เข้าสู่ระบบเสียงนั้นดุกร้าวอยู่ในที ยังผลให้มือที่ระดมทุบต้องชะงัก นัยน์ตาคมเฉี่ยวจ้องมองปรามๆ เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย
ละพอเชิดหน้าหนี แต่ไม่ทุบเขาแล้ว ชิงพลบกระชับวงแขน เอ็นดูร่างเกร็งๆ แข็งทื่อ เธอทำสีหน้าเลิ่กลั่ก จนคล้ายกระต่ายตื่นตูมกลัวโดนเชือดทิ้ง ข้ามเขตห้องครัวไปเป็นห้องนั่งเล่น ชิงพลบวางละพอลงบนเก้าอี้ เธอทำท่าจะหนีทันทีที่ได้รับอิสรภาพ “เดี๋ยว จะไปไหน” เขาเอื้อมมือไปคว้าหลังคอเสื้อไว้ได้ เธอออกแรงจะไป แต่ชิงพลบกระตุกมือทีเดียวร่างเธอก็ปลิวมาแนบอกแล้ว ‘หนูจะกลับห้องแล้ว’ เธอทำไม้ทำมือ “เดี๋ยวไปส่ง” เขาขอเวลาถอดรองเท้าหน่อย เดี๋ยวเศษแก้วที่ติดเท้าจะกระจายไปทั่วบ้าน ละพอส่ายหน้าดิกๆ พยายามปลดมือเขาออกจากคอเสื้อ ท่าทางแตกตื่นของเธอค่อนข้างน่ารักจนเขาคันไม้คันมือ ‘หนูไปเองได้ คุณปล่อยเถอะ!’ แค่มือข้างเดียวของเขา เธอก็ต่อกรไม่ไหว ขนาดเขาบาดเจ็บยังสู้ไม่ได้ บาดเจ็บเหรอ?! คล้ายกับเห็นช่องโหว่เอาตัวรอด ละพอออกแรงบีบมือข้างนั้นของเขาอย่างแรง หมายให้เขาปล่อย แล้วเขาก็ปล่อยจริงๆ พร้อมกับคำรามลั่นด้วยความเจ็บ “เด็กบ้า!” แรงบีบไม่น้อยเลย พริบตาเดียวเลือดสดๆ ก็ชุ่มผ้าก็อซสีขาว แต่ละพอไม่สนใจอยู่ดู เธอสาวเท้าก้าวขึ้นบันไดกลับห้องอย่างรวดเร็ว ชิงพลบขบกรามแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เขาข่มความเจ็บเอาไว้ ก่อนจะใช้มืออีกข้างเอื้อมมือไปกระตุกเชือก ถอดรองเท้าออกแล้วขว้างเข้าไปในห้องครัวทั้งสองข้าง เสียงปิดประตูลงกลอนดังขึ้น ชิงพลบส่ายหน้าระอา แล้วล้วงเอากุญแจออกมา เด็กน้อย เธอลืมไปหรือเปล่าว่าโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่ากุญแจ? ละพอผ่อนลมหายใจออกพรูใหญ่ เธอหนีขึ้นมาสำเร็จ ปลอดภัยจากเขาแล้ว มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ตรงซอกเล็กๆ มีกระดาษแผ่นเล็กที่พ่อดินส่งมาให้ เธอพกติดตัวเป็นเครื่องคลายความกลัว นี่คือพลังใจเดียวที่ทำให้ละพอยังเข้มแข็งอยู่ได้ ละพอยิ้มน้อยๆ คลี่กระดาษผึ่งลมให้แห้งบนโต๊ะ ลูบไล้ด้วยปลายนิ้วอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เธอมองสภาพตัวเองในกระจกห้องน้ำอย่างอับอาย ใบหน้าเธอมีแต่เศษบราวนีจับเป็นก้อนๆ ผมเปียกน้ำอัดลมเหมือนผีพราย เสื้อผ้าก็ดูไม่ได้ มิน่าล่ะ เขาถึงหลุดขำตั้งหลายรอบ สภาพเธอดูไม่จืดเลยจริงๆ ละพอถอดเสื้อผ้ากองไว้ในอ่าง ร่างบางเปลือยเปล่าเข้าไปยืนใต้ฝักบัว ระหว่างอาบน้ำชะล้างเศษขนมและคราบน้ำอัดลม เธอรู้สึกขวยเขินยามเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตนเอง ตอนนี้ร่างกายเธอไม่เหมือนเดิม เป็นสาวมากขึ้น จนทำให้ไม่ค่อยกล้ามองร่างกายตัวเองเท่าไหร่ ชิงพลบไขกุญแจเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ เสียงน้ำไหลภายในห้องน้ำบ่งบอกว่าเธอกำลังอาบน้ำอยู่ เขาถึงพึ่งสำนึกได้ว่าไม่สมควรจะมาอยู่ที่นี่…ตอนนี้ ตอนนั้นเขากำลังจะออกไปแล้ว แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกระดาษม้วนเล็กๆ วางแผ่อยู่บนโต๊ะ ข้อความสั้นๆ ประโยคเดียวแต่ทำนัยน์ตาคมเปล่งประกายเย็นเยียบ ในใจเหมือนลาวาภูเขาไฟเดือดๆ ที่พร้อมจะปะทุในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ชิงพลบกอดอก เฝ้ารออย่างใจจดจ่อ ห้านาทีต่อมา ละพอนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ ตัวเธอเปียกน้ำ ผิวกายที่โผล่พ้นผ้าขนหนูสีขาวสะอาดทำเอาเลือดในกายเดือดพล่าน กลิ่นสบู่หอมเคล้าคลุ้งอยู่ในอากาศ เนินเนื้อสาวขาวผ่องกำลังดึงดูดสายตาคมเฉี่ยว ‘คุณเข้ามาทำไม ออกไปนะ’ ละพอถอยร่นจะกลับเข้าไปในห้องน้ำตามเดิม แต่ชิงพลบไวกว่ามาก เขาก้าวยาวๆ ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว แถมยังส่งเคราะห์ให้ด้วยการพาเธอเข้าห้องน้ำด้วยกัน ตอนนี้สายตาเขาน่ากลัวจนละพอหวั่นใจ เธอถูกดันให้ติดประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทดังปัง! ‘คุณเข้ามาได้ไง ออกไปนะ!’ “นี่อะไร เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไง!” เขาชูกระดาษแผ่นนั้น ละพอหน้าตาตื่น “ฉันถาม หูหนวกหรือไง” ‘ปล่อย หนูเจ็บ’ “ทำไมเธอต้องมายั่วโมโหฉัน ก็บอกแล้วไงว่าถ้าจะไปก็ไปซะ! อย่ามาหักหลังฉันแบบนี้!” ชิงพลบไม่สบอารมณ์ เมื่อรู้ว่าเธอแอบติดต่อกับคนภายนอก! ‘คุณก็ปล่อยหนูสิ! จะมาทำแบบนี้ทำไม’ ละพอกอดตัวเองไว้แน่น เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย “ฉันไม่เคยขังเธอไว้ ไม่เคยล่ามโซ่เธอไว้” ขณะพูด เขาออกแรงบีบไหล่เปลือยเธอเพื่อระบายโทสะ ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไรกันแน่ แต่โกรธ! ‘หนูเจ็บนะ!’ เธอพยายามปลดมือเข้าออก แต่ชิงพลบไม่ปล่อยง่ายๆ นัยน์ตาคมเฉี่ยวเลื่อนมองริมฝีปากสีระเรื่อ สัมผัสผิวกายเย็นๆ ใต้ฝ่ามือเร้าอารมณ์อย่างประหลาด ‘ปล่อยหนูนะ หนูบอกให้ปล่อยไง!’ เธอดิ้น ชิงพลบเบียดตัวเข้าหาจนร่างกายแนบชิดแทบจะทุกสัดส่วน ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปหมายจะประทับลงบนเรียวปากบางซึ่งเหมือนเชิญชวนเขาอยู่เสมอ แต่ละพอเบี่ยงหน้าหนี ชิงพลบพลาดเป้าไปจุมพิตแก้มนวล เธอตัวแข็งทื่อ ฝ่ามือเล็กๆ เอื้อมมาปิดปากตัวเองแน่น ป้องกันไม่ให้เขาจูบ “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก…ละพอ” ชิงพลบใช้มือข้างหนึ่งรวบร่างเล็กมานั่งคร่อมบนต้นขา จังหวะนั้นผ้าขนหนูคล้ายจะหลุด เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าปมไว้ เรียวปากบางน่าหลงใหลถึงได้เปิดเผยสู่สายตาอีกครา คราวนี้ชิงพลบไม่พลาดอีก เขาประทับริมฝีปากลงไปอย่างแม่นยำ พลางดูดดึงไปทั่วกลีบปากนุ่มสั่นระริกอย่างเอาแต่ใจ‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา
“แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ
“ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห
เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ
ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช
ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ







