Masukหูลี่ซงนิ่งเงียบ ก่อนจะหันไปมองหน้าบุตรชายคนโต ซึ่งยามนี้หูเจียนก็กำลังมองผู้เป็นบิดาอยู่เช่นกันเขาได้ยินสิ่งที่ไป๋เสวี่ยพูดอย่างชัดเจน และรู้ดีว่าที่ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นมากที่สุดภายในเกาะสายลมแห่งนี้อยู่ที่ใด เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นความลับ หากไม่ใช่คนที่เข้าร่วมเป็นกองกำลังของเกาะ ก็ไม่อาจจะรู้เรื่องนี้ได้“เสี่ยวเจียน”“ขอรับท่านพ่อ”“พาน้องไป”หูเจียนมองหน้าบิดาเมื่อได้ยินคำสั่ง ก่อนจะพยักหน้าลงอย่างเชื่องช้าในตอนนี้หูลี่ซงได้เลือกแล้ว หูเจียนเองก็ไม่ขัดข้องอันใด ไม่ใช่เพียงแค่หวังจะให้น้องสาวของตนมีชีวิตรอด แต่ลึก ๆ ในใจของเขานั้น เขาไว้ใจไป๋เสวี่ยพอสมควรสตรีที่พึ่งจะได้พบหน้ากันเพียงไม่นานคนนี้ เขาเองไม่อาจบอกได้ว่าเพราะเหตุใด แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจ คือความรู้สึกที่ไว้ใจนาง มันไม่ผิดไปอย่างแน่นอนไป๋เสวี่ยมองสำรวจไปรอบด้านอย่างใจเย็น ในสถานที่ที่หูเจียนนำทางนางมาพร้อมกับหูเจียอิง พวกเขาเรียกขานมันว่า ‘พื้นที่ลับ’พื้นที่ลับของตระกูลหู เป็นถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใต้พื้นดินของค่ายฝึกฝนของเหล่ากองกำลังข
หากต่อมพิษเกิดมาพร้อมกับหูเจียอิง ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นโชคชะตาของนางก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาเองก็ไม่ควรจะทำลายมัน“เชิญท่านรักษาเถิด”“รักษาที่นี่ไม่ได้ พลังวิญญาณน้อยเกินไป ท่านมีสถานที่ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นมากกว่านี้หรือไม่”เพราะศาสตร์การรักษาที่ไป๋เสวี่ยคิดจะใช้ เป็นวิชาที่นางได้มาจากตำราบรรพกาลที่อยู่ภายในมิติจิต นั่นคือการดึงพลังในกายของนางออกมา เหมือนกับตอนที่ไป๋เสวี่ยรักษาเส้าหว่านโจวในถ้ำคราวนั้นแน่นอนว่ามันค่อนข้างจะเปลืองพลังในกายของนางมากเช่นกันแม้ว่าไป๋เสวี่ยจะสามารถควบคุมพลังการรักษาของตนได้ดีขึ้นแล้ว แต่นางก็ไม่อาจวางใจลงได้ อีกทั้งสาเหตุสำคัญก็ขึ้นอยู่กับสภาพของหูเจียอิงด้วย“ร่างกายของคุณหนูหูยามนี้อ่อนแอยิ่งนัก นางไม่ได้กินอาหารเข้าไปเลย อย่างน้อยก่อนหน้านี้พวกท่านก็ควรจะหาผลึกวิญญาณมาคอยหล่อเลี้ยงพลังของนางเอาไว้บ้างเพราะหากทำเช่นนั้นตั้งแต่แรก ร่างกายของคุณหนูหูก็คงจะไม่ทรุดโทรมรวดเร็วเช่นนี้ และเพราะร่างกายของนางเป็นเช่นนี้ จึงไม่อาจทนรับการรักษาได้ ข้าจึงจำเป็นต้องฟื้นฟูพลังให้นางก่อน แน่นอนว่าที่เรือนนี้ มีพ
คำพูดที่แสนจะกดดันคนอื่นเช่นนี้หากไม่ใช่ไป๋เสวี่ย ก็เกรงว่าคงจะไม่มีผู้ใดกล้าพูดมันออกมาอย่างแน่นอนหูลี่ซงเงยหน้าขึ้นมองไป๋เสวี่ยอีกครั้ง วิธีการรักษาที่ไม่เคยได้ยินกับชีวิตของบุตรสาวที่ต้องนำมาเดิมพัน แค่เพียงคิดหัวใจของหูลี่ซงก็แทบจะแหลกสลายอยู่แล้วแต่เพราะตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกใดเหลืออยู่เลย หากอยากให้หูเจียอิงรอด ก็คงจะต้องลองเสี่ยงดูเท่านั้น แม้จะรู้จักไป๋เสวี่ยได้ไม่นาน แต่นางก็เป็นถึงผู้ใช้โอสถระดับเทพ หาใช่คนธรรมดาที่ต้องมาร้องขอเพื่อรักษาผู้ใด หูลี่ซงมั่นใจว่าผู้ที่ต้องการให้ผู้ใช้โอสถระดับเทพรักษาโรคให้ย่อมมีมากจนไม่อาจนับได้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทุกคนย่อมรู้ดีว่าการปลูกสมุนไพรว่ายากแล้ว การเป็นหมอกลับยากยิ่งกว่า แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการปรุงยา เพราะมีเพียงผู้ที่ถือครองธาตุพฤกษาเท่านั้นที่จะปรุงโอสถออกมาได้เพราะเหตุนี้ผู้ใช้โอสถส่วนมากจึงมุ่งเน้นไปที่การปรุงยาและศึกษาสมุนไพร จะมีก็เพียงส่วนน้อยที่จะศึกษาร่างกายมนุษย์ควบคู่ไปด้วย เพราะการศึกษาเรื่องทั้งสองพร้อมกันนั้นยากยิ่งนัก และไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน หรืออาจจะมี แต่คนเหล่านั้นก็คงจะ
แม้แต่พิษของอสรพิษทมิฬยังต้องใช้ดอกไม้ในตำนานในการปรุงยาถอนพิษ แล้วพิษของหูเจียอิงเล่าจะต้องใช้สิ่งใดกัน“แล้วโชคร้ายของนางคือสิ่งใด”“โชคร้ายของนางก็คือ ต่อมพิษอยู่ใกล้หัวใจมากเกินไป ทำให้นี่เป็นสาเหตุของการล้มป่วย ในทุกครั้งที่นางเหนื่อยและหัวใจเต้นแรง มันจะไปกระทบกับต่อมพิษ ทำให้นางมีอาการเช่นนี้” ไป๋เสวี่ยอธิบายต่อ“ท่านมีโอสถถอนพิษหรือไม่” หูลี่ซงหันไปมองไป๋เสวี่ยอย่างคาดหวังยามนี้เขาเชื่อในฝีมือของไป๋เสวี่ยแล้วเพราะนางใช้เพียงเวลาไม่นาน ก็สามารถรู้ได้แล้วว่าบุตรสาวของเขาแท้จริงแล้วป่วยเป็นโรคใด ซึ่งมันคงไม่ผิดหากเขาจะคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีโอสถถอนพิษ“พิษชนิดนี้ เกิดขึ้นมาพร้อมกับคุณหนูหู เพราะเหตุนี้จึงยังไม่มีโอสถสำหรับถอนพิษ อย่าว่าแต่โอสถถอนพิษเลย เพราะแม้แต่ชื่อเรียกพิษในร่างกายของคุณหนูหู ยามนี้ก็ยังไม่มี”“หมายความว่าแม้แต่ท่านก็ไม่อาจรักษานางได้หรือ” หูลี่ซงพึมพำอย่างสิ้นหวังคล้ายกับว่าเขาหาเสียงพูดของตนเองไม่เจอ แน่นอนว่าหูเจียนและหูอี้เทียนก็มีอาการเช่นเดียวกันรวมถึงท่านหมอซ่งด้วย เขานั้นดูแลรักษาหูเจียอิ
เท่านี้มันก็คุ้มค่าเสียจนเขามิจำเป็นจะต้องสนใจสายตาผู้ใดส่วนไป๋เสวี่ย นางกำลังจดจ่ออยู่กับหูเจียอิงจึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ เช่นกัน“ท่านไป๋เสวี่ย ถ้าเช่นนั้นแล้วคุณหนูเจียอิงป่วยเป็นโรคใดหรือขอรับ”คำถามนี้ไม่ใช่เพียงแค่ท่านหมอซ่งเท่านั้นที่อยากรู้ แต่บุรุษตระกูลหูทุกคนก็อยากจะรู้เช่นกันว่าตกลงแล้วอิงเอ๋อร์ป่วยเป็นโรคใดกันแน่“นี่มิใช่โรคภัยหรอก” ไป๋เสวี่ยพึมพำพร้อมลุกขึ้นยืน ก่อนจะละสายตาไปจากหูเจียอิง แล้วหันไปมองหูอี้เทียนแทน“ท่านไป๋เสวี่ย น้องสาวของข้าไม่ได้ป่วยหรือขอรับ จะเป็นไปได้อย่างไร” หูอี้เทียนถามด้วยความสับสน ตกลงว่าน้องสาวของเขาไม่ได้ป่วยไข้หรือ แล้วเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้กัน“จะกล่าวว่าน้องสาวของเจ้าทั้งโชคดีและโชคร้ายก็ได้”“หมายความว่าอย่างไรกันแน่” ในที่สุดหูลี่ซงก็เป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง เพราะเขาไม่อาจทนรอต่อไปได้อีกแล้วหูลี่ซงอยากรู้ว่าบุตรสาวของตนแท้จริงแล้วเป็นอันใดกันแน่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้และที่สำคัญสิ่งที่หูเจียอิงเป็นมันสามารถรักษาได้หรือไม่“ในร่างกายของคุณหนูหูมี
ไป๋เสวี่ยมองหูเจียอิงอย่างสำรวจ เด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงน่าจะมีอายุราว ๆ สองปีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งไป๋เสวี่ยไม่อาจแน่ใจได้เนื่องจากหูเจียอิงตัวเล็กมากยามนี้ร่างกายของเด็กหญิงซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ลมหายใจที่แผ่วเบาจนคล้ายกับว่าไม่ได้หายใจอยู่นั้น ยิ่งทำให้ร่างเล็ก ๆ นี้ดูน่าเวทนาอย่างไม่อาจจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ไป๋เสวี่ยนั่งลงข้างกายหูเจียอิง ก่อนจะยื่นมือไปจับชีพจรของเด็กน้อยที่กำลังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ด้วยกลัวว่าถ้าหากนางทำอะไรรุนแรงเกินไป ข้อมือเล็ก ๆ นี่อาจจะแตกหักคามือของนางก็ได้ดวงตาหงส์กวาดมองไปรอบร่างกายที่ซูบผอม แม้ไป๋เสวี่ยจะนั่งนิ่งแต่ในหัวกลับเร่งรีบประมวลผลหาตำราทั้งหมดที่นางเคยอ่านว่าอาการเช่นนี้คืออาการป่วยของโรคใดกันแน่“ก่อนหน้านี้นางมีอาการเช่นไรบ้างรึ” ไป๋เสวี่ยเงยหน้าขึ้นและหันไปสอบถามอาการของหูเจียอิงกับท่านหมอซ่ง“ตั้งแต่ฮูหยินหูคลอดคุณหนูเจียอิง คุณหนูก็มีร่างกายที่อ่อนแอมากอยู่แล้วขอรับ พอคุณหนูเริ่มหัดเดินข้าน้อยก็คิดว่าคุณหนูจะแข็งแรงขึ้น แต่เปล่าเลย เพราะหากนางเดินจนเหนื่อยเมื่อใด คุณหนูเจียอิงก็จะ







