Share

ตอนที่ 3/1 งานเลี้ยงชมบุปผา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 10:39:56

หลังจากผ่านไปสามวัน ซูจินเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนธุรกิจร้านหมูกระทะ โดยใช้พู่กันจีนวาดแบบแปลนเตาย่าง ซึ่งออกมาดูเหมือนจานบินเอเลี่ยนมากกว่าเตา และชิมขนมจากทั่วสารทิศเพื่อเฟ้นหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด

ทว่า ความสงบสุขของนางก็ถูกรบกวนด้วยเทียบเชิญสีทองอร่ามที่ถูกส่งมาจากวังหลวง

"งานเลี้ยงชมบุปผาของไทเฮา" ซูจินเยว่มองเทียบเชิญในมือด้วยสายตาเบื่อหน่าย พลางเคี้ยวเม็ดบัวเชื่อมแก้มตุ่ย

"ใช่เจ้าค่ะคุณหนู" ชุนฮวา สาวใช้คนสนิทเอ่ยพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้น "ปีนี้ไทเฮาทรงจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เชิญเหล่าคุณหนูจากตระกูลขุนนางและคหบดีทั่วเมืองหลวง เพื่อ... เอ่อ..."

"เพื่อหาพระชายาให้บรรดาองค์ชายและท่านอ๋องสินะ" ซูจินเยว่ต่อประโยคให้

ในนิยายงานเลี้ยงชมบุปผานี้คือฉากสำคัญที่ซูจินเยว่คนเก่า จะต้องไปสร้างเรื่องขายหน้าด้วยการพยายามเรียกร้องความสนใจจากรุ่ยอ๋อง จนถูกคนหัวเราะเยาะ และเป็นฉากที่ฉู่เหยาเหยา นางเอกของเรื่องจะได้แสดงความสามารถด้านดนตรีจนเป็นที่ถูกตาต้องใจพระเอก

"น่าเบื่อชะมัด" ซูจินเยว่บ่นพึมพำ "ข้าไม่อยากไปเลย แกล้งป่วยได้หรือไม่"

"ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!" ชิวเยว่รีบแย้ง "งานของไทเฮาหากไม่ไปจะถือว่าเป็นการดูหมิ่นเบื้องสูง อีกอย่างนายท่านได้เตรียมชุดใหม่ไว้ให้คุณหนูแล้วด้วยนะเจ้าคะ"

ซูจินเยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาเถอะ ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องไปให้โลกจำ

เป้าหมายในวันนี้เปลี่ยนไปจากนิยายต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ซูจินเยว่ผู้นี้ไม่ได้จะไปเพื่อหาผัว... เอ้ย หาสามี แต่จะไปเพื่อประกาศศักดาความรวย และทำให้บุรุษทุกคนในงานคิดว่า สตรีผู้นี้เลี้ยงดูยากเกินไป อย่าไปยุ่งกับนางเลยดีกว่า เพื่อตัดปัญหาเรื่องการแต่งงานในอนาคต

ยามเช้าของวันงานเลี้ยงชมบุปผา ภายในเรือนของซูจินเยว่วุ่นวายราวกับสนามรบ สาวใช้ทั้งสี่วิ่งวุ่นหยิบชุดและเครื่องประดับออกมาเรียงรายเต็มห้อง

"คุณหนูเจ้าคะ ชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกท้อชุดนี้ดูอ่อนหวานน่ารัก เหมาะกับงานชมดอกไม้มากเจ้าค่ะ" เซี่ยเหลียนนำเสนอ

ซูจินเยว่มองแวบเดียวแล้วส่ายหน้า "จืด! ข้าบอกแล้วไงว่า ข้าต้องการอะไรที่มันส่องแสง อะไรที่มันกระแทกตา"

นางเดินไปที่หีบผ้าไหมที่บิดาเพิ่งประมูลมาได้ แล้วดึงผ้าพับหนึ่งออกมามันคือผ้าไหมต่วนสีทองคำ... ใช่ สีทองจริง ๆ ทอด้วยเส้นไหมสีเหลืองสดสลับกับดิ้นทองแท้ ปักลายดอกโบตั๋นดอกใหญ่เท่าหน้าคนด้วยด้ายหลากสี

"เอาชุดนี้!" นางประกาศก้อง

สาวใช้ทั้งสี่อ้าปากค้าง "คะ... คุณหนูจะดีหรือเจ้าคะ สีมันออกจะ... ฉูดฉาดไปหน่อยหรือไม่"

"ไม่ฉูดฉาดก็ไม่ใช่ซูจินเยว่สิ ตัดเย็บเดี๋ยวนี้เลย แล้วเอาเครื่องประดับชุดทับทิมล้อมเพชรชุดใหญ่มาด้วย ปิ่นปักผมทองคำเก้าระย้าที่หนัก ๆ นั่นด้วย เอามาให้หมด"

ผ่านไปสองชั่วยาม

ซูจินเยว่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองดูผลงานชิ้นเอกของตัวเองแล้วยิ้มมุมปาก ภาพในกระจกคือหญิงงามที่สวมชุดสีทองอร่ามแสบตา ทุกท่วงท่าที่ขยับจะมีแสงสะท้อนวูบวาบจากดิ้นทองและอัญมณีที่ประดับอยู่เต็มตัว บนศีรษะปักปิ่นทองคำอันใหญ่และเครื่องประดับผมระย้าที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งตลอดเวลา ที่คอสวมสร้อยทับทิมเม็ดเท่าไข่นกกระทา ข้อมือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยกำไลหยกและทองคำ

ยามนี้นางดูเหมือนตู้ทองเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ศาลเจ้าที่เพิ่งปิดทองเสร็จจริง ๆ

"หนักชะมัด..." ซูจินเยว่พึมพำ คอเริ่มแข็งเกร็งเพราะน้ำหนักเครื่องหัว "แต่เพื่อความปัง ข้าต้องทน ไปกันได้แล้ว!"

ณ อุทยานหลวง

บรรยากาศในงานเลี้ยงชมบุปผาเต็มไปด้วยความงดงามที่ละมุนละไม เหล่าคุณหนูตระกูลผู้ดีต่างแต่งกายด้วยชุดสีอ่อน เช่น สีขาว สีฟ้าอ่อน หรือสีชมพูจาง ๆ เพื่อให้ดูอ่อนช้อยงดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม พวกนางจับกลุ่มคุยกันเสียงเบา ๆ เดินชมดอกไม้ด้วยกิริยาแช่มช้อย

ทว่า ความสงบสุขนั้นก็ต้องถูกทำลายลง เมื่อรถม้าคันใหญ่ยักษ์ของตระกูลซูแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า

ประตูรถม้าเปิดออก ซูจินเยว่ก้าวลงมา...แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบชุดสีทองของนาง สะท้อนแสงจ้าจนเหล่าคุณหนูและขุนนางที่อยู่บริเวณนั้นต้องยกมือขึ้นบังตา

"นั่น... นั่นแสงอะไร"

"ตาข้า! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า มีก้อนทองเดินได้!"

เสียงซุบซิบฮือฮาดังไปทั่วบริเวณ ซูจินเยว่เชิดหน้าขึ้น กางพัดขนนกยูงด้ามทองออกมาโบกเบา ๆ แล้วเดินเยื้องย่างเข้างาน โดยมีสาวใช้สี่คนเดินตามหลังถือร่มและคอยพัดวีให้

"ดูนั่นสิ คุณหนูซู ซูจินเยว่ นางช่าง...โดดเด่นเหลือเกิน"

"นางแต่งตัวเช่นนั้น ไม่หนักหรือไร ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกเมื่อยแทน"

"ไร้รสนิยมสิ้นดี! มีเงินทองมากมายแต่ไร้รสนิยมก็เป็นเช่นนี้แหละ เอาของแพงมาถม ๆ ใส่ตัวไม่ต่างอันใดกับตู้ทองเคลื่อนที่"

ซูจินเยว่ได้ยินทุกคำนินทา แต่นางหาได้สนใจไม่ กลับรู้สึกภูมิใจเสียอีกที่แผนการสำเร็จ ดี! นินทากันเข้าไป ยิ่งพวกเจ้ามองข้าว่าไร้รสนิยมมากเพียงใด ข้าก็ยิ่งปลอดภัยจากการถูกจับคู่

นางเดินตรงไปที่ศาลาที่จัดไว้สำหรับนั่งพัก เลือกตำแหน่งที่ดีที่สุด แล้วสั่งให้สาวใช้จัดวางเบาะรองนั่งขนจิ้งจอกและขนมที่เตรียมมาเอง เพราะกลัวขนมในวังจะไม่อร่อย

ในขณะที่นางกำลังจะหยิบขนมโก๋ไส้ถั่วแดงเข้าปาก เสียงหวานใสแต่แฝงแววประชดประชันก็ดังขึ้น

"พี่หญิงซู วันนี้ท่านแต่งกายได้สะดุดตายิ่งนักเจ้าค่ะ"

ซูจินเยว่เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีรัศมีนางเอกแผ่ออกมารอบตัว สตรีนางนี้คือ ฉู่เหยาเหยา นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาว เป็นผ้าเนื้อดีแต่ดูเรียบง่าย ไม่มีลวดลายฉูดฉาด เครื่องประดับมีเพียงปิ่นหยกสีเขียวอ่อนอันเดียว ใบหน้าแต่งแต้มเพียงบางเบา ดูน่าทะนุถนอมและบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งตรงข้ามกับซูจินเยว่ราวกับฟ้ากับเหว

"อ้อ ข้าก็นึกว่าใครที่แท้ก็น้องหญิงฉู่นี่เอง" ซูจินเยว่ทักทายกลับพร้อมรอยยิ้มการค้า "วันนี้เจ้าก็ดู... จืด เอ้ย เรียบง่ายสมถะดีจริง ข้าเกือบมองไม่เห็นเจ้าแน่ะ นึกว่ากลีบดอกไม้ร่วง"

ฉู่เหยาเหยาหน้าตึงไปวูบหนึ่ง แต่รีบปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสาร "ข้าเพียงคิดว่างานชมบุปผา เราควรให้ดอกไม้โดดเด่นที่สุด การแต่งกายฉูดฉาดแข่งกับดอกไม้ อาจจะเป็นการไม่เคารพธรรมชาติ... และเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุด้วยเจ้าค่ะ เงินทองที่นำมาตัดชุดหรูหรา หากนำไปบริจาคให้ผู้ยากไร้คงได้บุญกุศลมาก"

คำพูดนี้เรียกเสียงชื่นชมจากเหล่าคุณชายและขุนนางหนุ่มที่ยืนอยู่รอบ ๆ ได้ทันที

"แม่นางฉู่ช่างมีจิตใจเมตตาประเสริฐยิ่งนัก"

"นอกจากจะงามพิสุทธิ์แล้ว ยังรู้จักพอเพียง"

ซูจินเยว่มองฉู่เหยาเหยาแล้วกลอกตาในใจ มาแล้ว... มุกนางเอกสอนใจคนรวย แต่ขอโทษที ซูจินเยว่เวอร์ชันนี้มีปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์จากยูทูบนะจ๊ะ!

นางพับพัดเก็บเสียงดัง พรึ่บ! แล้วลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับฉู่เหยาเหยา

"น้องหญิงฉู่พูดได้น่าฟังยิ่ง" ซูจินเยว่เอ่ยเสียงดังฟังชัดให้ได้ยินกันทั่ว "แต่เจ้าอาจจะเข้าใจผิดไปบ้าง การที่ข้าตัดชุดหรูหรา ซื้อเครื่องประดับราคาแพง ข้าไม่ได้ทำเพื่ออวดอ้างเพียงอย่างเดียว แต่ข้ากำลังกระจายรายได้ต่างหาก"

"กะ... กระจายรายได้" ฉู่เหยาเหยางุนงง

"ใช่! ลองคิดดูสิ ชุดนี้ของข้าใช้ผ้าไหมจากร้านตระกูลหวัง ตัดเย็บโดยช่างสกุลหลี่ ปักลายโดยกลุ่มแม่บ้านในชนบท เครื่องประดับทำโดยช่างทองฝีมือดี เงินทุกตำลึงที่ข้าจ่ายไป มันไหลไปสู่มือพ่อค้า ช่างฝีมือ คนงานทอผ้า และครอบครัวของพวกเขา ทำให้พวกเขามีเงินไปซื้อข้าวกิน มีเงินส่งบุตรเข้าสำนักศึกษา... นี่คือการหมุนเวียนเศรษฐกิจ"

ซูจินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด แสงทองจากชุดส่องกระทบหน้าฉู่เหยาเหยาจนนางต้องหรี่ตา

"ส่วนการบริจาค ตระกูลซูทำโรงทานแจกข้าวต้มทุกเดือนอยู่แล้ว แต่การให้ทานอย่างเดียวไม่ยั่งยืนเท่ากับการจ้างงาน การที่ข้าใช้เงินคือการช่วยให้คนมีงานทำ แล้วเจ้าล่ะ น้องหญิงฉู่ ชุดขาวเรียบ ๆ ของเจ้า ช่วยให้ผู้ใดมีข้าวกินบ้างนอกจากคนขายผ้าดิบ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนพิเศษ 2

    หนึ่งปีต่อมา ณ จวนรุ่ยอ๋องหากจะถามว่า ในเมืองหลวงยามนี้ ผู้ใดคือคนที่น่าอิจฉาที่สุด คำตอบย่อมไม่ใช่โอรสฮ่องเต้ หรือบุตรขุนนางใหญ่โตที่ไหน แต่เป็นท่านชายตัวน้อยแห่งจวนรุ่ยอ๋อง ผู้ซึ่งคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด... ไม่สิ ต้องเรียกว่าคาบเหมืองทองออกมาด้วยถึงจะถูกเซียวอวี้ หรือชื่อเล่นที่มารดาตั้งให้ว่า หยวนเป่า (ก้อนทอง)เด็กชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบ ผิวขาวราวหิมะ แก้มยุ้ยเหมือนซาลาเปา ดวงตากลมโตสุกใสฉายแววฉลาดเฉลียว และที่สำคัญหน้าตาถอดแบบรุ่ยอ๋องราวกับจับวาง หล่อเหลาตั้งแต่เด็ก คิ้วเข้ม จมูกโด่ง จนสาวใช้ในจวนพากันหลงหัวปักหัวปำทว่า... นิสัยนั้น...เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!เสียงเหรียญทองกระทบกันดังสนั่นห้องโถง"แอ้! แอ้!"หยวนเป่าน้อยนั่งอยู่บนกองพรมขนสัตว์ มือป้อม ๆ กำเหรียญทองคำไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นวัตถุส่องแสง"โธ่... ลูกแม่" ซูจินเยว่นั่งมองลูกชายด้วยความปลื้มปริ่ม พลางใช้ผ้าเช็ดน้ำลายให้ "ช่างเป็นเด็กที่มีแววรุ่งโรจน์จริง ๆ อายุแค่ขวบเดียวก็รู้จักสะสมทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว""ข้าว่าลูกแค่นิสัยเหมือนเจ้ามากกว่า" เซียวจิ่งถิง เดินเข้ามาในห้อง ในชุดลำลองสีน้ำเงินเข้

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนพิเศษ 1

    ณ จวนรุ่ยอ๋อง ยามวิกาล บรรยากาศในจวนอ๋องอันยิ่งใหญ่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวพริ้วไปลู่ลม ทหารยามเดินตรวจตราด้วยฝีเท้าแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนการบรรทมของเจ้านายทว่า... ในห้องนอนใหญ่ของเรือนพำนักหลัก กลับมีสถานการณ์ตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบเกิดขึ้นบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมหนานุ่มซูจินเยว่ในชุดนอนสีขาวบางเบา กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้ น้ำตาไหลอาบสองแก้มราวกับเขื่อนแตก"ฮือ ฮือ ชีวิตข้าช่างรันทดยิ่งนัก อึก"ข้างกายนาง คือบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพปีศาจและอ๋องผู้เย็นชา เซียวจิ่งถิงบัดนี้เขากำลังนั่งหน้าซีดเหงื่อตก ทำตัวไม่ถูก มือไม้พันกันพัลวันพยายามเช็ดน้ำตาให้ภรรยา"จินเยว่ เจ้าเป็นอันใด ผู้ใดทำเจ้าเจ็บ หรือปวดท้อง บอกข้ามา ข้าจะไปสั่งประหารมันเดี๋ยวนี้!"ซูจินเยว่เงยหน้าขึ้น จมูกแดงก่ำ "ไม่มีใครทำข้า ฮึก แต่ข้า ข้าอยากกิน...""อยากกินอะไร" เซียวจิ่งถิงถอนหายใจโล่งอก นึกว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "รังนก หูฉลามหรืออุ้งตีนหมี ข้าจะให้ห้องเครื่องทำมาเดี๋ยวนี้""ไม่เอา! ของพวกนั้นมันจืดชืด!" นางสะบัดหน้า "ข้าอยากกินทุเรียน!""ทุ... อะไรนะ" เซียวจิ่งถิงทวนคำอย่างงุนงง"ทุเรียน! ผลไม้

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนที่ 18/2 งานมงคลสมรส

    "ตอนนี้แหละ!" หลี่มู่เห็นช่องว่าง เขาชักมีดสั้นออกมา แล้วพุ่งตรงเข้าหาซูจินเยว่ที่ยืนอยู่คนเดียว "นังตัวดี ตายซะเถอะ!"มีดสั้นวาววับพุ่งตรงมาที่หัวใจของซูจินเยว่ซูจินเยว่เบิกตากว้าง นางไม่มีวรยุทธ์ยากทีทจะหลบหลีกฉึก!เสียงคมมีดแทงทะลุเนื้อ แต่กลับไม่ใช่เนื้อของซูจินเยว่ ร่างหนึ่งเอาตัวเข้ามาขวางนางไว้ รับมีดแทน"อึก..."ซูจินเยว่ประคองร่างเขาไว้ เป็นเฮ่อเหลียนอี้ องค์ชายแห่งแดนเหนือ!"เจ้าหมีควาย!" ซูจินเยว่ร้องลั่น "เจ้ามาได้ยังไง!"เฮ่อเหลียนอี้ ยิ้มกว้างทั้งที่เลือดไหลทะลักออกจากหน้าอก "ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าจะมาทวงเจ้าคืน" เขากระอักเลือด "อึก! แต่ดูเหมือนข้าจะมาช้าไปหน่อย งานแต่งเริ่มไปแล้ว""เจ้าบ้า อย่าเพิ่งตายนะ!" ซูจินเยว่น้ำตาไหลพราก นางรีบกดแผลเขาไว้หลี่มู่ตกใจที่แทงผิดคน แต่ก็เงื้อมีดจะแทงซ้ำปัง!เสียงกัมปนาทดังขึ้น หลี่มู่กระเด็นไปกระแทกบัลลังก์มังกร ร่างกายไหม้เกรียมเป็นจุดใหญ่ซูจินเยว่ถือปืนไฟ อาวุธลับรุ่นทดลองที่นางแอบลงทุนวิจัยกับกรมสรรพาวุธ ควันยังลอยกรุ่นจากปากกระบอก"อย่ามาแตะต้องสหายของข้า!" นางจ้องหลี่มู่ด้วยสายตาอำมหิต"ทหาร จับมัน!" ฮ่องเต้ตะโกนสั่งสถานการณ์

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนที่ 18/1 งานมงคลสมรส

    เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมืองหลวง กลบเสียงฟ้าร้องที่คำรามอยู่ที่ไกล ๆ ท้องฟ้าเหนือวังหลวงถูกย้อมเป็นสีแดงฉานด้วยโคมไฟนับหมื่นดวงที่ซูจินเยว่สั่งให้จุดขึ้นเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า วันนี้คือวันแต่งงานของข้า!ถนนหนทางปูลาดด้วยพรมแดงยาวสิบลี้ ตั้งแต่จวนตระกูลซูไปจนถึงประตูวังหลวง สองข้างทางเนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านที่มารอรับ อั่งเปาที่เจ้าสาวใจป้ำโปรยทานตลอดทาง"รับไป รับไป ขอให้รวย ๆ !" เสียงหวานใสของซูจินเยว่ดังออกมาจากเกี้ยวเจ้าสาวขนาดมหึมาที่ทำจากทองคำแท้ทั้งหลัง ซึ่งต้องใช้ชายฉกรรจ์แบกถึงสามสิบคนภายในเกี้ยว ซูจินเยว่ในชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงปักลายหงส์ด้วยดิ้นทองคำ กำลังนั่งนับตั๋วเงินปึกสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย"เยี่ยนชี ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไม่" นางกระซิบถามผ่านม่านเกี้ยวเสียงของเยี่ยนชีในชุดบ่าวรับใช้ตอบกลับมา "หน่วยรักษาความปลอดภัยพิทักษ์ฟ้า ประจำจุดเสี่ยงทุกจุดแล้วขอรับ ส่วน แขกคนพิเศษที่เราคาดไว้ ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"ซูจินเยว่แสยะยิ้มมุมปาก นางเก็บตั๋วเงินเข้าอกเสื้อ แล้วหยิบพัดทองคำที่ซ่อนกลไกอาวุธลับไว้ขึ้นมาถือ"ดี วันนี้ข้าลงทุนจัดงานแต่งไปร้อยล้านตำลึง ใค

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนที่ 17/2 ความลับใต้จวนเจ้าเมือง

    เยี่ยนชีนำทางซูจินเยว่ในชุดสีดำรัดกุม และเซียวจิ่งถิงลัดเลาะไปตามเงามืด มุ่งหน้าสู่โกดังสินค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือ ซึ่งเป็นจุดที่หม่าเว่ยหมินสั่งห้ามผู้ใดเข้าไปเด็ดขาดทหารยามเฝ้าแน่นหนา แต่สำหรับอดีตนักฆ่าหอไร้เงาและจอมยุทธ์อันดับหนึ่งอย่างรุ่ยอ๋อง การลอบเข้าเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือเมื่อเข้ามาภายในโกดัง ภาพที่เห็นทำให้ซูจินเยว่ต้องเอามือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงอุทาน กรงเหล็กขนาดใหญ่เรียงรายซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ภายในกรงแออัดไปด้วยผู้คน ทั้งชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กที่ดูแข็งแรงแต่ทุกคนอยู่ในสภาพสะลึมสะลือคล้ายกับโดนวางยา"ช่วยด้วย..." เสียงแหบพร่าดังออกมาจากกรงหนึ่งซูจินเยว่รีบวิ่งเข้าไปดู "ไม่ต้องกลัว ข้ามาช่วยแล้ว"นางพยายามจะสะเดาะกุญแจ แต่เป็นกุญแจดันเป็นแบบพิเศษ"หลบไป" เซียวจิ่งถิงดึงนางออกมา แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกแม่กุญแจเคร้ง!กุญแจหักกระเด็น ประตูกรงเปิดออกกว้าง"พวกเจ้า พวกเจ้าเป็นใคร" ชายหนุ่มในกรงถามด้วยความหวาดกลัว"ข้าคือรุ่ยอ๋อง" เซียวจิ่งถิงประกาศ "ใครเป็นคนจับพวกเจ้ามา""เจ้าเมือง..." ชายหนุ่มตอบน้ำตานองหน้า "เขาบอกว่าจะพาพวกเราไปรักษาตัวที่เมืองอื่น แต่กลับ

  • ข้าเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื้อไม่เลิก   ตอนที่ 17/1 ความลับใต้จวนเจ้าเมือง

    เมืองเจียงหนานที่เคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำใสไม้สวยและสาวงาม บัดนี้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับเมืองร้างในหนังสยองขวัญถนนหนทางเจิ่งนองไปด้วยน้ำโคลนและขยะ บ้านเรือนปิดประตูเงียบ มีเพียงสายตาหวาดระแวงของชาวบ้านที่แอบมองลอดรอยแตกของหน้าต่างและผนังบ้านออกมา ดูขบวนคาราวานหรูหราที่เคลื่อนผ่านไปด้วยความสงสัยระคนสิ้นหวัง"กลิ่นความตายรุนแรงมาก" กู้ชิงโจว ที่นั่งม้าอยู่ข้างรถม้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ไม่ใช่แค่โรคระบาดทางกาย แต่ชาวเมืองป่วยทางใจพวกเขารู้สึกหมดหวัง"ซูจินเยว่เปิดม่านมองดูสภาพเมือง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน"แปลก..." นางพึมพำ"แปลกอันใด" เซียวจิ่งถิงถาม"เมืองนี้ปิดตายมาเกือบเดือน ไม่มีเสบียงเข้า ชาวบ้านอดอยาก แต่ดูนั่นสิ" นางชี้ไปที่ร้านขายข้าวสารข้างทางที่ถูกงัดแงะจนพัง "ไม่มีข้าวสารตกค้าง แต่ทำไมไม่มีศพคนอดตายข้างถนน ปกติถ้าหากว่าเกิดวิกฤตขนาดนี้ ต้องมีขอทานหรือคนเจ็บออกมานอนรอความช่วยเหลือเต็มถนนแล้ว""คนหายไปไหนกันหมด" เซียวจิ่งถิงหรี่ตาลง สัญชาตญาณแม่ทัพเริ่มทำงาน "หรือว่า..."ยังไม่ทันได้วิเคราะห์ต่อ ขบวนคาราวานก็มาถึงหน้าจวนเจ้าเมืองภาพที่เห็นช่างขัดแย้งกับส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status