LOGINแม้แต่พิษของอสรพิษทมิฬยังต้องใช้ดอกไม้ในตำนานในการปรุงยาถอนพิษ แล้วพิษของหูเจียอิงเล่าจะต้องใช้สิ
แม้แต่พิษของอสรพิษทมิฬยังต้องใช้ดอกไม้ในตำนานในการปรุงยาถอนพิษ แล้วพิษของหูเจียอิงเล่าจะต้องใช้สิ่งใดกัน“แล้วโชคร้ายของนางคือสิ่งใด”“โชคร้ายของนางก็คือ ต่อมพิษอยู่ใกล้หัวใจมากเกินไป ทำให้นี่เป็นสาเหตุของการล้มป่วย ในทุกครั้งที่นางเหนื่อยและหัวใจเต้นแรง มันจะไปกระทบกับต่อมพิษ ทำให้นางมีอาการเช่นนี้” ไป๋เสวี่ยอธิบายต่อ“ท่านมีโอสถถอนพิษหรือไม่” หูลี่ซงหันไปมองไป๋เสวี่ยอย่างคาดหวังยามนี้เขาเชื่อในฝีมือของไป๋เสวี่ยแล้วเพราะนางใช้เพียงเวลาไม่นาน ก็สามารถรู้ได้แล้วว่าบุตรสาวของเขาแท้จริงแล้วป่วยเป็นโรคใด ซึ่งมันคงไม่ผิดหากเขาจะคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีโอสถถอนพิษ“พิษชนิดนี้ เกิดขึ้นมาพร้อมกับคุณหนูหู เพราะเหตุนี้จึงยังไม่มีโอสถสำหรับถอนพิษ อย่าว่าแต่โอสถถอนพิษเลย เพราะแม้แต่ชื่อเรียกพิษในร่างกายของคุณหนูหู ยามนี้ก็ยังไม่มี”“หมายความว่าแม้แต่ท่านก็ไม่อาจรักษานางได้หรือ” หูลี่ซงพึมพำอย่างสิ้นหวังคล้ายกับว่าเขาหาเสียงพูดของตนเองไม่เจอ แน่นอนว่าหูเจียนและหูอี้เทียนก็มีอาการเช่นเดียวกันรวมถึงท่านหมอซ่งด้วย เขานั้นดูแลรักษาหูเจียอิ
เท่านี้มันก็คุ้มค่าเสียจนเขามิจำเป็นจะต้องสนใจสายตาผู้ใดส่วนไป๋เสวี่ย นางกำลังจดจ่ออยู่กับหูเจียอิงจึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ เช่นกัน“ท่านไป๋เสวี่ย ถ้าเช่นนั้นแล้วคุณหนูเจียอิงป่วยเป็นโรคใดหรือขอรับ”คำถามนี้ไม่ใช่เพียงแค่ท่านหมอซ่งเท่านั้นที่อยากรู้ แต่บุรุษตระกูลหูทุกคนก็อยากจะรู้เช่นกันว่าตกลงแล้วอิงเอ๋อร์ป่วยเป็นโรคใดกันแน่“นี่มิใช่โรคภัยหรอก” ไป๋เสวี่ยพึมพำพร้อมลุกขึ้นยืน ก่อนจะละสายตาไปจากหูเจียอิง แล้วหันไปมองหูอี้เทียนแทน“ท่านไป๋เสวี่ย น้องสาวของข้าไม่ได้ป่วยหรือขอรับ จะเป็นไปได้อย่างไร” หูอี้เทียนถามด้วยความสับสน ตกลงว่าน้องสาวของเขาไม่ได้ป่วยไข้หรือ แล้วเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้กัน“จะกล่าวว่าน้องสาวของเจ้าทั้งโชคดีและโชคร้ายก็ได้”“หมายความว่าอย่างไรกันแน่” ในที่สุดหูลี่ซงก็เป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง เพราะเขาไม่อาจทนรอต่อไปได้อีกแล้วหูลี่ซงอยากรู้ว่าบุตรสาวของตนแท้จริงแล้วเป็นอันใดกันแน่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้และที่สำคัญสิ่งที่หูเจียอิงเป็นมันสามารถรักษาได้หรือไม่“ในร่างกายของคุณหนูหูมี
ไป๋เสวี่ยมองหูเจียอิงอย่างสำรวจ เด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงน่าจะมีอายุราว ๆ สองปีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งไป๋เสวี่ยไม่อาจแน่ใจได้เนื่องจากหูเจียอิงตัวเล็กมากยามนี้ร่างกายของเด็กหญิงซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ลมหายใจที่แผ่วเบาจนคล้ายกับว่าไม่ได้หายใจอยู่นั้น ยิ่งทำให้ร่างเล็ก ๆ นี้ดูน่าเวทนาอย่างไม่อาจจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ไป๋เสวี่ยนั่งลงข้างกายหูเจียอิง ก่อนจะยื่นมือไปจับชีพจรของเด็กน้อยที่กำลังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ด้วยกลัวว่าถ้าหากนางทำอะไรรุนแรงเกินไป ข้อมือเล็ก ๆ นี่อาจจะแตกหักคามือของนางก็ได้ดวงตาหงส์กวาดมองไปรอบร่างกายที่ซูบผอม แม้ไป๋เสวี่ยจะนั่งนิ่งแต่ในหัวกลับเร่งรีบประมวลผลหาตำราทั้งหมดที่นางเคยอ่านว่าอาการเช่นนี้คืออาการป่วยของโรคใดกันแน่“ก่อนหน้านี้นางมีอาการเช่นไรบ้างรึ” ไป๋เสวี่ยเงยหน้าขึ้นและหันไปสอบถามอาการของหูเจียอิงกับท่านหมอซ่ง“ตั้งแต่ฮูหยินหูคลอดคุณหนูเจียอิง คุณหนูก็มีร่างกายที่อ่อนแอมากอยู่แล้วขอรับ พอคุณหนูเริ่มหัดเดินข้าน้อยก็คิดว่าคุณหนูจะแข็งแรงขึ้น แต่เปล่าเลย เพราะหากนางเดินจนเหนื่อยเมื่อใด คุณหนูเจียอิงก็จะ
ในที่สุดหูลี่ซงก็ยอมอนุญาตให้ไป๋เสวี่ยเข้าไปภายในเรือนนอนของเรือนหวงหลาน เพื่อตรวจดูอาการป่วยของหูเจียอิง บุตรีคนเล็กของตระกูลหูไป๋เสวี่ยผงกศีรษะให้กับผู้เป็นใหญ่แห่งตระกูลหู และไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาะสายลมด้วยก็เป็นได้ เพราะหูลี่ซงมีพลังอยู่ในระดับเซียนขั้นสูง อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะข้ามผ่านไปสู่ระดับเทพแล้วระดับเทพดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีน้อยพอ ๆ กับผู้ใช้มิติเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ขุมอำนาจที่ร่ำรวยบางกลุ่ม ก็ยังไม่มีผู้ที่มีพลังยุทธ์ระดับเทพอยู่ในตระกูลของตนเองเลยเกาะสายลมในความคิดของไป๋เสวี่ยตอนนี้ไม่อาจดูถูกได้เลยจริง ๆไป๋เสวี่ยเดินตามหูลี่ซงเข้ามาในเรือนนอน ข้าง ๆ เตียงขนาดใหญ่มีชายชราผมสีขาวยืนรออยู่อย่างสงบ คนผู้นี้แม้จะยังไม่ได้เข้าใกล้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของสมุนไพรชัดเจน หากเขาไม่ใช่ผู้ใช้โอสถ แสดงว่าจะต้องเป็นผู้ที่สนใจในสมุนไพรเป็นอย่างมาก“นายท่านหู” ชายชรามองหน้าไป๋เสวี่ยก่อนจะหันไปมองหูลี่ซงอย่างตั้งคำถาม“ท่านหมอซ่ง นี่ท่านไป๋เสวี่ย เป็นผู้ใช้โอสถ”“อ๊ะ! ข้าน้อยขอคารวะท่านไป๋เ
ทันทีที่หูเจียนทักเรื่องพลัง เขาก็รีบส่งพลังของตนไปตรวจสอบพลังของไป๋เสวี่ยโดยพลัน แต่ก็ไม่อาจตรวจสอบอะไรได้และการส่งพลังของตนไปตรวจสอบพลังของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมต้องรู้สึกตัวเป็นแน่ แต่ไป๋เสวี่ยกลับทำราวกับว่าตนไม่รู้ตัวและยังพูดคุยกับหูอี้เทียนอย่างปกติเรื่องนี้ทำให้หูลี่ซงสับสนอย่างหนัก คนผู้นี้แท้จริงแล้วมีพลังอยู่ในระดับใด‘เจ้ารู้หรือไม่ว่านางเดินทางมาที่เกาะสายลมเพราะเหตุใด’หูลี่ซงถามหูเจียนอีกครั้ง คนที่มีที่มาลึกลับทั้งยังทำตัวลึกลับ จะมาที่เกาะสายลมเพราะเหตุใดกัน‘นางกล่าวว่า...ต้องการองครักษ์เพิ่ม จึงเดินทางมาที่นี่ขอรับท่านพ่อ’‘แปลกนัก ที่นี่มีเพียงคนอ่อนแอ หากนางต้องการยอดฝีมือมาเป็นองครักษ์ ที่นี่ย่อมมิใช่ตัวเลือกที่ดีนัก’‘เรื่องนี้นางได้อธิบายแล้ว’‘ว่าอย่างไร?’‘นางกล่าวว่านางไม่ได้ต้องการคนที่แข็งแกร่ง สูงหรือต่ำไม่ได้วัดกันที่ระดับพลัง นางต้องการเพียงคนที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีขอรับ’คำตอบเช่นนี้ทำให้หูลี่ซงไร้ซึ่งคำพูดขัดแย้งอย่างแท้จริง นานเพียงใดที่เขาไม่ได้ยินประโยคเช่นน
ฟืด“ขอรับท่านไป๋เสวี่ย ข้า ข้าไม่ร้องแล้วขอรับ!” หูอี้เทียนสูดน้ำมูกปาดน้ำหูน้ำตาและรีบหยุดร้องไห้โดยเร็วอย่างเชื่อฟังโดยปกติแล้วคุณชายรองตระกูลหูมีนิสัยที่ดื้อรั้นทั้งยังเอาแต่ใจมาก ไม่คิดว่าจะเชื่อฟังคำพูดของไป๋เสวี่ยได้ง่ายดายเช่นนี้ แน่นอนว่าผู้เป็นบิดาและพี่ชายของเขาย่อมต้องแปลกใจ แต่เวลานี้เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าเรื่องการรักษาหูเจียอิง‘อาเจียนคนผู้นี้...’หูลี่ซงมองหน้าบุตรชายคนโตและเอ่ยพูดคุยผ่านทางพลังจิต‘นางเป็นผู้ใช้โอสถไม่ผิดแน่ขอรับท่านพ่อ’หูเจียนตอบกลับ เมื่อรู้ว่าบิดาต้องการถามเรื่องใด เพราะความกังวลเรื่องอาการป่วยของหูเจียอิง เขาย่อมรู้ดี‘แล้วระดับพลังของนางเล่า’‘เป็นระดับเทพขอรับ’‘ระดับเทพ! เจ้าแน่ใจรึ!’หูลี่ซงรีบหันไปมองหน้าบุตรชายคนโตอย่างไม่อยากจะเชื่อนักผู้ใช้โอสถระดับเทพ ไม่ใช่ตัวตนที่สามารถพบเจอได้โดยง่าย นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นและไป๋เสวี่ยก็ยังเป็นเพียงเด็กเท่านั้น หรือนางจะกินโอสถที่ทำให้ตนยังดูเยาว์วัยเข้าไปกันแต่ว่า...มันจะมีโอสถเช่นนั้นด้วยหรือ‘ไม่ผิดแน่ขอรับ







