LOGINเห็นหรือไม่ว่านางคิดแทนทุกคนอย่างรอบคอบ แล้วเหตุใดบุรุษตัวโตผู้นี้ จึงต้องใส่ร้ายนางด้วย
“
“ข้าจะเอาถ้ำไปเพราะเหตุผลใด” ไป๋เสวี่ยขมวดคิ้วลงเล็กน้อย ก่อนที่นางจะส่งแหวนมิติที่จัดเก็บสมบัติเอาไว้จำนวนหนึ่งแก่เหวินหรงสองวง“อันใดรึ”“ข้าให้ท่าน” ภายในแหวนมิติมีสมบัติอยู่ไม่น้อย นางให้เพื่อขอบคุณเหวินหรงที่มาช่วยเหลือ อีกทั้งเขายังพานางเข้าไปเก็บสมบัติเหล่านี้มาจนครบถ้วน หากไม่แบ่งสิ่งที่ได้มาให้เขาเลยมันก็กระไรอยู่“ข้าพูดแล้ว สมบัติทั้งหมดยกให้เจ้า” เหวินหรงปฏิเสธเขาไม่ยอมรับแหวนมิติไปหากว่าตามความจริงแล้วที่แผ่นดินใหญ่มีของที่ล้ำค่ามากกว่านี้หลายเท่านัก ที่ไป๋เสวี่ยเก็บมายังเทียบไม่ได้กับสมบัติทั้งหมดที่เหวินหรงมีอยู่ภายในครอบครอง“ท่านรับไปเถิด ข้าอยากให้”“หากเจ้าอยากให้สิ่งของตอบแทนแก่ข้า เช่นนั้นข้าขอเป็นอย่างอื่นแทนได้หรือไม่”“ท่านอยากได้สิ่งใดหรือ” ไป๋เสวี่ยไม่ได้ตอบรับก่อนจะย้อนถามกลับไป พลางลอบมองเหวินหรงอย่างสำรวจอีกฝ่ายดูไม่ใช่คนโลภ แม้เขาจะเห็นแก่นชีวิตของสัตว์วิญญาณระดับเทพ เหวินหรงก็ไม่ได้แสดงอาการว่าอยากได้เลยแม้แต่น้อยแล้วสิ่งที่เขาต้องการจากนางจะเป็นสิ่งใดกัน“ข้าอยากได้ถุงหอมของเจ้า”
เห็นหรือไม่ว่านางคิดแทนทุกคนอย่างรอบคอบ แล้วเหตุใดบุรุษตัวโตผู้นี้ จึงต้องใส่ร้ายนางด้วย“อืม เจ้าไม่โลภก็ไม่โลภ”“ท่านไม่เชื่อข้า”“...” เหวินหรงนิ่งไป เมื่อมองเห็นใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของไป๋เสวี่ยกำลังง้ำงอไม่พอใจ และนี่ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มออกมา“ท่านยิ้มอันใดกัน” ไป๋เสวี่ยมองเหวินหรงอย่างไม่เข้าใจเพราะบุรุษผู้นี้ประหลาดยิ่งนัก คิดจะยิ้มก็ยิ้ม แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ แต่ไป๋เสวี่ยก็สังเกตเห็นมันเข้าพอดี“ข้ายิ้มให้เจ้า” เมื่อถูกจับได้เหวินหรงก็ไม่คิดปฏิเสธ และยอมรับออกมาตรง ๆแค่ก!“สมบัติที่นี่ยกให้เจ้า ข้าจะไม่ยุ่ง” เหวินหรงพูดต่อ หาได้สนใจไป๋เสวี่ยที่เกิดอาการสำลักอากาศเพราะคำพูดของเขาไม่“ท่านแน่ใจว่าจะยกสมบัติให้ข้าทั้งหมดหรือ” และพอตั้งสติได้ไป๋เสวี่ยก็ถามกลับไปถ้ำแห่งนี้ดูลึกลับและโบราณไม่น้อยเลย คิดว่ามันคงอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ด้วยเหตุนี้สมบัติในถ้ำคงจะมีอยู่มากพอสมควร“แน่ใจ”“ก็ดี ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำ!”“?” เหวินหรงไม่เข้าใจคำพูดขอ
ภายในถ้ำที่เคยสับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย บัดนี้ทุกอย่างพลันเงียบสงบ หลงเหลือไว้เพียงแค่ร่องรอยของคราบเลือด ที่ช่วยยืนยันว่าเคยมีการฆ่าล้างกันเกิดขึ้นในถ้ำแห่งนี้ตอนนี้ภายในถ้ำเหลือมนุษย์เพียงแค่สี่คนเท่านั้นนั่นก็คือไป๋เสวี่ย เหวินหรง และผู้ติดตามทั้งสองคนของเขา นามของพวกเขาก็คือจี่ฝูและจี่ซา ที่ตามมาเงียบ ๆ และไร้ตัวตนยิ่งนักถึงแม้ว่าไป๋เสวี่ยจะสัมผัสถึงพลังและกลิ่นอายของคนทั้งคู่ไม่ได้ แต่เพราะนางมีประสาทการรับรู้ที่เฉียบคมมาก จึงรู้สึกได้ว่ามีคนติดตามมา พวกเขาไม่ได้เป็นอันตราย ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรเหวินหรงที่สังเกตเห็นท่าทีของไป๋เสวี่ย จึงได้ถ่ายทอดคำสั่งขับไล่คนสนิททั้งสองให้ออกห่างกว่าเดิม เพื่อให้องครักษ์ของตนไม่ต้องมาอยู่รบกวนและทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอึดอัดใจเพราะเหตุนี้จี่ฝูจี่ซาจึงได้จากไปทันที พวกเขาไม่อยากจะอยู่เป็นก้าง แค่ก ไม่อยากจะอยู่รบกวนนายน้อยทั้งสองนั้นติดตามเหวินหรงมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนายของตนยอมอยู่ใกล้ชิดกับสตรี อีกทั้งดูท่าแล้วนายเหนือหัวของพวกตนนั้นคงจะพึงพอใจสตรีที่อยู่ข้างกายไม่น้อยเลย แม
ใช่ว่าเขาจะไม่เคยมีสตรีเข้าหา เหวินหรงนั้นมีสตรีพยายามเข้าหามานักต่อนักแล้ว หนักเข้าเขาจึงสังหารสตรีเหล่านั้นทิ้งเพื่อตัดความรำคาญ มิได้สนใจว่าพวกนางจะเป็นบุตรหลานของผู้ใดเพราะเหวินหรงย่อมกล่าวเตือนแล้ว หากไม่เชื่อฟังและอยากจะเข้าหาเขาก็ต้องเตรียมตัวตายมาก่อน“ท่านเป็นคนของแผ่นดินใหญ่หรือ” หลังจากเงียบไปสักพักในที่สุดไป๋เสวี่ยก็ถามเหวินหรง“เจ้ารู้ได้อย่างไร”“ข้ารู้สึกได้ว่าท่านแตกต่าง” ไป๋เสวี่ยตอบกลับมาตรง ๆ แต่หารู้ไม่ว่าคำพูดของนางทำให้คนฟังใจสั่นคลอน“ข้าแตกต่างอย่างไร?”“พลังของท่าน...” กำลังอธิบาย แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านมาทำอันใดที่นี่ อีกทั้งเหตุใดจึงสังหารพวกมันได้ง่ายดายนัก” ไป๋เสวี่ยถามเหวินหรงในเรื่องที่นางอยากรู้ก่อน“ข้ามาที่นี่เพราะพวกมัน เจ้าคงจะรู้ใช่หรือไม่ ว่าพวกมันคือสิ่งใด” เหวินหรงตอบและถามกลับและเมื่อได้ยินคำถาม ไป๋เสวี่ยก็พยักหน้ารับ“ท่านบอกว่าพวกมัน...แสดงว่ายังมีพวกมันอยู่อีกหรือ” ไป๋เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะกังวล เพราะปีศาจร้ายนั้นอันตรายยิ่งนัก แค่เพียงตัวเดี
“ข้าทำได้ย่อมไม่แปลก เจ้าต่างหากที่ทำได้อย่างไร” เหวินหรงย้อนถามกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบหากแต่นัยน์ตาของเขานั้นฉายแววแปลกประหลาดใจมาก และที่แน่ ๆ คือเหวินหรงยามนี้ได้เพิ่มความสนใจต่อไป๋เสวี่ยขึ้นมาอีกระดับแล้วแต่บุรุษเช่นเหวินหรงที่ไม่เคยให้ความสนใจต่อสตรีใดมาก่อน การให้ความสนใจต่อสตรีแม้เพียงน้อยนิด เรื่องนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์มากเกินไป เพราะเหตุนี้การที่เขาสนใจไป๋เสวี่ย จึงนับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”“เจ้าสามารถกำจัดไอปีศาจได้”เมื่อได้ยินคำตอบของเหวินหรง ไป๋เสวี่ยก็ได้แต่ทำหน้าสับสนไม่เข้าใจเมื่อครู่ไม่ใช่บุรุษผู้นี้หรือที่สังหารปีศาจร้ายได้ เป็นเขาไม่ใช่นางที่ลงมือ“ท่านต่างหากที่เป็นคนสังหารปีศาจตนนั้น” ไป๋เสวี่ยว่าพลางมองหน้าเหวินหรงตรง ๆ“ข้าสังหารแต่ไม่ได้กำจัดไอปีศาจ”คราวนี้ไป๋เสวี่ยเงียบลง นางเข้าใจแล้วว่าเหวินหรงหมายถึงสิ่งใด แม้จะไม่แน่ใจมากนัก แต่ความสามารถนี้คงเป็นของปิ่นปลิดวิญญาณที่นางถือครองอยู่เป็นแน่ ปิ่นปลิดวิญญาณแท้จริงแล้ว ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อกำจัดปีศ
เมื่อม่านพลังจางหายไปร่างกายและพลังของไป๋เสวี่ยก็ฟื้นคืนกลับมาเต็มสิบส่วนคนตัวเล็กมองจ้องปีศาจร่างใหญ่ตรงหน้าและส่งพลังไปให้ปิ่นปลิดวิญญาณมากกว่าเดิม เมื่อปีศาจร้ายสัมผัสได้ว่าพลังของปิ่นมีมากขึ้น มันก็มองไป๋เสวี่ยอย่างเคียดแค้นและพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดแต่กลับถูกปราการบางอย่างกักขังเอาไว้เพราะขยับตัวไม่ได้มันจึงใช้ไอพลังปีศาจโจมตีใส่ไป๋เสวี่ยอีกครั้งคราวนี้ไป๋เสวี่ยรู้แล้วว่ากลุ่มพลังสีดำที่พุ่งมาทำร้ายนางตอนแรกคือสิ่งใด มันคือไอพลังปีศาจนี่เอง!ปัง!ไป๋เสวี่ยรู้ว่าตนเองยังไม่เก่งพอที่จะรับมือกับไอพลังของปีศาจ แต่ร่างกายและประสาทสัมผัสของตัวนางนั้นว่องไวมากเกินกว่าคนปกติ จึงทำให้นางสามารถกระโดดหลบการโจมตีของปีศาจร้ายได้ทันท่วงทีและที่ปีศาจร้ายยังคงขยับเขยื้อนและตอบโต้กลับมาได้ ไป๋เสวี่ยคิดว่าคงเป็นเพราะพลังของนางที่อยู่ในระดับต่ำมากเกินไป ไม่เช่นนั้นนางที่โจมตีตรงจุดอ่อนของปีศาจร้ายตรง ๆ เหตุใดจึงกำจัดมันไม่ได้ในกระบวนท่าเดียว!“ข้าจะฆ่าเจ้า! อ้ากกก!” ปีศาจร้ายคำรามลั่น มันกำลังคลุ้มคลั่งและจนมุมอย่างหนักไป๋เสวี่ยจึงรีบส่งพ







