تسجيل الدخولหากรู้ว่าการนั่งรถมากับเขาคือหายนะที่กำลังจะเกิด เธอจะทำทุกอย่างแม้ว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปข้างทาง ดวงตาคู่สวยข่มกลั้นความหวาดกลัวต่อชายแปลกหน้าแต่สังเกตจากรถที่เขาขับ ราคาของมันแพงหูฉี่ ไม่ใช่รถคนงานในไร่อย่างแน่นอน ไร่ส้มใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนขับรถหลายคนก็ได้ เป็นไปได้ไหมเขาเป็นคนขับรถให้เจ้าของไร่ ลุงชมอาจไม่สบาย เขาผ่านมาพอดีเลยฝากมารับเธอ
ต้องเป็นแบบนี้แน่
เขมขิมพยายามนั่งไปเงียบๆ ไม่มองเขาแต่ก็อดลอบสังเกตไม่ได้ นิสัยเอาแต่ใจ เลือดร้อนไม่ยอมคน ทำให้พ่อเลี้ยงพนาเหยียบตามรถคันหนึ่งที่ปาดหน้าเขาไป
“ปาดมา ปาดกลับ ไม่โกงเว้ยยย ฮ่าๆ” แถมยังหัวเราะร่าสะใจ ยิ้มเยาะใส่กระจกมองหลังอีก
“เฮ้ย คุณใจเย็นสิ ฉันยังไม่อยากตาย”
“แค่นี้ไม่ตายหรอก ดูมันสิขับรถปาดหน้าชาวบ้านเดี๋ยวก็ได้ลงเหวข้างทางหรอก ไม่รู้หรือไง แถวนี้ตกไปก็ตายเท่านั้นแหละ” ใครจะชินภูมิประเทศแถบนี้ดีกว่าเขา ที่สำคัญ เขาคุ้นๆ รถคันนั้นเหมือนเป็นรถที่วิ่งส่งบรรจุภัณฑ์ไปส่งที่ไร่
เขมขิมแอบภาวนาขอให้พระคุ้มครอง ทั้งที่เธอคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย
“ช้าๆ หน่อยก็ได้ ขับรถแบบนี้ เจ้านายรู้ว่าคุณเอารถเขามาซิ่ง เดี๋ยวก็ถูกไล่ออกหรอก รถคันนี้แพงมาก เฉี่ยวชนมา เคลมทีหนักนะคุณ เงินเดือนคุณก็จ่ายไม่ไหว”
พนาเหลือบมองคนข้างๆ สงสัยเธอคิดว่าเขาเป็นลูกจ้างในไร่ แต่เขาก็ไม่พูดอะไร ชะลอรถลง “นิ่มขึ้นไหม”
“มากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ลดความเร็วลง”
ไม่รู้ทำไม เมื่อคิดว่าหากเขาโมโหตามปาดรถคันหน้ากลับอีก หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้หญิงข้างๆ ต้องเจ็บไปด้วย เขากลับรู้สึกไม่อยากให้เธอต้องมาเจ็บเพราะเขา
เขมขิมแอบพิจารณาเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่นับว่าเป็นของแพงเกินฐานะคนขับรถ ผิวพรรณที่ยื่นออกจากแขนเสื้อ มองดูแล้วผิวพรรณดีมาก ถึงจะหน้ารกเหมือนมีปัญหากับที่โกนหนวดแต่ถ้าได้โกนหนวดเคราออกบ้างคงกระแทกตาสาวได้ไม่ยาก โดยไม่รู้ว่า ถึงแม้เขาจะปล่อยหนวดเคราให้รก พนาก็ฉกสาวๆ มากกและกอดได้แทบจะคืนเว้นคืน
เขากระตุกยิ้มแล้วถามเสียงห้วนเมื่อสัมผัสได้ว่าหญิงสาวลอบมองเขาอยู่ “แอบมองอะไร ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง”
“ฉัน เอ่อ ไม่ได้แอบมองคุณเพราะคุณหล่อ ฉันแค่สงสัยว่าคุณมีปัญหาอะไรกับที่โกนหนวดหรือเปล่า”
“คราวหลังโกหกไม่เนียนก็อย่าทำดีกว่า สุดท้ายก็แอบมองหน้าฉันจริงไหม แล้วยุ่งอะไรด้วยกับหนวดเคราบนใบหน้าคนอื่น หรืออยากจะช่วยโกนให้”
เขมขิมหน้าแดงจนมือสั่นอยากจะเอื้อมมือไปกระชากหนวดเขาสักที รู้สึกจุกในลำคอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “คนแปลกหน้า เขาไม่โกนหนวดให้กันหรอกค่ะ” ริมฝีปากอิ่มตอบอย่างเฉยชา หญิงสาวเลือกตอบเพียงสั้นๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหากันอีก
“เออ...แล้วคนแปลกหน้าอย่างฉันทำไมต้องมาขับรถให้ผู้หญิงแปลกหน้าอย่างเธอนั่งด้วย ฉันหิวข้าว ตั้งแต่บ่าย ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย งั้นฉันหาข้าวกินก่อนค่อยไปส่งเธอละกัน เรื่องของคนแปลกหน้าไม่ได้สำคัญไปกว่าเรื่องปากท้องฉันอยู่แล้ว”
“ค่ะ เชิญตามสบาย ฉันรอได้” เธอจะทำอะไรได้ คนอาศัยมีสิทธิ์แค่ทน พอไปถึงไร่ก็ไม่ต้องทนมองอีตาหน้ารกนี่แล้ว คอยดูนะ สนิทกับเจ้าของไร่เมื่อไหร่จะยุยงให้ไล่อีตานี่ออกซะ ขับรถซิ่งวิ่งผ่านนรกแบบนี้มาเป็นคนขับรถในไร่ใหญ่ๆ ได้ยังไง แต่ก็ได้ยินมาว่าคุณพนา เจ้าของไร่ยังอายุไม่มาก วัยแค่สามสิบต้นๆ หรือจะชอบคนขับรถเร็วแบบนี้
เธออยากเตือนเขาจริงๆ มีคนขับรถแบบนี้ ชีวิตเจ้านายอาจจะสั้นได้
เขมขิมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เมื่อเสียงทุ้มต่ำถามอย่างไม่สบอารมณ์ดังขึ้น “จะนั่งเป็นแม่ย่านางรถอีกนานไหม ลงมาได้แล้ว ฉันหิวข้าว”
เขมขิมหน้าเหวอ ตกใจว่าเขาจอดรถตั้งแต่เมื่อไร แต่พอเหลือบเห็นแววตาดุๆของเขา มือไม้ก็สั่นรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วต้องขบเขี้ยว เคี้ยวฟันด้วยความเดือดดาลเมื่อมือแกร่งรุนหลังให้รีบเดิน
“เร็วหน่อย เดินนวยนาดอยู่นั่นแหละ”
หมียักษ์อารมณ์เสีย เพราะไม่ได้กินข้าวใช่ไหม
“หิวก็ไปกินคนเดียวสิ ฉันรออยู่ในรถ ฉันไม่หิว” ปลายน้ำเสียงเน้นหนักบ่งบอกว่าเริ่มไม่สบอารมณ์
“ใครว่าจะให้ลงมากินข้าว จะให้มาจ่ายค่าข้าวให้ที ฉันลืมเอากระเป๋าสตางค์มา”
เขมขิมเหวอหนักขึ้นไปอีก “อะไรนะ! จะให้ฉันจ่ายค่าข้าวให้” นี่มันวันอะไร
วันซวย ชัดๆ ถูกอุรังอุตังไถค่าข้าว
“ถูกแล้ว เธอเห็นใครนั่งในรถอีกนอกจากเธอ จ่ายไปก่อน เดี๋ยวผ่อนให้ทีหลัง”
“คนบ้า” เขมขิมแหว เดินเร็วๆอย่างขัดใจ
แววตาคมปลาบราวกับใบมีดของพนามองตามร่างสมส่วนนั้นไป
“นี่คุณ เดี๋ยวก่อน”
เขมขิมหยุดแล้วหันมามองคนบ่นหิวแต่ดูไม่รีบร้อนเลยสักนิด “อะไร ไหนบอกว่าหิวไง รีบไปกินสิ จะได้รีบกลับเข้าไร่”
“มีคนบอกไหมว่าจะทำงานด้านจัดซื้อ ต้องมีความอดทนต่อคนรอบข้าง”
“เรื่องนั้น ฉันมีแน่ค่ะ แล้วก็กำลังอดทนอยู่”"
“นอกจากซื่อสัตย์ โปร่งใส ยังต้องมีทัศนคติที่ดีกับผู้ร่วมงานด้วย”
“เราคงไม่ได้ร่วมงานกันบ่อยๆ ถ้าฉันจะออกจากไร่ จะพยายามไปใช้บริการลุงชมมากกว่าขอร้องคุณให้พาออกมา” ไร่พนาไพรดีทุกอย่าง ยกเว้นอยู่ลึกมาก หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัวแล้วคงต้องพึ่งรถจากทางไร่ขับออกมาส่ง
“อา อืมห์” เขาคำรามต่ำ สั่นไปทั้งตัวด้วยความต้องการปนทรมานจากช่องทางรักที่แสนจะรัดรึงบีบตัวตนของเขาไว้แน่น แล้วความชัดเจนก็ทำให้หัวใจเขารู้สึกอิ่มเอม เขมขิมช่างดีงาม เธอยังใหม่สดไม่เคยถูกทีมใด้เข้าไปสำรวจมาก่อน“ขิมจ๋า วิเศษที่สุดเลยจ้ะ” เขาครางบอก สองมือก็เอื้อมไปนวดเฟ้นทรวงอก สะโพกสอบก็ขยับเข้าขยับออกตัวตนที่สอดเข้าไปจึงเข้าไปจนสุด เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวทั่วห้องหอ สลับกับเสียงกรีดร้องจากความเสียดเสียวของเขมขิมพนาไม่ยอมปล่อยร่างเล็กง่ายๆ เขาควงตัวตนในช่องทางรัก พร้อมกับสูดปากครางยาว ขยับเข้าออกจนสำลักความสุข ก่อนจะทนไม่ไหวเมื่อร่างงามบิดส่ายไปมา ใบหน้าสวยแดงจัด ริมฝีปากอิ่มขบเม้มกันแน่นเมียเขาสวยขนาดนี้ เขาจะทนยังไงไหว เขาเร่งควงสะโพกสอบ แล้วหมุนวนรอบกายบาง ยิ่งเมียร้องครางดัง เขายิ่งกระแทกกระทั้นเข้าไปหนักหน่วง เขาหยุดไม่ได้แล้ว ความปรารถนาตอนนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวาไหลทะลักออกจากภูเขาไฟเนื้อตัวเขาสั่นสะท้านจากความเสียว น้องชายเขาถูกรัดแน่นทุกทิศทาง ทุกครั้งที่ขยับเข้าออกมันจะเสียวมาก ตัวตนของเขมขิมจะดูดรั
“ผมไม่มีอะไรจะพูดมากนอกจากบอกว่าผมรักเขมขิมครับ”“ขิมก็ไม่มีอะไรจะพูดมากเหมือนกันค่ะ นอกจากบอกว่า ขิมรักพ่อเลี้ยงพนาค่ะ”เสียงเกรียวกราวดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือดังระรัวไม่หยุด พนาเดินไปขอไมค์จากพิธีกรแล้วพูดขึ้น“พรุ่งนี้ฉันให้พนักงานทุกคนหยุดงานได้หนึ่งวัน วันนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มให้เต็มที่ ฉลองที่ฉันแต่งเมียเข้าบ้าน”เขมขิมหัวเราะเพราะพนักงานทุกคนต่างไชโยโห่ร้องกันใหญ่ ไม่รู้ดีใจว่านายมีเมีย หรือดีใจที่ตัวเองได้หยุดเขมขิมหันไปทางไหนก็เห็นแต่สีหน้าเปี่ยมสุขของคนในงาน ทุกคนมีรอยยิ้ม รวมทั้งบิดาของเธอก็เดินมาจับมือเธอวางไว้บนมือหนาของพนา“พ่อฝากขิมด้วย”“ครับ ผมจะดูแลขิมอย่างดี ด้วยชีวิตของผมเอง”พูดจบพนาก็ดีดนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้พลุไฟแสนสวยก็ดังขึ้นบนท้องฟ้า พาสายตาทุกคนให้หันไปมองจังหวะนั้นเองที่พนาแอบประคองใบหน้าเมียรักมาแล้วประกบจูบปิดปากเนิ่นนาน พอหมดพลุไฟ ทั้งสองก็ยืนอมยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ทว่าเมื่อรอยลิปสติกสีชมพูติดที่ปากหยักลึกของพ่อเ
“ขิมไม่ไหวแล้วค่ะ”พนายิ้ม เขาไม่อยากเห็นเมียทรมานอีกจึงค่อยๆ ขยับสะโพกสอบ เขาไม่กล้าทำรุนแรงมากนักเดี๋ยวเมียจะรับไม่ไหว หรือถ้าเจ็บขึ้นมา ครั้งต่อไปเขาก็จะอดกินเมียอีกเขาค่อยหมุนควงสะโพก ขยับเข้าออกเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้เขาเสียวมาก พนาสูดปากครางลึก แล้วตัดสินใจกระแทกกระทั้นเมื่อเห็นว่าช่องทางรักของเขมขิมคลี่ขยายออกเขาปลดปล่อยอย่างรุนแรง หมดทุกหยาดหยด แหงนหน้าคำราม ลาวาข้นเหนียวถูกถ่ายเทไปสู่กุหลาบงามที่แทบรับไม่หมดเพราะลาวาที่ถ่ายทอดมาช่างมีมากเหลือเกินพ่อเลี้ยงพนาถอดถอนตัวตนออก เมื่อครู่เขาปลดปล่อยอย่างรุนแรง มันทำให้เขามีความสุขมากที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะชื้นเหงื่อแต่ดวงตากลับสว่างไสวสุกใสเพราะเหมือนนอนอยู่บนวิมานฉิมพลีที่มีนางฟ้าแสนสวยมานอนข้างๆ“เมียจ๋า ขิมทำให้ฉันมีความสุขมาก” เขาว่าแล้วจูบแก้มนวล“ขิมนึกว่าจะไม่รอดแล้ว คนอะไรไม่รู้เกินขนาดไปแล้ว”เมื่อเขาส่งมันไปทางไหนเธอสัมผัสได้ถึงความแน่นตึงตลอดระยะทาง“ผมขอโทษ เห็นขิมใส่เสื้อผ้าผมก็ต้องอดทนแล้ว ตอนขิมไม่ใส่เสื้อผ้าน้องชายผมพนาน้
เขาจึงได้แต่อดทนอดกลั้นปล่อยให้เธอทรมานเขาต่อ เขมขิมไม่ได้วางมือลงไปเปล่าๆแต่เธอลากไล้เบาๆตามหัวนม แล้วลากยาวลงไปที่ลอนซิกแพคที่เป็นรูปตัววี เขาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสั่นไปทั้งตัวได้เท่ากับเมียรักเลยเขมขิมรูดมือลงไปที่หัวซิบแล้วช่วยรูดลงจนสุด“ขิมเห็นมันค้างอยู่ตรงนี้นานแล้ว ขิมจะช่วยพ่อเลี้ยงเองนะคะ”“โอ พระเจ้า อีกหน่อยฉันต้องคานลงจากเตียงแน่ๆ”“พ่อเลี้ยงอยากให้ขิมเป็นอะไร ขิมก็เป็นอย่างนั้นค่ะ” เธอว่าแล้วประกบจูบปิดปากเขา เหมือนจะเชี่ยวชาญแต่สุดท้ายพนาก็รู้ว่านางฟ้าแสนยั่วของเขาไม่ได้ชำนาญอย่างที่กระทำ ลิ้นของเธอยังเงอะๆเงิ่นๆหาลิ้นของเขาไม่เจอ“ฉันจะสอนให้เองขิมจ๋า” เขาว่าแล้วดึงร่างเมียมาบดเบียดกับแผงอกของตัวเองหน้าอกอวบอิ่มที่มีบราเซียบดเบียดกับแผงอกยั่วให้ใจหนุ่มแทบคลั่ง เนินเนื้อสาวที่อวบอิ่มก็เสียดสีอยู่กับความแข็งแรงที่ค่อยๆขยายตัวออกจนแทบจะบวมปริเขาประกบจูบปิดปากกับเรียวปากอิ่ม สอดลิ้นเข้าไปแล้วเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็ก ดูดดึงเอาความหวานมาจนหมด ก่อนจ
“คุณพนา” เขมขิมร้องท้วงเบาๆ ทั้งเขินทั้งอายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสองหนุ่มสาวมองสบสายตากันก็ยิ้มเมตตา“ผมต้องไปแน่ครับงานแต่งงานของพ่อเลี้ยงพนาทั้งที่ ต้องเป็นงานใหญ่ระดับจังหวัดแน่”“ผมต้องคุยกับเมีย เอ๊ย เจ้าสาวอีกทีก่อนครับ เขาอยากได้แบบไหน”เขมขิมยิ่งก้มหน้างุดไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี โชคดีที่มีคนมาเรื่อยๆ ท่านผู้ว่าราชการจึงเดินไปคุยกับคนอื่นด้วยพนาจึงหันมาชวนเขมขิม “ไปที่บูธของเรากันเถอะ”เขาพาเธอเดินไปที่บูธไร่ส้มพนา เขาให้คนงานที่ไร่มาประจำการ มองเห็นคนที่มาร่วมงานให้ความสนใจมากมาย รอยยิ้มกว้างก็คลี่ขยายด้วยความปลื้มใจกระเช้าส้ม กระเช้าสตรอว์เบอรี่ต่างมีลูกค้าให้ความสนใจซื้อไปรับประทาน หรือซื้อไปเป็นของฝากจำนวนมาก ลูกค้าบางคนก็บอกว่าอยากไปชมสวน และยิ่งได้รู้ว่ามีรีสอร์ตด้วยต่างก็ให้ความสนใจอยากไปเข้าพักเป็นจำนวนมาก“พ่อเลี้ยงคะ ขิมขอช่วยขายของที่บูธนะคะ ลูกค้าเข้ามาซื้อของเยอะขนาดนี้ คนของเราน่าจะไม่พอ”พนาขมวดคิ้ว แต่เห็นสีหน้าร้องขอของเมียรักก็พยักห
1 สัปดาห์ต่อมา หลังจากหลักฐานของขิม และความเมาของอลินที่อยากถ่ายทอดสดให้คนรู้ว่าเธอกำลังขั้วกับพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่อ และรวยสุดๆ ลงเฟชบุ๊ก แต่ความเมาทำให้เธอไลฟ์สดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าไปด้วย พนาไล่ต้อนถามว่าเธอไปทำอะไรที่ไร่ของเขา เขาเห็นรถที่เธอเช่ามาจอดอยู่ร้านขายของฝากและมีคนยกลังส้มขึ้นรถเป็นสบกล่อง ความเมาปลิ้นของอลินพังตัวเอง คนเมามักพูดความจริงและอลินก็พูดความจริงเพราะความเมา ชื่อของเมญาณี และอัตนัยรวมทั้งแผนการที่ทั้งสามคนวางแผนการทำลายชื่อเสียงของไร่ส้มพนาไพร ถูกถ่ายทอดออกจากปากของอลิน พวกเธอจ้างพนักงานในไร่คนหนึ่งซึ่งรู้จักกับเมญาณีเป็นอย่างดี ให้ช่วยผสมส้มดีกับส้มเน่ารวมกันและส่งนกต่อซึ่งรู้จักดีกับอัตมันเข้าไปซื้อ จากนั้นสร้างเรื่องดรามาที่แชร์ต่อกันสนั่นในเฟชบุ๊ก แต่สุดท้ายคนที่เจ็บจนจุกคือ อลิน อัตมัน และเมญาณี ที่ถูกพ่อเลี้ยงพนาฟ้องร้องและไม่ยอมเจรจาทุกกรณีคนพวกนั้นได้แต่รอรับกรรมและรอนับทรัพย์สินเอาไว้เพราะยังไงพ่อ
เมญาณีได้ยินชื่ออดีตแฟนเก่า แล้วสนใจอลินขึ้นมาทันที “รู้จักสิ รู้จักดีด้วย ผัวเก่า...เอ่อ คนรักเก่าพี่เอง” “จริงเหรอคะ” อลินตกใจเสียงสูง “งั้นแสดงว่าน
“เรื่องที่อัตดึงมือขิมไปจับใช่ไหมคะ”เขาพยักหน้า แล้วเขมขิมต้องตกใจเมื่อรู้ว่าบางครั้งภายใต้ท่าที่เงียบๆ นั่นคืออารมณ์ฉุนขาด น่ากลัวกว่าเวลาเขาปากเสีย“ไปเถอะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าไม่ชอบเพราะอะไร”มือใหญ่โอบเอวกิ่วแล้วอุ้มไว้เดินผ่านห้องรับรองอย่างคุ้นเคยแ
“อะไรวะ”“ก็ไม่รู้จะเลือกแหวนแต่งงานแบบไหน ให้ถูกใจขิม น้องสาวกูแม่งก็พึ่งไม่ได้ จะให้ช่วยเลือกแหวนให้พี่สะใภ้หน่อยป่านนี้มันยังไม่กลับมา แอร์อะไรวะ เอาแต่บินไปไม่ยอมบินกลับ ช่วงนี้มันหายหน้าไปแปลกๆ จนกูชักสงสัยมันแอบซุกผัวไว้ที่ต่างประเทศหรือเปล่า วันไหนว่างๆ จะตามไปแอบด
“หา! ลองชุดแต่งงาน” อะไรจะไวปานนั้น นี่เธอไม่ได้ท้องก่อนแต่งนะ“พรุ่งนี้ ฉันขอให้เธอเตรียมตัวให้พร้อม งานนี้หมดเท่าไหร่ฉันยอม” คนปากห่างไกลจากความเป็นจริงรีบพูดต่อเพราะเห็นเขมขิมมองมาอย่างตะลึง “ที่ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่องานนี้ ไม่ใช่อะไร ฉันก็แค่ไม่อยากให้ชื่อฉัน







