Masuk“เสร็จแล้วครับ” พ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องตรวจไปทันที
อัคคีไม่อยากจะอยู่กับเวทิกาสองต่อสองเนิ่นนานกว่านี้ สาบานเลยว่าหากพบเจอกันข้างนอกที่ไม่ใช่โรงพยาบาล จะไม่ปล่อยผู้หญิงที่สวย น่ารัก และมีเสน่ห์โดนใจเขาแบบเธอไปแน่นอน และการที่ได้รู้ว่าคนไข้สาวไม่เคยผ่านมือชายใด เขาเป็นคนแรกที่ได้เห็นและสัมผัสจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ มันก็ยิ่งทำให้หมอหนุ่มใจฟูขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ
เวทิกาใช้เวลานั่งรอผลตรวจอยู่ครู่หนึ่ง เพียงพอให้หญิงสาวลืมความอายที่เกิดขึ้นในห้องตรวจเมื่อครู่นี้ ตอนแรก เธอแทบจะกลั้นหายใจเมื่อหมอหนุ่มเริ่มนำเครื่องมือเข้ามาในกาย ช่วงเวลายามนั้น ความรู้สึกเหมือนผ่านไปราวชั่วโมงทั้งที่จริงแล้ว หมออัคคีใช้เวลาเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น
“คุณเวทิกาเชิญค่ะ”
ไม่นาน พยาบาลก็เดินมาเรียกให้เวทิกาเข้าไปที่ห้องตรวจ เพื่อฟังในสิ่งที่เธอเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นเช่นไร
“เชิญนั่งครับ” อัคคีพูดโดยไม่สบตาคนไข้สาวสวย
“เป็นยังไงบ้างคะหมอ เอ่อ เส้นพรหมจรรย์ฉันยังอยู่ไหมคะ” เอ่ยถามขึ้น แม้ยังรู้สึกกระดากอาย
“คุณยังบริสุทธิ์ และเส้นพรหมจรรย์ของคุณยังอยู่ปกติ แต่ต่อให้เส้นพรหมจรรย์คุณขาดไปแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่บริสุทธิ์ ข้อนี้ฝากไปแจ้งคนรักกับแม่คนรักของคุณด้วย”อดแขวะคนรักของหญิงสาวไม่ได้ เพราะหากเป็นเขาคงไม่มีทางปล่อยให้ผู้หญิงที่รักต้องมาตรวจอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน
“ขอบคุณค่ะหมอ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอผลตรวจเลยได้ไหมคะ” จะว่าดีใจก็ไม่สุด เพราะต่อให้ตนเองบริสุทธิ์ผุดผ่องแค่ไหน มันก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเธอไม่ได้แม้แต่จะมีสิทธิ์มอบมันให้กับผู้ชายที่รัก
“นี่คือผลตรวจของคุณ หวังว่าพวกเขาจะเชื่อแล้วนะว่าคุณยังบริสุทธิ์” อัคคีพูดอย่างหงุดหงิดใจแทน แม้จะว่ารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ตนควรจะเข้าไปยุ่งอะไรด้วยก็ตาม
“ขอบคุณหมอมากนะคะ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อน”
เวทิการับเอกสารด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเสียจนอัคคีสังเกตได้ แต่หมอหนุ่มก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไรออกไป เพราะตอนนี้หน้าที่ของตนเองได้จบสิ้นแล้ว หญิงสาวตรงหน้าก็แค่คนไข้เหมือนคนไข้คนอื่นๆ ที่มาพบหมอและก็กลับบ้านไป ที่สำคัญ เวทิกาคนนี้กำลังจะแต่งงาน และเขาก็คงไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์อะไรกับเธอต่ออีก
“ขอให้คุณโชดดี อ้อ แต่ผมจะเตือนไว้อย่างหนึ่งว่า ผู้ชายถ้ามันมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอคงไม่ปล่อยให้คุณมาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้คนเดียว เส้นพรหมจรรย์ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ชีวิตคู่อยู่กันตลอดรอดฝั่ง เชื่อผมสิ” อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง อดสงสารหญิงสาวไม่ได้ที่ต้องมาทำเรื่องแบบนี้ เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ก็เท่ากับว่าเขาเองได้เห็นได้สัมผัสในสิ่งที่เจ้าบ่าวควรจะได้เห็นเป็นครั้งแรก แต่ในเมื่อเวทิกาเลือกเส้นทางเดินของตนเองแล้ว เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปห้าม
“ค่ะ ขอบคุณหมออีกครั้งนะคะ” แม้ในใจจะรู้สึกผิดที่ต้องโกหกออกไป แต่เวทิกาก็อดประทับใจหมออัคคีไม่ได้ที่เขายังคงสอนและเอ่ยเตือน หากครั้งหน้าได้เจอกัน เธอคงจะทำดีกับหมอหนุ่มให้สมกับความหวังดีที่เขามีให้เธอ
จากนั้น หญิงสาวจึงเดินออกจากห้องไปและเตรียมที่จะต้องเผชิญความเป็นจริงข้างหน้า แม้เธอจะไม่อยากเผชิญกับมันก็ตาม
หมอหนุ่มนั่งมองร่างบางที่เพิ่งเดินออกไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคำว่า ‘รักแรกพบ’ มีอยู่จริง ไม่สิ...ต้องบอกว่าถูกใจแรกพบต่างหาก เพราะคนอย่างหมออัคคีคงไม่มีวันตกหลุมรักผู้หญิงคนไหนง่ายๆ
ที่ผ่านมาตลอดช่วงอายุถึงตอนนี้ อัคคีแทบไม่เคยคบหาใครจริงๆ จังๆ แต่ด้วยความเป็นนายแพทย์หนุ่มไฟแรง แน่นอนว่าสาวๆ ต่างก็พากันถวายตัวให้ และมีหรือที่เขาจะไม่รับไว้ ชายหนุ่มไม่เคยเรียกร้องหรือมองหารักแท้ เพราะรู้ดีว่าความรักคือเรื่องของคนอ่อนแอที่กลัวการอยู่คนเดียวเท่านั้น แต่เขาไม่ใช่คนแบบนั้น และจะต้องไม่เอาตัวเองไปพัวพันกับเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมของสมองอย่างแน่นอน
ติ๊ดๆ ๆ
เสียงโทรศัพท์เข้าทำให้อัคคีตื่นจากภวังค์ แล้วก้มมองโทรศัพท์มือถือตรงหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว เพราะมันไม่ใช่โทรศัพท์มือถือของตนเองแต่เป็นของหญิงสาวที่ชื่อ ‘เวทิกา’ ที่เพิ่งออกจากห้องเขาไปต่างหาก
นายแพทย์หนุ่มหล่อมองชื่อคนที่โทร.เข้ามา แล้วเกิดความลังเลใจว่าเขาควรจะรับสายหรือไม่ แต่หากไม่กดรับสาย ‘แม่’ ของเธอก็คงจะโทร.มาไม่หยุดเป็นแน่!
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อย่ามามองฉันด้วยสายตาทุเรศแบบนั้นนะ” เวทิกาทนไม่ได้ที่ตนเองกำลังถูกลวนลามด้วยสายตา แม้จะผิดคาดไปบ้างที่เสี่ยวาโยที่พวกมันพูดถึงไม่ได้เป็นตาแก่พุงพลุ้ย แต่กลับเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี และน่าจะอายุราวๆ สามสิบปลายๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูดีจะมีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเช่นนี้&l
อัคคีฟังจำนวนเงินที่หญิงสาวพูดออกมา ยอมรับว่าเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับการแลกกับความบริสุทธิ์ของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ทำไมว่า หากผู้หญิงคนนั้นคือเวทิกา เขากลับไม่รู้สึกว่าจำนวนเงินหนึ่งล้านบาทมากเกินไป หนำซ้ำยังรู้สึกว่ามันไม่พอเสียด้วยซ้ำ!“หึ แลกกับก
“แล้วฉันมีทางเลือกอื่นหรือไงคะ ทั้งหมด มันเป็นเพราะหมอไม่ใช่เหรอที่พูดบ้าๆ ว่าฉันเป็นเมีย ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” หญิงสาวโวยวายออกมาด้วยความโมโหเกินทน ใช่ว่าอยากจะขายตัวให้เสี่ยวาโย แต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้พวกมันด้วย วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือเอาตัวเข้าแลกตามที
หนึ่งในนั้นยังคงขู่ต่อไป และแน่นอนว่าอัคคีไม่ได้มีความเกรงกลัว ในเมื่อพวกมันกำลังยืนอยู่ในถิ่นของเขา อย่างไรคนได้เปรียบก็ต้องเป็นฝ่ายพวกมันอยู่วันยังค่ำ“ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน”“หมอ!” เวทิกาอึ้งกับคำป่าวประกาศของชายหนุ่มไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ที่สำคัญ เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน และรู



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



