใช้หน้าตา หญิงสาวใช้เงินมือเติบ มีเท่าไรก็ไม่พอ
ตอนที่ไปขอเบิกเงินมาใช้ซื้อของกลับได้รับคำตอบจากเจ้าของร้านเครื่องเสียงว่า “แค่ให้กินข้าวก็ดีแล้ว อย่าเรื่องมาก”
เซิงอีอีไม่เคยลำบากมาก่อน หญิงสาวโกรธครอบครัวที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป นอกจากต้องการเงินเซิงอีอีไม่คิดติดต่อครอบครัวกลับไปที่หมู่บ้าน แม้ได้ยินข่าวตอนแม่พยายามติดต่อมาหา ตอนคนอื่น ๆ ทยอยติดต่อมาว่าพ่อเสียชีวิต แม่เสียชีวิต เซิงอีอีก็ไม่ยอมติดต่อกลับ ยกเว้นตอนที่อยากได้เงิน
ตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านมาที่นี่นับเป็นเวลายี่สิบปี เซิงอีอีได้รับการติดต่อจากลุงรองเป็นคนสุดท้ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่าลุงใหญ่จากไปแล้ว ที่บ้านเหลือเพียงเขากับเงินก้อนสุดท้ายที่จะให้ได้ เพราะตัวเองก็จะไม่รอดแล้ว
เซิงอีอียังจำน้ำเสียงของตัวเองได้ “ตายไปแล้วใครจะหาเงินให้ฉัน พวกลุงบอกเองว่าฉันคือองค์หญิงตัวน้อย”
นั่นคือคำถามที่เซิงอีอีเอ่ยออกไปอย่างเอาแต่ใจ เธอในวัยสามสิบห้าปีสุดท้ายแล้วก็ยังคิดไม่ได้ และยังใช้เงินอย่างสนุกมือ ความสวยเริ่มโรยรา เงินเก็บไม่มี เวลาผ่านไปเพียงครึ่งปี เซิงอีอีก็กลายเป็นคนที่ว่างงาน
หลายวันก่อนเธอถูกไล่ออกจากห้องเช่าขนาดเล็ก หญิงสาวกล่าวโทษทุกคนที่ทำให้ชีวิต “ไข่มุกแห่งหมู่บ้านหลิงฉวี” อย่างเธอกลายเป็นตัวตลก
ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิตกับเงินหนึ่งหยวนในกำมือ ทำให้หญิงสาวนึกถึงชีวิตวัยเด็กที่สดใส และมันเปลี่ยนไปเมื่อบ้านเซิงสายสามถูกไล่ออกจากตระกูล
หาก... หากวันนั้นเธอไม่เดินจากพวกเขามา อยู่เคียงข้างทุกคน
หาก... หากพวกเขาไม่ขายเลือด ขายเนื้อเพื่อเอาเงินมาให้
หาก... หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ชีวิตของเธอต้องมาอยู่ในจุดนี้หรือไม่ เซิงอีอีคิดได้แล้ว ในตอนที่ชีวิตไม่เหลือใครเธอก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเองไม่ได้
หากยังมี “โอกาส” อีกครั้ง เซิงอีอีขอสัญญาว่าจะชดใช้ทุกอย่างให้กับพวกเขา...
หน้าสหกรณ์ของอำเภอที่เคยมารอบก่อน เซิงอีอียืนอยู่กับพี่ชายคนรอง ส่วนพี่ชายอีกสองคนถูกทิ้งให้เฝ้าตะกร้าปลากับตะกร้าที่เซิงอีอีนำมาต่างหาก ครั้งนี้หญิงสาวเชื่อฟังพนักงาน เพราะเธอมาตัวเปล่าเพื่อตามหญิงสาวไปพบ “คุณลูกค้าต้องการซื้ออะไรเลือกได้เลยนะคะ สินค้าทุกชิ้นต้องใช้คูปอง เพราะอย่างนั้นหากไม่มีคูปองก็ห้ามซื้อ” เสียงประกาศของพนักงานทำให้หลายคนที่กำลังแย่งซื้อของชะงัก บางคนวางของในมือลงชั้น บางคนแย่งมาถือพลางโบกคูปองในมือเย้ยหยันคนอื่น ในยุคที่การซื้อจำกัด เป็นเรื่องยุ่งยากของทุกคนจริง ๆ ต่อให้มีเงินไม่มีคูปองก็ซื้อไม่ได้ อ้อ ซื้อได้แต่ไม่ใช่กับที่นี่ “พี่สาว” เซิงอีอีโบกมือให้กับพนักงานสาวที่คุ้นหน้า เธอเดินไปหาเจ้าหล่อนก่อนเขย่าตัวเบา ๆ เอ่ยถาม “พี่สาวจำฉันได้ไหมคะ?” แม้มีลูกค้าผ่านมาทุกวันแต่ว่าพนักงานสาวจำลูกค้าคนนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะหล่อนผิวดีกว่าชาวบ้านทั่วไป ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนในชนบทก็เหมือนลูกคุณหนูคนหนึ่ง แถมนิสัยยังดีอีกด้วย “น้องสาว วันนี้มาซื้อของหรือ อยากได้อะไรล่ะ” เซิงอีอีขยิบตาให้หล่อน “ข้างบ้านพี่สาวมีคน
ตื่นขึ้นมาตอนสายตะกร้าของที่จะนำเข้าไปแลกในอำเภอถูกแม่ ๆ เตรียมไว้ให้ลูกหมดแล้ว ปลาสองตะกร้าใหญ่ กระต่ายสี่ตัว ไก่สองตัว ที่เข้าป่าไปหามาเซิงอีอีนำไปทั้งหมด เหลือไว้แค่อย่างละนิดและไม่ได้นำเนื้อหมูไปด้วย เธอคิดว่าเนื้อหมูทำเป็นเสบียงอาหารดีกว่า ไก่กับกระต่ายเวลาเข้าป่ามีโอกาสล่าได้สูงกว่าเนื้อหมู เธอคิดว่าหากเอาไปขายหมดครั้งหน้าก็ยังพอหาได้ ส่วนหมูครั้งนี้เป็นความโชคดีเท่านั้น เซิงเวิน เซิงเอิน เซิงอัว และเซิงอีอีออกจากบ้านช่วงสาย เป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านไปทำงานในทุ่งนาหมดแล้ว หญิงสาวใช้ฟืนปิดตะกร้าเหมือนเคย จากนั้นค่อยรีบพากันออกจากหมู่บ้าน โชคดีว่าคนที่ไม่ได้ไปทำงานส่วนใหญ่ทำงานบ้านเลยไม่เห็นตอนสี่พี่น้อง “วันนี้พวกเราจะไปแลกอะไร” เซิงอัวเอ่ยถาม ของในบ้านเหลือเยอะมาก พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปแลกธัญพืชด้วย เซิงอีอีเดินตัวปลิว พี่ชายทั้งสามแบกของแทนแล้ว แต่ว่าหญิงสาวหิ้วตะกร้ามาด้วย ด้านในเป็นไหเล็ก ๆ ที่หญิงสาวใส่น้ำสกัดจากผลซวนหลิ่วหลิ่ว หลังทดลองใช้มาหลายวัน ผลลัพธ์ของมันชัดมาก หน้าที่เคยหมองคล้ำเพราะแดดเริ่มใสขึ้น “พี่รอง
“มา ๆ ยกโต๊ะมาวางตรงนี้ เจ้าสี่ไปพยุงพี่ชายของแกออกมาหน่อย วันนี้เป็นวันดีพวกเราต้องกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อย” ปู่เซิงยกมือชี้นิ้วสั่งลูกกับหลานชายแต่ละคน สีหน้าของเขามีความสุขมาก หลังแบ่งเนื้อหมู คนที่มาช่วยกินหัวหมูนึ่งเสร็จต่างแยกย้ายกันไป ช่วงดึกสมาชิกบ้านสามทำความสะอาดบ้านเสร็จก็ทำอาหารเพื่อกินกันในบ้าน เซิงอัวรีบเข้าไปในบ้านและพยุงพี่ชายออกมา เซิงเอินตามเข้าไปช่วยด้วย พี่น้องบ้านสามคนอื่นช่วยกันเตรียมโต๊ะ ยกอาหารออกมาวางในห้องโถง เซิงอีอีหาที่พิงมาไว้ให้พี่ชายด้วย หลายวันมานี้เขาไม่ได้ลุกเดินเยอะส่วนใหญ่นอนนิ่ง อาจไม่คุ้นชิ้น “ผมออกมาทำให้ทุกคนลำบากเปล่า ๆ ให้กินข้าวในห้องนอนก็พอแล้วครับ จะได้ไม่ต้องดูแลผมด้วย” เซิงหัวนอนอยู่ในห้องครึ่งเดือน นอกจากอาการบาดเจ็บภายในแผลภายนอกก็หายหมดแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจซูบผอม แต่เซิงหัวได้รับการบำรุงที่ดีจากครอบครัว ทุกวันเขาได้กินปลาและไข่ต้ม แถมมีข้าวขาวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กินแบบอิ่มท้องด้วย บอกได้เลยว่าการเจ็บตัวครั้งนี้เขากินข้าวอิ่มกว่าที่ผ่านมา “วันนี้แม่ทำอาหารเยอะมาก” เซิงอัวหันไป
หลายคนในหมู่บ้านทยอยเดินมามุงบ้านเก่าท้ายหมู่บ้าน เซิงอีอีให้พี่ชายไปกระจายข่าวว่าขายเนื้อหมูชั่งละ 5 เหมา หรือแลกเป็นธัญพืชสี่ชั่ง จำนวนมีจำกัดเพราะอย่างนั้นบ้านไหนที่ไม่ได้กินเนื้อนานแล้วจึงรีบมาต่อแถว บางคนถือธัญพืช บางคนถือเงินมาซื้อ เพิ่งผ่านการปันส่วนมาไม่ถึงครึ่งปีหลายบ้านยังมีธัญพืชให้กินแบบไม่ต้องรัดเข็มขัดมาก บางคนคิดว่าเก็บธัญพืชและใช้เงินดีกว่า ทำให้เห็นว่าแต่ละคนเตรียมตัวมาไม่เหมือนกัน “อะแฮ่ม” เสียงกระแอมไอมาจากกลุ่มคนที่เพิ่งมาถึง เป็นคนตระกูลเซิงกับหัวหน้าหมู่บ้าน สีหน้าของพวกเขาไม่สู้ดีแต่พอเห็นหมูตัวใหญ่ถูกชำแหละก็ล้วนทำหน้าเบิกบาน ราวกับว่านี่คือเนื้อหมูของพวกเขา “หัวหน้าหมู่บ้าน” ปู่เซิงออกไปรับหน้า เขาเมินพี่ชายและคนในตระกูลเซิงเป็นครั้งแรก “หัวหน้าหมู่บ้านก็อยากนำธัญพืชมาแลกเหมือนกันเหรอครับ? เชิญนั่งก่อน ผมจะให้หลานชายนำเนื้อหมูมาให้ก่อน” “น้องเซิง” น้ำเสียงที่เคยเย็นชากลายเป็นคนกันเอง “หมูตัวนี้มาจากป่าของหมู่บ้าน ทำไมพวกเราไม่ทำอาหารแบ่งกันล่ะ ไม่เห็นต้องให้ซื้อหรือแลกเปลี่ยนเลยนะ ไหน ๆ ก็คนกันเองทั้งนั้น”

















