LOGINหมอหนุ่มตัดสินใจกดรับสายผู้ที่คนไข้แสนสวยของเขาเมมเบอร์ไว้ว่า ‘แม่’ ทันที บางที เขาอาจจะหาช่องทางติดต่อและให้เธอกลับมาเอาโทรศัพท์คืนไป
“สวัสดี…”
“นี่นังไวน์ แกไปตรวจซิงถึงไหน ทำไมนานขนาดนี้ รู้ใช่ไหมว่าถ้าชักช้า เสี่ยจะไม่พอใจ นี่อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกคิดเล่นตุกติกจะไม่ยอมขายตัวให้เสี่ย!”
ไม่ทันที่อัคคีจะได้เอ่ยแนะนำตัว ปลายสายก็ส่งเสียงดังโวยวายออกมา แต่ที่น่าตกใจก็คงเป็นเรื่องที่ผู้ได้ชื่อว่า ‘แม่’ กำลังบอกให้ลูกสาวไปขายตัวเสียมากกว่า นั่นหมายความว่า เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่หญิงสาวบอกว่าจะเอาผลตรวจไปให้แม่สามีก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานก็คงจะเป็นเรื่องโกหกสินะ!
“มัวเงียบอยู่ทำไม ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง หรือว่าตอนนี้ แกไม่ซิงเหมือนที่ฉันไปบอกเสี่ยฮะ?”
“ใจเย็นก่อนครับ” อัคคีพูดแทรกอย่างใจเย็น เขาไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากนัก หากโวยวายไปโดยที่ไม่แน่ใจอาจจะดูเป็นฝ่ายเสียหายเอง
“นี่แกเป็นใคร มารับสายลูกสาวฉันได้ไง” ปลายสายยังคงโวยวายต่อไม่หยุด จนหมอหนุ่มก็เริ่มจะหมดความอดทนเข้าให้แล้ว
“คุณไม่มีสิทธิ์เรียกใครว่าแกนะครับ ผมเป็นหมอของคนไข้ที่ชื่อ…เวทิกา และเธอลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ที่ห้องตรวจ” อัคคีใช้น้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องของคนไข้ และมีหน้าที่แค่บอกให้แม่ของเธอไปสั่งให้เธอมารับโทรศัพท์คืนก็เท่านั้น
“หมอ…หมองั้นเหรอ งั้นหมอก็ตอบได้สิว่า สรุปแล้ว นังไวน์มันยังซิงอยู่ไหม” ปลายสายแทบจะเปลี่ยนน้ำเสียงทันที และเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“เรื่องนี้ หมอว่าคุณไปถามคนไข้เองดีกว่า หมอมีหน้าที่เก็บความลับของคนไข้ ยังไงฝากบอกให้เธอมารับโทรศัพท์มือถือคืนด้วยนะครับ”
ไม่รอให้ปลายสายได้เอ่ยถามอะไรอีก หมอหนุ่มกดวางสายทันทีเพราะไม่อยากเสวนาต่อ เพราะเพียงแค่ได้พูดคุยกันไม่กี่ประโยคก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หญิงสาวที่ดูเรียบร้อย อ่อนหวาน ขี้อาย อย่างคนสวยของเขาหรือจะมีแม่แบบนี้!
“แสดงว่าเธอหลอกฉันสินะ”
อัคคีพูดกับตัวเอง พลางนึกถึงเรื่องราวที่หญิงสาวได้กุขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ หากสิ่งที่คิดเป็นเรื่องจริง ว่าชีวิตเธอกำลังเหมือนในละครที่ถูกแม่บังคับให้ขายตัวละก็ เวทิกาก็ดูน่าสงสารไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เข้าใจในมุมผู้ชายที่เห็นหญิงสาวแล้วเกิดความอยากได้ อยากครอบครองในความสวย ความสาว ที่แม้แต่เขาเองก็อยากจะเป็นฝ่ายได้มีสิทธิ์ในตัวเธอบ้าง
“หึ คิดอะไรของมึงวะอิฐ” พลางส่ายศีรษะของตนเองเบาๆ เขาไม่ควรคิดอะไรเพ้อเจ้อเช่นนี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าเต็มใจหรือถูกบังคับให้ขายตัวกันแน่
อัคคีรู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คนดีมากมายนัก แม้ว่าจะมีฉากหน้าเป็นแพทย์ผู้ที่หลายคนให้ความเคารพ แต่เบื้องหลังนั้นก็เป็นเหมือนผู้ชายทั่วไป อาจจะต่างกันตรงที่เขามีความพร้อมมากกว่า ทั้งฐานะ หน้าที่การงาน และรูปลักษณ์ที่ทำให้สาวๆ มากหน้าหลายตาต่างพยายามเข้าหา และแน่นอนว่า อัคคีไม่ใช่คนดีหรือสุภาพบุรุษที่ไหนที่จะต้องปล่อยสาวๆ เหล่านั้นให้ผ่านไป
ที่สำคัญ ชายหนุ่มไม่เคยต้องบังคับฝืนจิตใจผู้หญิงคนไหน หากต้องซื้อใครสักคนให้มาดูแล เธอคนนั้นจะต้องได้รับค่าตอบแทนอย่างดี จึงไม่แปลกว่าผู้หญิงหลายคนหลังจากที่เคยขึ้นเตียงกับเขาแล้วจะอยากจะหาเวลามาเจอกันอีก แต่คนอย่างอัคคีถือคติไม่กินของเก่า!
อัคคีไม่ใช่คนที่จะเชื่อหรือยึดโยงกับเรื่องความรัก ด้วยครั้งหนึ่งเคยผิดหวังกับผู้เป็นแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาโตมาโดยการดูแลของ ‘อัควุฒิ’ ผู้เป็นพ่อ เจ้าของโรงแรมหรูที่อยากให้ลูกชายเป็นผู้ดูแลในอนาคต และแน่นอนว่า หมอหนุ่มพยายามเลือกทางเดินของตนเองโดยการเป็นหมอรักษาคนไข้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถละเว้นหน้าที่รับผิดชอบในการเข้าไปบริหารงานที่โรงแรมเป็นครั้งเป็นคราว
แม้บทบาททางสังคมจะเป็นที่รู้จักหลากหลายแขนง แต่อัคคีก็รักษาภาพลักษณ์ของตนเองในแต่ละสถานะได้อย่างดีเยี่ยม ชายหนุ่มไม่เคยยุ่งหรือวอแวกับพนักงานที่โรงแรม ขณะเดียวกันเมื่อรับหน้าที่เป็นหมอก็ไม่เคยส่งสายตาให้กับคนไข้สาวสวยคนไหน ยกเว้นเธอคนนั้น…เวทิกา
ถึงจะรู้จักเพียงแค่ชื่อนี้ และก่อนหน้านี้มั่นใจว่าคงไม่ได้เจอเธออีก เพราะอีกไม่นาน สาวเจ้าก็จะแต่งงาน แต่เมื่อได้รู้เรื่องที่สงสัยอยู่ก็อดกังวลใจจนไม่เป็นสุขไม่ได้ หมอหนุ่มจึงต้องหยุดรับคนไข้ต่อ
“เลิกงานพอดีสินะ” พูดขึ้นเมื่อมองไปที่นาฬิกาเป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว
อัคคีไม่อยากเก็บเรื่องของหญิงสาวมาใส่ใจ แต่ก็ไม่วายหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอติดตัวไปด้วย เพราะหวังว่าหากหญิงสาวโทร.เข้ามาจะได้เป็นผู้คืนโทรศัพท์เครื่องนี้ให้กับเวทิกาด้วยตนเอง ที่สำคัญคืออยากจะถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เธอโกหกเขาให้รู้แล้วรู้รอด!
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่เสี่ยก็ทำร้ายแม่กับน้องฉันปางตายเหมือนกัน แบบนี้ ฉันควรทำตามคำสั่งของเสี่ยหรือไง” เวทิกาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเขาอยากได้ตัวเธอ แต่กลับทำผิดสัญญา หญิงสาวก็ไม่ควรที่จะยอมง่ายๆ อีกต่อไป“เธอต้องทำตามคำสั่งของฉัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เพราะถ้าพูดกันตามจริง แม่ของเธอก็
“ไม่ได้นะคะ หมอต้องตรวจให้ฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันแย่แน่” เวทิการ้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าหมออัคคีทำท่าเหมือนจะไม่ยอมทำการตรวจ และเธอไม่มีทางเสียเวลาเปล่าในการไปหาโรงพยาบาลอื่นแน่ อย่างไรเสีย วันนี้ต้องได้ผลตรวจนั้นกลับไปให้ได้“หมอจะตรวจก็ต่อเมื่อคุณยอมบอกว่า เอาผลตรวจไปทำอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องผ
เมื่อพยาบาลพูดจบก็ตรวจวัดร่างกายของเวทิกาตามปกติ ก่อนที่จะพาหญิงสาวไปนั่งรอหน้าห้องตรวจ‘นพ.อัคคี พิพัฒน์รุ่งโรจน์’เวทิกาอ่านป้ายชื่อของแพทย์ที่จะต้องเจอในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าด้วยใจเต้นรัว ขอให้หมอท่านนี้มีอายุพอสมควร ความเขินอายของเธอจะได้น้อยลงบ้าง“คุณเวทิกาเชิญค่ะ”ทันใดนั้น เสียงของพยาบาลก็ด
‘นี่น่ะเหรอของขวัญวันเรียนจบของเธอ?!’‘เวทิกา เริงฤทธิ์’ หรือไวน์ อายุยี่สิบสองปี ได้แต่ถามตัวเอง ตลอดเส้นทาง คิดวนไปมาว่าสิ่งที่เธอกำลังตัดสินใจทำนั้นถูกหรือไม่เวทิกาเพิ่งเรียนจบได้หมาดๆ มีความฝันอยากทำงานด้านการตลาด ที่ผ่านมา เธอตั้งใจเรียนและไม่เคยมีเรื่องอะไรให้ทางบ้านไม่พอใจ เพราะสำนึกในบุญคุ







