LOGIN“ท่าน...มาทำอันใดที่เกาะสายลมแห่งนี้ขอรับ” คุณชายสกุลหูส่งมอบขวดโอสถคืนกลับไปให้ไป๋เสวี่ยและถามขึ
“ท่าน...มาทำอันใดที่เกาะสายลมแห่งนี้ขอรับ” คุณชายสกุลหูส่งมอบขวดโอสถคืนกลับไปให้ไป๋เสวี่ยและถามขึ้นมาอย่างสุภาพ ตอนนี้คล้ายกับว่าเขาลืมเลือนไปแล้วว่าตนอาวุโสกว่าสตรีเบื้องหน้าเกาะสายลมซึ่งเป็นที่อยู่ของคนชนชั้นต่ำที่ผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ล้วนแล้วแต่รังเกียจเดียดฉันท์ เหตุใดคนที่มีตัวตนสูงส่งถึงเพียงนี้ จึงมาปรากฏกายที่นี่กัน“ข้าบอกหูอี้เทียนไปแล้ว” ไป๋เสวี่ยตอบกลับโดยที่ไม่สนใจสีหน้าตื่นตะลึงจนน่าขันของหูเจียน“ถ้าเช่นนั้นท่านจะบอกข้าด้วยได้หรือไม่ขอรับ”“ย่อมได้ข้าแค่มาหาองครักษ์เพิ่มก็เท่านั้น”ชะงักคำตอบของไป๋เสวี่ย แน่นอนว่ามันต้องทำให้หูเจียนยืนนิ่งไป ดังเช่นที่หูอี้เทียนและคนจากเกาะสายลมคนอื่น ๆ เป็น แต่ไป๋เสวี่ยก็หาได้สนใจกิริยาเช่นนั้นและมองสบตาของหูเจียนตรง ๆ“แต่ที่แห่งนี้เป็นที่อยู่ของคนชนชั้นต่ำ” หูเจียนกล่าวแย้งสถานที่แห่งนี้คนภายนอกกล่าวว่าเป็นที่อยู่อาศัยของคนชนชั้นต่ำ แล้วจะมีคนที่มีฝีมือร้ายกาจพอที่จะติดตามรับใช้ผู้ใช้โอสถระดับเทพได้อย่างไรกัน เรื่องนี้เขาไม่เข้าใจนัก“พวกเจ้าต่างก็พูดเหมือน
ใช่แล้ว ตอนนี้ไป๋เสวี่ยเป็นผู้ใช้โอสถระดับเทพแล้ว ในเมื่อบุรุษเบื้องหน้าจริงใจมา นางก็ต้องจริงใจตอบเช่นกัน“นี่คือระดับพลังของข้า” ไป๋เสวี่ยกล่าวสั้น ๆเรื่องระดับพลังนั้นอย่างไรก็ไม่ใช่ความลับ เพียงแต่ที่ต้องปกปิด เพราะว่ามันจะนำพาความวุ่นวายมาให้นางมากเกินไปตอนนี้ตระกูลไป๋ยังแข็งแกร่งไม่พอที่จะสู้รบกับผู้ใด หากว่ามีคนล่วงรู้ถึงตัวตนของนางและต้องการให้นางไปรักษาโดยใช้ตระกูลไป๋เป็นเครื่องมือต่อรอง หรือการเข้าร่วมเป็นขุมอำนาจที่อยู่ภายใต้กฎบัญญัติ ไป๋เสวี่ยคงจะขยับตัวลำบากนางไม่ต้องการให้เรื่องเป็นเช่นนั้น จนกว่าตระกูลไป๋จะแข็งแกร่งมากพอ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นขุมอำนาจที่อยู่ภายใต้บารมีของผู้ใดและไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ผู้ใดเช่นสำนักเฟิ่งเยี่ยนจนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่ตระกูลไป๋พร้อม ไป๋เสวี่ยไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนของตนเองเด็ดขาดแต่ที่ไป๋เสวี่ยเลือกบอกหูเจียนไปตามตรง อีกหนึ่งเหตุผลเป็นเพราะว่าเกาะสายลมเป็นเกาะปิด คนเหล่านี้เกลียดโลกภายนอก เรื่องระดับพลังของนางอย่างไรก็คงจะไม่ถูกแพร่งพรายออกไปอีกทั้งหูอี้เทียนและหูเจียน บุรุษตระก
“ช่างเถิด ตัวข้าให้สัญญากับเด็กคนนั้นเอาไว้แล้วว่าจะปรุงโอสถเพื่อช่วยรักษาน้องสาวของเขาให้ ในเมื่อยามนี้ข้าไม่อาจเข้าไปในเกาะสายลมได้ เช่นนั้นท่านก็บอกมาเถิดว่าน้องสาวของพวกท่านป่วยเป็นโรคใด ข้าจะได้ปรุงโอสถรักษาโรคได้ถูกต้อง” ไป๋เสวี่ยกล่าวออกมาด้วยท่าทีเกียจคร้านนางหาได้โมโหหรือมีโทสะแต่อย่างใด เพราะว่าไป๋เสวี่ยพอจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าไปภายในเกาะสายลมพวกเขาต้องปกป้องตนเอง เหมือนกับที่นางใช้ทุกวิธีเพื่อปกป้องตระกูลไป๋เช่นกัน ทั้งตรานิลกาฬ ทั้งพืชพิษนานาพันธุ์และอักขระป้องกันยังไม่นับรวมหยกพกที่เป็นดั่งกุญแจและป้ายประจำตัวของคนในตระกูลอีก ไป๋เสวี่ยยังรู้สึกว่าตนออกจะขี้โกงอยู่บ้างที่นำชีวิตคนสำคัญของพวกเขามาเป็นเดิมพันเช่นนี้ส่วนหูเจียนพอได้เห็นท่าทีของไป๋เสวี่ย ก็ยิ่งตอกย้ำให้เขาได้รู้ว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แม้นางจะวางตัวไร้การป้องกันต่อหน้าเขา แต่คนคนนี้กลับน่าเกรงขามแม้จะดูเป็นเด็กที่ไร้พิษสง แต่เขากลับไม่สามารถรู้ได้ว่าคนตรงหน้ามีพลังอยู่ในระดับใดทั้งที่ปกติแล้วระดับพลังของผู้ใช้โอสถมักจะไม่สูง
ไป๋เสวี่ยในสายตาของหูเจียนนั้น คือสตรีตัวน้อยอายุไม่น่าจะเกินสิบปี ใบหน้าเรียวเล็กและน่าจะเล็กกว่าฝ่ามือของเขาเสียด้วยซ้ำ ผิวขาวดุจหยกชั้นเลิศ ดวงตากลมโตสว่างไสวสดใสดูไร้พิษสงคนผู้นี้หรือผู้ใช้โอสถ คนผู้นี้หรือผู้มีพระคุณของหูอี้เทียนหูเจียนครั้งแรกที่ได้เห็นจื่อซู่ ก็คิดว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใช้โอสถ แต่กลับไม่ใช่ ผู้ที่ยืนเฝ้าหน้ากระโจมและมีทีท่าคล้ายกับกำลังปกป้องอยู่เช่นนั้น ไม่ใช่ผู้ใช้โอสถอย่างแน่นอนส่วนเฟิ่งจิ่ว สตรีผู้นั้นงดงามเย้ายวนคล้ายจิ้งจอกจำแลง แต่กลับมีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่รุนแรงยิ่งกว่าเขามากนัก ดูอย่างไรก็คงจะไม่ใช่ผู้ใช้โอสถแต่เมื่อเขาได้เข้ามาในกระโจมที่น้องชายของตนได้จัดเตรียมเอาไว้ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายสบายขึ้นก็ลอยมาให้เขาได้รับรู้ แม้ว่าภายในกระโจมจะมีสตรีอยู่สองคนคือไป๋เสวี่ยกับจื่อถิง แต่หูเจียนก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ใดน่าจะเป็นผู้ใช้โอสถที่หูอี้เทียนพูดถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังดูเด็ก แต่เขาก็ไม่ลืมว่าผู้ใช้โอสถมีวิชาปรุงยาที่ล้ำลึกมาก ไม่แน่ว่าคนตรงหน้าอาจจะมีอายุเป็นร้อย ๆ ปีแล้วก็ได้“เจ้าค
หูเจียนขี่ม้าสายลม นำทางรถม้าหลังใหญ่เพื่อไปรับไป๋เสวี่ยแต่ด้วยความสามารถที่ต่างกันของม้าป่า กับม้าสายลมทำให้ยามนี้หูเจียนมาถึงที่หน้าประตูใหญ่ ซึ่งเป็นประตูทางเข้าและออกทางเดียวของเกาะสายลมก่อน“กระโจมของผู้ที่มากับอี้เทียนอยู่ที่ใด” หูเจียนหันไปถามเวรยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเขาไม่คิดจะรอรถม้าที่ตามหลังมา เพราะหูเจียนคิดจะไปพูดคุยกับไป๋เสวี่ยก่อน เพื่อประเมินว่าอีกฝ่ายมาดีหรือมาร้าย และนางสามารถไว้ใจได้หรือไม่“อยู่ตรงท่าเรือขอรับคุณชายใหญ่”“อืม” เมื่อได้ยินคำตอบ หูเจียนก็ควบม้าตรงไปยังประตูใหญ่ เวรยามที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเร่งเปิดประตูให้ชายหนุ่มทันทีการออกไปจากเกาะสายลม นอกเหนือจากเวลาที่กำหนด หากเป็นผู้อื่นคงจะไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้ได้ แต่เพราะผู้ที่กำลังจะออกไปเป็นหูเจียน คนที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของเกาะสายลมเวรยามจึงไม่อาจจะขัดขวางได้ หรือหากขัดขวางได้ พวกเขาก็ไม่คิดจะทำเพราะว่าคุณชายใหญ่ไม่ใช่คนที่จะกระทำการสิ่งใดโดยพลการเช่นนี้พวกเขาจึงคิดว่าหูเจียนจำเป็นจะต้องออกไปจากเกาะ และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกั
เสียงรถม้าที่วิ่งออกจากจวนตระกูลหูด้วยความรีบเร่งทำให้เหล่าชาวบ้านในเกาะต่างก็มองตามอย่างสนใจ ตระกูลหูในใจของเหล่าชาวบ้านถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่พวกเขายกเอาไว้เหนือหัว เพราะหากไม่ได้คนตระกูลหู ยามนี้ชีวิตตนจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจจะรู้ได้อยู่ภายในเกาะสายลมมีชีวิตที่สงบสุข สามารถใช้ชีวิตธรรมดาสามัญได้โดยไร้ซึ่งคนรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับนอน อาภรณ์ และเสบียงอาหารก็ล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลหูที่จัดหามาให้จนสามารถตั้งตัวได้และเมื่อตั้งตนได้เมื่อใด คนทุกคนก็จะได้ทำงานตามความถนัด เกษตรกร ประมง ล่าสัตว์ป่า แต่ทั้งหมดที่ได้มาจะไม่ขายไปที่ใด เพราะทุกคนต่างก็นำมาใช้ภายในเกาะทั้งสิ้น ไม่เคยส่งออกหรือทำการค้าด้วยรู้ดีว่าคนภายนอกต่างดูถูกพวกตนที่เป็นเพียงคนชนชั้นต่ำ บ้างก็ไร้ซึ่งพลัง เพราะเหตุนี้การที่พวกเขาจะอยู่กันอย่างสงบจึงจะเป็นการดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดมาทำอันตรายตนได้อีกเพราะเหตุนี้เหล่าชาวบ้านในเกาะสายลมจึงเชื่อในตระกูลหูเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนายท่านหูและคุณชายใหญ่หูเจียน ที่เป็นผู้นำคนปัจจุบันของเกาะสายลมแห่งนี้ข่าวที่ฮูหยินหูล้ม







