تسجيل الدخول“นี่คุณไม่คิดกลับไปเคลียร์กับแฟนคุณเลยหรือยังไง!” น้ำเสียงที่เอ่ยติดความหงุดหงิดใจอย่างห้ามไม่ได้ เขาพยายามจะเอาเรื่องนี้อยู่เหนือความรู้สึกของตนเอง แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ไม่พอใจนัก ยิ่งรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องเข้าแต่งงานกับผู้ชายปอดแหก ไม่กล้าปกป้องแฟน ก็ยิ่งฉุน
“มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ ตอนนี้ ฉันต้องการแค่ผลตรวจเท่านั้น หมอต้องช่วยฉันนะคะ” พูดพร้อมกับเผลอเขย่ามือของหมอหนุ่มด้วยความร้อนรน
“ปล่อยมือผมด้วยครับ” อัคคีใช้น้ำเสียงเย็นชา และเผลอแทนตัวเองว่า ‘ผม’ เหมือนที่ชอบพูดกับคนอื่นๆ ในยามที่พ้นจากหน้าที่ เขาไม่ได้หวงตัวแต่อย่างใด แต่การที่หญิงสาวซึ่งสวยถูกใจมาถูกเนื้อต้องตัวกันแบบนี้ มันก็อดทำให้รู้สึกแปลกๆไม่ได้ หากเจอกันในสถานการณ์ปกติ เขาคงไม่ปล่อยเธอไปเด็ดขาด
“ขอโทษค่ะ” เวทิกาปล่อยมือใหญ่อย่างรวดเร็ว
“ได้ หมอจะตรวจให้คุณ” อัคคีพูดเสียงนิ่งเรียบ ในเมื่อเขาได้แนะนำหญิงสาวไปแล้วว่าให้กลับไปเคลียร์กับแฟนหนุ่ม แต่ในเมื่อเธอยืนยันคำเดิมเขาก็ต้องทำหน้าที่ของหมอต่อไป
“ขอบคุณนะคะ แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ” เวทิกาออกอาการดีใจ ในที่สุดหมอก็ยอมตรวจให้เสียที เธอจะได้จัดการเรื่องนี้ให้มันจบๆ
“เดี๋ยวคุณไปเตรียมตัว แล้วก็รอผมบนเตียง” พูดขึ้นโดยที่ไม่มองหน้าหญิงสาว เขาตรวจอะไรแบบนี้บ่อยจนชิน แทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่แปลกที่อดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้เห็นตัวตนของคนตรงหน้า
“เอ่อ หมอคะไม่ต้องตรวจจริงไม่ได้เหรอคะ” หลุดเอ่ยถามด้วยความเขินอาย เธอไม่ได้โลกสวยถึงขั้นไม่รู้ว่าการตรวจพรหมจรรย์จะต้องทำอย่างไร และของสงวนที่ไม่เคยมีชายใดได้เห็นจะต้องมีหมอรูปหล่อตรงหน้าเป็นคนแรกที่ได้เห็นและสัมผัสอย่างนั้นหรือ!
“นี่คุณจะเอายังไง หมอไม่สามารถทำใบรับรองผลขึ้นมาเองได้นะครับ เกิดคุณสร้างเรื่องขึ้นมา หมอว่ามันไม่คุ้ม และถ้าคุณไม่สะดวกใจตรวจก็ไม่เป็นไร” อัคคีพูดอย่างรำคาญ เธอไม่ควรจะเรื่องมากหรือต่อรองอะไรด้วยซ้ำ เพราะในฐานะแพทย์ เขาไม่สามารถเขียนผลตรวจมั่วๆ ได้
“ตรวจค่ะๆ” เวทิกาพูดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปที่เตียงในห้องตรวจตามที่หมออัคคีสั่ง
หญิงสาวใช้เวลาเปลี่ยนชุดในการตรวจไม่นาน ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยใจระทึก เกิดมาไม่เคยต้องมานอนอ้าขาให้ผู้ชายคนไหนดู แต่ตอนนี้ เธอกำลังอยู่ในสภาพที่น่าละอายที่สุดในชีวิต จริงอยู่ว่าการตรวจภายในเป็นเรื่องปกติ แต่การตรวจเพื่อดูความบริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน ที่สำคัญ คนตรวจยังเป็นหมอหนุ่มหน้าตาดีชวนให้รู้สึกเขินอายทุกครั้งที่ต้องเผลอจ้องหน้าด้วยอีก เวทิกาอยากจะผ่านช่วงนี้ไปไวๆเหลือเกิน
“พร้อมนะครับ” เสียงหมอหนุ่มดังขึ้น ทำเอาหญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยงทันที
“เอ่อ ไม่มีพยาบาลอยู่ด้วยเหรอคะ” เอ่ยถามด้วยความกังวลใจ เพราะเธอเองก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ที่ต้องอยู่ในห้องกับหมอหนุ่มตามลำพังเช่นนี้
“ก็ทำตามที่คุณร้องขอ อยู่นิ่งๆ หมอจะรีบตรวจ” อัคคีพูดอย่างตัดรำคาญ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีพยาบาลอยู่ด้วย แต่ทันทีที่ได้เห็นเนื้อแท้ของหญิงสาว มือไม้ก็สั่นอย่างที่ไม่เคยเป็น และมันไม่ดีแน่หากมีคนได้มาเห็นภาพนี้ ภาพลักษณ์แพทย์ที่สุขุม นิ่งอย่างเขาอาจจะดูเปลี่ยนไปในสายตาของใครหลายๆ คน รวมถึงหมอหนุ่มเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่า ‘ความหื่น’ ของตนเองจะมากมายเพียงนี้ เพียงแค่ได้เห็นตรงส่วนนั้นของคนไข้ มันทำให้เขาอดคิดไม่ดีกับเธอไม่ได้ และมันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่สำคัญเขาไม่เคยมีความคิดแบบนี้กับคนไข้คนไหน
“ฉิบ!” เผลอสบถออกมาด้วยความโมโหตัวเอง อัคคีพยายามที่จะมีสมาธิในการตรวจอย่างมากเพื่อไม่ใช่ตัวเองเผลอคิดอะไรไม่ดีกับหญิงสาวอีก
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไวน์…” หมอหนุ่มตัดสินใจเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง ก่อนจะหอมเรือนผมของเธอด้วยความโหยหา กลิ่นนี้ และร่างกายนุ่มนิ่มที่เขาโปรดปรานอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว
“กรี๊ดดดดดดด! ปล่อยไวน์นะ” ร้องออกมาด้วยความตกใจกับความป่าเถื่อนของอีกฝ่าย เธอเกลียดทุกครั้งที่เขาทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้“ผมก็จะทำให้เห็นไง ว่าคุณไม่มีทางหนีผมไปได้ และร่างกายของคุณก็อยากได้ผมจนตัวสั่น!”เท่านั้น อัคคีก็จูบซ้ำลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ก่อนที่มือทั้
คนที่หวงของเสมอ และเวทิกาก็ไม่อยากจะมีปัญหากับเขามากไปกว่านี้อคินมารอเวทิกาอยู่ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่ทั้งคู่ชอบมานั่งกินด้วยกันบ่อยๆ หลังจากงานศพผ่านพ้นไป ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเธอหนีหน้าและไม่ยอมพูดคุยกันอีก ไหนจะพฤติกรรมแปลกๆ ที่ไม่ยอมให้เขาไปส่งที่ห้องพัก ม
อัคคีใช้เวลาตลอดหนึ่งวันเต็มเพื่ออยู่กับเวทิกา ก่อนจะพากันกลับมาที่กรุงเทพฯ ในช่วงเย็นช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ เพียงแค่กลับมาในคอนโดฯ ความรู้สึกต่างๆ ก็หวนกลับมาอีกครั้ง เวทิกาไม่สามารถลืมได้ว่า อีกไม่กี่วันก็ต้องจบความสัมพันธ์กับหมอหนุ่ม แม้เขาบอกว่า







