ログイン“เธอหมายความว่ายังไง”
“ฝ่ายจัดซื้อ กับ คนขับรถคงไม่ต้องมีหน้าที่มาเจอกันบ่อยๆ”
พูดจบเขมขิมก็หมุนกลับสะบัดบ๊อบเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองเสื้อผ้า รองเท้า บวกเข้าด้วยกันก็หลายหมื่น แล้วยังรถยนต์ราคาสิบกว่าล้าน
“เราดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ คนขับรถนี่นะ....”
พ่อเลี้ยงพนายกมือลูบคางสาก นึกเวทนาตัวเอง สงสัยว่างๆ เขาควรจะแวะไปร้านตัดผมที่ดีที่สุดในจังหวัด แต่ที่ไม่ไปอีกเพราะเขาเคยมีซัมติงกับเจ้าของร้านสาวสวย ตอนนั้นก่อนถอดเสื้อผ้าเธอบอกว่าได้หมด พอถึงสวรรค์ เจอทางแยก ทางใครทางมันได้เลย แต่พอหลังจากนั้น รุ่งเช้ามาก็ร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบ นับแต่นั้น เขาเลยไม่ได้ไปตัดผมอีก จะไปร้านอื่นก็ตัดไม่ถูกใจ
“ไม่เป็นไร ไปตัดแถวเชียงราย แม่ฮ่องสอนก็ได้วะ” เขาก้มดูกางเกงยีนส์ตัวละสองหมื่นเศษๆ แล้วเจ็บใจแม่ตัวดี
คอยดูเถอะ
“ปากแบบนี้ คิดว่าเธอจะผ่านโปร.ทดลองงานไหม ยัยตัวแสบ ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาอ้อนวอนฉันแน่” พนาเก็บอารมณ์กรุ่นนั้นไว้ ครั้งแรกก็ว่าเขาหน้าแก่เกินวัย ไม่ทันไรยังหาว่าเขาเป็นคนขับรถ
“ฉันดูแย่ หรือเธอกันแน่ที่ตาไม่ถึง” พนาเสยผมแล้วรีบเดินตามหญิงสาวไป
ความคิดชั่วร้ายที่พลันผุดในสมองตอนถูกทักว่าหน้าแก่ ทำให้พนายิ้มเยาะเมื่อหญิงสาวที่ก้าวฉับๆ เพราะคิดว่าเขาเป็นคนขับรถที่จ้องจะยืมเงินเธอกินข้าวกรีดร้องเสียงหลง
“อะไรกัน นี่มันร้านเหล้า ไม่ใช่ร้านข้าว” เธอตาไม่ฝาดใช่มั้ย หญิงสาวถามตัวเองเช่นนั้นเมื่อเห็นสถานที่ตรงหน้า
ส่วนพ่อเลี้ยงพนาเอาแต่ยิ้มกริ่มชอบใจ หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสผิวนุ่มๆ ของนารี ไม่มียอดข้าวรสเลิศลงท้อง พ่อเลี้ยงหนุ่มที่ได้ชื่อว่ากินเหล้าเก่งที่สุดในกลุ่ม หรือเรียกอีกอย่างว่าไอ้ขี้เมาประจำกลุ่มถึงกับยิ้มร่า เมาได้ไม่เลือกร้าน แต่งานการเสือกไม่เคยเสีย ไอ้เหมเพื่อนรักของเขามันชอบบ่นแบบนี้
“ก็หิวยอดข้าวไงครับ มองอะไรเข้าไปสิ หิว หิวมากจะไม่กินแค่ข้าว ตอนนี้ของคาวๆ ก็กินได้หมด”
ดวงตาคู่หวานของเขมขิมเบิกกว้าง “ของคาว หมายความว่าไง”
ดวงตาเข้มแฝงรอยยิ้ม เขามองหน้าสวยจัดของคนถามนิ่งๆ แล้วเผยยิ้มน่าสะพรึงกลัว
“ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ของคาว เวลาหิวก็กินได้ไม่เลือกนะ ถึงจะไม่ใช่สเปคก็เถอะ”
“ไอ้หมีบ้า”
“ว่าใครไอ้หมีบ้า” พนาถามเสียงเข้ม
“ใครอยากรับก็รับไปสิ อ้อ ไปส่องกระจกดูก็จะรู้ว่าฉันว่าใคร” เขมขิมว่าแล้วเบะปากใส่
พนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีกวนโมโห เขาไม่สนใจคำพูดของยัยตัวเล็กเพราะอีกหน่อยพอรู้ว่าเขาเป็นใครก็ต้องรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน ว่าเขาเป็นหมีบ้า เดี๋ยวจะเป็นหมีบ้ากามแถมให้ด้วย
ขณะที่เขมขิมเบะปากเสร็จก็เดินหนี เขมขิมตาไม่ฝาด ร้านข้างหน้าดูยังไงก็ร้านเหล้า เธอถูกหลอกแล้ว
“ไหนคุณบอกว่าหิว ขอแวะกินข้าว แต่นี่มันร้านเหล้าชัดๆ” หัวใจดวงน้อยปานจะละลาย หน้าหวานๆอย่างเธอต้องเดินเข้าร้านนมปั่นสิ ไม่ใช่ร้านที่มีขายเหล้าปั่น ดูไปมา ร้านนี้เหมือนเป็นร้านที่มีนมผสมกับเหล้าเลย สาวๆ ในชุดรัดรูปโชว์นมล้นๆ ออกมากำลังยืนกวักมือ ทอดสะพานตาหวานฉ่ำให้หนุ่มหล่อที่ยืนข้างเธอ
นมเบ้อเร่อมาก เขมขิมก้มลงมองของตัวเองแล้วรู้สึกกลายเป็นสาวไซส์เล็กไปถนัดตา
“ไม่นะ ฉันไม่เข้า ฉันไม่กินเหล้า ไม่เข้าร้านเหล้าเด็ดขาด”
พนาส่ายหน้า ท่าทางไม่เชื่อถือ “น่าเชื่อตายล่ะ ไม่เข้าหน้าร้าน อย่างเธอ ฉันว่าไม่เดินเข้าหน้าร้าน แอบเข้าหลังร้านหรือเปล่าคนสวย” พนายิ้มหยัน
“นั่นปากเรอะ!”
“ฉันมันคนพูดตรง” คราวนี้พนาหัวเราะ ดวงตาคมกล้ากวาดมองคนตัวเล็กขึ้นลงด้วยสายตาประเมิน สวยขนาดนี้ไม่มีคนมาจีบบ้างหรือวะ
จู่ๆ พนาก็เกิดคำถามนี้ขึ้นในหัว ก่อนจะรีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไป เพราะต่อไปอีกฝ่ายจะต้องมาเป็นลูกจ้าง นายจ้างที่ดีต้องไม่กินลูกจ้างสาว เหมือนสมภารไม่กินไก่วัด
“จะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง แต่ฉันไม่หิว ไม่เข้า” เขมขิมยืนกราน เชิดคางขึ้นสูงบอกว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเดินเข้าไป
ท่าทางดื้อรั้นแกมหยิ่งของคนตรงหน้าทำให้พนาพูดเสียงแข็ง
“ก็ฉันหิว หิวยอดข้าวไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ”
จู่ๆพนาก็หยิบกระเป๋าสตางค์สีดำแบรนด์ดังที่แฟนเก่าเขมขิมมอบเป็นของขวัญแล้วชูขึ้น
“เฮ้ย นั่นกระเป๋าสตางค์ฉัน! คุณเอาไปได้ไง” เขมขิมร้องลั่น ปราดเข้าไปจะแย่งกระเป๋าคืนแต่คนตัวโตไม่ยอม
“มันหล่นในรถฉัน อยากได้ก็ตามมา แต่ถ้าช้าหมดกระเป๋า”
“หน้าด้าน”
ตั้งแต่เกิดมา เขมขิมเพิ่งจะพบกับคนหยาบกระด้าง ไร้มารยาท แล้วหน้าตายังไร้ระเบียบแบบคนตรงหน้า สวรรค์หรือนรกถีบคนแบบนี้มาเกิดกันนะ สงสัยทะลุถุงยางมาเกิด
“ไอ้คนบ้า! เอาคืนมานะ”
ดวงตาคมมองอย่างไม่ยี่หระกับคำด่า ขณะที่ดวงตาคู่หวานที่สะท้อนเปลวไฟเจิดจ้ายิ่งเปล่งแสงความขุ่นเคืองแล้วรีบวิ่งตามเขาเข้าไป
“GB ต้องพร้อมเสมอเมื่อเจ้านายเรียกใช้ คืนนี้เธอแต่งตัวให้สวยหน่อยก็แล้วกัน”“งานอะไรคะทำไมขิมต้องแต่งตัวให้สวยด้วย”“ฉันจะไปกินเหล้า ส่วนเธอไปแบกฉันกลับด้วยเพราะคนขับรถฉันไม่ว่าง หน้าที่แบกฉันกลับบ้านคืนนี้โยนให้GB อย่างเธอทำก็แล้วกัน เคยได้ยินไหม เมาไม่ขับ”ยิ่งคิดเขมขิมก็ยิ่งปวดหัว “แบกพ่อเลี้ยงกลับบ้าน มันคืองานของขิมที่ไหน พ่อเลี้ยงตามคนสนิท หรือคนขับรถไป ขิมว่ามันจะเหมาะมากว่า” นี่เป็นโอกาสที่พนาจะได้เอาคืนยัยตัวเล็ก เขาไม่มีทางพลาดเด็ดขาด “ไม่ได้ ฉันบรรจุหน้าที่นี้ไว้ให้กับ GB ส่วนตัว หรือทำไม่ได้ ทำไม่ได้ไม่เป็นไร ก็แค่เธอจะไม่ได้เงินเดือนสองหมื่นหกพันห้าร้อยแล้วเท่านั้น”“พ่อเลี้ยง! แกล้งกันนี่คะ คุณให้เงินเดือนตามที่ฉันขอ แต่ให้ทำบ้าอะไรก็ไม่รู้ ฉันว่างานพวกนี้มันไม่ใช่งานหรอกแต่มันเป็นการแกล้งคืนมากกว่า”“ใช่ฉันแกล้งเธอ”“ฉันไปทำอะไรให้คะ”“ฉันหมั่นไส้ แต่ถ้าเธอทน
“ขิมสู้งานกว่าที่พ่อเลี้ยงคิดค่ะ แต่ขิมแค่ไม่เคยทำจริงๆ นะคะ ขี้วัวอะไรแบบนี้เขาเอามาทำอะไรคะ ถ้าพ่อเลี้ยงพนาจะกรุณาทำให้ขิมดูเป็นตัวอย่างก็คงไม่ยาก นะคะ นะคะ ” ร่างเล็กเอ่ยเสียงอ่อย ดวงตาคู่หวานกะพริบปริบๆมอง“เรื่องมากจริงๆ” พนาว่าแต่เขาก็หันไปเรียกลูกน้องยศเป็นลูกน้องมือขวาของเขาแต่ก็ลืมไปว่าเขาให้มันคุมคนงานอีกกลุ่มไปตัดส้ม เพราะคิดจะแกล้งเขมขิมเมื่อครู่คนงานที่อยู่แถวนี้ก็ถูกเขาไล่ไปทำงานอย่างอื่นหมด เพราะหน้าที่ทำปุ๋ยหมักในไร่ก็มีพนักงานทำอยู่แล้วไม่ใช่ทุกคนในไร่ต้องหัดทำปุ๋ยหมักให้เป็นอย่างที่เขาหลอกหญิงสาวตรงหน้า“ว่าไงคะ หรือว่าพ่อเลี้ยงพนาผู้เป็นเจ้าของไร่ รู้ทุกอย่างในไร่แต่ไม่เคยทำปุ๋ยเอง ดีแต่ชี้นิ้วใส่ลูกน้อง แล้วก็ออกคำสั่ง” เขมขิมว่าดวงตาคู่สวยเหลือบมองเขา แล้วเห็นว่าใบหน้าที่ฉายความหล่อโดดเด้งทะลุความรกที่ปกปิดความหล่อไปหลายส่วนกำลังจ้องเธออย่างกินเลือดกินเนื้อ“เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไมฉันจะทำไม่ได้ เธอดูให้ดีแล้วกัน คนอย่างฉันอะไรที่สั่งให้คนอื่นทำตัวเองก็ต้องทำได้เข้าใจไว้ด้วย
“หน้าที่ของพนักงานทั่วไป” ดวงตาคู่คมของคนหล่อหน้ารกตวัดมองเขมขิมด้วยประกายตายั่วเย้าขณะที่กำลังยืนกอดอก “ก็ทำทุกอย่างตามเจ้านายสั่งยังไงล่ะ สั่งอะไร ก็ต้องทำตามนั้น แต่ถ้าสั่งแล้วไม่ทำไล่ออกสถานเดียว”เขมขิมเงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้าชาดิก ที่คิดว่าถูกย้ายมาเป็นเลขาก็แย่พอแล้ว แต่นี่เขาให้เธอเป็นพนักงานทั่วไป หรือให้เข้าใจง่ายๆ เธอถูกจับยัดใส่ตำแหน่ง GB เจเนอรัลเบ๊ ของพ่อเลี้ยงพนา‘อุรังอุตังเจ้าเล่ห์’กรี๊ดดดหญิงสาวอยากจะกรีดร้องให้สุดเสียง แต่สายตาหลายสิบคู่ที่มองมา ทำให้เขมขิมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “หมายความว่ายังไงคะพ่อเลี้ยง”พนาไม่สนใจจะตอบคำถาม เขาหันไปทางคนงาน “ไปทำงานกันได้แล้ว ยืนดูอะไรกันอยู่ได้ หรือจะให้หักเงินเดือนวันนีดี”มีนาเป็นคนแรกที่ขอตัวไปทำงาน พนักงานหลายสิบคนแม้มีท่าทีสนใจเขมขิม แต่ถูกพ่อเลี้ยงไล่ตะเพิดไปทำงานแถมขู่ว่าจะหักเงินก็ทำให้ไม่กล้าอยู่ต่อ ไม่กี่วินาทีคนพวกนั้นก็กระจายตัวหายไปอย่างรวดเร็วขณะที่เขมขิมยืนนิ่ง ท่ามกลางต้นส้มที่ถูกตัดแต่งกิ่
สาวใหญ่ท่าทางใจดีหันมายิ้มหวานให้ “ไม่ผิดหรอกค่ะ ก็คุณเขมขิมไม่ได้เริ่มงานในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อแล้วนี่คะ”เขมขิมขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ ขิมไม่ได้ทำงานในตำแหน่งจัดซื้อแล้วคุณรับขิมเข้าทำงานในตำแหน่งอะไร”มีนาย่นหัวคิ้วเข้าหากัน “พ่อเลี้ยงไม่ได้บอกคุณเหรอคะ ว่าพ่อเลี้ยงปรับตำแหน่งให้คุณเป็น....”“อย่าบอกนะคะว่าเลขาส่วนตัว!” ในเมื่อผู้จัดการบุคคลพาเธอขึ้นไปพบเขา นั่นหมายถึงเธอต้องไปทำงานขึ้นตรงกับเขาอย่างนั้นเหรอ ในสำนักงานจะมีตำแหน่งอะไรนอกจากเลขา ถ้าบริษัทใหญ่หน่อยก็ผู้ช่วยเลขา และงานด้านสำนักงานทั่วไป“อย่าเพิ่งเดาอะไรเลยค่ะ ตามดิฉันมาก่อนแล้วคุณจะได้รับคำตอบเอง” ท่าทางลับลมคมในของผู้จัดการฝ่ายบุคคลยิ่งทำให้เขมขิมใจเต้นแรงไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วเธอก็ให้กำลังใจตัวเองให้เดินตามมีนาเข้าไปมีนาพาเขมขิมมาหยุดอยู่ตรงหน้าสำนักงานชั้นในซึ่งเป็นห้องทำงานของพ่อเลี้ยงพนา แต่กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย “พ่อเลี้ยงหายไปไหนนะ”ร่
“ขิมหายโกรธผมได้แล้วนะ ต่อไปจากนี้ผมจะมีแค่ขิมคนเดียว” เขาพูดแล้วมองด้วยดวงตาพราวระยับ ใบหน้ารกครึ้มดูหล่อเหลาจากคำพูดนุ่มหวานนั้นถ้าไม่รู้ว่าเป็นการเล่นละคร เขมขิมก็คงจะเคลิ้มตาม เธอรีบเรียกสติกลับคืนมา คนอะไรตีบทแตกจนทำเธอเขินได้ “ค่ะ พ่อเลี้ยง ขิมขอบคุณพ่อเลี้ยงมากนะคะ”“เอาล่ะ นุช เรื่องของเรามันต้องจบวันนี้แล้วนะครับ ต่อไป นุชเลิกโทร.มาหาผมวันละสามสิบสายได้แล้ว เพราะขิม เมียผมขี้น้อยใจมาก แล้วยังหูไม่ดี เดี๋ยวคุณพูดอะไร เธอหูเพี้ยนได้ยินผิด พาลทะเลาะกับผมอีก จริงไหมจ๊ะขิม”พนากระชับอ้อมแขนแข็งแรง และสัมผัสได้ถึงศอกเล็กๆ ที่กระแทกสีข้างเขา“เห็นไหมยังไม่หายงอน ต้องหอมอีกที” เขามันคนพูดจริงทำจริง เจ็บจริง จำจริงด้วย!!เขาก้มลงมาหอมแก้มนุ่ม สูดความหอมของสาวแรกแย้มเข้าเต็มปอด เขมขิมรู้สึกเจ็บปนจักกะจี้ที่คางสากของเขาทิ่มตำแก้มนุ่มของเธอ “เจ็บ ปล่อยนะ เอาขนเม่นมาตำหน้าฉันทำไม”ขนเม่น?ปากดีแบบนี้ วันหลังฉันจะเอาขนเม่นไปตำตรงอื่น เ
“ว้าย!” นิดานุชยกมือลูบอก กรีดร้องด้วยความโมโหเขมขิมตีบทแตกแนบเนียนจนพนาอึ้ง ทึ่งไป ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะกับตำแหน่งจัดซื้อ น่าจะไปเล่นละครเวทีมากกว่าเมื่อพ่อเลี้ยงพนาไม่ตอบนิดานุชยิ่งร้อนรน“คุณกลับไปก่อนเถอะนุช”นิดานุชกรีดเสียง มองด้วยสายตาตัดพ้อ เธอหวังจะเป็นเมียพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ทั้งหล่อทั้งรวยแถมเรื่องบนเตียงก็เด็ด “พ่อเลี้ยงทำแบบนี้ได้ยังไง ทำไมแม่นี่บอกว่าสี่ห้าครั้ง ทีกับนุชแค่สองครั้งเอง ไหนพ่อเลี้ยงบอกว่านุชเซ็กซี่ หุ่นดีไงคะ ทำไมได้แค่สอง”เขมขิมมองคนที่ยืนหน้านิ่ง มุมปากเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เดาอารมณ์ยากไหนบอกว่าโดนล่อลวงไป ทำไมเบิ้ลซะล่ะเขมขิมคิดอย่างหมั่นไส้ ลอบเบะปาก ไม่อยากให้เสียเวลาอีก จึงรีบพูดแทรกขึ้นก่อนที่นิดานุชจะคร่ำครวญอะไรออกมาอีก“คุณมาก็ดีแล้วค่ะ ช่วยเป็นพยานให้ทีค่ะ ผู้ชายคนนี้ใจร้ายจะฆ่าแม้แต่เลือดเนื้อของตัวเอง ฉันโทร.มาบอกว่าท้อง เขาก็บอกว่าให้ไปทำแท้ง ฉันเลยต้องมาอาละวาดถึงที่นี่ ไม่คิดว่าคุณก็เป็นอีกคนที่ถูกไอ้ชั่วนี่มันหลอก ฉันจะไปแจ้งควา







