Partager

บทที่ 10

เมื่อผู้ใหญ่ทุกคนปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยพวกเขาก็เริ่มกินอาหารกันอีกครั้ง อันอันเองก็พึงพอใจกับอาหารมื้อนี้เป็นอย่างมากเพราะนางมีพี่ชายต่างผลัดกันเอาใจ

ในขณะที่เด็กหญิงกำลังมีความสุขกับการกิน จู่ ๆ ก็มีเสียงคล้ายเด็กเล็กดังขึ้นมาในหัวของเจ้าตัว “เด็กน้อยเจ้าลืมข้า” เสียงนั้นกล่าวตัดพ้อ

ทำให้อันอันชะงักตะเกียบในมือทันที พลางคิดว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงของใครกัน “ฮือ ๆ เจ้าเด็กใจร้ายเจ้ากล้าลืมข้าได้ยังไง” กุยเฮยกล่าวเสียงเครือ

“ตายแล้ว!” เด็กหญิงอุทานวางตะเกียบในมือลงทันที หันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาสหายเทพตัวน้อย

การกระทำของเด็กน้อยได้เรียกความสนใจจากบุคคลที่นั่งอยู่ด้วยกันเป็นอย่างมาก

“ลูกรักเจ้าเป็นอะไร มองหาอะไรอย่างนั้นหรือ” หยวนฟานถามบุตรีด้วยความสงสัย

“วันนี้ตอนที่ข้าเดินเข้าไปในโพรงแห่งนั้น ข้าไปเจอเต่าน้อยตัวหนึ่งเจ้าค่ะ ข้าคิดจะนำกลับมาด้วยแต่ว่าในระหว่างวิ่งหนี ดูเหมือนว่าจะทำเจ้าตัวน้อยหายไป ดะ..ดังนั้นลูกก็เลยตกใจเมื่อนึกขึ้นได้” อันอันกล่าวออกมาโดยไม่คิดบอกว่าเต่าที่ว่านั้นเป็นถึงสัตว์เทพ

สีหน้าเสียใจของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ทั้งผู้ใหญ่และพี่ชายคนใหม่ทั้งสองรู้สึกไม่มีความสุข ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความเงียบ

อานเจิงจึงได้กระซิบข้างหูเด็กหญิง “ข้าจะพาเจ้าไปนำเต่าน้อยกลับมาดีหรือไม่” แม้เสียงของเขาจะแผ่วเบา

แต่สำหรับผู้ที่นั่งอยู่ใกล้เคียงอย่างยงฮ่าวกลับได้ยินอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับผู้ฝึกยุทธอย่างยงเผยและศิษย์เอกทั้งสอง

ชายหนุ่มผู้ไว้หนวดจึงได้ส่งเสียงกระแอมออกมา พลางมองไปยังใบหน้าของบุตรชายที่เงยหน้ามองตนพอดี

เขาจึงได้พูดขึ้นเสียงเบา “เจ้ายังไม่เข็ดหรือ” คำถามนี้ทำให้เด็กชายหน้ามุ่ยลงอย่างไม่พอใจ

ด้านหนิงอันดวงตาเป็นประกายเพียงแวบเดียวแต่แล้วก็ฉายแววผิดหวังอีกครั้ง ‘ตรงนั้นเป็นถ้ำงูเลยนะหากไปอีกครั้งเธอจะไม่กลายเป็นอาหารของมันหรอกหรือ’

ในระหว่างที่กำลังคิดอย่างวุ่นวายกุยเฮยก็ส่งเสียงออกมาอีก ‘เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าสามารถสั่งมันได้’ คำพูดของเต่าตัวน้อยทำให้หนิงอันฉุกคิดขึ้นอย่างโมโห

‘กุยเฮย ในเมื่อเจ้าสั่งมันได้เหตุใดไม่บอกให้เร็วกว่านี้ปล่อยให้ข้าตกใจกลัวแทบตาย เท่านั้นยังไม่พอยังทำให้ข้าวิ่งหนีซะป่าราบอีก เหอะ..เจ้าก็จงอยู่ที่นั่นต่อไปอีกสองสามวันเป็นอย่างไร’ อันอันกล่าวเสียงลอดไรฟันในใจอย่างโกรธแค้น

เต่าตัวน้อยรู้สึกน้ำตาตกในพลางคิดว่าเขาช่างทุ่มหินทับเท้าตนเองโดยแท้[1] ดังนั้นมันจึงคิดหาวิธีหลอกล่อเด็กหญิงผู้เป็นนายคนใหม่ต่อไป

‘เด็กน้อยข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าขอโทษ เจ้าจะทิ้งข้าก็ไม่เป็นไรหรอก ทว่าเจ้าจะตัดใจทิ้งเทพเจ้าแห่งชีวิตได้เชียวเหรอช่างน่าเสียดายโดยแท้เพราะมันอยู่กับข้าก็หาประโยชน์อันใดไม่ได้’ หลังจบประโยคนี้เต่าน้อยก็ถอนใจออกมา

หนิงอันเริ่มนั่งไม่ติดเสียแล้ว “ลูกรักหากเจ้าเสียดายเต่าตัวนั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่รอให้พ่อจัดการเรื่องที่ดินเรียบร้อยค่อยพาเจ้าเข้าป่าอีกครั้ง” หยูเจียงเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งหน้าเศร้า

ครั้นแล้วก็มีเสียงห้ามของชายหนุ่มคนหนึ่งพูดออกมา “อย่าหาว่าข้ายุ่งเลยนะน้องเจียงป่าบนภูเขาในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก เนื่องจากอาจจะมีหมาป่าออกมาหาอาหารข้าคิดว่ารอให้พ้นช่วงเหมันต์นี้ไปก่อนจะดีกว่า” หนิงอันฟังคำกล่าวนี้ก็คิดว่ามีเหตุผล

แม้จะรู้สึกเสียดายของมีค่าแต่การมีชีวิตอยู่นั้นย่อมสำคัญที่สุด ‘เจ้าได้ยินหรือไม่ว่าท่านลุงหรานบอกว่าให้พ้นช่วงหน้าหนาวนี้ไปก่อนถึงจะให้ข้าเข้าป่าได้’ หนิงอันสื่อสารกับเต่าน้อยทันที

‘มีข้าอยู่เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก หากเจ้ารีบมารับข้านะข้าจะช่วยให้พวกเจ้าและคนเหล่านี้มีเนื้อกินด้วย’ กุยเฮยเริ่มขายตัวเองออกมาอีก

‘มีเนื้อกินด้วยอย่างนั้นเหรอ จะเพียงพอให้ทุกคนได้กินไหมชาวบ้านมีอยู่สามสิบกว่าหลังคาเรือน หากได้กินไม่ทั่วถึงข้าก็ไม่ต้องการ’ หนิงอันรีบแย้ง

‘เจ้าเด็กโลภมาก เอาเถอะในเมื่อเจ้ามีแก่ใจนึกถึงคนอื่นข้าจะสงเคราะห์ช่วยเหลือก็ได้ ดังนั้นเจ้ารีบมารับข้าเถอะ’ กุยเฮยอ้อนวอน

หนิงอันนิ่งเงียบไป จากนั้นก็เริ่มกินอาหารของตนต่อโดยที่ผู้ใหญ่แต่ละคนต่างพากันคิดว่าเด็กหญิงคงจะตัดใจได้แล้ว หารู้ไหมว่านางกำลังคิดหาวิธีอยู่ต่างหาก

หลังมื้ออาหารสิ้นสุดลง “ข้าจะไปส่งเจ้ากับลูก” ยงเผยบอกกับภรรยาสาวโดยไม่รอให้นางตอบรับชายหนุ่มก็จัดแจงส่งเด็กชายขึ้นหลังม้าไปก่อน

หมิงจูคร้านจะโต้เถียงกับคนหน้าด้าน และดูเหมือนว่าบุตรชายจะมีความสุขในการขี่ม้าจึงทำให้นางพูดไม่ออก

เมื่อถึงบ้านหลังเล็กของตน หญิงสาวก็คิดจะเอ่ยปากไล่กระนั้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังอุ้มบุตรตัวน้อยที่กำลังหลับอย่างเอาใจใส่นางก็พูดไม่ออกอีกครั้ง

“ท่านพาเขาไปวางบนเตียงนั้นเถอะ” เสียงของนางอ่อนลงยามเมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายของบุตรชายตัวน้อย

ยงเผยจัดแจงวางเด็กชายลงบนที่นอนพร้อมกับห่มผ้าผืนหนาให้กับเจ้าตัวเล็ก จากนั้นชายหนุ่มจึงสำรวจห้องที่ไม่มีอะไรเลยและยังพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเมื่อสีหน้าหม่นลง

ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา “หมิงจูเป็นข้าที่ผิดต่อเจ้ากับลูกได้โปรดบอกข้าเถอะต้องทำอย่างไรเจ้าจึงจะอภัยให้คนโง่ผู้นี้” น้ำเสียงของเขาเศร้าโศกเช่นเดียวกับใบหน้า

“ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ” หญิงสาวย้อนถามใบหน้านิ่งเฉย

“เจ้าช่วยฟังข้าอธิบายก่อนได้หรือไม่ หากว่าเมื่อเจ้าฟังแล้วไม่คิดจะยกโทษให้ข้าพร้อมที่จะยอมรับ ขอเพียงอย่างเดียวเจ้าอย่าได้ตัดรอนไมตรีในการดูแลบุตรก็พอ” ยงเผยเว้าวอนอย่างสำนึกผิด

เกิดความเงียบระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง ก่อนที่หมิงจูจะถอนหายใจยาว

“ท่านลองพูดมา ในตอนนั้นส่วนหนึ่งข้าเองก็ผิดที่ตัดสิน ใจหุนหันไม่ว่าอย่างไรเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ว่าแต่ฮูหยินของท่านนางไปไหนเสียแล้วล่ะ” คำกล่าวนี้ดั่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจของยงเผย

“ฮูหยินของข้าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็มีเจ้าเพียงคนเดียวมาตลอด อีกอย่างตอนนี้ข้าลาออกจากการเป็นทหารแล้วเจ้าผิดหวังหรือไม่ที่จะเป็นเพียงภรรยาของคนธรรมดา” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างหนักแน่นเสียงดังฟังชัด

“ท่านหมายความว่ายังไง ในตอนนั้นที่ข้าหอบลูกหนีออกมาไม่ใช่ว่าแม่ของท่านบอกว่าจะให้ท่านแต่งงานกับแม่นางที่สมกันหรอกหรือ ในตอนนั้นนางยังเอาหนังสือหย่ามาให้ข้าดูด้วย” หมิงจูพูดขึ้นเสียงสั่นน้ำตาร่วงเผาะดุจไข่มุกเม็ดงาม

ย้อนกลับไปตอนนั้นนางเพิ่งจะคลอดบุตรได้สามเดือน สามีของนางอยู่แนวหน้าหลังได้ข่าวว่าทหารของเขาชนะกำลังเดินทางกลับแม่สามีใจร้ายผู้นั้นก็เดินถือหนังสือหย่าเข้ามา

“เจ้าจงไปให้พ้นจากจวนของข้าซะ เผยเอ๋อร์ชนะศึกกลับมาในครั้งนี้เขาได้รับพระราชทานสมรสให้แต่งขุนหนูสูงศักดิ์คนหนึ่งเป็นภรรยาเอก เจ้ามันก็แค่สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่าได้อยู่ถ่วงความเจริญของเขาเลย

ส่วนข้าเองก็ใช่ว่าจะใจร้ายนัก เนื่องจากบุตรของเจ้าเป็นชาย ยังไงก็ถือว่าเป็นเลือดเนื้อสกุลยงของเรา ข้าจะรับเลี้ยงเขาเอาไว้ก็แล้วกัน ดังนั้นเจ้าก็จงนำตั๋วเงินจำนวนนี้แล้วรีบไสหัวไปให้ไกลก่อนเขากลับมา” คำพูดแสนร้ายกาจยังคงดังก้องอยู่ในหูของตนมาจนกระทั่งถึงวันนี้

ในตอนนั้นนางต้องออกอุบายสารพัดเพื่อให้บุตรชาย อยู่ข้างกาย เมื่อสบโอกาสในวันที่กองทัพเดินทางกลับจึงได้ถือโอกาสหนีออกมา จู่ ๆ เหตุใดชายคนนี้จึงได้มาบอกว่าเขาไม่ได้แต่งใครเข้าไปแทนตนกัน อีกทั้งยังลาออกอีกด้วย

“เจ้าจงฟังข้านะเรื่องพระราชทานสมรสนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ข้าได้ปฏิเสธออกไปในทันทีเช่นเดียวกันโดยแลกกับการลาออกจากราชสำนัก เรื่องนี้ทำให้ท่านแม่ของข้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

แต่นางไม่พอใจแล้วอย่างไรเนื่องจากชีวิตเป็นของข้า ส่วนเรื่องความกตัญญูนั้นข้าเองก็ตอบแทนนางมามากพอแล้ว เมื่อกลับถึงจวนและพบว่าเจ้าหนีไปข้าสืบหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ดังนั้นเส้นความอดทนของข้ากับมารดาจึงไม่สามารถประสานกันได้อีก ข้าผู้เป็นบุตรคนที่นางไม่เคยรักเหตุใดข้าจะต้องทนอยู่ เมื่อเจ้าไม่อยู่ชีวิตข้าก็ไร้ความหมาย

ข้าจึงได้ใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ข้างนอกประทังชีพด้วยอาชีพต่อรถม้าขายและรับสอนวิชาเล็ก ๆ น้อย ๆ กระทั่งมีศิษย์เอกสองคนกำลังจะมีคนที่สามก็คือหยูหนิงอัน

หมิงจูเจ้าเชื่อข้าเถอะ ไม่มีวันไหนที่ข้าจะหลงลืมเจ้า ข้าเที่ยวตามหาเจ้าไปจนแทบจะพลิกแผ่นดินเมืองหลวง

ทว่าเจ้ากลับหนีข้ามาอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าคาดไม่ถึงว่าเจ้าจะหอบบุตรตัวน้อยเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้” ชายหนุ่มถือโอกาสจับมือของหญิงสาวกล่าวแสดงความจริงใจ

“เรื่องที่ท่านพูดมาเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ” หญิงสาวถามคล้ายคนละเมอนางแทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องที่ได้ยินนี้จะเป็นจริง

“เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือไร อยู่ด้วยกันมาจนกระทั่งมีบุตรข้าหาเคยผิดคำพูดกับเจ้าไม่” ยงเผยกล่าวอย่างหนักแน่น

“แล้วผู้หญิงคนนั้นนางทำอย่างไรหลังจากท่านปฏิเสธ” ที่หมิงจูถามเช่นนี้เป็นเพราะหญิงสาวคนนั้นก็มีส่วนทำให้นางตัดสินใจพาบุตรหนี

“เชอะผู้หญิงร้ายกาจเช่นนั้น ในเมื่ออยากมีสามีจนตัวสั่น ข้ายงเผยจะยอมให้นางมาจูงจมูกได้อย่างนั้นเหรอ คิดจะวางยาข้าในงานเลี้ยงข้าก็เลยตลบหลังเข้าให้

ป่านนี้นางคงมีความสุขที่ได้เป็นอนุคนที่สิบสามของขุนนางเฒ่ากรมเสนาบดีไปแล้วกระมั้ง เจ้าอย่าได้ถามถึงนางเลยมาพูดเรื่องของเราเถอะ เจ้าหายโกรธข้าหรือยัง” ยงเผยกล่าวเสียงหยันยามนึกถึงหญิงสารเลวคนนั้น

“ท่านพูดอะไรออกมา เราทั้งสองหย่ากันแล้วเผื่อท่านลืม” หมิงจูแกะมือหนาของเขาใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อกับคำพูดหน้าไม่อายของคนผู้นี้

“เจ้าได้ดูดีหรือยังว่านั่นคือหนังสือหย่าจริงหรือไม่ เพราะข้าจำไม่ได้ว่าได้เขียนหนังสือหย่ามาก่อน” ยงเผยหยอกล้อพลางเชยคางของภรรยาให้สบตากับตน

“ระ...เรื่องนี้” หมิงจูยังพูดไม่ทันจบนางก็ถูกปากของชายร่างใหญ่ประกบลงมายังริมฝีปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัว

ยงเผยค่อย ๆ ละเลียดชิมความหวานที่ไม่ได้สัมผัสมานานอย่างหิวกระหายหนวดเคราของเขาทำให้แก้มของหญิงสาวรู้สึกระคายเคืองทำให้มือน้อยของนางทุบเข้าไปที่แผงอกของชายหนุ่มอย่างแรง

ยงเผยจำต้องถอนปากของตนออกสุดแสนจะเสียดาย “ท่านทำข้าเจ็บ” หญิงงามก้มหน้างุดพูดขึ้นก่อนจะรีบลุกเดินหายเข้าไปในห้องนอน

ยงเผยผู้กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความหวาน หลังได้ยินคำกล่าวของนาง ชายหนุ่มจึงได้ลูบหนวดเคราของตนก็พบว่ามันช่างเป็นดั่งคำของภรรยาสาวกล่าว

ไม่รอช้าชายหนุ่มจึงได้หยิบมีดพกของตนแล้วก้าวเท้าเดินออกมาหน้าเรือนเล็กแห่งนี้

เช้าวันต่อมายงฮ่าวลืมตาตื่นก็พบว่าที่นอนข้างกายไร้ซึ่งร่างของมารดา เด็กชายจึงลุกจากที่นอนทันทีพร้อมกับพับผ้าห่มอย่างเรียบร้อย

หลังจากเขาเดินออกมาจากห้องนอนเด็กชายก็พบเข้ากับชายแปลกหน้าทำให้เขาเบิกตากว้างมองชายหนุ่มร่างสูงอย่างตกใจ “ท่านเป็นใคร” เด็กชายตวาดถามออกมาเสียงดัง

ยงเผยมองบุตรชายตัวน้อยนัยน์ตาฉายแววแห่งความสนุก “ข้าก็คือบิดาของเจ้าอย่างไรล่ะ” เขากล่าวเสียงอ่อน

ยงฮ่าวเริ่มรู้สึกสับสน ‘เหตุใดมีแต่คนมาบอกว่าเป็นบิดาเขาอีกแล้วล่ะ จะว่าไปชายคนนี้ก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคยเพียงแต่ใบหน้าของเขาเกลี้ยงเกลาและดูรูปงามกว่าตาหนวดคนนั้น’

ในขณะที่เด็กชายกำลังตกตะกอนความคิดของตนอยู่ ก็ได้ยินเสียงของมารดาพูดขึ้นเสียก่อน “ฮ่าวเอ๋อร์เจ้าล้างหน้าแล้วหรือยัง” เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำอุ่นทันที

ยงเผยยกมุมปากของตนขึ้นสูงดวงตาพราวระยับขบขันท่าทางคล้ายหนูหวาดกลัวแมวของเด็กชาย ทำให้เขาเดินตามเจ้าตัวน้อยเข้าไปด้านในด้วย

ชายหนุ่มนั่งยองต่อหน้าของเด็กน้อยผู้ที่ทำเป็นไม่สนใจตน หลังจากที่ยงฮ่าวคิดทบทวนแล้วพบว่าชายคนนี้ก็คือลุงหนวดคนเมื่อวาน

“หากเจ้าอยากเข้าป่าข้าจะพาไป” ยงเผยยังไม่แทนตัวเองว่าพ่อเนื่องจากเขาอยากให้เวลาเด็กคนนี้ในการปรับตัว

“พูดจริงเหรอ” เด็กน้อยถามอย่างกังขาหลังจากบ้วนน้ำในปากทิ้ง “ข้ายงเผยพูดคำไหนคำนั้น” ชายหนุ่มตบอกตัวเองกล่าวเน้นหนัก

“ดี ข้าจะยอมเชื่อท่าน” เด็กน้อยพูดพร้อมกับพยักหน้าอย่างพอใจ

เมื่อมื้อแรกของวันจบลงเด็กชายจึงได้ดึงชายเสื้อบุนวมของชายหนุ่มร่างสูงเป็นการย้ำเตือนให้หาหนทางเพื่อเข้าป่า

“จูเอ๋อร์ ข้าจะพาเสี่ยวฮ่าวไปหาท่านหยูนะ” ยงเผยบอกกับภรรยาสาวอย่างเกรงใจ

เนื่องจากเขาเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนักว่าหญิงสาวให้อภัยตนแล้วหรือไม่ในความผิดที่เกิดจากน้ำมือของผู้อื่นทั้งนั้น

หญิงสาวปรายตามองสองพ่อลูกเล็กน้อย “เจ้าห้ามซนเด็ดขาดหาไม่อย่าหาว่าแม่ใจร้าย” เสียงของมารดานั้นช่างเย็นเยียบเสียเหลือเกินในความคิดของเด็กชาย

“ขอรับ” ยงฮ่าวตอบรับอย่างเชื่อฟัง

“ท่านเองก็ด้วย อย่าตามใจเขาจนเกินไปเล่า” หลังกำชับลูกหมิงจูก็หันมากล่าวกับชายหนุ่มน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดียวกัน

“ข้ารู้แล้ว” สองพ่อลูกช่างเหมือนกันไม่มีผิด หากใครมาเห็นคงจะคิดแบบเดียวกันเป็นแน่

[1] ทำตัวเอง
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 373

    ส่วนเด็กหญิงผู้ปลอมตัวเป็นเด็กชายก็ได้อาศัยจังหวะนี้ หนีออกไปจากกลุ่มของผู้คนอย่างว่องไว กระนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในวัยสิบห้าปี กงล้อแห่งโชคชะตาของนาง ผู้ที่เคยลิขิตให้ผู้อื่นได้เริ่มต้นขึ้นกับตนบ้างแล้ว สองเท้าของคนตัวเล็กวิ่งไปทางซ้าย ทะลุซ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 372

    เมื่อชายชราเห็นศิษย์คนโปรดถูกพี่ชายต่อว่าอย่างเย็นชา เขาจึงได้เอ่ยปากแทน เพื่ออธิบายให้คนผู้นี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวแต่หนหลังในโทษของเด็กหญิง “นางได้รับโทษแล้ว จากการฝ่าฝืนกฎของสวรรค์ นางจึงได้รับโทษลงทัณฑ์ด้วยการรับสายฟ้าเป็นจำนวนสามครั้ง ตอนนี้ร่างกายของนางกำลังจะสลาย อีกไม่นานดวงจิตขอ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 371

    หลายปีผ่านไปหมิงหมิงผู้อยู่ในวัยชรา กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีลูกหลานรายล้อม เสียงร้องไห้ของคนเหล่านั้นทำให้เจ้าตัวอดที่จะเอ่ยปากตำหนิออกมาไม่ได้ “ร้องทำไม ทุกชีวิตมีเกิดย่อมมีดับ เรื่องนี้ไม่มีใครหลีกหนีข้าเองก็เป็นเช่นเดียวกัน สำหรับตัวข้านั้นดีใจมากกว่าที่จะได้เดินทางไปพบกับพี่สาว” น้ำเ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 370

    มู่เทาจึงได้นำเงินที่ตัวเองมีพาบุคคลที่ตนช่วยเอาไว้ไปรักษา จือฉีนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงหมอถึงสามวันเต็มอาการของเขาจึงได้ทุเลา และเมื่อรู้ว่าใครได้ช่วยเหลือตนเองเอาไว้ คนทั้งคู่ก็ทำความรู้จักและหลังจากทราบเรื่องราวของกันและกันต่างคนก็เห็นว่าชะตาชีวิตของพวกเขานั้นช่างอาภัพเหมือนกันไม่มีผิด

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 369

    ย้อนกลับไปยังครั้งอดีต ได้มีเด็กชายตัวน้อยในห่อผ้าเก่าสีซีดที่ไม่อาจทราบสีเดิมของมันได้ว่าเป็นสีอะไร ใบหน้าซีดเหลืองของเด็กคนนั้นพร้อมกับน้ำตาปริ่มบริเวณหางตา ทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีสติไม่ค่อยสมประดีได้เกิดความรู้สึกสงสารหรืออาจจะสมเพชก็สุดจะทราบได้ เจ้าตัวจึงได้อุ้มเด็กน้อยขึ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 368

    “เรียนนายท่านผู้สูงส่ง เผื่อท่านลืมข้ามีหนังสือตัดขาดออกจากตระกูลอยู่ในมือ อีกทั้งข้าได้ละทิ้งแซ่ของท่านไปนานแล้วนับตั้งแต่วันที่ข้าออกจากจวนหลังนั้นชีวิตข้าก็ถือว่าได้ตายตกลงไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงนี้หาได้มีแซ่ใด ๆ และมีความเกี่ยวข้องกับท่านไม่ ข้าคงมีเพียงชื่อที่มารดาตั้งให้เพียงเท่านั้นลาก่อน” คำ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 166

    เมื่อหลินเซียวมู่ตงเป่านกหวีดก็มีองครักษ์เงาสี่นายปรากฏตัวออกมาซึ่งคนพวกนี้หากไม่ถึงคราวคับขัน พวกเขาจะไม่แสดงตัว หนิงอันมองการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาแห่งความชื่นชม ‘เฮยเฮยนี่คือองครักษ์เงาละ ข้าอยากมีบ้างเจ้าดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาสิช่างรวดเร็วยิ่ง’ “อันอันเจ้ามองอ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 153

    ส่วนที่เหลือก็หก เจ็ด แปด เก้า สิบ” จบคำของหนิงอันได้ทำให้ผู้ที่กำลังต้องการให้เด็กหญิงตั้งชื่อให้บุตรหลานของตนมาได้ยินเข้าพอดีถึงกับหัวแทบคะมำ“ท่านพ่อจะให้หลานสาวตั้งชื่ออยู่หรือไม่” หรานต้า กระซิบกับบิดาเสียงเบา“ให้ นางเป็นคนช่วยทำคลอดหากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใคร” อานไท่พูดขึ้นอย่างมั่นใจแม้ว่านางจ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 41

    ช่วงสายของวัน หลังจากหยูเจียงจัดการนำอาหารไปให้คนงานเรียบร้อยเขาก็มานั่งเรียบเรียงเขียนถึงวิธีแก้ปัญหาน้ำตามที่ตนนึกออก ในจังหวะเขียนอักษรตัวสุดท้ายจบก็ได้ยินเสียงของคนมาเรียก“น้องเจียงมีคนมาหา” หรานต้าเป็นผู้เดินมาตาม เนื่องจากผู้มาใหม่ไม่ได้บอกตัวตนของเขาทำให้ชายหนุ่มคนนี้ ไม่มั่นใจว่าผู้ม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 359

    และหลังจากที่ทหารใหม่ทั้งหมดเข้าสู่ประตูด้านใน ชีวิตของแต่ละคนนับจากนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล คืนแรกพวกเขาต่างกินอิ่มนอนหลับ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่เช้าวันใหม่และยังไม่ทันที่แสงแรกจะโผล่ขึ้นจับขอบฟ้า เสียงแตรก็ดังขึ้น อานเจิงกับยงฮ่าวผู้เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วรีบออกมาด้านนอกก

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status